เมื่อฤดูใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูร้อนก็มาเยือน โชคดีที่คลื่นความร้อนในเสิ่นหยางไม่มากเท่าเหอเจียจ้วง เย่ชิงหรั่นรู้สึกดีขึ้นมาก ถ้าเธอต้องเลี้ยงลูกในอากาศที่ร้อนอบอ้าว เธอคงจะบ้าไปแล้ว
แม่สามีของเธอเดินทางมาถึงค่ายทหารเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพื่อมาดูแลเธอก่อนและหลังคลอด เธอจู้จี้ทั้งวันแต่ก็เต็มไปด้วยความหวังดี เย่ชิงหรั่นมองหาไปทั่วบ้านแต่ก็ไม่เห็นแม่สามี คงเป็นเพราะเธอเดินไปหาคนซุบซิบด้วยอีกแล้ว แม่สามีของเธอมีความสามารถจริงๆ เพิ่งมาถึงแค่ไม่กี่วันแต่ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านไปได้หลายคน
ก่อนมาที่เสิ่นหยางเธอแอบมอบเงินให้แม่สามีร้อยหยวน โดยบอกว่าเป็นค่าดูแลบ้านให้เธอ เธอรู้ว่าถ้าให้เงินโดยไม่ให้แม่สามีทำงานอะไรแม่สามีจะไม่ยอมรับมัน แม่สามีเป็นผู้หญิงชนบทธรรมดาที่ตระหนี่เนื่องจากประสบการณ์ในชีวิตสอนให้เธอเป็นแบบนั้น แต่เธอใจดีมากจริงๆ เมื่อเทียบกับแม่สามีคนอื่นที่ใช้งานลูกสะใภ้เหมือนคนรับใช้
เย่ชิงหรั่นมองไปที่เล้าไก่อย่างปวดหัว เธอไม่อยากเลี้ยงมันจริงๆ แต่แม่สามีนำมันมาจากเหอเจียจ้วงเพื่อต้มซุปไก่บำรุงหลังจากเธอคลอดลูก เธอไม่สามารถขัดความเมตตาของแม่สามีได้จริงๆ มีไก่มากมายในมิติของเธอ แต่เธอไม่สามารถบอกใครได้ เธอหันไปจ้องไก่ในเล้าอย่างขุ่นเคือง ให้แกมีโอกาสขันไปอีกไม่กี่วัน อีกไม่นานแกจะต้องลงไปอยู่ในท้องของฉัน
“ลูกสะใภ้ หิวไหม แม่ทำอาหารไว้ในครัว ไก่นี่ยังกินไม่ได้ต้องรอหลังคลอดลูก” หวังกุ้ยหัวเห็นลูกสะใภ้จ้องไก่ในเล้าเป็นเวลานานก็คิดว่าเธออยากกิน จึงเกลี้ยกล่อมอย่างใจดี ไก่สามตัวนี้เธอใช้ความพยายามอย่างมากในการนำพวกมันขึ้นรถไฟมาถึงที่นี่
“ฉันกินข้าวแล้วค่ะแม่ แม่ไปไหนมาคะ”
“แม่ไปฟังเรื่องนังตัวแสบฉินรั่วหลันน่ะสิ ชิวถงบอกว่าเธอวิ่งวุ่นเพื่อย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลอื่นเพราะทนข่าวลือไม่ไหว”
เย่ชิงหรั่นเลิกคิ้วเล็กน้อย ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอนับถือในความหน้าด้านของฉินรั่วหลันจริงๆ ถ้าฉีหงซิงไม่หาวิธีเติมเชื้อไฟในข่าวลือของฉินรั่วหลันให้รุนแรงขึ้น เธอคงไม่คิดจะย้ายออกไป
“แม่มีความสามารถจริงๆ ค่ะ ฉันอยู่แต่บ้านไม่ได้ยินข่าวอะไรเลย” เธอชื่นชมแม่สามีอย่างจริงใจ ชิวถงในปากของแม่สามีคือฟ่านชิวถง หัวหน้าหน่วยข่าวกรองในพื้นที่ครอบครัวทหาร ใครทะเลาะกับใคร ใครท้อง ใครแอบเป็นชู้กัน ฟ่านชิวถงรู้หมด
“ท้องใหญ่แบบนี้อยู่บ้านเฉยๆ ดีแล้วลูก” หวังกุ้ยหัวตกใจแทบตายตอนเห็นท้องของสะใภ้สี่ เธอเอาแต่คิดว่ามันจะไม่ระเบิดใช่ไหม แต่เมื่อรู้ว่ามีเด็กสองคนในนั้นเธอก็เข้าใจ มีเด็กสองคนท้องก็ต้องใหญ่กว่าคนอื่นสองเท่า
เย่ชิงหรั่นยิ้มอย่างขมขื่น เธอเบื่อมากจริงๆ แต่แค่เดินไปมาอยู่ในบ้านเธอก็เหนื่อยแล้ว
“แม่มีเงินค่ากับข้าวพอไหมคะ ถ้าหมดแล้วบอกฉันได้เลยนะคะ” หลังจากแม่สามีมาถึงหน้าที่จ่ายตลาดก็ตกเป็นของเธอ ก่อนหน้านั้นจะเป็นฉีหงซิงที่เป็นคนซื้อ เธอเดินไม่ไหวจริงๆ
หวังกุ้ยหัวโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ยังมีเหลืออีกเยอะมาก”
ตกดึกเมื่อถึงเวลาเข้านอนฉีหงซิงก็ลูบท้องของเธอ และอ่านนิทานให้ลูกๆ ของเขาฟังตามปกติ ในขณะที่เย่ชิงหรั่นกำลังจะผล็อยหลับไปเธอก็รู้สึกปวดหน่วงที่ท้องคล้ายกับตอนที่เธอปวดประจำเดือนแต่รุนแรงกว่า
“อุ๊ย พี่หงซิงฉันปวดท้องค่ะ ฉันจะคลอดแล้วหรือเปล่าคะ”
เมื่อได้ยินว่าเธอจะคลอดฉีหงซิงก็โยนหนังสือนิทานทิ้งไปและวิ่งไปเรียกแม่ของเขาทันที
เย่ชิงหรั่นรู้สึกดีขึ้นแล้วและกำลังจะบอกฉีหงซิงว่าไม่จำเป็นต้องตกใจอาจจะเป็นแค่อาการปวดปกติ แต่จู่ๆ อาการปวดท้องก็กลับมาอีกครั้งและเริ่มปวดแรงขึ้นเป็นจังหวะ
เมื่อหวังกุ้ยหัวเข้ามาก็เห็นว่าลูกสะใภ้จับท้องด้วยความเจ็บปวดและมีเหงื่อออกไปทั่วหน้าผาก “ลูกสะใภ้ หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกแม่ว่ามีน้ำไหลออกมาหรือยัง”
เย่ชิงหรั่นส่ายหน้า “ไม่มีค่ะแม่”
หวังกุ้ยหัวเข้ามาลูบหลังเธอให้ผ่อนคลาย และปลอบใจเธอ “หงซิงกำลังรีบไปเอารถยนต์มารับลูกไปส่งโรงพยาบาล ตอนนี้เป็นแค่เจ็บท้องเตือนอย่ากลัวเลย เมื่อลูกไปถึงมือหมอ ลูกจะปลอดภัยแน่นอน”
เย่ชิงหรั่นสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อตั้งสติ “แม่ช่วยไปหยิบกระเป๋าที่อยู่ในตู้ให้หน่อยสิคะ ฉันเตรียมไว้เพื่อเอาไปโรงพยาบาลด้วยตอนคลอดค่ะ”
หวังกุ้ยหัวเดินไปหยิบกระเป๋ามา และประคองเย่ชิงหรั่น ออกไปรอฉีหงซิงที่หน้าบ้าน
เมื่อฉีหงซิงขับรถมาถึง เขารีบมาช่วยประคองเย่ชิงหรั่นขึ้นรถและปลอบใจเธอ “ภรรยา อย่ากลัวเลยลูกของเราเชื่อฟังมากพวกเขาจะไม่ทำให้คุณลำบากแน่นอน”
เย่ชิงหรั่นพยักหน้าและส่งยิ้มให้เขา เธอไม่กลัวว่าตอนคลอดลูกจะเจ็บ เพราะมียาระงับความเจ็บปวดระหว่างคลอดจากระบบ แต่เธอเพิ่งรู้ว่าก่อนคลอดก็เจ็บปวดมากเช่นกัน เจ้าเด็กน้อยสองคนนี้ทำให้เธอลำบากมากจริงๆ