“เป็ลูกบุญธรรมก็เหมือนกัน นะลูก อาจะเป็แม่ให้พระพรายเอง หนูย้ายมาอยู่กับอาที่บ้าน เราก็อยู่ด้วยกันไงจ๊ะ” อรวรรณ พยายามปลอบใจเด็กน้อย
“ตะ ตะแต่งงาน” พระพรายยังย้ำคำเดิม
“พระพราย นายเข้าใจคำว่าแต่งงานไหม ต้องนอนด้วยกัน เหมือนเป็คนคนเดียวกันนะ” วายุ อธิบายอีก
“มะ มะแม่บอกว่า ตะ แต่งงานแล้วให้รักพี่วายุมากๆ ชะ เชื่อฟังพี่วายุ” พระพราย ก้มหน้า ร้องไห้เมื่อนึกถึงแม่ที่สั่งเสียเขาไว้
“นายรักพี่เหรอ” วายุ ถามด้วยความหงุดหงิด
“ระ รักสิ” พระพรายรีบตอบทันที
“รักแบบไหน” วายุ รู้ว่ารักของพระพรายไม่ใช่รักแบบหนุ่มสาวแน่นอน
“ระ รักเหมือนแท็ดดี้” พระพราย มองหน้าวายุ ทำตาปริบๆ
“ตุ๊กตาเน่าที่นายนอนกอดทุกวันนะเหรอ” วายุ หัวเราะเพราะกลั้นขำไม่อยู่จริงๆ
“อะ อืม ระ รักเท่ากันเลยนะ” พระพรายยังพยายามอธิบายให้วายุเข้าใจว่าเขารักมากแค่ไหน
“พระพรายเอ่ย ฉันไม่ได้เป็ตุ๊กตาให้นายนอนกอดทุกวันหรอกนะ” วายุ มองหน้าลูบหัว พระพรายอย่างเอ็นดู
“กะ กะ กอดแท็ดดี้ได้ครับ” พระพราย ยังอธิบายในมุมของตัวเอง
“สรุปจะเอายังไงครับ พี่ก็อยากทำตามคำขอของพี่มะลิ อยากให้แม่ที่เป็ห่วงลูกนอนตายตาหลับ” ชาตรี ถามเื่ธุระขึ้นมาอีก ชาตรีเร่งอยากได้คำตอบเพราะเป็ห่วงพระพราย เกรียงไกรเคยช่วยเหลือเขามาตลอดั้แ่เป็อัยการจนผลักดันให้ชาตรีได้เป็ผุ้พิพากษา
“เอายังไง ตายุ” อรวรรณถามลูกชาย
“พ่อจะเอายังไงจะจ่าย 100 ล้านไหมครับ” วายุ ถามผู้เป็พ่อ
“ถ้ามันต้องจ่าย ก็จะทำยังไงได้” สายฟ้าถอนหายใจ เอามือลูบหน้าตัวเองอย่างสิ้นหวังเพราะวายุคงไม่ยอมแต่งกับพระพรายแน่ๆ และชาตรีคงจะไม่ยอมเื่เงิน 100 ล้าน เขาคงจะโดนชาตรีฟ้องแน่นอน สายฟ้าพอรู้ความสัมพันธ์ของชาตรีกับเกรียงไกรดี
“แต่งงานกันไหมพระพราย” วายุที่ยืนอยู่ตรงหน้าพระพราย ลูบหัวหนุ่มน้อยหน้าสวยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
“ตะ แต่งงาน” พระพรายรีบพยักหน้า
“แต่งก็แต่ง” วายุ พูดขึ้นมา
สายฟ้ากับอรวรรณ และ ชาตรีมองหน้ากัน แต่ชาตรีคิดว่าวายุแต่งๆๆ เพราะไม่อยากเสียเงิน 100 ล้านบาท
“ไม่ได้แต่งเล่นๆ นะ ต้องจดทะเบียนสมรส และ ถ้าหย่าก็ต้องจ่าย 100 ล้านเหมือนกัน เข้าใจสัญญาตรงนี้ใช่ไหม สายฟ้าเขียนเองกับมือนี้” ชาตรีหันไปพูดกับสามพ่อแม่ลูก
“ครับ ผมเข้าใจครับ ผมหาเงิน 100ล้านบาท ได้ไม่ยากหรอกครับ พระพรายอยู่คนเดียวได้เมื่อไรผมจะหย่าเอง ตอนนี้ก็เอาเป็ว่าผมจะพาพระพรายไปดูแลที่คอนโดเองแล้วกันนะครับ” วายุ พูดกับชาตรี เพราะวายุมี ทรัพย์สิน มากกว่า 300 ล้านบาทแล้ว แต่ตอนนี้เขาก็เพิ่งจะอายุ 24ปี ยังไม่ทันได้คิดเื่แต่งงาน จดทะเบียนกับพระพรายก็ไม่เห็นจะเป็ไร เขาเจอคนที่อยากแต่งงานด้วยแล้วค่อยหย่ากับพระพรายก็ได้
“ถ้าเป็แบบนั้นได้ก็ดี ลุงก็เป็ห่วงถ้าพระพรายอยู่คนเดียวในบ้านนั้น ไม่นานนี้ ก็โดนฉุดเพราะหน้าเหมือนผู้หญิง คดีนั้นลุงก็ตามให้อยู่” ชาตรีพูดขึ้นมา
“ครับ ผมจะพาพระพรายไปอยู่ที่คอนโดด้วย ดีออกจะได้ไม่เหงา” วายุ ลูบหัวพระพรายอีกครั้ง
“ดีไหมพระพราย” วายุ ถามพระพรายเหมือนถามเด็กเล็ก
“ดะ ดี จะได้มีเพื่อนเล่น” พระพราย รีบพยักหน้า
“ดูสิ พระพรายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแต่งงานคืออะไร” วายุ หันไปบอกชาตรี
“ลุงฝากพระพรายด้วยแล้วกันนะ ถือซะว่าเห็นแก่พี่เกรียงไกรกับพี่มะลิแล้วกันนะ” ชาตรี ขอร้องวายุ
“ครับ” วายุ รับปากทันที
“จดทะเบียนพรุ่งนี้เลยได้ไหม พอดีพรุ่งนี้ลุงว่างนะ อยากให้จดก่อนจะเผาพี่มะลินะ วันเผาลุงจะได้ส่งพี่มะลิอย่างสบายใจเพราะได้รับปากเื่นี้ไว้แล้ว” ชาตรี พูดขึ้นมาอีก
“ได้ครับ เื่งานศพผมจะจัดการเองครับ ถึงยังไงตอนนี้ ป้ามะลิ ก็มีศักดิ์เป็แม่ยายผมแล้วนี้ครับ จริงไหมพระพราย” วายุหันไป ลูบหัวพระพรายเหมือนลูบหัวน้องหมา
“มะ มะ แม่ยาย มะแม่กับยายเหรอ มะแม่บอกว่าไม่มียาย” พระพราย เอียงคอมองวายุ
“ช่างมันเถอะ คืนนี้นายไปนอนกับพี่นะ” วายุ หัวเราะในลำคอ
“ดะ ได้ครับ” พระพรายพยักหน้าทันที
“ฝากพ่อดูแลทางนี้หน่อยนะครับ ผมจะพาพระพรายไปเก็บของแล้วก็นอนพักสักหน่อย พยาบาลบอกว่าพระพรายไม่ได้นอนั้แ่เมื่อคืนเฝ้าหน้าห้อง ICU ตลอดเลย” วายุ หันไปบอกสายฟ้า
“ได้ๆๆ พ่อจะจัดการเื่วัดเอง” สายฟ้ารีบพูด
“ไปกันเถอะพระพราย” วายุ ชวนพระพราย
“มะ มะแม่ละ” พระพรายยังห่วงร่างของมะลิ
“พ่อพี่จะดูแลแม่นายเอง” วายุ จับข้อมือพระพรายแล้วจูงมือไปขึ้นรถ สปอร์ตหรูของเขา
เมื่อมาถึงบ้าน วายุ ช่วยพระพราย เก็บของใช้ที่จำเป็
“เอาไปแค่นี้ก่อนขาดเหลืออะไรค่อยมาเอาใหม่” วายุ บอก พระพรายกอดแท็ดดี้ (ตุ๊กตาหมีที่ไม่มีขนเป็ผ้านิ่มๆ ไว้สำหรับเด็กอ่อนกอด สภาพซักจนซีดและเย็บปะหลายครั้งแล้ว)
“ฉันซื้อตัวใหม่ให้ไหม” วายุ ชี้ที่ตุ๊กตาที่พระพรายกอดแน่น
“มะ มะไม่” พระพราย ยิ่งกอดตุ๊กตาแน่น
เมื่อมาถึงเพนเฮ้าส์ของวายุ
“นายนอนห้องนี้นะ” วายุพาพระพรายมาดูห้องนอนตัวเอง
“ดะ ได้ครับ” พระพรายพยักหน้า
“อาบน้ำนอนพักสักหน่อย สัก 4 โมงเย็นพี่จะพานายไปวัดไปหาแม่นาย” วายุอธิบายเสียงเรียบ พระพรายนึกถึงแม่แล้วก็น้ำตาไหลอีก
“พี่รู้ว่านายเสียใจ แต่นายก็ต้องพยายามเข้มแข็งนะ ป้ามะลิคงไม่อยากเห็นนายร้องไห้จนไม่สบายไปหรอก” วายุ ลูบหลังปลอบใจ พระพรายพยักหน้า
เช้าวันต่อมาที่สำนักงานเขต ชาตรีมารอ วายุกับพระพรายแต่เช้าแล้ว เมื่อทั้งคู่มาถึง จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยก็ขับรถไปที่วัดต่อ ระหว่างที่อยู่บนรถ
“วันนี้ เราจะเผาร่างป้ามะลิ นายเข้าใจใช่ไหม” วายุ ถามเสียงอ่อนสงสารพระพราย หนุ่มน้อยหน้าใสพยักหน้า
“ไม่เป็ไร นายยังมีพี่ตอนนี้นายเป็เมียพี่แล้วนะ” วายุ พูดปลอบพระพราย
“มะ เมีย เมีย มะ เมียจริงๆ เลยใช่ไหม” พระพรายถามย้ำ
“ใช่สิ จดทะเบียนสมรสกันแล้วนายเป็เมียพี่สิ” วายุ พูดขึ้นมาย้ำอีก เขาไม่ได้คิดอะไร กับคำว่าเมียที่พูดออกไป
สำหรับพระพรายนั้นแตกต่างออกไปมะลิสั่งไว้ว่า ถ้าได้แต่งงานแล้วก็ให้รักและดีกับวายุให้มากๆๆ วายุจะได้ดูแลพระพราย มะลิหวังแค่ว่าวายุจะเอ็นดูเลี้ยงดูพระพรายไม่ให้ลำบาก
แต่มะลิ ก็มีอีกคำหนึ่งที่บอกลูกชาย ซึ่งเธอไม่คิดว่าวายุจะให้พระพรายเป็เมียจริงๆ (หมายถึงนอนด้วยกันมีเซ็กกันเหมือนผัวเมียทั่วไป) แต่เธอก็บอกไว้ เผื่อว่าพระพรายได้เป็เมียวายุจริงๆ
“ถ้าได้เป็เมียวายุจริงๆ แม่หมายถึงเป็เมีย ที่เป็เมียจริงๆ นะ พระพรายก็ต้องเป็เมียที่ดีเหมือนที่แม่เป็เมียของพ่อมาตลอด พระพรายรู้ไหม” มะลิสั่งสอนลูกชายให้เข้าใจ
“มะ เมียเหรอครับ”พระพรายมองหน้าแม่ถามย้ำ
“ใช่ เมียจริงๆ นะ เหมือนที่แม่เป็เมียพ่อยังไงละ เมียเป็แบบนั้นแหละ พระพรายต้องเป็เมียที่ดีเหมือนที่แม่เป็เมียที่ดีให้พ่อมาตลอดนะ” มะลิอธิบายลูกชายต่อ
“คะ ครับ” พระพรายรับปากผู้เป็แม่
“เมียที่ดีอีกข้อ ต้องไม่เข้าใกล้คนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง ไม่กอดจูบกับคนอื่น ทำได้แค่กับสามีของตัวเองรู้ไหมลูก” มะลิสอนลูกชายอีก เผื่อว่าพระพรายจะได้เป็ผัวเมียกันจริงๆ กับวายุ เธอสอนเผื่อไว้
“คะ ครับ” พระพรายพยักหน้ารับทราบ คำสั่งเสียของแม่
“รักและดี กับวายุให้มากๆ นะ วายุจะได้เอ็นดูลูกนะ” มะลิยังสอนต่อ เธอเชื่อว่าความดีของลูกชายคงจะพอทำให้วายุไม่ทอดทิ้งให้พระพรายลำบากคนเดียว เธอไม่ได้หวังให้วายุถึงกับรับพระพรายเป็เมียจริงๆ
“คะ ครับ” พระพรายพยักหน้ารับทราบคำสั่งเสียของแม่
*****ขอบคุณที่แวะมาอ่านเื่นี้จ้า*****