เกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน

    ตอนที่ห้าสิบห้า ปะทะหานซวง ยอดฝีมือของเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ของหัวซาน

    ตอนที่ห้าสิบห้า ปะทะหานซวง ยอดฝีมือของเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ของหัวซาน

    หานซวงมีสีหน้ายิ้มกระหยิ่มยินดี หน้าตาน่ารักและท่าทางจะมีแฟนคลับพอสมควร ใส่ชุดสีเขียวท่าทางร่าเริง

    แฟนคลับของเธอที่อยู่ด้านข้างออกเสียงตะโกนโห่ร้อง

    “หานซวงสู้เขา เจ้าฝีมือเก่งกาจเป็นที่สุด”

    “น้องซวงช่างถึงพร้อมทั้งหน้าต่าและพลังฝีมือ ไร้คู่มือเปรียบติด”

    บางครั้งผมก็สงสัยนะ ไอ้พวกนี้มันไม่ดูความเป็นจริงว่าเอายอดฝีมือรุ่นเยาว์ไปสู้จริงๆในยุทธภพก็ตายแน่ๆ หรือคนพวกนี้ยึดถือกติกาการประลองที่ว่า ห้ามคนอายุเยอะมาประลองทำให้เข้าใจว่าตนเองเก่ง

    “คารวะท่านพี่หวังลี่ค่ะ ออมมือด้วยนะคะ”

    หานซวง คารวะอย่างนอบน้อม

    “กรุณาออมมือด้วยน้องหานซวง ดาบกระบี่ไร้นัยน์ตา ระวังให้มากไว้ พวกเราจี้ถึงก็หยุดมือเป็นอย่างไร?”

    ผมคิดว่าให้ฝึกในการควบคุมพลังในการต่อสู้จริงก็ดีเหมือนกัน

    “ไม่ต้องเกรงใจค่ะท่านพี่หวังลี่ พวกเราชนชาวเราฝึกยุทธมีความกล้าหาญ การประลองยุทธแม้ตายไปก็ไม่ถือโทษโกรธเคือง”

    “ใช่แล้วน้องหานซวง กล้าหาญชาญชัยเก่งกาจไม่แพ้ชายหน้าไหน”

     

    บรรดาแฟนคลับและลูกคู่ต่างๆก็ตะโกนหนุนส่งพลังสภาวะให้หานซวง

    “ฮา เฒ่าหาน แม่หนูนี่คงได้นิสัยถือดีมาจากเจ้าแน่ๆ”

    บรรดาเจ้าสำนักก็แซวข่มกันเองที่ที่นั่งกรรมการ

    ส่วนลูกศิษย์ลูกหาคนอื่น ก็ทำการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่ยังไม่ได้สู้กันจริงๆเลย

    ผมให้ความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นนักมวยปล้ำอย่างไรชอบกล

    “เฮอะเฮอะ พวกเจ้ามีตาหามีแววไม่ นายน้อยหวังลี่ยืนมือด้วยน้ำใจกลับไม่รับน้ำใจของท่าน เตรียมตัวรับความอัปยศต่อหน้าท่านได้เลย”

    หวังม่อ ทำท่าเป็นผู้รู้ดีและตั้งต้นเป็นคนบรรยายการต่อสู้ให้ชาวบ้านเอ๊ยบรรดาลูกศิษย์ที่อยู่ข้างๆฟัง

    บรรดาลูกศิษย์ต่างๆนั้นไม่เคยเห็นฝีมือของหวังลี่ แต่เคยเห็นฝีมือของหวังม่อกับเหล่านายน้อยสกุลหวังมาก่อนว่าสมกับเป็นยอดยุทธรุ่นเยาว์ไม่อาจดูถูกได้

    “การประลองก่อนหน้านี้ หานซวงแสดงท่ากิ่งไผ่ใบหลิว ปราณเมฆม่วง แสดงตนพิชิตศิษย์สำนักต่างๆภายในไม่กี่กระบวนท่า เปรียบดั่งปุยเมฆที่ล่องลอบยอยู่บนฟ้า แต่ปุยเมฆอย่างไรก็เป็นปุยเมฆ มิอาจเทียบกับดวงตะวันที่ลอยอยู่กลางนภาในท้องฟ้ากว้างไร้ขอบเขตได้หรอก”

    หวังม่อ บรรยายแบบที่ไม่อธิบายรายละเอียดแต่ดันใช้แต่คำอุปมาอุปไมย

    คนในโลกนี้ก็ชอบการบรรยายกันพรรค์นี้อีกอย่างที่ผมได้รับรู้มาด้วยตนเองในช่วงแรกๆที่กำลังมึนหัวกับการตีความเคล็ดวิชา จนตอนนี้หลังจากผ่านมาหลายพันเคล็ดวิชาค่อยตีความได้เก่งขึ้นบ้าง

    “ดาบกระบี่ไร้นัยน์ตา น้องหานระวังด้วย”

    ผมหันข้างกระบี่มังกรเขียวอยู่ในฝัก มือขวาขยับนิ้วไปมาเพราต้องแสดงวิชาฝีมือของไท่ซาน

    “นับคำนวณไท่ซาน หวังลี่ได้แสดงฝีมือในการคำนวณวิชาของฝ่ายตรงข้ามแ ต่สำนักหัวซานก็มิอาจดูถูกได้ คำนวณอย่างไรหากมิมีช่องว่างจุดอ่อนก็มิอาจฉกฉวยได้”

    หานซวง ผนึกกำลังอย่างหนักแน่นโจมตีมาไม่ออมกำลังแม้แต่น้อย ปราณรัศมีม่วงรายล้อมรอบตัวขอแต่ในสายตาของผมไม่ต่างกับกระดาษบางๆ

    การผ่านทัณฑ์สวรรค์มาทำให้ผมมีความเชี่ยวชาญเรื่องมิติดีขึ้นและค้นพบเรื่องของการมิติสิบเอ็ดมิติ ที่จากนั้นการคำนวณปรกติจะไม่สามารถใช้ได้ เข้าขอบเขตของนามธรรม

    แม้จะยังไม่สามารถควบคุมฟ้าดินอย่างดวงจิตสวรรค์ได้แต่ผมก็หาทางไปสู่นามะรรมเจอแล้ว

    ปราณของเธอราวกับหมอกควันที่บางเบาเมื่อเผชิญกับปราณของผมที่แผ่ขยายไปสิบเอ็ดมิติของความเป็นจริงและกินพื้นที่บางส่วนของนามธรรม

    ปราณที่ปะทะกันไม่มีเสียงของการปะทะแต่ปราณรัศมีม่วงนั้นแหวกทางเมื่อปราณของสวรรค์จากกระบี่ของผมไปจ่อที่คอหอยของเธอ

    “ได้รับการออมมือแล้ว”

    จากเสียงโห่ร้องด้วยฝีมือและปราณกระบี่ที่แน่นหนาพลังปราณที่กร้าวแกร่งของหานซวง

    กลับกลายเป็นเสียงที่เข็มตกยังได้ยิน

    ทุกคนแทบจะไม่สามารถรับกับผลหรือภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้

    จะบอกว่าไม่เตรียมตัวโจมตีก็ไม่ได้

    หานซวงเร่งปราณรัศมีม่วงและเร่งพลังสภาวะกระบี่กิ่งไผ่ใบหลิว ที่แต่ละกระบี่ซ้อนสุมปิดสกัดเส้นทาง โจมตีป้องกันได้ภายในเวลาเดียวกัน

    หวังลี่แสดงการนับนิ้วของท่าคำนวณไท่ซาน แต่หากคำนวณไท่ซานทำอย่างนั้นได้จริง ไยมิใช่กลายเป็นกระบวนท่าสะท้านภพตั้งนานแล้ว แต่กลับเป็นกระบวนท่าหนึ่งทั่วไป

    “นี่ล่ะคือที่ข้ากำลังบอกพวกท่านมาก่อน วิชาอะไรไปอยู่ในมือนายน้อย จากเรียบง่ายจะกลายเป็นพิสดาร แง่มุมที่พวกเรานึกไม่ถึง นายน้อยหวังลี่สามารถนึกล่วงหน้าได้กว่าร้อยกระบวนท่า คือความแตกต่างของอัจฉริยะที่แท้จริงกับอัจฉริยะทั่วไป”

    หวังม่อพยายามจับแพะชนแกะอธิบายให้คนทั่วไปฟัง

    หานซวงยังไม่อาจรับกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้

    ที่ชายหนุ่มตรงหน้าทำลายกระบวนท่าของเธอได้ภายในกระบี่เดียว

    แต่หวังลี่คิดว่าหากแค่นี้ยังทำไม่ได้ ที่ผมซ้อมกับอี้จิงคงได้กลายเป็นตัวเม่นมีรูพรุนไปนานแล้ว

    หานซวงก็สุดลมหายใจประสานมือคารวะ

    “ขอบคุณท่านพี่หวังลี่ที่ออมมือ แต่น้องไม่อาจปล่อยผ่านไปได้เมื่อมียอดฝีมือเช่นนี้ ท่านเจ้าสำนักศิษย์ขออนุญาตแสดงฝีมือที่แท้จริง”

    หานซวงหันไปทางเจ้าสำนักหัวซานที่เป็นท่านปู่ของเธอ

    “ฮา ฮา ได้ ได้ หลาน เอ๊ยศิษย์รักของข้า ไปแสดงให้เห็นว่าคนมีวาสนาไม่อาจเทียบเท่ากับความยายามและพรสวรรค์หรอก”

    ปราณรัศมีม่วงของหานซวงเพิ่มกำลังมากขึ้น

    สร้างความตระหนกให้กับคนทั่วไป

    “นักยุทธสามดาว? หานซวงออมฝีมือจริงๆ ความก้าวหน้าเช่นนี้ในอายุเยาว์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

    ทั้งหมดก็มีอารมณ์ร่วมบรรยากาศเร่งเร้าจนถึงที่สุด

    “ดอกเหมยสิบสี่ดอก”

    กระบวนท่าที่สามารถแทงด้วยสิบสี่กระบี่พร้อมกันแสดงถึงพรสวรรค์ในการเรียนรู้และต้องควบคุมพลังได้อย่างยอดเยี่ยม

    “คราวนี้หวังลี่จะแสดงวิธีอะไรเพื่อเอาชนะ..”

    หวังลี่เอากระบี่ไปจี้ที่คอของหานซวงอีกครั้งกระบี่ของเธอเมื่อกำลังจะจี้โดนตัวหวังลี่ก็แหวกทางออกไปด้านข้างราวกับมิอาจทำร้ายคนที่อยู่ตรงหน้าได้

    ด้วยความสามารถในการควบคุมสนามแม่เหล็กได้ดียิ่งขึ้นจากการโดนฟ้าผ่า อาวุธที่เป็นโลหะตอนนี้หวังลี่สามารถทำให้พวกอาวุธพวกนั้นเบนไปจากตนเองได้แล้ว

    ต่อไปเขาคิดจะลองทำแบบเอ็กเซลเลอเรเตอร์ที่ควบคุมเวกเตอร์ แต่ตอนนี้แค่การควบคุมสนามแม่เหล็กก็เกินพอแล้ว

    ส่วนหวังลี่คิดแค่ตามบัญญัติไตรยางค์ว่า เอานักยุทธขั้นสามมาสู้กับมหาครุยุทธขั้นสองนี่นะ

    พวกนี้มันเสียสติจริงๆนั่นล่ะ

    ส่วนหานซวง จากหน้าตาประหลาดใจเปลี่ยนเป็นโกรธเปลี่ยนเป็นหน้าแดง

    “ทะ ท่านปู่ที่แพ้ครั้งนี้ไม่นับนะ ไม่นับด้วย”

    จากนั้นก็หน้าแดงใช้กำลังภายในพริ้วไหวลงเวทีหนีไป

    การแพ้อาจทำให้เสียหน้าแต่ก็กลับทำให้เจ้าสำนักหัวซานถึงกับหัวเราะได้

    “ฮา ฮา ฮา หวังลี่ของเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆถึงขั้นปราบหานซวงของเราได้”

    “เฮอะ เฒ่าหาน เจ้านี่บางทีก็ไม่ถือศักดิ์ศรีจนข้าละอายใจ เรื่องส่วนตัวของหนุ่มสาว พวกเราไม่จำต้องไปยุ่งมากนักหรอก”

    นักพรตคิ้วขาว สมกับเป็นคนที่ลูกศิษย์จะไปอุ้มลูกสาวชาวบ้านมาเป็นทาสอุ่นเตียงก็คิดว่านั่นคือเรื่องธรรมดาของหนุ่มสาว อย่าแพ้ให้เสียชื่อสำนักก็พอ

    คนหนุ่มเลือดลมร้อนแรง มีทาสอุ่นเตียงหญิงรับใช้บ้างจะเป็นไรไป พอชราแล้วจะรู้ว่าพวกนั้นมันรบกวนการฝึกวิชา แต่คนเราต้องมีผู้สืบตระกูล วัยหนุ่มจึงผลิตทายาทไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องปรกติ

    ในหัวของผมปะติดปะต่อถ้อยคำและปฏิกิริยาของหานซวง

    เดี๋ยวก่อน นี่เธอคงไม่เล่นมุก”ข้าจะแต่งงานกับชายที่เอาชนะข้าได้เท่านั้น”

    ซึ่งผมว่ามันก็แปลกๆล่ะนะ ตัวประหลาดเฒ่าก็คงเอาชนะเธอได้ตั้งนานแล้ว แต่เพราะด้วยเงื่อนไขพ่วงด้วยว่าต้องอายุน้อยคงตัดพวกตัวประหลาดเฒ่าออกนั่นล่ะนะ

    ตกลงด้วยเงื่อนไขอย่างนี้คงได้ขึ้นคานหากพวกขี้โม้ประมาณพระเอกไม่เอาเธอไปเป็นภริยาหรือตัวประหลาดเฒ่าโจรเด็ดบุปผามาลักพาตัวเธอไปมิติลึกลับล่ะนะ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นตัวประกอบนิยายโอโตเมะจีน ที่คุณอ่าน