ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 180 เหล็กหลินลู่

            “ท่านอี้หวังเช่นนั้นท่านลองนำเหล็กนี้ไปขึ้นรูปให้ข้าดูหน่อยพรุ่งนี้เช้าข้าจะมาดูผลงานของท่าน หากพวกท่านสามารถทำให้ข้าพอใจได้ข้ายินดีให้พวกท่านจัดการกันเองได้แต่หากพวกท่านไม่สามารถทำผลงานออกมาให้ข้าพอใจได้ พวกท่านต้องฟังคำสั่งข้าอย่างเคร่งครัด”

            “ขอรับนายน้อย”

            เฟยหลงและหวังจื่อเดินทางออกจากตระกูลอี้หลังจากที่ออกมาจากตระกูลอี้ได้เพียงไม่นานหวังจื่อจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ทำไมเจ้าไม่สั่งให้พวกเขาตีเหล็กไปตามวิธีของพวกเขาไปเลยเสียเวลาทำไมอีก อาวุธของเราจะได้เสร็จเร็วขึ้น”

            “เจ้าคิดว่าเหล็กหลินลู่นี้สามารถหลอมกลั่นตีออกมาได้ด้วยวิธีธรรมดาๆ เช่นนั้นหรือ? เหล็กหลินลู่นี้มีน้อยคนที่จะรู้จักและคุณภาพของเหล็กหลินลู่หากไม่ทำตามกรรมวิธีที่ถูกต้องมันก็จะเป็นเหมือนเหล็กธรรมดาทั่วไปแล้วเจ้าคิดว่าจะสามารถตีอาวุธระดับทองขึ้นมาได้เช่นนั้นหรือ?”

            เช้าวันรุ่งขึ้นเฟยหลงและหวังจื่อจึงได้เดินทางไปยังตระกูลอี้อีกครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขามาถึงอี้หวังได้พาเฟยหลงไปชมผลงานของพวกเขาที่ทำออกมาผลงานที่ตระกูลอี้ทำออกมานั้นเรียกได้ว่างดงามเป็นอย่างยิ่งมันเป็นกระบี่ที่มีการออกแบบที่งดงามจนเฟยหลงอดชื่นชมในฝีมือการออกแบบของตระกูลอี้ไม่ได้ เพียงแต่ว่าเมื่อเฟยหลงทดสอบใช้นิ้วที่หลอมรวมลมปราณของเขาดีดไปที่ตัวกระบี่

            เคร้ง!!!!

            ตัวกระบี่แตกกระจายในทันทีเหล่าคนของตระกูลอี้ต่างพากันตกตะลึง

            “เอาหละพวกท่านลองเปิดใจและทำตามวิธีของข้าดูแล้วพวกท่านจะเห็นความแตกต่างจากนี้ไปให้พวกท่านแบ่งออกเป็นสามกลุ่มตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ไฟในเตาหลอมจะต้องติดอยู่ตลอดเวลาและมีความร้อนที่สม่ำเสมอ”

            “ขอรับนายน้อย”เหล่าช่างตีเหล็กตระกูลอี้ต่างขานรับด้วยความพร้อมเพียง

            “ครืนนน....”โซ่ขนาดใหญ่ถูกดึงขึ้นฝาครอบถูกเปิดออกคลื่นความร้อนภายในเตากระจายออกมาทั่วทั้งบริเวณ ช่างตีเหล็กจากตระกูลอี้ประจำตำแหน่งของพวกเขาอย่างรวดเร็วแม้ว่าเฟยหลงจะได้เรียนรู้มามากมายแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นการตีเหล็กจริงๆ และตัวเขาต้องเป็นผู้สั่งการเพราะความรู้ที่เขามีในตอนนี้สูงส่งกว่าคนในตระกูลอี้ที่ตีเหล็กมาหลายชั่วอายุคนเสียอีกเมื่อเห็นคลื่นความร้อนจากเตาหลอมแพร่ออกมาเฟยหลงสั่งการในทันที

            “อุณภูมิต่ำเกินไปเร่งขึ้นมาให้ถึงห้าพันองศา!!” ช่างตีเหล็กผงะออกไปเล็กน้อยเขาไม่เข้าใจว่าเฟยหลงต้องการทำอะไรแต่พวกเขาก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดพวกเขาโยนหินภูเขาไฟเข้าไปเพิ่มในทันที แม้จะขัดแย้งกับความรู้ที่พวกเขามีและปฏิบัติตามมาหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม

            เมื่อความร้อนเพิ่มขึ้นตามคำสั่งของเฟยหลงเขาพยักหน้าเบา ๆ ด้วยความพอใจเป็นอย่างมากแม้ว่าเฟยหลงจะไม่เคยตีเหล็กเลยก็ตามแต่คุณสมบัติของแร่เหล็กหลินลู่นั้นเขาเข้าใจเป็นอย่างดีแร่เหล็กชนิดนี้แตกต่างจากแร่เหล็กชนิดอื่น ๆ แร่เหล็กชนิดอื่น ๆ จะใช้ความร้อนต่ำกว่านี้มีเพียงแร่เหล็กหลินลู่นี้เท่านั้นที่ใช้ความร้อนสูงมากกว่าปกติถึงสองเท่าเรื่อจะได้ถลุงมันได้ง่ายและยังกำจัดสิ่งเจือปนที่อยู่ในตัวแร่ให้หมดไปจนหมด

            สองวันผ่านไปการถลุงแร่เหล็กหลินลู่คืบหน้าไปอย่างต่อเนื่องแม้ว่าเฟยหลงจะไม่เคยถลุงแร่เหล็กหลินลู่ก็ตามแต่เขาก็เชื่อว่าช่างตีเหล็กตระกูลอี้นั้นมีความสามารถมากพอเขาเพียงแค่แนะนำสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากผลึกปัญญาแห่งแสงที่ป้อนข้อมูลต่าง  ๆ เข้ามาในหัวของเขา

            ในขณะที่เฟยหลงให้คำแนะนำสุดท้ายแก่หัวหน้าตระกูลอี้ภายในบริเวณนั้นคุกกรุ่นไปด้วยความร้อน หัวหน้าตระกูลอี้พลันตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหันมันทำให้ทุกคนต่างหันมามองในทันที

            “สำเร็จแล้ว ! พวกเราสามารถถลุงแร่เหล็กหลินลู่ได้สำเร็จแล้ว”

            ในขณะที่เตาหลอมถูกเปิดออกช่างตีเหล็กของตระกูลอี้สองคนก้าวเข้าไปพร้อมกับใช้คีมเหล็กขนาดใหญ่คีบเหล็กหลินลู่ที่ผ่านการถลุงออกมาจากเตาพร้อมกับวางไว้บนแท่นเหล็กแต่พวกเขาสองคนไม่สามารถยกแท่นเหล็กที่ผ่านการถลุงแล้วขึ้นมาได้

            “ไม่น่าเชื่อนี่มันหนักเท่าไหร่กันนี่?”หากว่าแร่เหล็กเพียงก้อนเดียวยังกลายเป็นแท่งเหล็กที่มีขนาดใหญ่ได้ถึงขนาดนี้มันไม่ได้หมายความว่าในเนื้อแร่เหล็กหลินลู่นั้นมีปริมาณของเหล็กอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมากเช่นนั้นหรือ?”

            การถลุงแร่เหล็กเพื่อให้มันบริสุทธิ์ได้เช่นนี้นับว่าเป็นการแหกกฎที่ตระกูลอี้ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนานช่างตีเหล็กของตระกูลอี้ทุกคนต่างยืนจ้องมองเหล็กหลินลู่ที่ถูกยกออกมาด้วยจำนวนคนกว่าห้าคนถึงจะสามารถยกมันขึ้นมาได้สำเร็จ  พวกเขาวางมันเอาไว้บนแท่นสำหรับตีขึ้นรูปอย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์ของพวกเขาที่ตีเหล็กมาหลายชั่วอายุคน คนของตระกูลอี้รับรู้ได้ทันทีว่าแร่เหล็กหลินลู่ชนิดนี้มีค่ามากเพียงใด

            ในช่วงชีวิตคนคนหนึ่งของช่างตีเหล็กพวกเขาไฝ่ฝันที่จะตีอาวุธชั้นยอดออกมาสักชิ้นหนึ่งแต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้ไม่น่าแปลกใจเลยที่เฟยหลงให้พวกเขาเพิ่มกำลังไฟให้อุณภูมิสูงมากกว่าการตีเหล็กธรรมดา

            “มันเป็นเหล็กที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณภาพของมันสมแล้วที่นายน้อยเฟยหลงให้ความสำคัญกับมันมากถึงขนาดนี้ในเวลานี้ตระกูลอี้ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากหากพวกเขาสามารถตีเหล็กหลินลู่นี้ให้กลายเป็นอาวุธระดับสูงขึ้นมาได้นับเป็นชื่อเสียงที่ยั่งยืนอย่างแน่นอน อีกทั้งพวกเขายังได้สืบทอดเจตนาของท่านบรรพบุรุษเอาไว้แต่ไม่สามารถทำให้มันสำเร็จได้ตอนนี้พวกเขามีโอกาสนั้นในมือแล้วขอเพียงแค่พวกเขาทำตามคำสั่งของเฟยหลงอย่างเคร่งครัดอาวุธระดับทองชิ้นแรกของตระกูลอี้อาจจะเกิดขึ้นได้ในรุ่นของพวกเขาก็เป็นได้นี่นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพวกเขาที่ยึดอาชีพช่างตีเหล็กมาหลายช่วงอายุคน

            “เอาหละพวกเราจะเริ่มขึ้นรูปในตอนนี้พวกท่านคิดว่าพวกเราจะขึ้นรูปอาวุธชิ้นแรกเป็นอาวุธประเภทใด” เฟยหลงเอ่ยถามผู้นำตระกูลอี้

            “นายน้อยข้าคิดว่าพวกเราควรจะทำดาบขึ้นมาเพราะเป็นอาวุธที่มีผู้คนจำนวนมากนิยมรูปอาวุธชิ้นแรกนี้เป็นดาบขอรับ”ผู้นำตระกูลอี้กล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่นการถลุงแร่เบื้องต้นจบลงไปแล้วต่อจากนี้เป็นการขึ้นรูปซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญเป็นอย่างมากช่างตีเหล็กจะต้องใช้ความระมัดระวังสูงเป็นพิเศษเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะทำให้ตัวอาวุธที่สร้างขึ้นเกิดความเสียหายขึ้นในภายหลัง

            “ปิดเตาหลอม ลดเชื้อไฟให้อุณภูมิอยู่ที่หนึ่งพันสองร้อยองศา”เฟยหลงสั่งการออกมาอย่างชัดเจนคำสั่งของเขาดึงดูดความสนใจจากคนของตระกูลอี้เป็นอย่างมากหลังจากที่ลดความร้อนเหลือเพียงหนึ่งพันสองร้อยองศาแล้วพวกเขาจึงเริ่มทำการตีเหล็กนั้นและเริ่มลดอุณภูมิของเตาลงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายอุณภูมิภายในเตาหลอมจึงเหลือเพียงแค่สองร้อยอาศาเท่านั้น

            ในปัจจุบันการตีเหล็กโดยวิธีนี้สาบสูญไปนานแล้วอาวุธส่วนใหญ่ที่ถูกตีขึ้นมาด้วยความร้อนที่สูงไม่เพียงแค่มันจะทำให้ขึ้นรูปได้ง่ายแต่วิธีการตียังทสามารถทำให้เหล็กยืดหยุ่นและอ่อนตัวจึงง่ายต่อการขึ้นรูป

            เหล็กหลินลู่นั้นต้องขึ้นรูปด้วยอุณภูมิที่ไม่สูงมากเกินไปดังนั้นข้อมูลที่เฟยหลงนั้นได้จากผลึกปัญญาแห่งแสงของเขานั้นนับว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้เต็มสิบส่วนอย่างแน่นอน เพราะหากไม่เข้าใจให้ถึงจุดนี้ก็ไม่สามารถตีอาวุธที่ทรงพลังได้ความสามารถของเหล็กหลินลู่นั้นต้องใช้ความพยายามของคนจากตระกูลอี้เป็นสำคัญ

            คนของตระกูลอี้ทำตามคำสั่งของเฟยหลงอย่างเคร่งครัดพวกเขาทำได้เพียงแค่ลุ้นระทึกว่าอาวุธที่ได้มาในครั้งนี้จะมีความแข็งแกร่งและมีระดับสูงเพียงใดแม้แต่เฟยหลงเองก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาวุธชิ้นแรกของพวกเขาจะได้คุณภาพระดับใด

            เฟยหลงมอบแบบพิมพ์เขียวของดาบที่เขาออกแบบให้กับช่างตีเหล็กของตระกูลอี้เมื่อได้รับแบบพิมพ์เขียวช่างตีเหล็กจากตระกูลอี้จึงเริ่มทำการขึ้นรูปดาบในทันทีพวกเขานำพิมพ์เขียวแบบที่ได้รับออกมากางดูในทันที

            ช่างตีเหล็กส่วนใหญ่มีฝีมือมากเท่าไหร่พวกเขาจะยึดมั่นในวิธีการของพวกเขาเป็นอย่างมากแต่เมื่อทุกคนได้รับรู้และถ่ายทอดวิธีการถลุงเหล็กหลินลู่ทำให้เขากล้าเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่  ๆเข้ามา ตระกูลอี้นับว่าสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วพวกเขาไม่ใช่พวกน้ำเต็มแก้วที่ไม่ยอมรับความรู้ใหม่ ๆ  เข้ามา หากเป็นเช่นนั้นการลงทุนในครั้งนี้ของเฟยหลงจะต้องเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน

            แก๊ง!   แก๊ง!   แก๊ง!  แก๊ง! แก๊ง!

            เสียงตีเหล็กหลินลู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อช่างจากตระกูลอี้เริ่มขึ้นรูปตามแบบพิมพ์เขียว ที่เฟยหลงมอบให้พวกเขาตอนนี้นอกจากเฟยหลงแล้วแทบไม่มีปรมาจารย์อาวุธคนใดที่สามารถทำได้ความรู้ที่ตกทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นไม่เคยมีการถ่ายทอดวิธีการถลุงแร่เหล็กหลินลู่เลยแม้แต่น้อยในแผ่นดินนี้แทบจะเรียกได้ว่ามีเพียงไม่ถึงสามคนด้วยซ้ำไปที่รู้ว่าเหล็กหลินลู่นั้นมีวิธีการถลุงที่ซับซ้อนถึงเพียงนี้ถึงจะสามารถดึงความสามารถที่แท้จริงของเหล็กหลินลู่ออกมาได้อย่างแท้จริง

            หัวหน้าตระกูลอี้ที่มีระดับพลังยุทธ์อยู่ในขั้นวีระชนรูปร่างเขาหนาบึกบึนด้วยมัดกล้ามหน้าตาหล่อเหลาและคมคายจึงเป็นที่หมายตาของหญิงสาวจำนวนมากทำให้เขามีภรรยามากถึงเจ็ดคน

            “ท่านผู้นำท่านใช้พละกำลังทั้งหมดของท่านตีเหล็กชิ้นนี้ เป็นเวลาสิบนาทีจากนั้นจึงนำเข้าเตาหลอม เป็นเวลาสิบห้านาที ทำสลับกันไปจนครอบหนึ่งร้อยรอบ”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “เยี่ยม”ผู้นำตระกูลอี้ได้ยินคำสั่งจากเฟยหลงเขาลงมือตีเหล็กด้วยตนเองในช่วงชีวิตของผู้นำตระกูลอี้เขาเองก็อยากจะมีโอกาสได้สร้างอาวุธที่มีระดับสูงดังนั้นอาวุธชิ้นแรกนี้เขาจึงอยากจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน