โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 115 เจ้ามองเห็นอนาคต?

    “เจ้าค่อนข้างทนไม่ทนมือดีทีเดียว”

    ปรมาจารย์มังกรเขียวค่อนข้างจะประหลาดใจจนถึงกับต้องกล่าวออกมา เพราะเบื้องหน้าของเขานั้นปรากฏภาพที่หาดูได้ยาก ตัวตนกึ่งเทวะผู้หนึ่งที่รับการโจมตีของตัวตนระดับเทวะเข้าไปเต็มๆ แต่กลับยังสามารถยืนอยู่ได้ แถมอีกฝ่ายยังดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรมากเสียด้วย บาดแผลเองก็ไม่ได้ลึกอย่างที่ชายชราคิดเอาไว้

    “มันเป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อกี้ข้าเห็นชัดๆ ว่ามันโดนจู่โจมจากกระบวนท่าของท่านปรมาจารย์ไปเต็มๆ”

    ตัวตนกึ่งเทวะที่เข้าต่อสู้กับเซนก่อนหน้านี้กำลังพยายามฟื้นฟูบาดแผลที่ตนเองได้รับจากชายหนุ่มอยู่ ในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็จ้องมองการต่อสู้ตลอดเวลา

    “บางทีมันอาจจะมีสมบัติวิเศษที่ช่วยเหลือในการเพิ่มพลังป้องกัน…”

    ตัวตนกึ่งเทวะอีกผู้หนึ่งออกความเห็น อย่างไรก็ตามมันนั้นสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าเซนใช้ร่างกายของเขารับการโจมตีของปรมาจารย์ที่มันนับถือได้ นอกจากนี้มันยังไม่พบร่องรอยของการใช้ของวิเศษใดๆ จากตัวของเซน

    “แต่เจ้าคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว”

    ปรมาจารย์กล่าวอย่างเย็นชาราวกับตนเองนั้นเป็นเทพแห่งความตายและสามารถกำหนดการตายของเซนได้ตลอดเวลา มันมองมาที่เซนอย่างพิจารณา มันสงสัยว่าเหตุใดตัวตนกึ่งเทวะเบื้องหน้ามันจึงยังสามารถสงบได้ในขณะที่อยู่ใกล้ประตูแห่งความตาย อย่างไรก็ตามต่อให้มันคิดไปมากแค่ไหนมันก็ไม่มีทางเดาใจอีกฝ่ายได้

    “ครืดดดดดดดดด!”

    เสียงของอากาศที่ถูกกระชากอย่างรุนแรงด้วยความเร็วของออร่าสีเขียว กระบี่ทั้งสิบเริ่มขยับเคลื่อนไหวพร้อมกันอีกครั้งเข้าจู่โจมเซนทีละเล่มสองเล่ม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซนต้องตายจากการโจมตีครั้งนี้แน่นอน

    อย่างไรก็ตามเซนที่เห็นการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามากลับหลับตาอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆ เปิดตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเซนเปลี่ยนไปมันดูสงบและไร้ความกังวลใดๆ หากใครสังเกตเห็นนั้นจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอนเพราะดวงตาของเซนกำลังขยับไปมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่จ้องมองกระบี่ทั้งสิบเล่ม มันขยับเร็วจนน่ากลัว

    กระบี่เล่มที่หนึ่ง และ เล่มที่สอง….เซนสามารถเคลื่อนไหวหลบมันได้อย่างง่ายดาย แม้ว่ามันชายชราจะต้องใจเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันก็ตาม แน่นอนว่าทุกคนต่างก็คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ จนมาถึงกระบี่เล่มที่สาม สี่ และห้า การโจมตีของทั้งสามกระบี่ล้วนแล้วแต่เป็นการโจมตีที่ยากจะคาดเดาและมันพลิกแพลงอย่างกะทันหัน

    แต่เซนกลับนั้นกลับสามารถหลบมันได้ราวกับเขาสามารถมองเห็นอนาคตล่วงหน้าสองถึงสามวินาที ซึ่งความจริงแล้วสถานการณ์ของเซนที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้นก็คล้ายๆ แบบนั้น

    ภาพภายในดวงตาของเซนเปลี่ยนไป เขาในตอนนี้สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถเห็นได้ ชายหนุ่มมองเห็นพลิงวิญญาณที่เบาบางเป็นเส้นทางของกระบี่ทั้งสิบ ซึ่งพลังวิญญาณเหล่านั้นบ่งบอกถึงทิศทางของการโจมตีของกระบี่ล่วงหน้าให้ชายหนุ่มได้รับรู้ เซนไม่เข้าใจเช่นกันว่าความสามารถเช่นนี้มันมาได้ยังไง และมันคือสิ่งใด แต่มันเคยเกิดขึ้นกับเขาตอนที่อยู่ในยมโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง ในตอนที่เขาจนมุมในการต่อสู้

    กระบี่เล่มต่อมาเริ่มตวัดขึ้นมาเปลี่ยนทางกลางอากาศมุ่งเป้าจู่โจมมาที่หน้าของเซน อย่างไรก็ตามเซนเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อยก็สามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย แต่ในจังหวะนั้นก็ได้มีกระบี่ลอบโจมตีข้างหลังของชายหนุ่ม แน่นอนว่าการโจมตีด้วยกระบี่นี้ไม่มีทางที่มนุษย์จะสามารถหลบได้

    “ตายซะ!”

    ปรมาจารย์มังกรเขียวยิ้มเหี้ยม พร้อมกับบังคับกระบี่ที่เหลือจู่โจมเซนพร้อมกัน โดยไม่มีโอกาสให้เซนมีชีวิตรอดเลย ในขณะนั้นเองร่างกายของเซนได้เคลื่อนไหวอย่างเร็ว ชายหนุ่มก้มลงต่ำ พร้อมกับใช้ดาบของเขาตวัดไปด้านหลัง อย่างไรก็ตามดาบของเซนนั้นไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงของกระบี่ได้ แต่เซนไม่ได้ตั้งใจจะหยุดมันตั้งแต่แรก เขาเพียงเส้นทางของมันเท่านั้นทำให้กระบี่นั้นพลาดเป้าและเอวของเซนไปเป็นแผลเล็กๆ เท่านั้น

    “หืม?”

    ชายชราประหลาดใจอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้สนใจมันมากนักเพราะการโจมตีครั้งต่อไปเซนจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่ภาพที่เซนถูกกระบี่จำนวนมากแทงจะเป็นพรุน

    กระบี่สองเล่มกำลังโจมตีมาจากบนและร่าง ในขณะที่อีกสองกระบี่ที่เหลือกำลังพุ่งเข้ามาเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เซนมองเห็นลำดับการโจมตีอย่างชัดเจน ชายหนุ่มปัดป้องกระบี่เล่มแรกเปลี่ยนเส้นทางของมันเล็กน้อย กระบี่เล่มแรกที่พุ่งเข้ามาไม่ได้ถูกหยุดที่ทิศทางมันกลับพุ่งไปหักล้างกลับกระบี่เล่มที่อยู่ข้างหลัง และสลายการโจมตีไปเอง

    ชายชรากลายเป็นมีสีหน้าโง่งมแม้แต่ตัวตนกึ่งเทวะที่เฝ้ามองอยู่ก็ยังไม่ต่างกัน วิธีของเซนนั้นบ้ามากและมันโอกาสสำเร็จที่ต่ำ แต่ชายหนุ่มเบื้องหน้าพวกมันกลับทำออกมาได้ง่ายๆ เซนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นในขณะที่กระบี่ข้างบานและล้างกำลังใกล้เข้ามา เซนก็เห็นช่องว่างที่ทางซ้ายมือชายหนุ่มรีบบิดตัวกลางอากาศและเคลื่อนตัวไปทางนั้นไม่เร็วและไม่ช้า และรอดพ้นจากการโจมตีนั้นไปอย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตามสำหรับเซนแล้วมันไม่ได้เฉียดเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาได้คำนวณเอาไว้หมดแล้ว

    “จะ…เจ้ามองเห็นอนาคต!?”

    ปรมาจารย์ระดับเทวะถึงกับสูญเสียความเยือกเย็นไป สายตาที่มันใช้มองเซนตอนนี้แตกต่างกับสายตาที่มองคนที่ต่ำกว่าก่อนหน้า สายตาของมันปรากฏความตื่นตระหนกราวกับกำลังพบเจอกับสัตว์ประหลาด

    ในใจของปรมาจารย์นั้นทราบดี มันยิ่งทราบดียิ่งกว่าคนอื่นที่กำลังมองการต่อสู้ ชายหนุ่มเบื้องหน้ามันนั้นราวกับสามารถมองเห็นความคิดภายในใจของมันได้แม้ว่ามันจะพลิกแพลงไปมากขนาดไหนก็ตามแต่ถูกมองทะลุปรุโปร่ง หากไม่ใช่การเห็นอนาคตและการอ่านใจมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้แน่นอน

    เซนยิ้มที่มุมปากไม่ได้กล่าวตอบชายชรา ชายหนุ่มย่อตัวลงต่ำพร้อมกับตั้งท่าพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปจู่โจมชายชราเบื้องหน้า อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะถูกเซนทำให้ประหลาดใจ แต่ตัวตนเทวะยังไงก็เป็นเทวะมันไม่ได้สูญเสียความมั่นใจใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนกึ่งเทวะเพียงผู้หนึ่ง

    “ปัง!”

    เซนใช้เท้าถีบพื้นอย่างรุนแรงร่างพุ่งเข้าไปหาปรมาจารย์มังกรเขียวด้วยความเร็วอย่างกับกระสุนปืน ชายชราต้องการจะโจมตีด้วยกระบี่ทั้งสิบอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเซนราวกับสามารถอ่านความคิดของอีกฝ่ายได้ชายหนุ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะโบกมือเหมือนกับใบพัดไปรอบตัวทำให้เศษฝุ่นและตะกอนหินกระจายตัวจนบดบังวิสัยทัศน์ของชายชรา แต่ถึงอย่างนั้นชายชราก็ยังเลือกที่จะโมตีแบบสุ่มๆ แต่แน่นอนว่ามันไม่มีทางเดาได้ว่าการโจมตีนั้นจะถูกชายหนุ่มหรือไม่

    ปรมาจารย์มังกรเขียวเริ่มจะรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกตัวตนกึ่งเทวะผู้กึ่งปั่นหัวมันขนาดนี้ แต่ก่อนที่มันจะได้ทำสิ่งใดต่อร่างของเซนก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันพวกนั้นมาหยุดที่เบื้องหน้าของชายชรา

    ชายชราราวกับเชื่อมั่นว่าเซนจะสามารถรอดจากการโจมตีก่อนหน้าได้ทั้งหมด มันไม่ประมาทชายหนุ่มอีกต่อไปมันเตรียมยกกระบี่ในมือของมันเอาไว้แล้ว เมื่อร่างของเซนปรากฏขึ้นมันจะตัดร่างของชายหนุ่มเป็นสองส่วนทันที

    เมื่อชายชราเผชิญหน้ากับเซนในระยะใกล้ตัวมันก็ต้องประหลาดใจเมื่อมันเห็นลูกตาของเซนกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายก็หยุดที่กระบี่ที่กำลังจะฟันลงมา

    “ตายซะ!”

    ชายชราไม่อยากจะรออีกต่อไป เขามีลางสังหรณ์ว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเขานั้นจะสร้างปัญหาใหญ่เขากับเขา แต่เมื่อกระบี่นั้นถูกวาดออกไปกลับไม่ได้สัมผัสกับสิ่งใด กลับสัมผัสกับความว่างเปล่าแทน ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เซนก้มหลบทำให้กระบี่นั้นผ่านหัวของชายหนุ่มไป

    “ตาข้าโจมตีเจ้าบ้าง”

    เสียงของเซนดังขึ้นราวกับเสียงของเทพแห่งความตายอย่างแท้จริง ชายชราไม่รู้ทำไมตนเองในตอนนี้ถึงรู้สึกหวาดกลัวตัวตนกึ่งเทวะเบื้องหน้า

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน