Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 107 ดนัยผู้ไม่รู้ตัว

    ตอนที่ 107            ฟู่ม !! สายลมเย็นปะทะเข้าที่ใบหน้าทันทีที่เดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารของสนามบิน            “ในที่สุดก็กลับมาถึงญี่ปุ่นเสียทีคิดถึงอากาศที่ญี่ปุ่นชะมัดเลยเนอะซากิ” รินะพูดออกมา            “อืมที่ออสเตรเลียอากาศร้อนมากเลยไปอยู่มาแค่สองสัปดาห์แต่ดูผิวฉันสิคล้ำลงไปตั้งเยอะ” ซากิพูด            “นั่นสินะอากาศที่นู่นคนญี่ปุ่นอย่างเราไม่ชินเลยไม่รู้จะร้อนอะไรนักหนา” รินะบอก            “แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้นนะครับ” ดนัยพูด            “ดนัยก็พูดได้สิคะดนัยเกิดที่ประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ร้อนที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่นา” รินะพูด            “นั่นสิครับผมคงชินล่ะมั้งอากาศที่ประเทศไทยน่ะร้อนแทบทั้งปีแถมช่วงหน้าร้อนบางวันอากาศสูงตั้งสี่สิบกว่าองศา” ดนัยพูดพลางนึกถึงตอนช่วงเมษาที่อากาศในประเทศจะร้อนที่สุด            “ว่าแต่พวกคุณยูมิแล้วก็หมอมิโฮะล่ะครับ” ดนัยถามถึงอีกสามคนที่ไปเข้าห้องน้ำ            “เดี๋ยวก็...อ๊ะนั่นไงมานั่นแล้ว” รินะชี้ไปที่ด้านหลังซึ่งเห็นทั้งสามคนกำลังมาทางพวกเธอ            “โทษทีนะคะที่มาช้าพอดีห้องน้ำคนพิการมีคนต่อคิวเยอะน่ะจะย้อนกลับเข้าไปใช้ที่เลาจ์ของสายการบินก็ยุ่งยากเพราะเดินผ่านเกตออกมาแล้ว” ยูมิเดินมาพลางขอโทษทุกคน            “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณยูมิก็ฮิคาริเธอนั่งรถเข็นนี่นาจะให้ไปเข้าห้องน้ำปกติก็ลำบากเกินไปเพราะทางเข้ามันแคบประตูห้องน้ำเองก็ไม่ได้สร้างกว้างพอให้เอารถเข็นเข้าไปได้” ดนัยพูด            “ว่าแต่หมอฮิคาริวันนี้เราไม่ต้องเข้าไปทำงานจริงๆเหรอคะ” หมอมิโฮะถาม            “ไม่ต้องหรอกค่ะเพราะพึ่งมาถึงกันเองกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะค่ะแล้วค่อยมาทำงานวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้คงยังมีบางคนที่มีอาการเจ็ตแล็กกันอยู่ถ้าปล่อยให้ไปทำงานกันในสภาพแบบนี้มีหวังผ่าตัดพลาดกันแน่” ฮิคาริพูด            “เหอะโทษทีแล้วกันที่ฉันเจ็ตแล็กน่ะ” ดนัยพูดเพราะเป็นเขานั่นเองที่มีอาการเจ็ตแล็กเพราะว่าหลังจากที่คนไข้ฟื้นขึ้นมาแทนที่เขาจะไปนอนเขากลับไม่ยอมนอนซะงั้นทำให้คืนก่อนวันออกเดินทางเขาหลับเป็นตายจนกระทั่งขึ้นเครื่องซึ่งหลังจากขึ้นเครื่องเขาก็ไม่หลับเลยสักงีบเพราะนอนมาเต็มอิ่มก่อนขึ้นเครื่องแล้วนั่นเอง            และเมื่อฮิคาริผู้เป็นหัวหน้าให้หยุดงานอีกวันนึงพวกเขาทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับบ้านหรือกลับหอพักไปพักผ่อนตอนแรกดนัยว่าจะอาศัยขอยูมิกลับด้วยกันแต่ทว่ายูมินั้นไม่ได้กลับหอพักเพราะต้องไปที่ตระกูลของเธอจึงกลับคนละทางทำให้ดนัยต้องนั่งแท็กซี่กลับเองไม่นานดนัยก็มาถึงหอพักของเขา            แกร๊ก !! ปัง !! ดนัยเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเอากระเป๋าเดินไปวางไว้กลางห้องและเดินไปนอนลงที่เตียง            “ฟู่ว...ไปออสเตรเลียแค่สองสัปดาห์ยังกับไปมาเป็นเดือนเหนื่อยชะมัด” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาพลางนึกถึงประสบการณ์ที่ได้มาจากการไปเป็นบุคลากรชั่วคราวให้โรงพยาบาลที่ออสเตรเลีย            ในระหว่างที่ดนัยกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงนั้นเองหูของเขาก็ได้ยินเสียงของรถฉุกเฉิน            วี้หว่อ !! วี้หว่อ !! วี้หว่อ !! เสียงรถฉุกเฉินวิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆหอพักตอนแรกดนัยก็ยังไม่สนใจอะไรแต่ทว่าเสียงรถฉุกเฉินคันที่สองคันที่สามคันที่สี่และคันที่ห้าก็ดังมาติดๆทำให้ดนัยรีบลุกไปดูทันที            “เกิดอะไรขึ้นทำไมมีรถฉุกเฉินมาเยอะขนาดนี้ล่ะ !!’ ดนัยรีบวิ่งไปที่หน้าประตูและเปิดประตูห้องออกไปดูว่าที่โรงพยาบาลเกิดอะไรขึ้นกันแน่            ดนัยมองไปยังอาคารของแผนกฉุกเฉินก่อนจะเห็นว่ามีรถฉุกเฉินห้าคันจอดรออยู่ตรงนั้นพวกหมอจากแผนกฉุกเฉินต่างวิ่งกันวุ่นอยู่ท้ายรถไม่รอช้าดนัยรีบวิ่งเข้าห้องไปใส่รองเท้าและวิ่งไปขึ้นลิฟท์ลงไปข้างล่างทันที  ห้องฉุกเฉิน            “จากรถคันแรกนั่นพาไปที่ห้องเอ็กซ์เรย์เลยดูว่าตรงไหนหักแล้วรีบเข้าเฝือกส่วนคันที่สองนั่นเอาไปไว้ที่เตียงก่อน” หมอสุกิยามะประจำแผนกฉุกเฉินตะโกนสั่งเหล่านางพยาบาลตอนนี้คนไข้จากรถฉุกเฉินทั้งห้าคันนั้นได้ถูกย้ายมาที่ห้องฉุกเฉินหมดแล้วและหมอสุกิยามะเองก็กำลังจัดการคัดแยกอยู่ว่าคนไข้แต่ละคนจะต้องรักษาอย่างไร            “หมอสุกิยามะครับเกิดอะไรขึ้นทำไมแผนกฉุกเฉินถึงวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ !!” ดนัยวิ่งมาถึงก็มาหาหมอสุกิยามะทันที            “อ๊ะหมอดนัยกลับมาแล้วงั้นเหรอครับ !!” หมอสุกิยามะอุทานออกมาเพราะเขาได้ข่าวว่าทีมของแผนกศัลยกรรมไปผ่าตัดเคสมหาโหดอยู่ต่างประเทศไม่น่าจะได้กลับมาเร็วๆนี้            “ครับผมพึ่งกลับมาถึงเนี่ยแหละว่าแต่ทำไมถึงมีรถฉุกเฉินวิ่งเข้ามาเยอะขนาดนี้ล่ะโรงพยาบาลในเขตโตเกียวก็มีตั้งหลายโรงพยาบาลนะไหงมากระจุกอยู่ที่โรงพยาบาลเราหมดล่ะครับ” ดนัยสงสัย            “เพราะโรงพยาบาลอื่นในเขตโตเกียวทยอยพากันปิดตัวไปหมดแล้วน่ะสิครับเลยทำให้โรงพยาบาลเหลือน้อยลง” หมอสุกิยามะบอก            หือโรงพยาบาลอื่นทยอยพากันปิดตัวงั้นเหรอระหว่างที่เราไปผ่าตัดอยู่ต่างประเทศเกิดอะไรขึ้นในญี่ปุ่นเนี่ย !! ดนัยคิดในใจ            “หมอคะคนไข้จากรถคันที่สี่บอกว่าปวดไปทั้งตัวเลยค่ะเราจะเอายังไงดีคะ” พยาบาลประจำห้องฉุกเฉินคนหนึ่งรีบวิ่งมาบอกหมอสุกิยามะ            “ปวดทั้งตัวงั้นเหรอคนไข้คนนี้รู้สึกว่าจะถูกโต๊ะกระแทกมาระหว่างขนย้ายเฟอร์นิเจอร์นี่” หมอสุกิยามะพูดออกมาด้วยความแปลกใจเพราะคนไข้คนนี้จากประวัติที่รถฉุกเฉินบอกมาเขานั้นเป็นคนขนย้ายเฟอร์นิเจอร์และเกิดอุบัติเหตุระหว่างขนย้ายทำให้โต๊ะตัวหนึ่งหล่นลงเนินมากระแทกเข้าที่หน้าท้องจนรู้สึกเจ็บจุกจนลุกไม่ขึ้นจึงถูกส่งขึ้นรถฉุกเฉินมา            “ใช่ค่ะแต่ฉันว่ามันแปลกๆอยู่นะคะตอนก่อนหน้านี้คนไข้บอกว่าปวดที่ท้องแล้วพอผ่านไปไม่กี่นาทีก็บอกว่ามันย้ายมาปวดหลังจากนั้นก็ย้ายไปปวดที่หน้าอกอีกฉันไม่เข้าใจเลยค่ะว่าคนไข้ปวดตรงไหนกันแน่ก็เลยมาถามหมอสุกิยามะ” พยาบาลพูด            “ปวดทั้งตัวงั้นเหรอหรือว่าจะมีกระดูกหักถ้าอย่างนั้นพาไปเอ็กซ์เรย์” หมอสุกิยามะให้พาคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์ทันทีแต่ทว่าพอผลเอ็กซ์เรย์ออกมากลับไม่มีกระดูกส่วนไหนหักเลย            “บ้าน่ากระดูกก็ไม่มีส่วนไหนหักนี่นาทำไมถึงปวดไปทั้งตัวแบบนั้นล่ะ” หมอสุกิยามะอุทานออกมา            ตอนนั้นเองดนัยที่สังเกตอาการอยู่ตลอดก็รู้สึกเอะใจ            อาการปวดย้ายที่แบบนี้หรือว่าจะเป็น !! ดนัยเบิกตากว้างก่อนจะรีบตะโกนออกมา            “ต้องผ่าตัดคนไข้คนนี้ต้องผ่าตัดเปิดห้องผ่าตัดฉุกเฉินเร็วครัวหมอสุกิยามะ !!” ดนัยตะโกนบอกหมอสุกิยามะ            “ผ่าตัดฉุกเฉินเหรอครับแต่ว่าคนไข้แค่ถูกโต๊ะกระแทกมาเองนะครับบางทีที่ปวดอาจจะเป็นเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ...”            “ไม่ใช่ครับอาการปวดที่เคลื่อนที่ไปมาระหว่างหลังท้องและหน้าอกแบบนี้น่ะคืออาการของเส้นเลือดใหญ่หัวใจฉีกขาดครับ !!” ดนัยพูด            “บ้าน่าอาการนั้นมันแย่แล้วรีบเปิดห้องผ่าตัดเร็วเข้าแล้วก็ตามหมอยูคิมูระมาเร็วเข้า !!” หมอสุกิยามะอุทานออกมาเพราะเขารู้ว่าเส้นเลือดใหญ่ฉีกขาดอันตรายขนาดไหน            (ไรท์ : หมอยามาดะ ยูคิมูระ ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจ อ้างอิงจากตอนที่ 3)            “หมอยูคิมูระ ไม่ว่างค่ะกำลังติดผ่าตัดอยู่อีกสามชั่วโมงกว่าจะเสร็จ !!” พยาบาลที่โทรไปตามที่แผนกศัลยกรรมพูด            “บ้าจริงคนไข้รอนานขนาดนั้นไม่ไหวเอาไงดีเนี่ย” หมอสุกิยามะเครียดทันทีเมื่อรู้ว่าหมอยูคิมูระไม่ว่าง            “ถ้าอย่างนั้นผมผ่าตัดเองครับผมจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้แหละ” ดนัยพูดออกมา            “แต่ว่าหมอดนัยเป็นศัลยแพทย์ทั่วไปไม่ใช่เหรอครับ” หมอสุกิยามะอุทานออกมา            “ไม่ต้องห่วงครับผมทำได้” ดนัยพูดก่อนจะไปเปลี่ยนชุดทันที  ห้องผ่าตัด            “ขอเส้นเลือดเทียมครับ” ดนัยบอกพยาบาลที่ทำหน้าที่ส่งอุปกรณ์ให้เขา            “นี่ค่ะ” พยาบาลส่งถาดที่มีเส้นเลือดเทียมมาให้ดนัยจึงใช้คีมจับขึ้นมาและเอามาวางไว้ตรงเส้นเลือดที่ฉีกขาด            “หมอสุกิยามะช่วยจับเอาไว้ด้วยครับผมจะเย็บแล้ว” ดนัยบอกหมอสุกิยามะที่ทำหน้าที่ผู้ช่วย            “ครับ” หมอสุกิยามะพยักหน้าก่อนจะจัดการช่วยดนัยจับเส้นเลือดเทียมเอาไว้ให้            “ช่วยเช็คหัวใจเทียมเอาไว้ตลอดด้วยนะครับว่ามันยังทำหน้าที่ได้อยู่มั้ย” ดนัยหันไปบอกพยาบาลเพราะการผ่าตัดนี้จะต้องหยุดการทำงานของหัวใจของผู้ป่วยเสียก่อนถึงจะทำการผ่าตัดได้            “ค่ะ” พยาบาลพยักหน้า            หมอดนัยเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ยเขาสามารถผ่าตัดหัวใจได้ด้วยเหรอเนี่ย หมอสุกิยามะคิดในใจเพราะไม่ว่าจะเป็นกระบวนการต่อหัวใจเทียมหรือกระบวนการซ่อมแซมเส้นเลือดดนัยนั้นทำเองทั้งหมดเลย            “ว่าแต่หมอดนัยรู้ได้ยังไงครับว่าคนไข้มีอาการเส้นเลือดใหญ่หัวใจฉีกขาดน่ะ” หมอสุกิยามะสงสัยเพราะอาการนี้ถ้าไม่ใช่หมอเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอายุรกรรมล่ะก็คงไม่รู้หรอก            “เพราะตอนไปออสเตรเลียผมได้บังเอิญไปเป็นบุคลากรชั่วคราวที่แผนกอายุรกรรมน่ะสิครับที่นั่นมีเคสที่มีคนไข้ตกบันไดหลังกระแทกก็เลยนึกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังครับแต่ทว่าระหว่างที่กำลังรอหมอกระดูกอยู่นั่นเองจู่ๆอาการปวดที่หลังของคนไข้ก็ย้ายไปที่หน้าอกและก็ท้องครับตอนนั้นน่ะผมสับสนมากเลยไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนไข้เป็นอะไรแต่ทว่าชั่วพริบตานั้นหมอที่เป็นพี่เลี้ยงผมก็รีบโทรไปขอเปิดห้องผ่าตัดแล้วก็พาคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัดทันทีภายหลังผมจึงมาทราบว่าอาการแบบนี้เป็นอาการของเส้นเลือดใหญ่หัวใจฉีกขาดน่ะครับ” ดนัยพูดพลางนึกถึงหมอฟิลลิปส์            ถ้าตอนนั้นไม่ได้หมอฟิลลิปส์เราคงเอาแต่รอให้หมอจากแผนกกระดูกมาดูอาการให้ถ้าเป็นแบบนั้นอาการคนไข้อาจจะแย่ลงไปก่อนก็ได้ ดนัยคิดในใจ            “งั้นเหรอครับว่าแต่โชคดีจริงๆเลยนะครับที่หมอดนัยกลับมาแล้วไม่อย่างนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะรักษาชีวิตคนไข้คนนี้เอาไว้ได้มั้ยเพราะหมอยูคิมูระเป็นหมอเพียงคนเดียวในโรงพยาบาลที่สามารถผ่าตัดหัวใจได้ถ้าให้รออีกสามชั่วโมงไม่รู้คนไข้จะทนได้ถึงตอนนั้นมั้ย” หมอสุกิยามะพูด            อ๊ะจริงด้วยถ้าเราไม่บังเอิญกลับมาวันนี้แล้วตัดสินใจมาดูที่ห้องฉุกเฉินหลังจากได้ยินเสียงรถฉุกเฉินล่ะก็คนไข้คนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะหมอแผนกฉุกเฉินเองก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะไม่ได้เชี่ยวชาญในด้านศัลยกรรมแถมการวินิจฉัยโรคนั่นอีกหมอแผนกฉุกเฉินไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าหมอจากแผนกอายุรกรรมถ้าเราไม่บังเอิญมาอยู่นี่แล้วบังเอิญรู้ว่าคนไข้เป็นอะไรมีหวังกว่าหมอจากแผนกศัลยกรรมจะหาคำตอบได้คนไข้คนนี้คงไม่แคล้วเสียชีวิตไปก่อนแน่เลยถ้ามีวิธีฝึกให้หมอสามารถเชี่ยวชาญได้ในทุกแขนงก็ดีสิ ดนัยคิดในใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั้นกำลังถูกฮิคาริฝึกให้เชี่ยวชาญในทุกแขนงอยู่  จบ...