ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 130 ต้นอินกุ่ย


            มู่อวิ๋นจิ่นมองดูแล้ววิชาของนักสังหารเชียนเย่ยากที่จะหาจุดทำลายลงได้

            นางจึงเหลือบมองไปที่ฉู่ลี่เห็นเขาสีหน้าเรียบนิ่ง มองดูสถานการณ์อย่างแน่นิ่งไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา

            มู่อวิ๋นจิ่นสร้างเรื่องสร้างราวขึ้นแล้ว

            พอมองย้อนกลับไปไม่เห็นองครักษ์ลับชุดม่วงติดตามมา เห็นทีคงมีบางอย่างเกิดขึ้นเป็นแน่

            สายตาของมู่อวิ๋นจิ่นกำแส้หางหงส์ตวัดไปทางช่องที่น่าจะหนีเอาตัวรอดไปได้

            ทว่ายังไม่ทันที่จะทะลุช่องออกไปกลับมีดาบพุ่งมาสกัดกั้น มู่อวิ๋นจิ่นหลบหลีกได้ทัน แต่ดาบนั้นเฉือนโดนชายกระโปรงของนางจนขาด

            พอยืนตั้งตัวได้ด้านข้างกลับมีเข็มพุ่งเข้ามาโจมตี ทำให้นางต้องลอยขึ้นหมุนตัวหลบ

            จากนั้นตามมาด้วยดาบที่ลอยจากทั่วทุกทิศหมายสังหารมู่อวิ๋นจิ่นเมื่อเป็นเช่นนั้นมู่อวิ๋นจิ่นเองก็เกิดอารมณ์อยากจะฆ่าคนอยขึ้นมาบ้าง

            “พวกเจ้าทั้งสี่ แบ่งเป็นซ้ายขวาบนล่าง มุมซ้ายบนควบคุมดาบมุมขวาล่างควบคุมเข็มงั้นสินะ” ฉู่ลี่เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบมองตามที่ฉู่ลี่อ่านการโจมตีพบว่าเป็นเช่นนั้นจริง นางจึงส่งสายตาแทนการชื่นชม

            ต่อจากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นที่สังเกตการเคลื่อนไหวของทั้งสี่คน จึงคว้ากริชมากำในมือก่อนจะเชือดคนที่ควบคุมดาบ เลือดแดงสดสาดพุ่งเปื้อนหน้ามู่อวิ๋นจิ่นเป็นแนวยาว

            กริชที่ฟันเข้าอย่างสุดแรงทำให้นักสังหารสิ้นลมลงบนพื้นในพริบตา

            ค่ายกลคนทั้งสี่ที่ใช้โจมตีมู่อวิ๋นจิ่นและฉู่ลี่ได้สิ้นใจไปแล้วหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถใช้แผนการนี้ต่อได้อีกทั้งสามหันมองมาด้วยความเข้าใจ และเปลี่ยนเป็นใช้วิธีการต่อสู้แบบซึ่งหน้าแล้ว

            ฉู่ชิงเฉียงเกิดหวาดหวั่นจนผงะถอยหลังที่เห็นเหตุการณ์เปลี่ยนไปนางจับจ้องไปที่ฉู่ลี่ที่ยืนข้างมู่อวิ๋นจิ่นโดยมิขยับเขยื้อน

            เมื่อฉู่ชิงเฉียงเห็นว่าฉู่ลี่ไม่ได้ให้ความสนใจและไม่ได้จับจ้องมาที่นางนางจึงรีบสาวเท้าใช้วิชาตัวเบาเหาะออกป่าไผ่ไป

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นฉู่ชิงเฉียงเตรียมหนีจิตใจจึงร้อนรน กำแส้หางหงส์โดยใช้พลังลมปราณผสานกับกระบวนท่าในคัมภีร์เฉวียนหลิงที่ปรากฏขึ้นในหัว

            นางเหล่มองฉู่ลี่ที่อยู่ด้านข้างคิดในใจว่าเขาคงมองไม่เห็นสิ่งที่นางทำ

            นางกัดริมฝีปากแน่นตวัดแส้ที่ผสานพลังลมปราณ ทำให้ต้นไผ่ลอยกระเด็นขึ้นไปทั่วพลังวิเศษนั้นดึงดูดนักสังหารทั้งสามคนให้มาสนใจนาง

            มู่อวิ๋นจิ่นถอยหลังพิงต้นไผ่เพื่อเพิ่มพลังลมปราณเข้าไปอีกครั้ง

            มือซ้ายใช้วิชาจากคัมภีร์เฉวียนหลิงควบคุมจากเคลื่อนไหวของทั้งสามคนส่วนมือขวาควบคุมไผ่รอบข้างทั้งหมด มู่อวิ๋นจิ่นแสยะยิ้มตวัดให้นิ้วซ้ายขวาเข้าปะทะกัน

            “ฟิ้ว…”

            “โอ๊ย…”

            ใบไผ่ทะลุทรวงอกของคนทั้งสามจนสิ้นใจล้มพับลงกับพื้นทันที

            เมื่อกำจัดนักสังหารทั้งสี่จนหมดมู่อวิ๋นจิ่นควักผ้าเช็ดหน้าออกมาขึ้นมาเช็ดมือแล้วหันกลับไปตบไหล่ของฉู่ลี่ด้วยความดีใจ “จัดการเรียบร้อยหมดแล้วพวกเรากลับกันได้หรือยัง?”

            ฉู่ลี่ยืนนิ่งหยิบหยกประจำตัวออกมาจากแขนเสื้อแสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วทั้งป่าไผ่

            มู่อวิ๋นจิ่นจึงเห็นบรรยากาศรอบตัวถึงกับผงะ

            ฉู่ลี่มองดูคนชุดดำเหล่านั้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนหันมองมู่อวิ๋นจิ่นอย่างมีคำถาม

            มู่อวิ๋นจิ่นสบตากับฉู่ลี่ถึงกับรีบก้มหน้า “เรื่องนั้น ข้าไม่ใช่…”

            “ระวังหน่อย!”

            จู่ ๆนักสังหารชุดดำพยายามตะเกียกตะกาย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดจ้องมองไปที่ฉู่ลี่

            คนชุดดำทะยานตัวพุ่งเข้าใส่ฉู่ลี่พร้อมกับดาบในมือที่จะใช้ฟันแขนของเขา ทว่ามู่อวิ๋นจิ่นกลับเข้ามาบังไว้ฉู่ลี่รีบเข้าไปถีบคนชุดดำกระเด็นไปอีกทาง

            “มู่อวิ๋นจิ่น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉู่ลี่ประคองมู่อวิ๋นจิ่นที่เลือดไหลอาบไม่หยุดแววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

            มู่อวิ๋นจิ่นมองเลือดดำที่ไหลออกมาไม่หยุดจากตัวนางจนสลบไสลล้มพับไป

            ฉู่ลี่จึงโอบอุ้มนางขึ้นพยายามฝืนกลั้นอารมณ์ไม่ให้รู้สึกเสียใจ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาเหาะออกจากป่าไผ่ไป

            สตรีผู้นี้เสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ? ถึงกล้าหาญชาญชัยเข้ามารับดาบแทนเขา

            สีหน้าฉู่ลี่พลันซีดขาวลงภายในใจของเขาพยายามกดเก็บความรู้สึกที่มีต่อนางแต่ดูเหมือนจะยับยั้งไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นเปิ่นหวงจื่อจะไม่ยอมให้เจ้าเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน!

            …

            ในระหว่างที่รุ่งอรุณของวันใหม่ใกล้จะมาถึงบรรยากาศภายในจวนองค์ชายหก กลับเต็มไปด้วยความอึมครึม

            ภายในเรือนลี่เฉวียนในห้องของมู่อวิ๋นจิ่น

            มีหมอหญิงท่านหนึ่งกำลังตรวจดูบาดแผลที่แขนของมู่อวิ๋นจิ่นด้วยความตระหนกตกใจ นางจึงหลับตาลงชั่วขณะ

            หลังจากที่หมอหญิงห้ามเลือดและซับกลิ่นคาวเลือดจนหมดนางก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

            ตลอดการรักษาฉู่ลี่ยืนอยู่ข้างเตียงมู่อวิ๋นจิ่นไม่ยอมไปไหน เมื่อเห็นสีหน้าของนางค่อย ๆซีดและคล้ำลง เขาถึงขั้นตะคอกใส่หมอหญิงขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “สรุปแล้วมันเป็นพิษอะไรกันแน่?”

            หมอหญิงสะดุ้งโหยงก่อนตอบด้วยความลนลาน “เป็นพิษลับเฉพาะของอาณาจักรตงหลินที่มาจากต้นอินกุ่ย”

            หลังจากสิ้นเสียงหมอหญิงแล้วนั้นทุกคนในห้องต่างพากันตะลึงงันในคำตอบที่ได้ยิน

            “ต้นอินกุ่ย? ตามคำบอกเล่าพิษของมันจะแทรกซึมเข้าไปทำลายไขกระดูกของคนที่ถูกพิษของมันหรือไม่?” ติงเสี่ยนหันไปถามหมอหญิงเพื่อความแน่ชัด

            หมอหญิงพยักหน้าแทนคำตอบ

            “องค์ชาย ทางองค์หญิงห้า ฉู่ชิงเฉียงจะมียาถอนพิษหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”ติงเสี่ยนหันไปตามฉู่ลี่อย่างคนเสียสติ

            ฉู่ลี่มิได้ตอบกลับทว่าเดินไปที่ข้างกำแพง ก่อนจะหมุนปุ่มกลไกลับให้ประตูที่ซ่อนไว้เปิดออก

            ติงเสี่ยนมองการกระทำนั้นของฉู่ลี่ด้วยความประหลาดใจ

            ไม่นานนักฉู่ลี่ถือกล่องไม้ออกมาวางไว้หัวเตียง ก่อนค่อย ๆเปิดออกให้เห็นเม็ดยาที่ใสราวกับลูกแก้วเม็ดหนึ่ง

            “องค์ชาย นี่คือ…” ติงเซี่ยนเอ่ยถามพร้อมหันมองมู่อวิ๋นจิ่นที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง

            หรือว่าจะใช้ยาล้ำค่าที่สุดนี้เพื่อต่อชีวิตพระชายา?

            หมอหญิงที่ติดตามรับใช้ฉู่ลี่มาตลอดหลายปีย่อมรู้ว่ายานี้คือยาอะไร จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างหวั่นใจ “องค์ชาย ยาเม็ดนี้ราคามหาศาล อีกอย่างในใต้หล้ายังมีเพียงเม็ดเดียวเอาเป็นว่าพวกเราลองหาวิธีอื่นเพื่อถอนพิษจากต้นอินกุ่ยก่อนดีหรือไม่เพคะ?”

            “ไสหัวไปกันให้หมด” ฉู่ลี่ในเวลานี้ดวงตาลุกเป็นไฟราวกับจะพวยพุ่งออกมา

            เขาหยิบยาเม็ดนั้นหมายยัดใส่ปากมู่อวิ๋นจิ่น ทว่ายังไม่ทันได้ให้นางทานกลับได้ยินเสียงไอของนางดังขึ้นหลายครั้ง

            “มู่อวิ๋นจิ่น…” ฉู่ลี่ถามเสียงต่ำจับจ้องไปที่ใบหน้าของนางอย่างไม่ละเว้น

            มู่อวิ๋นจิ่นได้สติขึ้นจากบาดแผลที่เจ็บปวดในภวังค์แห่งความฝันนั้น นางสัมผัสได้ถึงมดหลายพันชีวิตกำลังกัดกินร่างของนางจนนางมีความคิดอยากตัดแขนยุติความทรมานนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป

            “ปวดเหลือเกิน…” มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความทรมานจากบาดแผลและพิษที่แทรกซึมเข้าร่างกายนาง นี่คงเป็นความรู้สึกที่เรียกว่า “ตายทั้งเป็น”

            ฉู่ลี่ได้ฟังเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมานจนน้ำเสียงแหบแห้งของมู่อวิ๋นจิ่นเขาจึงรีบเข้าไปประคองตัวนางขึ้นและซับเหงื่อที่แตกพล่าน

            “ทานยาเม็ดนี้ซะ!” ฉู่ลี่ยัดยาเข้าปากมู่อวิ๋นจิ่นอย่างเบามือ

            ยังไม่ทันที่จะยัดเข้าปากมู่อวิ๋นจิ่นได้สลบไสลไปอีกครั้งหนึ่ง

            ด้านติงเสี่ยนและหมอหญิงที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งองค์ชายของพวกเขาคงจะรักคุณหนูสามสกุลมู่ขึ้นมาแล้วจริง ๆ

            ไม่อย่างนั้นย่อมไม่มีทางใช้ยาเม็ดนี้เพื่อต่อชีวิตให้มู่อวิ๋นจิ่น

            ดูท่าแล้วคุณหนูสามสกุลมู่ผู้นี้อาจเป็นอุปสรรคสำคัญคอยขัดขวางเส้นทางแห่งความสำเร็จขององค์ชายเป็นแน่

            ฉู่ลี่มองมู่อวิ๋นจิ่นที่สลบไสลไปก่อนจะใช้มือบีบปากยัดยาเม็ดนั้นใส่เข้าไปข้างใน

            เมื่อยาเม็ดนั้นเข้าสู่ร่างกายของมู่อวิ๋นจิ่นแล้วฉู่ลี่จึงค่อย ๆ วางนางลงดังเดิม

            หมอหญิงและติงเสี่ยนหันสบตากันแล้วส่งยิ้มให้กันโดยมิได้นัดหมาย “ยาวิเศษเม็ดบัวเมื่อเข้าสู่ร่างกายของพระชายาย่อมปลอดภัย เรื่องนี้องค์ชายวางใจได้พ่ะย่ะค่ะ”

            “พวกเจ้าออกไปก่อน” ฉู่ลี่สั่งด้วยเสียงดุดัน

            หมอหญิงและติงเสี่ยนต่างตกตะลึงทั้งสองรีบเร่งถอยหลังออกออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

            …

            หลังจากสองคนนั้นเดินออกไปแล้วฉู่ลี่นั่งลงข้างเตียงสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของมู่อวิ๋นจิ่นตลอดเวลา

            ภาพที่นางเข้ามารับดาบแทนเขาอย่างไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยยังตราตรึงติดอยู่ในมโนภาพความจำของเขาไม่จางหายฉู่ลี่เอื้อมมือไปลูบแก้มของมู่อวิ๋นจิ่นอย่างห่วงใย

            หลังจากนั้นไม่นานมู่อวิ๋นจิ่นที่นอนราบอยู่บนเตียง เริ่มไอเป็นเลือดสีดำออกมาไม่หยุดจนเปื้อนไปทั่วหมอน

            ในขณะเดียวกันเลือดที่แขนของมู่อวิ๋นจิ่นเริ่มไหลต่อไม่หยุดทำให้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มห้อง

            มู่อวิ๋นจิ่นรับรู้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามากลิ่นเลือดในทรวงอกตีขึ้นมาบนลำคอ ทำให้นางกระอักเลือดอย่างยากลำบาก แผลที่แขนทวีความรุนแรงจนไม่อาจทนต่อความทรมานได้อีกต่อไป

            “ข้าจะต้อง… จับฉู่ชิงเฉียงมาฆ่าด้วยมือ!!!” มู่อวิ๋นจิ่นพึมพำขึ้นมาต่อด้วยไอเป็นเลือดสีดำครั้งสุดท้าย แล้วสติสัมปชัญญะของนางค่อย ๆเลือนรางลงพร้อมกับความทรมานไปทั้งตัว

            ฉู่ลี่เห็นมู่อวิ๋นจิ่นหยุดไอเป็นเลือดแล้วถึงจะสังเกตเห็นว่าเตียงสกปรกจนดูแทบไม่ได้เขาจึงก้มตัวลงไปโอบอุ้มมู่อวิ๋นจิ่นไปที่ห้องของเขาแทน

            หมอหญิงและติงเสี่ยนเห็นร่างของมู่อวิ๋นจิ่นที่เต็มไปด้วยเลือดสีดำต่างพากันสะดุ้งโหยง ก่อนรีบเดินตามฉู่ลี่ไป

            ภายในห้องของฉู่ลี่มีกลิ่นหอมของกำยานที่จุดอยู่ตลอด

            มู่อวิ๋นจิ่นที่หมดสติเอาแต่หลับใหลโดยไม่รู้ว่าฉู่ลี่ได้อุ้มนางมาที่ห้องของเขาแล้ว

            ฉู่ลี่วางมู่อวิ๋นจิ่นบนเตียงนอนของเขาก่อนหันไปสั่งหมอหญิง “รีบทายาพันแผลและเปลี่ยนชุดให้นางเดี๋ยวนี้!”

            หมอหญิงพยักหน้ารับงกๆ

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185