ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่264 ยักษ์ใหญ่ทั้งสาม

วันแรกในเกาหลี เจมส์พาสามสาวช้อปปิ้งกระจาย เรียกได้ว่าหิ้วของกลับมาเต็มรถ พวกเธอดูมีความสุขมาก โดยเฉพาะมิวสิค

ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้อะไรเลย มิวสิคเป็นคนที่ไม่เคยขออะไร ยังคงทำงานหาเงินด้วยตัวเอง ในฐานะแฟนคนหนึ่งเจมส์รู้สึกละอายใจจริงๆ ไหนจะเรื่องที่เธออยู่หอราคาถูกไม่มีน้ำใช้ หน้าตาซูบตอบ ขอบตาคล้ำดูไร้เรี่ยวแรง ดังนั้นเขาจึงโทรหาปุ้ย เด็กของทอยเกี่ยวกับคอนโดในพัทยา

“คุณเจมส์อยากจะซื้อคอนโดเหรอคะ” ปุ้ยเมื่อรับสายได้ฟังเรื่องราว ก็ดีใจจนเนื้อเต้น

เจมส์เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเธอ เป็นคนรวยอายุน้อยที่สุด ใจป๋าใช้จ่ายไม่อั้น นอกจากนั้นยังมีลูกน้องหน้าตาหล่อเหลา ลีลาบนเตียงเร่าร้อนไม่เหมือนกับไอ้แก่ที่บ้านไม่มีน้ำยา

“ใช่ งบคือ 20 ล้านบาท”

“20 ล้านบาท...” ปุ้ยพึมพำเสียงเบา คอนโดราคาขนาดนี้ถือว่าเป็นห้องใหญ่พอตัว ไม่ใช่ห้องแคบๆ รูหนูแบบห้องละล้านสองล้าน

“แต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ”

“ว่ามาได้เลยค่ะ”

“มันต้องอยู่ใกล้กับมหาลัยกุหลาบขาว”

“เข้าใจแล้วค่ะ รับรองไม่เกินเย็นนี้ ฉันจะส่งข้อมูลคอนโดแถวนั้นไปให้”

ปุ้ยไม่ถามให้มากความ ว่าเขาซื้อคอนโดไปทำไมในเมื่อมีเรืออยู่แล้ว แต่ถ้าหากให้เดา ก็คงจะซื้อให้ผู้หญิงนั่นแหละ

ปุ้ยไม่ได้มีเซ้นส์จับผิด ก็แค่ชอบมีเสี่ยมาซื้อคอนโดให้เด็กมหาลัยเท่านั้นเอง แอบเมียหลวงกิน แต่ทั้งนี้ไม่มีคอนโดของเสี่ยคนไหนเลยมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท

คุยกับปุ้ยเสร็จ เจมส์หยิบนิตยสารซูเปอร์คาร์ปี 2013 ขึ้นมาตรวจสอบดู

'Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster รถจากค่ายกระทิงดุ รถสปอร์ตหรูหราเปิดประทุนแบบหลังคาแข็ง ที่ขึ้นรูปด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แบ่งออกเป็นสองชิ้น และด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงทำให้เจ้านี่กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดความปรารถนาของคอรถซูเปอร์ไฮเอ็นด์กันทุกคน'

'Mazzanti Evantra V8 รถจากอิตาลี เป็นรถที่มีรูปร่างสวยงามอีกคัน และด้วยเทคโนโลยี คาร์บอนไฟเบอร์ บวกกับเครื่องยนต์อลูมิเนียม ทำให้ Evantra V8 อยู่ในความสนใจของกลุ่มรักรถกระเป๋าหนักเป็นอย่างมาก'

'Ferrari F12 Berlinetta เจ้าม้าผยองคันสีแดง ด้วยกำลังขับที่ 740 แรงม้าก็พอที่จะเดาได้ว่าการเป็นเจ้าของเจ้า F12 Berlinetta คงต้องกระเป๋าหนักจริงๆ ถึงจะมีโอกาสจับต้องมันได้'

“จะเอาคันไหนดีนะ...” แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใช้เอง หากแต่ดูๆ ไว้ให้มิวสิคต่างหาก แต่กระนั้นหากผลเสียด้านลบมากเกินไป เกรงว่าคงต้องทุบทิ้ง ให้กลายเป็นเศษเหล็ก

เจมส์ยังไม่ได้นำรถออกจากหน้าหนังสือ หลังจากดูได้ครู่หนึ่งก็เดินทางไปข้างนอกกับไทเกอร์ โดยปล่อยให้ผู้หญิงอยู่กันตามลำพัง

………

ตึก NG เป็นอีกครั้งที่ผู้ถือหุ้นอันดับ 1 อย่างเขาเดินเข้าบริษัท

ขึ้นไปชั้นบนตามนัดหมาย เข้ามาในห้องประชุม พบกับคังโยซอน และตาแก่อีกสามคนที่นั่งตรงฝั่งข้ามด้านขวาของโต๊ะ

จากคำบอกเล่าของคังโยซอนก่อนหน้านี้ พวกเขาคือเจ้าของห้างดัง ที่จะนำสินค้าของเขาไปขาย

ในสภาพสวมชุดสูทสีดำ เจมส์เดินเข้าในห้อง แล้วนั่งลงตรงตำแหน่งประธานบริษัท

ตาแก่สามคนเมื่อเห็นฉากดังกล่าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร จึงรีบเร่งทักทายตามลำดับ

“ผมแดอุน จากห้างสรรพสินค้า J Mall ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายในวัย 60 เศษ ใบหน้าอิ่มเอมมีความสุข พุงโตก้นใหญ่ อยู่ในชุดสูทสีขาวทักทายด้วยความสุภาพ

“ผมดงซุก มาจากห้าง shopping centre mall ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายอีกคนหัวล้าน หน้าตาค่อนไปทางแย่ แต่เขากลับมีรอยยิ้มสดใส

“ผมลีดาจุน ห้างจุนซอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายคนสุดท้ายอายุน้อยสุด หน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก ฟังจากน้ำเสียงค่อนข้างหยิ่งผยอง

เจมส์ไม่ได้วางท่า ยิ้มตอบเป็นธรรมชาติ “ขอบคุณครับที่พวกคุณมา ผมผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ค่าย NG วันนี้อยากจะให้พวกคุณได้ชิมไวน์ของผมที่เพิ่งผลิต ที่กำลังจะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าพวกคุณในไม่ช้า ลองชิมครับ”

ไทเกอร์รีบเดินมาข้างหน้า นำไวน์ขวดหรูหราวางไว้บนโต๊ะกับแก้วอีกสี่ใบ ไวน์ถูกเปิดอย่างเบามือ ทันทีที่จุกถูกเปิด กลิ่นหอมก็กระจายไปทั่วห้องประชุม ทำเอาพวกเขาอดไม่ได้ต้องเลียลิ้น

“กลิ่นหอมมากเลยครับ สีเองก็เช่นกัน” ลีดาจุนกล่าว เขาถือแก้วไวน์แล้วขยับมือไหวเบาๆ เจ้าของห้างอีกสองคนพยักหน้า รวมถึงคังโยซอนที่ไม่ชอบขี้หน้าเจมส์

“มาดื่มกันเถอะครับ” เจมส์เป็นฝ่ายนำ ยกแก้วขึ้นมาคนแรก

พวกเขาทุกคนเริ่มดื่มไวน์อย่างช้าๆ ในฐานะเจ้าของห้างดัง เป็นไปไม่ได้ที่จะนำสินค้าไร้ชื่อไปขายบนชั้นวาง มันน่าละอายใจหากถูกร้องเรียน ด้งนั้นสินค้า 1 ชิ้นกว่าจะได้วางจำหน่ายบนห้าง ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย หรือไม่ก็อาจมียัดเงินใต้โต๊ะ

แต่สำหรับเจมส์ตัวตนเขาไม่ธรรมดา อาศัยชื่อเสียงของวงบอยแบนด์ที่กำลังดัง ทำให้ปีนี้ค่าย NG มีรายได้มหาศาล ใครบ้างจะไม่ไว้หน้า

เจมส์จิบไปแค่เล็กน้อย ยังไม่ได้ถามคำถามว่ารสชาติเป็นยังไงบ้าง หากแต่รอให้พวกเขาดื่มด่ำรสไวน์อันแสนวิเศษ ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า

“เป็นยังไงบ้างครับ ไวน์ของผม ขวดละ 36 ล้านวอนถูกใจพวกคุณหรือเปล่า”

แดจุนวางแก้วลง หลับตาพริ้มครู่หนึ่งตามด้วยกล่าว “วิเศษมากครับ ราคานี้ถือว่าสมเหตุสมผล ไม่ได้แพงเลยหากเทียบกับรสชาติของมัน”

ดงซุกพยักหน้า “ผมเห็นด้วย ตอนแรกผมยังกังวลกลัวว่าราคาขนาดนี้จะขายไม่ได้ แต่หลังจากได้ลองชิม ไวน์ของคุณเทียบได้กับไวน์ต่างประเทศที่ผลิตจำนวนน้อย ขอถามได้หรือเปล่าครับ คุณผลิตไวน์ได้เท่าไหร่ต่อ 1 ปี”

ลีดาจุนไม่ได้พูดอะไร แต่กำลังนั่งฟังเงียบๆ

เจมส์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ชูนิ้วหนึ่งนิ้ว “ไม่มาก แค่ 100 ขวดต่อปีเท่านั้น”

นี่คือจำนวนที่เขาโกหก อาศัยถังหมักไวน์ที่สามารถย่นระยะเวลาได้ มันเป็นเรื่องง่ายหากจะผลิต 1000 ขวดต่อปี แต่ก็นั่นแหละ เมื่อสินค้ามีจำนวนมากความต้องการในตลาดจะลดลง อีกอย่างคือเป้าหมายการขายไวน์ของเขาไม่ใช่ด้านจำนวน แต่เป็นรสชาติต่างหาก

ลีดาจุนพยักหน้า “ไม่มากหรือน้อยเกิน เมื่อเป็นแบบนี้ผมจะนำไวน์ของคุณตั้งไว้บนชั้นพิเศษที่ขายไวน์โดยเฉพาะ จากมุมนั้นเชื่อเถอะว่าทุกคนจะเห็นไวน์ของคุณ”

“ช่วยได้มากเลยครับ”

ดงซุกเสริมว่า “เอาล่ะ ไวน์มี 100 ขวด แล้วเราจะแบ่งกันยังไง”

“นั่นสินะ หากแบ่งคนละ 30 3 คนก็ยังเหลือ 10 ขวด ดังนั้นเราต้องแบ่งคนละ 33 ขวด แต่จะมีคนนึงได้ไป 34 ขวด ในฐานะเจ้าของห้างใหญ่สุด ผมจะเป็นคนรับไว้เองก็แล้วกัน” ลีดาจุนพูดดักหน้า ในฐานะเจ้าของห้างผู้มองการณ์ไกล เขามองว่าไวน์ของเจมส์ในอนาคตจะต้องขาดตลาดชัวร์ ดังนั้นพอมีโอกาสทำไมไม่คว้าไว้

“ไร้สาระ หากพูดถึงความอาวุโสผมแก่กว่าพวกคุณทั้งหมด ดังนั้นไวน์ 1 ขวดที่เหลือจะต้องเป็นของผม” แดจุนที่มองภายนอกเป็นแค่ตาแก่ใจดีเริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากเป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งเขาคงไม่สามารถเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตได้

เจมส์เคาะนิ้วที่โต๊ะทีหนึ่ง ทุกคนจึงเลิกเถียงกัน กลับมาสงบแล้วดื่มไวน์บนโต๊ะอีกครั้ง

“ต้องขอโทษด้วย แต่ว่าไวน์แดงที่เพิ่งเปิดไปคือขวดที่ 100 ดังนั้นพวกคุณจะได้รับไวน์คนละ 33 ขวดเท่ากัน”

“อะไรนะ...”

“ใช่ครับ ไวน์ตอนนี้เหลือ 99 ขวด แต่ไม่ต้องกังวล ผมมีให้คุณอีกคนละ 1 ขวดแบบฟรีๆ แถมยังเป็นไวน์ตัวใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง ยังไม่สามารถผลิตได้จำนวนมาก” เจมส์ผายมือ ไวน์อนุ่นขาว 3 ขวดก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ

ความจริงเขาไม่ได้มีเพียง 100 ขวดอย่างที่โม้ แต่แค่ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กน้อย จึงตัดปัญหาไปด้วยการบอกว่าขวดที่เปิดเป็นหนึ่งในจำนวนที่ผลิต นอกจากนั้นเพื่อไม่ให้ถูกมองดูแย่ จึงมอบของขวัญให้เป็นการตอบแทน ไวน์ที่มีเพียง 3 ขวด หมดแล้วเลย

เมื่อพวกเขากินไวน์ขาวเหล่านี้จะต้องเกิดความอยากขึ้นมาแน่นอน รสชาติดีกว่าไวน์แดงที่ซื้อขาย ดังนั้นนี่จึงไม่ต่างจากสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง พอได้ลิ้มรสคุณก็จะขาดมันไม่ได้ ต้องโหยหาแต่มัน

“ก็ได้ คนละ 33 ขวด” แดจุนค่อนข้างพอใจ

สำหรับการเจรจาหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องยาก

หนังสือสัญญา 3 ฉบับถูกร่างออกมาโดยคังโยซอน หลังจากประทับตราเรียบร้อยทุกคนก็ขอตัวกลับ แถมยังบอกอีกว่าหากเขาต้องการช้อปปิ้งสามารถไปที่ห้างสรรพสินค้าได้ โดยมอบบัตรวีไอพีซึ่งมีส่วนลดพิเศษ 40 เปอร์เซ็นต์ให้

เจมส์เก็บบัตรทั้งสามใบไว้ก่อนจะนึกถึง 3 สาว พรุ่งนี้คงต้องพาไปช้อปปิ้งสักหน่อย ไหนๆ ก็ได้บัตรมา หมดเงินอีก 100 ล้านวอนจะเป็นไรไป

“อะแฮ่ม”

ระหว่างที่เก็บบัตรไว้ในกระเป๋าเสื้อ คังโยซอนจามทีหนึ่ง แล้วหันมามองทางเขา

“มีอะไรเหรอครับ” เจมส์ถามด้วยใบหน้าใสซื่อ

คังโยซอนรู้สึกหงุดหงิด “ไม่มีอะไร”

“ไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลย นี่ของคุณ ผมไม่ลืมหรอกน่า”

ไวน์ขาวหนึ่งขวดถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ คังโยซอนรีบคว้ามาไว้ในมือ

“ผมรู้อยู่แล้วว่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างคุณไม่ได้มีไวน์แค่ 3 ขวดหรอก นอกจากนั้นไวน์แดงเองก็เหมือนกัน คุณคงจะส่งไปที่อื่นที่ไม่ใช่เกาหลีด้วยสินะ”

“คุณคัง ผมไม่ใช่คนขี้โกหกหรอกนะครับ”

“เหอะ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อคุณ!”