กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-48 พบพระเอกของเรื่อง

    แม้ว่าคำพูดของเขาจะไร้ยางอายไปบ้าง แต่เธอกลับไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งแก้มยังแดงปลั่ง เนี่ยฝานนำบะหมี่ของตัวเองออกมากิน ระหว่างนั้นทั้งสองเริ่มกล่าวบทสนทนา ความสนิทสนมจึงแนบชิดกันเรื่อยๆ

    ในขณะเดียวกันที่จวนแม่ทัพหลันหลง เขามองไปที่ศพของน้องชายด้วยใบหน้าอึมครึม

    “เกิดสิ่งใดขึ้น ใครมันกล้าสังหารน้องข้า!” หลันหลงคำราม นัยน์ตาคู่นั้นมองทการที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นด้วยความอาฆาตสุมในอก

    “เรียนท่านแม่ทัพ มันคือพวกโจรถ่อยที่ลอบเข้ามาขนเสบียงของเราไปหลายครั้งหลายคราขอรับ”

    “เจ้าพวกนั้นนี่เอง! ฮึ่มพวกบ้า ไม่รู้ว่าจะปล้นไปแจกคนอดอยากทำไม คนเหล่านั้นแม้แต่ปัญญาหาปลาก็ยังไม่มี ต่อให้แจกไปมากกว่านี้มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง!”

    ทหารชั้นผู้น้อยไม่กล้าหาคำพูดมาหักล้างท่านแม่ทัพ เพียงคุกเข่ารอฟังคำสั่งเงียบๆ

    “พวกเจ้าออกไปสืบหาที่ซ่องสุมของโจรถ่อย ได้ข้อมูลกลับมาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

    “ขอรับท่านแม่ทัพ”

    หลันหลงไม่มีอารมณ์ดื่มน้ำชา หลังจากสั่งการไปเขาก็หันศีรษะไปที่ดาบเล่มใหญ่

    .......

    การปล้นเสบียงเกิดขึ้นหลายครั้งในเดือนนั้น

    เนี่ยฝานบันทึกพิกัดของโลกนี้เรียบร้อย สามารถเข้าออกได้ตามปรกติแต่ต้องใช้เงินผ่านประตู ดังนั้นเวลานี้เขาจึงนำอาหารออกมาดื่มกินได้อย่างไร้ยางอาย

    “เนี่ยฝาน เจ้าอยู่ในห้องหรือไม่”

    เสียงหนี่ฉางดังขึ้นหน้าประตู ด้วยความคิดเขาจึงเปิดประตูให้หล่อนผ่านพลังจิต หญิงสาวในชุดดำเดินเข้ามา ร่างอรชร วงหน้าดุจบุปผากระจ่างจันทร์ เนี่ยฝานนั่งอยู่บนโซฟา มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

    “มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าอยากมานั่งกับผม...?”

    หนี่ฉางกรอกตา นับวันความไร้ยางอายของเขานั้นเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอกลับไม่ได้รังเกียจ กลับกันยิ่งรู้สึกชอบ

    “ข้างนอกเกิดเรื่องขึ้น ชาวบ้านพวกนั้นซึ่งอพยพมาจากเมืองหน้าด่านเหมือนว่าจะเจ็บป่วย เจ้าพอจะมีวิธีรักษาหรือไม่”

    เนี่ยฝานส่งเสียง‘อ้อ’ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวว่า “นำผมไปที่นั่น”

    “ตามมา”

    หนี่ฉางเป็นผู้นำ เมื่อเดินออกมาจากบ้านไม้จะพบเต็นท์ขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านนอกจำนวนมาก มีควันไฟ กลิ่นยาจีนโบราณฉุนอยู่ในอากาศ ชาวบ้านหลายคนดูไร้เรี่ยวแรง ผิวซีด ร่างกายอ่อนแอไร้กำลัง

    เนี่ยฝานรู้อยู่แล้วว่าคนเหล่านี้เป็นอะไร แต่ยังแสร้งเข้าไปตรวจสอบ ในขณะนั้นเองหัวหน้าในหุบเขาได้กล่าวขึ้นว่า

    “ข้าพบยอดฝีมือจากเขาคุนหลัน เขาร่ำเรียนวิชาแพทย์จากอาจารย์ชื่อดัง ยามนี้เดินทางผ่านมาเมื่อได้รับข่าวจึงอยากเข้ามาช่วยเหลือ”

    เนี่ยฝานหันไปมองหน้าผู้มาใหม่ มุมปากอดไม่ได้ต้องยกขึ้นเล็กน้อย

    “นั่นไม่ใช่โจวอี้อี้เหรอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้พบกับนางเอกในถ้ำที่สลักเคล็ดวิชาไร้ใจ แต่กลับยังสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ มันคงเป็นส่วนหนึ่งของพล็อตในโชคชะตาสินะ แต่มันไม่สำคัญหรอก อยู่ที่นี่นายจะเป็นได้เพียงตัวตลกเท่านั้น”

    ด้วยคำกล่าวของผู้นำหุบเขา หลายคนเริ่มหันไปมองโจวอี้อี้ รวมถึงเนี่ยหนี่ฉางที่อยู่ข้างกายเนี่ยฝาน บังเอิญโจวอี้อี้หันมาพอดี ทั้งสองสบตากัน คล้ายกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง โจวอี้อี้รีบตบเท้าเดินมาทิศทางที่เธออยู่ทันที

    “สวัสดีแม่นาง ข้าโจวอี้อี้จากหุบเขาคุนหลัน เรื่องของชาวบ้านที่เจ็บป่วยปล่อยให้ข้าจัดการเอง และหากว่าข้าทำสำเร็จ รบกวนแม่นางดื่มกับข้าสักจอกได้หรือไม่”

    หนี่ฉางมองเขาด้วยความเย็นชา เธอไม่เล่นไปตามกิจวัตรตามปกติ เพราะมองว่าเขากำลังแทะโลมอยู่

    เนี่ยฝานที่อยู่ข้างๆ หัวเราะเยาะ ทำให้โจวอี้อี้หันไปมองเขาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่อยู่ในใจ

    “เจ้าคือผู้ใด หัวเราะข้ามันสนุกมากหรือไง หรือว่าเจ้าจะเป็นน้องชายของแม่นางท่านนี้”

    โจวอี้อี้นอกจากจะสงสัยมากแล้วยังแปลกใจอีกด้วยกับชุดของเนี่ยฝาน มันไม่ใช่ชุดฮั่นฝู แต่เป็นชุดไปรเวทที่เขาไม่รู้จัก ดังนั้นโจวอี้อี้จึงตั้งใจนำข่าวนี้กลับไปบอกคนด้านหลังว่าหุบเขาซึ่งซุ่มซ่อนขุมโจรไม่ใช่เรื่องง่ายในการรับมือ

    “ผมเป็นแฟนของหนี่ฉาง”

    “แฟน...มันคือสิ่งใด เจ้าช่วยอธิบายให้ชัดเจนได้หรือไม่”

    “สามีภรรยา ทีนี้นายเข้าใจแล้วใช่ไหม”

    เนี่ยฝานขยับเข้าไปใกล้หนี่ฉางแล้วโอบกอดเธอ หญิงสาวอยากจะขัดขืน แต่เมื่อเห็นว่าโจวอี้อี้กำลังมองมาเธอจึงเลือกยืนนิ่งๆ ให้เขาฉวยโอกาสกอบโกยความสุข เป็นผลให้โจวอี้อี้หัวเราะเสียงดัง

    “น่าขันนะ เจ้าตัวเล็กถึงเพียงนี้แต่กลับบอกว่าเป็นสามีของแม่นาง ขอถามเจ้าหน่อย เจ้ามีแรงยกถังน้ำหรือไม่ หากไม่มีเจ้าจะทำอะไรได้ ในยุคสมัยนี้ผู้ชายต้องเป็นเสาหลักของบ้าน หาใช่หากินกับอิสตรี!”

    “หยาบคาย! จะช่วยคนก็รีบช่วย ใยต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น!” หนี่ฉางทนไม่ไหวแล้ว ในที่สุดอารมณ์ของเธอก็ระเบิดออกมา เนี่ยฝานอมยิ้มเล็กน้อย ดูสิว่าตัวเอกจะแก้ต่างแบบไหน

    “ขออภัย แต่ข้าแค่รู้สึกว่าแม่นางไม่สมควรมีสามีเช่นนั้น หากเป็นข้าล่ะก็...” โจวอี้อี้ทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านี้แล้วเริ่มตรวจสอบอาการของคนไข้

    เนี่ยฝานได้ยินคำพูดของเขา ก่อนจะกระซิบข้างหูหนี่ฉาง “ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเขากำลังหวังบางอย่างจากเธอ”

    “ข้ารู้”

    “อ้ออีกอย่าง ขอบใจนะที่ไม่ปฏิเสธว่าเราสองคนเป็นสามีภรรยากัน”

    หนี่ฉางรีบผละออกจากเขาเพราะคำพูดหยอกเย้าหัวใจ แต่มันกลับทำให้ใบหน้าแดงก่ำ ต้องหลบตา แล้วกล่าวเสียงเข้ม “หยุดพูดจาเรื่องไร้สาระ หากเจ้ายังมีเวลาว่างมาแทะโลมข้า แนะนำให้เจ้าไปช่วยชาวบ้านจะดีกว่า เจ้าคงไม่อยากให้คนนอกนั่นได้หน้าหรอกใช่หรือไม่”

    เนี่ยฝานพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเริ่มดำเนินการ

    ตามต้นฉบับเหมือนว่าโจวอี้อี้จะใช้ดอกไม้หน้าฮุหลันในการสกัดสร้างยารักษาโรคไข้พิษ แต่สถานที่ดังกล่าวอันตรายมาก เขาจึงต้องไปที่นั่นกับหนี่ฉางเพื่อดอกไม้

    เนี่ยฝานรู้โครงเรื่องดังกล่าวแล้ว เขาจะไม่พลาดโอกาสนั้นไป ในระหว่างที่อยู่ที่นี่จึงได้มีการพูดคุยกับหนี่ฉางและคนอื่นๆ ที่อยู่ในหุบเขา สอบถามเกี่ยวกับดอกไม้หน้าฮุหลันตั้งแต่เนิ่นๆ และเมื่อครบกำหนด 15 วันสามารถใช้ประตูได้ ก็ถึงคราวกลับไปบ้านเพื่อเปิดห้องแลป

    เนี่ยฝานเดินไปที่ชายชราคนหนึ่ง เขาสวมถุงมือแล้วหยิบเข็มฉีดยาออกมาเพื่อเจาะเลือด

    โจวอี้อี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลเห็นสิ่งดังกล่าว ใบหน้าของเขาแสดงความครุ่นคิด

    “นั่นคือสิ่งใด หลังจากสอดใส่เข้าไปในร่างกายแล้วดึงออกมาจะเป็นเลือด ช่างเป็นอุปกรณ์ที่วิเศษนัก เป็นไปได้หรือไม่ที่ชายคนนี้มาจากโพ้นทะเล...”

    ไม่ว่าจะคิดอย่างไรโจวอี้อี้คงนึกไม่ถึงแน่ว่า เนี่ยฝานมาจากต่างโลก

    หลังจากได้รับเลือดเพื่อไปศึกษาก่อนสร้างยา เนี่ยฝานจึงเดินกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็กของตัวเอง เขาไม่ลืมที่จะบอกกับหนี่ฉางว่าหากไม่มีเรื่องเร่งด่วน ดีกว่าที่จะไม่เปิดประตูเข้ามาหาเขา

    ............

    เนี่ยฝานเดินผ่านประตูทองแดงแล้วเข้าไปในห้องทดลอง ผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่ดีที่สุดและดอกไม้หน้าฮุหลันที่เก็บมาจากหุบเขาเมื่อหลายวันก่อน การทดลองจึงผ่านไปอย่างช้าๆ ในห้อง

    “นายน้อยคะ คุณจ้าวหลิงหลิงมาหานายน้อยค่ะ ไม่ทราบว่านายน้อยว่างออกไปพบหรือเปล่าคะ”

    เหวินจิงไม่แปลกใจที่เขานั่งอยู่ในห้องทดลอง ตอนนี้สำหรับเธอไม่ว่าเนี่ยฝานจะทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องปกติ ในขณะเดียวกันหล่อนไม่ได้ใส่ใจตัวตนของจ้าวหลิงหลิง เนื่องด้วยหงอันยอมรับเรื่องของเธอระหว่างนายน้อยแล้ว ตอนนี้ขอเพียงคลอดบุตรที่มีสุขภาพแข็งแรงแล้วเปิดอู่ใหม่ นี่จึงถือเป็นหน้าที่สูงสุดของเหวินจิง

    เนี่ยฝานละสายตาจากงานที่ทำอยู่ ก่อนจะถอดเสื้อกาวน์แล้วออกไปพบลูกศิษย์ปลอมๆ เมื่อหนึ่งพันปีก่อน เขาจำเป็นต้องปรับอารมณ์เล็กน้อย มิฉะนั้นจ้าวหลิงหลิงซึ่งเป็นยายแก่พันปีมีหวังได้ดูออก และด้วยผลของฤทธิ์ยาทำให้สมองฉลาด กอปรกับเขาเป็นหนึ่งในนักวาดการ์ตูนมือทอง การแสดงอารมณ์ผ่านใบหน้าจึงไม่ใช่เรื่องยาก

    “ท่านอาจารย์!” จ้าวหลิงหลิงแทบจะวิ่งเข้าไปกอด แต่ต้องยั้งใจไว้เมื่อเห็นหน้าเขา

    เนี่ยฝานนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยอารมณ์ผันผวน

    “จ้าวหลิงหลิง...อาจารย์ขอโทษด้วยที่เพิ่งกลับมา เนื่องจากการตายแล้วกำเนิดใหม่เป็นเรื่องที่ฝืนกฏสรรค์ ในขณะเดียวกันความทรงจำยังถูกผนึก อาจารย์เพียงนึกออกเมื่อวันนั้นซึ่งไปร้านอาหารเจดีย์รื่นรมย์ แต่ไม่นึกเลยว่าศิษย์จะเป็นเจ้าของที่นั่น นี่เรียกว่าสวรรค์ลิขิต”

    “ใช่แล้วค่ะนี่คือสวรรค์ลิขิต พันปีพ้นผ่านเหมือนดังวาดภาพ แต่ฉันกลับไม่เคยลืมท่านอาจารย์เลยแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ อาจารย์เป็นคนที่เลี้ยงดูฉันตั้งแต่เด็ก สอนสั่งอาคมวิชาต่างๆ วันนี้ได้มาพบกับท่านอาจารย์อีกครั้ง ศิษย์ดีใจมากจริงๆ ค่ะ”

    น้ำตาสายหนึ่งหยดลงบนแก้มจ้าวหลิงหลิง เนี่ยฝานจึงเอื้อมมือไปเช็ด ทำเอาหญิงสาวหน้าสั่น ไม่คิดว่าเขาจะโต้ตอบชิดใกล้

    “ตอนนี้เรากลับมาพบหน้า การต้องมาเห็นน้ำตาของหลิงหลิงมันทำให้อาจารย์เจ็บปวดใจ”

    “อาจารย์...ขอโทษนะคะ ฉันดีใจไปหน่อยเลยกลั้นไว้ไม่อยู่”

    “แล้วเธอผิดหวังหรือเปล่ากับรูปลักษณ์ของอาจารย์ตอนนี้ รวมถึงภรรยาหลายคนของอาจารย์ มันคงขัดกับคำสอนในชาติที่แล้วที่อาจารย์กล่าวว่า หนึ่งชาติภพคู่ครองมีได้เพียงหนึ่งสินะ”

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน