ใช้เวลาเก็บกวาดไปทั่วดันเจี้ยนกว่าครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงตำแหน่งของบอสดันเจี้ยนอย่างโกเลมลาวา
จุดที่บอสอยู่นั้นเป็นโถงกว้างที่มีขนาดใหญ่ล้อมรอบไปด้วยน้ำตกลาวาเป็นภาพที่ดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมาก ทันทีที่พวกเขามาถึงพื้นดินก็เริ่มแตกออกและมีลาวาพุ่งปะทุขึ้นมาหลังจากนั้นแผ่นหินที่แตกออกก็ได้หลอมรวมตัวกันและถูกเชื่อมเอาไว้ด้วยลาวาที่เหนียวหนืด
“เป็นการปรากฏตัวที่น่าสนใจมาก!” ฟ้าใสอุทานออกมาก่อนจะหัวเราะคิกคักผิดกับคนอื่นๆที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะบอสโกเลมลาวานั้นดูแข็งแกร่งมากทีเดียว
เมื่อก้อนหินเหล่านั้นก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของโกเลมลาวาจนสมบูรณ์ขนาดของมันก็ใหญ่โตเป็นสามเท่าของมนุษย์แล้ว ลาวาที่ร้อนแรงหยดลงจากร่างของมันทำให้พื้นที่รอบๆตัวมันกลายเป็นบ่อลาวาทีละน้อย
“โหดมาก!” เมื่อเห็นค่าสถานะของบอสมังกรคำรามก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่
สัตว์อสูร จิตวิญญาณแห่งไฟโกเลมลาวา ระดับ 35 (สัตว์อสูรระดับบอส)(สัตว์อสูรธาตุไฟหนาแน่น)
พลังชีวิต 100,000
พลังโจมตี 1200 พลังโจมตีเวทมนต์ 1200
พลังป้องกัน 450 พลังป้องกันเวท450
ทักษะ : เกราะลาวาแข็งตัว , เศษชิ้นส่วนแห่งไฟ , ทุบทำลาย , ดื่มลาวา , หมัดหลอมเหลว , วงแหวนไฟ
พลังชีวิต พลังโจมตีพลังป้องกันทุกค่าล้วนแต่สูงมากจนทำให้คนที่มองเห็นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้อเล็กน้อยที่สำคัญคือบอสมีทักษะที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างดื่มลาวาโกเลมลาวาจะสามารถใช้ทักษะดื่มลาวาเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต 20% ได้ทุกห้านาที นั่นหมายความว่าผู้เล่นจะต้องสร้างความเสียหายให้บอสได้เกินสองหมื่นหน่วยในห้านาทีไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถเอาชนะมันได้
“พวกเราจะไหวหรือ” กระต่ายหมายจันทร์เอ่ยถามตอนนี้พวกเขาได้ระดับเพิ่มกันขึ้นมาอีกคนละหนึ่งระดับจากการไล่กวาดสัตว์อสูรมาตลอดทางถ้ามาตายที่นี่ก็จะเท่ากับเป็นการเสียค่าประสบการณ์ไปเปล่าๆ
“พวกเราลองดูกันก่อน” เมฆครามเอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดมากนักต่อให้ไม่ไหวพวกเขาก็แค่ยอมแพ้แล้วกลับเข้ามาใหม่อีกรอบระหว่างนั้นเก็บระดับและอุปกรณ์ไปเรื่อยๆก็ทำให้ทีมของเขาพัฒนาขึ้นได้เช่นกัน
แต่เมฆครามไม่คิดว่าการฆ่าโกเลมลาวายากเกินไปสำหรับทีมของเขาพลังโจมตีของแต่ละคนในตอนนี้ขึ้นถึงหลักพันได้สบายๆแล้วถึงพลังป้องกันของบอสจะสูงมากแต่มันก็มีจุดอ่อนที่ชัดเจนคือความชักช้าของมันดังนั้นเมฆครามจึงสามารถมุ่งเป้าไปที่การโจมตีได้มากกว่าการสู้ครั้งอื่นๆถ้าเขาสามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่ต่อให้บอสแข็งแกร่งมากเขาก็มั่นใจว่าสามารถโค่นได้เช่นกัน
เมื่อเมฆครามตัดสินใจแล้วทุกคนต่างก็พยักหน้าและทำตามคำสั่งด้วยความเชื่อมั่น
ไม่มีความจำเป็นต้องนัดแนะอะไรกันอีกแล้วเมฆครามตะลุยเข้าหาโกเลมลาวาในทันที มังกรคำรามฉีกทิ้งระยะห่างออกไปเล็กน้อยส่วนสามสาวนั้นยืนเว้นระยะกันเพื่อไม่ให้กีดขวางกันไปมา
สิ่งหนึ่งที่คนในทีมของเมฆครามยังไม่รู้ก็คือพลังป้องกันที่สูงของโกเลมลาวานั้นเกิดจากเกราะพิเศษที่เป็นการยึดแน่นของหินและลาวาบอสตัวนี้สามารถเอาชนะได้ด้วยกลยุทธ์พิเศษนั่นก็คือการเจาะทำลายเกราะของมันให้แตกออกหลังจากที่เกราะหินแตกเผยให้เห็นแกนของมันตอนนั้นพลังป้องกันของโกเลมลาวาจะลดน้อยลงอย่างมาก เมฆครามตัดสินใจที่จะยังไม่เปิดเผยเรื่องนี้แต่จะรอให้แกนของโกเลมลาวาเปิดเผยครั้งแรกจึงค่อยเอ่ยข้อมูลนี้ออกไป
ผู้เล่นในปัจจุบันนั้นยังไม่รู้ว่าทักษะพิเศษแต่ละอย่างของพวกเขานั้นจะมีผลลัพธ์แฝงบางอย่างซ่อนเอาไว้กว่าข้อมูลนี้จะกลายเป็นที่รู้จักแพร่หลายมันก็ผ่านการวิจัยและตรวจสอบโดยผู้เล่นชั้นนำของเกมเป็นเวลาค่อนข้างนานยกตัวอย่างเช่นในการสู้กับสัตว์อสูรที่มีเกราะพิเศษอย่างโกเลมลาวา ทักษะบางประเภทที่มีผลลัพธ์แฝงประเภท‘เจาะทะลวง’จะช่วยส่งผลในการทำลายเกราะของมันได้ดีขึ้น
ในอีกแง่หนึ่งทักษะบางประเภทก็จะมีผลลัพธ์แฝงในแง่ของการกระแทก ซึ่งเหมาะกับการใช้เพื่อขัดการเคลื่อนไหวของเป้าหมายยกตัวอย่างเช่นทักษะบดขยี้ของมังกรคำราม หรือทักษะระเบิดมนตราของกระต่ายหมายจันทร์
นอกจากการเจาะทะลวงการกระแทกก็ยังมีผลลัพธ์บางอย่างที่มีความสำคัญต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปซึ่งเรื่องเหล่านี้จะถูกพูดถึงในอนาคต
ทักษะของเมฆครามนั้นมีผลลัพธ์แฝงด้านเจาะทะลวงอยู่บ้างเริ่มจากทักษะแทงทะลวงต่อด้วยแทงสามครั้ง น่าเสียดายที่การลงมือของคนคนเดียวไม่อาจส่งผลมากมายถึงเพียงนั้นเมฆครามคาดคำนวณในใจคิดว่าน่าจะต้องโจมตีซ้ำด้วยทักษะทั้งสองอีกสี่ถึงห้าครั้งจึงจะสามารถทำลายเกราะของโกเลมลาวาได้คราหนึ่ง
มังกรคำรามเห็นว่าโกเลมลาวาเชื่องช้าเขาจึงกล้าเข้ามาโจมตีในระยะใกล้เมื่อเห็นเมฆครามใช้ทักษะแทงทะลวงเขาก็ไม่รอช้าใช้ทักษะบดขยี้ออกมาต่อทันที
1126!
ฟ้าใสใช้ทักษะบทเพลงต่อเนื่อง น่าเสียดายที่พลังป้องกันเวทของบอสสูงมากทำให้พลังโจมตีของเธอที่น้อยกว่ากระต่ายหมายจันทร์สร้างความเสียหายได้แค่ราวๆหนึ่งพันหน่วยเท่านั้น
แม้ว่าเกราะของบอสจะยังอยู่แต่ก็นับว่าทีมของเขาสร้างความเสียหายได้ไม่เลวเลยหนึ่งนาทีบอสก็เสียพลังชีวิตไปเกือบหมื่นหน่วยแล้ว
น่าเสียดายที่บอสนั้นไม่ใช่ต้นไม้ที่จะยืนนิ่งๆปล่อยให้ศัตรูโจมตีในที่สุดนอกจากการเหวี่ยงหมัดที่เชื่องช้ามันก็เริ่มตอบโต้ด้วยทักษะของตนเองออกมา
บ่อลาวาที่อยู่รอบตัวบอสขยายอาณาเขตออกก่อนจะแปรสภาพกลายเป็นโกเลมลาวาขนาดจิ๋วไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เป็นลูกน้องของบอสที่มีไว้เพื่อสร้างปัญหาให้กับผู้เล่นโดยเฉพาะ
“ระวัง อย่าให้พวกมันเข้าถึงตัว” เศษชิ้นส่วนแห่งไฟพวกนี้ไม่ได้มีพลังชีวิตมากมายและไม่ได้มีพลังป้องกันแข็งแกร่งอะไรมากนักที่น่ากลัวอย่างเดียวก็คือพวกมันสามารถระเบิดตัวเองได้! ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้จนสามารถระเบิดตัวเองต่อให้เป็นอัศวินก็ยังต้องบาดเจ็บหนักไม่ต้องเอ่ยถึงอาชีพอื่นที่พลังชีวิตน้อยกว่ามากเลย
“เล็งจัดการพวกเศษชิ้นส่วนก่อน” เมฆครามสั่งการ เขาใช้ทักษะกลืนกินโลหิตเพื่อลดพลังชีวิตของพวกมันแม้ว่าพลังชีวิตพวกมันจะไม่เยอะแต่ก็ไม่ได้น้อยถึงเพียงนั้นรวมๆแล้วตัวหนึ่งก็มีพลังชีวิตประมาณห้าพันกว่าๆ
มองดูเศษชิ้นส่วนแห่งไฟสามตัวที่วิ่งมาทางพวกเธอทำให้กระต่ายหมายจันทร์ระวังตัวขึ้นมาทันทีเธอหยุดทักษะที่นำไปใช้ยิงบอสแล้วนำกลับมาโจมตีใส่พวกเศษชิ้นส่วนแห่งไฟ แม้แต่ฟ้าใสเองก็ให้ร่างจิตวิญญาณธรรมชาติของเธอช่วยจับตัวพวกมันเอาไว้ด้วยทักษะเถาวัลย์รัดตรึง
“ฮึ่ม เวทไฟของฉันมันไร้ประโยชน์ที่นี่” กระต่ายหมายจันทร์หัวเสียเป็นอย่างมาก เผ่าภูตจันทรามีความเชี่ยวชาญด้านธาตุไฟสายฟ้าและความมืด เวทไฟเป็นทักษะที่เธอมีอยู่มากที่สุดมันจึงทำให้เธอต้องเจอกับความลำบากในการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรธาตุไฟเข้มข้นที่ไม่กลัวพลังธาตุไฟเหล่านี้
แม้แต่ฟ้าใสก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกันเพราะเถาวัลย์รัดตรึงนั้นเป็นทักษะที่มีพื้นฐานจากธาตุไม้ที่แพ้ไฟพวกเศษชิ้นส่วนแห่งไฟจึงหลุดจากพันธนาการของเธอ แม้จะสามารถใช้บทเพลงสะกดหยุดพวกมันได้แต่ก็ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เมฆครามรีบสั่งการ “มังกรคำรามหันไปโจมตีพวกเศษชิ้นส่วนแห่งไฟทางนั้นก่อนอย่าปล่อยให้พวกมันเข้าถึงตัวแนวหลังได้”
“เข้าใจแล้ว” มังกรคำรามรีบวิ่งตามเศษชิ้นส่วนแห่งไฟไปทันทีเขาใช้ทักษะขวานถล่มโจมตีวงกว้างก่อนจะกระหน่ำโจมตีใส่พวกมันโดยไม่ลืมเตรียมพร้อมที่จะถอยหนีออกมาตลอดเวลา
เมฆครามถอนหายใจเล็กน้อยถ้าเปลี่ยนเป็นทีมที่มีผู้เล่นสิบคนเขาก็จะสามารถแบ่งคนไปจัดการเศษชิ้นส่วนแห่งไฟได้โดยที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับบอสได้อย่างต่อเนื่องแต่ทีมของเขามีคนน้อยเกินไป ถึงเขาจะสามารถโจมตีบอสได้รุนแรงกว่าอัศวินทั่วไปแต่มันก็ยังไม่เพียงพอ
ห้านาทีผ่านไปบอสก็ได้ใช้ทักษะดื่มลาวาทำให้พลังชีวิตของมันกลับมาอยู่ที่80% นี่ทำให้ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเพียงแค่ทักษะเศษชิ้นส่วนแห่งไฟกับดื่มลาวาของบอสก็ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาย่ำแย่แล้ว
ปัญหาก็คือพลังเวทมนต์ของพวกเขานั้นมีจำกัดยิ่งสู้นานพลังก็จะยิ่งร่อยหรอไปเรื่อยๆ ด้วยอัตรานี้การจะเอาชนะบอสนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก
อย่างไรก็ตามหลังจากการโจมตีด้วยทักษะแทงสามครั้งของเมฆครามบอสโกเลมลาวาก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นบนเกราะที่แน่นหนานั้น
“เกิดอะไรขึ้น!?” ทุกคนต่างระแวงว่ามันอาจจะเป็นทักษะของบอสแต่เมฆครามกลับไม่กังวลเลยสักนิด ในที่สุดเขาก็สามารถทำลายเกราะของบอสได้ครั้งหนึ่งแล้ว!
“รีบโจมตี” เมฆครามสั่งการพร้อมกับใช้ทักษะกางเขนแห่งแสงแทงเข้าไปทันใดนั้นพลังชีวิตของบอสก็ลดลงสองพันหน่วยในพริบตา
“พลังป้องกันของบอสหายไป?” เมื่อเห็นตัวเลขนั้นกระต่ายหมายจันทร์ก็ตระหนักได้ทันทีเธอรีบโจมตีเข้าไปยังจุดที่เกราะของบอสเปิดออกเผยให้เห็นแกนกลางของมันที่ล้อมไปด้วยลาวาเหนียวหนืด
ครั้งนี้แม้แต่เธอก็สามารถสร้างความเสียหายได้เกือบสองพันหน่วยเช่นกัน
คืนอื่นๆต่างก็ทุ่มเทโจมตีเข้าไปเต็มกำลังพลังชีวิตของบอสลดฮวบลงจนเหลือ 60% อีกครั้งแม้ว่าเกราะหินของบอสก็ได้สร้างขึ้นมาใหม่แล้วยังมีเวลาอีกเกือบห้านาทีก่อนที่บอสจะสามารถใช้ดื่มลาวาได้อีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกคนก็เริ่มมองเห็นความหวังในที่สุด
“ดูเหมือนว่าเกราะของบอสจะสามารถทำลายได้ ทุกคนเล็งโจมตีที่ตำแหน่งใกล้ๆกันเลือกโจมตีที่แผ่นหินขนาดใหญ่ของบอส มันเป็นเป้าที่เล็งได้ง่ายที่สุด” เมฆครามแสร้งทำเป็นไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“เข้าใจแล้ว” เมื่อเห็นความหวังทุกคนต่างก็กระตือรือร้นมากขึ้นหลายเท่า
เมฆครามกับมังกรคำรามเล็งโจมตีไปยังจุดเดียวกันพลางหลบการโจมตีของบอสไปด้วยพลังโจมตีของโกเลมลาวานั้นไม่ใช่เล่นๆเลยถ้าพลาดถูกมันซัดเข้าสักครั้งเมฆครามอาจจะเสียพลังชีวิตสักครึ่งหนึ่งแต่มังกรคำรามอาจจะปางตายเอาได้ง่ายๆ
ขณะที่กำลังโจมตีเมฆครามก็สังเกตเห็นท่าทางที่แปลกไปของโกเลมลาวา เขาจึงรีบร้องสั่งมังกรคำราม “หลบออกไปให้พ้นระยะโจมตีของบอส!”
มังกรคำรามชะงักการโจมตีของตนเองแล้วรีบหันหลังวิ่งออกไปทันทีทันใดนั้นโกเลมลาวาก็ยกมือทั้งสองข้างของมันขึ้นแล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรงบ่อลาวาด้านล่างกระเพื่อมไปมามังกรคำรามรู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่มาถึงด้านหลังของตนถ้าเขาวิ่งช้าอีกสักนิดเกรงว่าคงถูกลาวากลืนร่างไปแล้ว
ทักษะทุบทำลายของบอสสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างนับว่ารุนแรงไม่น้อยเลยเมฆครามดูพลังชีวิตของตนเองที่ลดไปครั้งเดียวถึง 2,500 หน่วย ไม่แปลกใจเลยที่ผู้เล่นส่วนมากไม่สามารถผ่านด่านโกเลมลาวาไปได้นอกจากความถึกของมันแล้วพลังโจมตีของมันก็ยังน่ากลัวอย่างมากเมฆครามมั่นใจมากว่าเขาเป็นอัศวินที่มีพลังป้องกันสูงที่สุดในตอนนี้แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานพลังอำนาจของมัน
หลินหลินรีบรักษาเมฆครามจนกลับมาอยู่ในสภาวะปลอดภัย
“ได้เวลาใช้เจ้านี่แล้วสินะ” เมฆครามหัวเราะเบาๆก่อนจะใช้งานยาต้านทานธาตุไฟก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้เพราะอยากทดลองความเสียหายของอีกฝ่าย
เมื่อเห็นเมฆครามใช้ยาต้านทานธาตุไฟเพื่อนๆต่างก็ใช้ออกมาด้วยในทันทีพวกเขาไม่รู้ว่ายานี้มีมูลค่าเท่าไหร่แต่ถึงอย่างไรมันก็ดีกว่าพลาดท่าตายเพราะการโจมตีของบอสอย่างแน่นอน
การตัดสินใจของพวกเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะหลังจากนั้นไม่นานบอสก็ได้ใช้ทักษะวงแหวนไฟออกมา ภายใต้วงแหวนไฟนี้ผู้เล่นที่อยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยหลาของบอสจะได้รับความเสียหายจากพลังธาตุไฟเข้มข้น100 หน่วยทุกวินาที
ถ้าเป็นสถานการณ์ทั่วไปพอเจอกับทักษะนี้ก็มีแต่ต้องให้คนที่ไม่ใช่ตัวแท้งถอยหนีออกจากระยะทักษะบอสแล้วรอจนกว่าทักษะวงแหวนไฟจะหมดเวลาแต่กลุ่มของเมฆครามดื่มยาต้านทานธาตุไฟกันไปแล้ว พลังชีวิตจึงเสียน้อยกว่าปกติ แม้จะยังไม่สามารถยืนหยัดอยู่ในวงแหวนไฟตลอดเวลาได้แต่พวกเขาก็สามารถโจมตีแล้วขยับหนีออกห่างดื่มยาฟื้นพลังแล้วกลับมาโจมตีอีกครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้พลังชีวิตของบอสจึงไม่ได้ลดช้าไปกว่าเดิมสักเท่าใดนัก
ใช้เวลายี่สิบกว่านาทีพลังชีวิตของบอสก็ลดลงเหลือ10% แล้ว หินขนาดใหญ่บนร่างของมันมีรอยแตกร้าวที่ชัดเจนปรากฏขึ้นคาดว่าอาศัยการโจมตีซ้ำอีกครั้งสองครั้งก็จะสามารถเปิดเกราะของมันได้อีกและนั่นจะเป็นการเปิดเกราะครั้งสุดท้าย
โชคดีที่โกเลมลาวาไม่ได้มีสถานะบ้าคลั่งไม่อย่างนั้นกลุ่มของเขาคงยากที่จะเอาชนะได้ เพราะโกเลมลาวามีพลังโจมตีรุนแรงมากเมื่อรวมกับสถานะบ้าคลั่งมันอาจจะสามารถฆ่าคนได้ในหมัดเดียวเลยความเร็วก็เป็นจุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ของมันด้วยเช่นกัน
แทงทะลวง!
815!
ในที่สุดเกราะของมันก็แตกออก เมฆครามและคนอื่นไม่รอช้ายัดการโจมตีเข้าใส่ร่างของมันอย่างเต็มที่และด้วยความทุ่มเทนั้นในที่สุดโกเลมลาวาก็ล้มลงในนาทีที่สามสิบตั้งแต่ที่เริ่มต่อสู้กับบอสมา