นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 164 ข้อมูลที่แลกมาด้วยชีวิต

        ตอนที่ 164 ข้อมูลที่แลกมาด้วยชีวิต

         

         

        สัปดาห์หนึ่งผันผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากมื้อค่ำที่บ้านของเพชฌฆาต ไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นมากมายเป็นพิเศษนอกเหนือจากการที่นิทานทำงานระหว่างวันและฝึกซ้อมการใช้พลังต่าง ๆ ในยามค่ำคืน

         

        ระหว่างนี้เขาศึกษาข้อมูลเรื่องสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมที่ไพลินส่งมาให้ แม้หน่วยกล้าตายจะหาข้อมูลมาได้แค่สำหรับพื้นที่ส่วนกลาง หากปริมาณข้อมูลเพียงแค่นั้นก็มีมากมายมหาศาลแล้ว

         

        นอกจากพื้นที่ของสุสานที่ถูกออกแบบมาให้เป็นวงกตอย่างชัดเจนแล้วยังมีสัตว์อสูรข้ามสายพันธุ์มากมายที่พวกเขาได้พบเจอ ความสามารถของพวกมันถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน นี่คือส่วนที่ลำบากที่สุด สัตว์อสูรข้ามสายพันธุ์เหล่านี้เกิดจากการผสมพันธุ์สัตว์อสูรหลากหลายชนิด พลังแต่กำเนิดของพวกมันจึงมีหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง และนี่ยังไม่นับรวมกับคำแห่งพลังของพวกมันเอง

         

        อย่างแมงป่องเมฆาม่วงที่นิทานเคยต่อกรด้วยก็สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ใช่ผลของคำแห่งพลัง

         

        ข่าวร้ายที่เขาได้รับจากข้อมูลเหล่านี้ก็คือ อัตราการมีอยู่ของสัตว์อสูรระดับนักสลักค่อนข้างสูงทีเดียว สัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้จะมีมากก็ไม่แปลก พวกมันหลายตัวอยู่มานานหลายสิบปี จะค้นพบคำแห่งพลังและสัญชาตญาณชักนำให้ทำพิธีสลักคำก็เป็นเรื่องปกติ ที่น่าตกใจคือพวกมันหลายตัวสามารถเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้ได้เสียมากกว่า

         

        การสร้างสัตว์อสูรพันธุ์ผสมนั้นก่อให้เกิดข้อเสียที่ชัดเจนอย่างระดับสติปัญญาลดต่ำลง ส่งผลให้ความยากของการเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้นั้นสูงขึ้นจนยากยิ่งกว่าสัตว์อสูรทั่วไปมาก หากพันธุ์ผสมในสุสานนั้นกลับสามารถเรียนรู้คำได้มากมาย เพราะเหตุนี้จึงทำให้อารากะคาดหวังกับความรู้ของขุนนางพันธุ์ผสมมากยิ่งขึ้นไปอีก

         

        บริเวณส่วนนอกที่หน่วยกล้าตายส่วนใหญ่สำรวจได้คือเขาวงกตขนาดมหึมา สัตว์อสูรส่วนใหญ่เป็นเพียงระดับผู้เรียนรู้ หากสัตว์อสูรระดับนักสลักเอกก็สามารถพบเห็นได้ทั่วไปเช่นกัน หน่วยกล้าตายส่วนมากเพียงสำรวจได้ถึงระดับนี้แล้วจึงถอนตัวหรือเสียชีวิต

         

        หน่วยหลัง ๆ จึงคัดแต่ผู้เรียนรู้ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษและนักสลักเอกเท่านั้น พวกเขาเหล่านี้ผ่านการคัดเลือกโดยกลุ่มการค้าอิสึกะ พวกเขาจึงมีข้อมูลของสุสานและรู้ระดับความอันตรายก่อนบุกเข้าไป ต่างจากชุดก่อนหน้าที่เป็นเหมือนหนูทดลองเข้าไปแสวงโชค กลุ่มการค้าอิสึกะต้องการข้อมูลที่มีประโยชน์เพิ่มจึงลงทุนในส่วนนี้

         

        หากมีครั้งหนึ่งที่มีกลุ่มหนึ่งสามารถทะลวงเข้าไปได้ถึงส่วนลึกของเขาวงกต หน่วยกล้าตายนั้นมีระดับนักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 2 คำอยู่หลายคน พวกเขาจึงมีพลังต่อสู้สูงเป็นพิเศษ พวกเขากล่าวว่าส่วนลึกของเขาวงกตสามารถพบเจอสัตว์อสูรระดับนักสลักโทได้ง่ายมาก และระดับนักสลักเอกนั้นมีมากมายเต็มไปหมด

         

        พวกเขาตัดสินใจถอนตัวเนื่องจากพวกเขาไม่อาจต่อกรกับระดับนักสลักโทมากมายเช่นนั้นได้ หากก่อนถอนตัวพวกเขาก็รายงานว่าเขาพบเส้นทางไปยังทางออกของเขาวงกตในส่วนที่ลึกที่สุดแล้ว และนั่นสมควรเป็นส่วนกลางของสุสานนี้ และข้อมูลเรื่องของระดับนักสลักโทจำนวนมากนี้เองที่ทำให้กลุ่มการค้าอิสึกะมั่นใจว่ามีสัตว์อสูรระดับอริยะมากกว่าหนึ่งตัวแน่นอน

         

        กลุ่มการค้าอิสึกะเมื่อได้รับทราบว่าเพียงก่อนเข้าถึงส่วนกลางก็พบสัตว์อสูรระดับนักสลักโทแล้วก็แทบจะถอดใจทันที หมายความว่าส่วนกลางและส่วนลึกย่อมมีระดับอริยะอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่อะไรที่จะหวังให้นักสลักเอกทั่ว ๆ ไปฝ่าไปได้เลย

         

        พวกเขาไม่ได้แบ่งปันข้อมูลกับหน่วยกล้าตายของขุมกำลังอื่นที่ได้รับสิทธิ์สำรวจเหมือนกัน แต่ละขุมกำลังย่อมต้องการเก็บสมบัติของผู้แสวงวิถีไว้เองจึงไม่ได้มีการร่วมมือใด ๆ แต่ละฝ่ายต่างก็เข้าสำรวจวงกตด้วยทางเข้าที่แตกต่างกันจากถ้ำในภูเขา

         

        แม้จะมีหน่วยกล้าตายจากหลายขุมอำนาจแต่กลุ่มการค้าอิสึกะมั่นใจว่าพวกเขาเข้าไปได้ลึกที่สุด เหตุผลก็มาจากการที่พวกเขาทุ่มเทมากที่สุด สมบัติของผู้แสวงวิถีไม่ได้ดึงดูดใจขุมกำลังใหญ่มากมายถึงเพียงนั้นพวกเขาจึงสำรวจอย่างขอไปที มีเพียงกลุ่มการค้าอิสึกะที่ต้องการข้อมูล การผสมข้ามสายพันธุ์จึงได้พยายามมากเป็นพิเศษ

         

        แม้จะเป็นเช่นนั้นหากพวกเขาก็ไม่เห็นโอกาสเข้าไปเอาข้อมูลชุดนั้นได้เลยแม้แต่น้อย สัตว์อสูรระดับอริยะหลายตัวเป็นอุปสรรคที่ยากเกินไปสำหรับกลุ่มนักสลักเอก จนกระทั่งนิทานปรากฏตัว

         

        นิทานสามารถสังหารระดับนักสลักโทได้ตั้งแต่ยังเป็นเพียงผู้เรียนรู้ แถมยังรับการโจมตีของอริยะได้ หากเขาขึ้นเป็นนักสลักเอกเขาสมควรรับมือกับสัตว์อสูรระดับอริยะได้ไหวหากได้รับการสนับสนุนอย่างดี

         

        และเพราะเหตุนี้กลุ่มการค้าอิสึกะจึงได้ส่งหน่วยกล้าตายชุดล่าสุดไปเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มรอวันที่นิทานจะขึ้นเป็นนักสลักเอก หากใครจะทราบว่านิทานสามารถเลื่อนระดับได้เสียก่อนที่หน่วยกล้าตายชุดล่าสุดจะสำเร็จภารกิจเสียอีก

         

        หน่วยกล้าตายชุดล่าสุดนี้ประกอบด้วยนักสลักเอกทั้งหมด เป็นคณะใหญ่เกือบ 10 คน แม้แทบทั้งหมดจะเป็นเพียงผู้เรียนรู้ 1 คำ มาก่อนก็ตาม และด้วยการนำของนักสลักเอกคนหนึ่งในที่นั้นพวกเขาจึงสามารถตามร่องรอยข้อมูลเก่าได้อย่างง่ายดาย

         

        หากยิ่งเข้าลึกเท่าใดก็ยิ่งพบเจอสัตว์อสูรระดับนักสลักโทมากเท่านั้น หากเพราะคำสั่งและความต้องการของเหล่านักผจญภัยพนันชีวิตเหล่านี้คือการเข้าให้ถึงส่วนกลาง พวกเขาจึงกัดฟันมุ่งหน้าต่อ ต่อสู้พลางหลบหนีพลาง

         

        แม้จะเสียนักสลักเอกไปกว่าครึ่ง หากในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงส่วนกลางของสุสานได้ในที่สุด หลังจากผ่านเขาวงกตบริเวณนอกมาได้ ณ ทางออกคือบันไดลาดลงลึกหลายร้อยเมตร นี่คือจุดที่หน่วยกล้าตายก่อนหน้ามาถึง พวกเขาก้าวลงไปสำรวจและจึงได้พบกับส่วนกลางที่พวกเขาตั้งเป้าไว้

         

        ภาพที่พวกเขาพบทำให้คนทั้งหมดที่เหลือถอนตัวในทันที เป็นการยอมแพ้เพราะความสิ้นหวังและไม่เห็นโอกาสใด ๆ

         

        ใต้บันไดยาวหลายร้อยเมตรคือป่าใต้ดิน เป็นป่าขนาดยักษ์ที่เติบโตขึ้นใต้ดิน เรืองแสงได้ด้วยศิลาเรืองแสงจำนวนน้อยและดวงตาของสัตว์อสูรบางตัวเท่านั้น ต่างจากเขาวงกตข้างบนที่เพียงอยู่ในภูเขา พวกเขาสามารถจุดไฟส่องทางได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีอันตรายเช่นกันแต่เขาวงกตส่วนบนเป็นพื้นที่ราบที่เห็นหน้าหลังชัดเจน ทางก็กว้างต่อสู้ได้ง่าย ไม่ต้องระวังเรื่องการลอบโจมตีมากนัก เพียงตรวจสอบกับดักระหว่างทางให้ละเอียดก็เกินพอ

         

        แต่ในป่าใต้พิภพนี้พวกเขาไม่สามารถสบายใจได้เช่นนั้น รอบตัวคือป่าและสัตว์อสูรมากมายที่พร้อมเข้าโจมตีพวกเขา การเดินทางยากลำบาก เส้นทางที่ไม่เห็นทางไปจากความรกของพงไพร สัตว์อสูรมากมายอันแข็งแกร่งและพื้นที่กว้างใหญ่ทำให้ทั้งหมดถอดใจถอนตัวกลับทันที พวกเขาเพียงพบเห็นว่าส่วนกลางเป็นอย่างไรเท่านั้น

         

        ข้อมูลสมควรจบเท่านี้ หากกลับมีเพิ่มมาอีกส่วนหนึ่ง หนึ่งในกลุ่มขุดค้นนั้นเป็นนักสลักเอกที่มาจากผู้เรียนรู้ 3 คำ เธอเป็นนักผจญภัยระดับบุษราคัมที่มีประสบการณ์มาก รับหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มและคนตรวจจับเส้นทาง เพราะคำแห่งพลังสายตรวจจับของเธอและประสบการณ์ในฐานะนักผจญภัยนี้เองที่ทำให้หน่วยกล้าตายชุดนี้มาได้ถึงขนาดนี้

         

        เธอตัดสินใจไปต่อด้วยตัวคนเดียว จากที่สืบมา น้องชายของเธอกำลังป่วยหนักและต้องการเงินจำนวนมาก วัตถุดิบจากสัตว์อสูรพันธุ์ผสมจำนวนมากระหว่างทางแม้จะมีมูลค่าสูงมากแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ เธอจึงตัดสินใจกัดฟันเดินหน้าต่อด้วยตัวคนเดียวเพื่อต้องการนำข้อมูลไปแลกรับเงินไกอาเพิ่ม

         

        น่าเสียดายที่เธอไม่อาจกลับออกมา การติดต่อสุดท้ายจึงมาจากวัตถุเสริมอาคมระดับผู้เรียนรู้ที่ส่งผ่านข้อมูลได้ กลุ่มการค้าอิสึกะจึงได้รับรู้ว่าในป่านั้นมีสัตว์อสูรระดับอริยะอยู่จริง และนั่นสมควรเป็นเหตุผลที่เธอไม่อาจกลับออกมาพร้อมกับคนที่เหลือรอด

         

        ขณะนี้สิ่งที่กลุ่มการค้าอิสึกะกำลังรอก่อนที่จะส่งพวกนิทานเข้าไปคือคนที่เหลือรอดจากหน่วยกล้าตายชุดนี้เอง แม้พวกเขาจะตัดสินใจถอยกลับหากก็ต้องย้อนทวนทางเดิม กินเวลาระดับหนึ่ง นักผจญภัยระดับบุษราคัมผู้นั้นเธอเสียชีวิตก่อนที่คนอื่นจะกลับมาถึง ข้อมูลจากทางเธอจึงมาถึงก่อน 

         

        แม้ข้อมูลจะยังไม่ครบสมบูรณ์แต่ก็มากพอแล้วที่จะทำให้กลุ่มการค้าอิสึกะรับรู้ว่ากลุ่มขุดค้นชุดหลักของตนควรอยู่ในระดับใด กลุ่มขุดค้นชุดนี้จึงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ไม่ว่าคนใดในกลุ่มขุดค้นชุดนี้ก็สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับนักสลักโทได้ด้วยตนเอง แม้โฮโจอาจจะลำบากแต่หากได้รับการร่วมมือจากกลุ่มเขาสมควรทำได้เช่นกัน

         

        เลโอและอิซึมิคือนักสลักเอกจากผู้เรียนรู้ 3 คำ ชำนาญการต่อสู้และประสบการณ์มากมาย พวกเขาไม่มีปัญหาใด ๆ หากจะให้สู้กับสัตว์อสูรระดับนักสลักโท แม้จะไม่สามารถชนะได้ง่ายดายเหมือนนิทานแต่ก็สามารถชนะได้โดยไม่บาดเจ็บหนักหรือต้องเอาชีวิตเข้าแลก

         

        เพชฌฆาตเมื่อเข้าสุสานแล้วจะถูกจำกัดพลังอยู่เพียงผู้เรียนรู้ แต่นิทานได้ต่อสู้กับเขาด้วยตนเองมาแล้ว หมอนั่นเป็นประเภทเสริมพลังเช่นเดียวกันกับเขา นิทานมั่นใจว่าถึงจะเหลือระดับเพียงผู้เรียนรู้เขาก็คงไม่อ่อนแอกว่าเลโอหรืออิซึมิหลังจากเสริมพลัง อาจจะเหนือกว่าเพราะสัญชาตญาณการต่อสู้ด้วยซ้ำ

         

        เมื่อรวมกับนิทานแล้ว ต่อให้สัตว์อสูรระดับนักสลักโทมาพร้อมกันหลายตัวพวกเขาก็สามารถรับมือได้ ถึงเจอกับระดับอริยะก็มีโอกาสไม่น้อยเลยที่จะชนะ เป็นกลุ่มขุดค้นที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเป้าหมายในการสำรวจให้ลึกที่สุด

         

        นี่คือจุดที่ดีที่สุด กลุ่มการค้าอิสึกะไม่ตระหนี่เรื่องสมบัติช่วยชีวิตแม้แต่น้อย พวกเขาได้รับไข่มุกอินทนิลสำหรับการหลบหนี พวกเขาเพียงต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อเข้าสำรวจให้ลึกที่สุดเท่านั้น หากอันตรายเกินไปก็ถอยกลับมารับการเตรียมตัวเพิ่ม

         

        พวกเขาจะสำรวจเช่นนี้ซ้ำ ๆ ไปจนกว่าจะเจอเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดที่จะไปเอาข้อมูลชุดนั้นในส่วนลึก กลุ่มการค้าอิสึกะไม่มีคำว่าเสียดายสมบัติถ้าแลกกับการที่พวกเขาจะได้พัฒนาสายพันธุ์ปลาคาร์ปผนึกอักษร

         

        นิทานอ่านจดจำข้อมูลเหล่านี้จนขึ้นใจ เขาถอนหายใจเมื่ออ่านถึงเรื่องของนักผจญภัยระดับบุษราคัมคนนั้น เธอเอาชีวิตไปแลกเพื่อให้น้องชายได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ยังดีที่ตามข้อตกลงแล้วกลุ่มการค้าอิสึกะจะรักษาน้องของเธอจนหายดี ข้อมูลที่เธอแลกมาด้วยชีวิตนั้นเพียงพอ

         

        วันนี้เขาไม่คิดจะซ้อมใช้พลัง เขาเหนื่อยแล้ว จึงตัดสินใจเดินเล่นกับคีตาในเมือง ร่มปกปักหทัยถูกกางออกพาดไหล่ ปล่อยความเย็นสู้กับอากาศอบอ้าวในยามเย็นของนครรัตนะ บรรยากาศอบอุ่นของตลาดกลางเมืองทำให้เขายิ้มออก เขานั่งดูประชาชนหลากเผ่าพันธุ์ที่จับจ่ายใช้สอย เด็กมากมายวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน คู่รักที่เดินจับมือกัน

         

        ใกล้ถึงวันเกิดของเขาเต็มทีแล้ว อีกราว ๆ อาทิตย์เดียวเท่านั้น ในขณะที่นิทานคิดว่าเขาคงได้ฉลองวันเกิดของตนก่อนบุกเข้าสุสานของขุนนางพันธุ์ผสม ข่าวที่พวกเขาเฝ้ารอก็มาถึงเสียก่อน ศิลาส่งผ่านของเขาเรืองแสงขึ้น

         

        ข้อความจากผู้พันลาลันตาระบุว่านิทานได้รับการยกเว้นงานระยะหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีอีกข้อความจากอารากะเองที่ติดต่อมา

         

        ‘หน่วยกล้าตายหน่วยล่าสุดเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ให้มารวมตัวกันที่เรือนของตระกูลอิสึกะในวันรุ่งขึ้น’

         

        นิทานฟังสัญญาณเสียงนั้นอย่างนิ่งเฉย เขาไม่ได้พูดอะไร ร่มปกปักหทัยถูกหุบลง เขาใช้ร่มปกปักหทัยต่างไม้เท้า เดินไปซื้อหมูปิ้งของลุงคนหนึ่งที่เขาชอบแวะซื้อกิน ไม้หนึ่งให้เขาเอง อีกสามไม้ให้คีตา

         

        “ได้เวลาเข้าป่ากันแล้วคีตา”


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน