แสงระยิบระยับหลากสีแข่งกันทอประกายจ้าตา
ห้องลับชั้นที่สองเต็มไปด้วยชั้นวางของด้านหน้าสุดวางเพชรนิลจินดาและเครื่องประดับล้ำค่าต่างๆ มากมายจนนับแทบไม่ไหวเครื่องเพชรเครื่องหยกเครื่องทองสาดส่องล้อแสงเทียนแต่ที่ทำให้หยางเถาอวี้ปากอ้าตาค้างอย่างแท้จริงก็คือมุมหนึ่งของห้องชั้นวางของบริเวณนั้นมีผลึกหยกม่วงและผลึกหยกแดงวางอย่างเป็นระเบียบกองร่วมกับผลึกหยกระดับอื่นๆเรียงกันเป็นจำนวนมาก
สิ่งล้ำค่าอีกด้านหนึ่งที่หยางเถาอวี้กวาดสายตาไปเห็นคือชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือตำรับตำรามากมายหยางเถาอวี้ไม่รอช้า ‘ทีเจวัน สแกนหนังสือเก็บให้หมดทุกเล่ม อย่าให้ตกหล่นแม้สักเล่มเดียวเล่า’
‘รับทราบครับผม’ทีเจวันรับคำอย่างกระตือรือร้น
เด็กสาวเดินไล่มองไปตามชั้นวางเพชรนิลจินดาต่างๆนางกำลังชั่งใจ จะโกยของเหล่านี้ไปให้เกลี้ยงดีหรือไม่ อันที่จริงสมบัติต่างๆในมิติลับของรุ่ยเอ๋อนับว่ามากมายจนใช้ไม่หมดอยู่แล้ว เวลานี้เรียกว่านางพ้นจากความยากจนอย่างถาวรดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสรรหาทรัพย์สมบัติอะไรมาเพิ่มเติมอีกยกเว้นการจิ๊กผลึกหยกม่วงกับผลึกหยกแดงไปปลูกเพิ่มในมิติทว่าหากปล่อยของล้ำค่าเหล่านี้ทิ้งไว้ในค่ายโจรจะเป็นการหลงเหลือเขี้ยวเล็บไว้ให้พวกมันก่อกรรมทำเข็ญต่อไปหรือไม่คิดได้เช่นนี้จึงตัดสินใจ
“เอาวะทำตัวเป็นโรบินฮู๊ดละกัน ปล้นโจรไปแจกชาวบ้านดีกว่า”คิดได้ดังนี้จึงวาดมือออกไปรอบหนึ่ง ข้าวของในห้องทั้งหมดรวมถึงหนังสือทุกเล่มในคลังลับแห่งนี้จึงอันตรธานหายเข้าไปอยู่ในมิติของรุ่ยเอ๋อทันที
“เอาน่ายังไงมันก็คงไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร ตามมาไม่ถึงตัวเราแน่นอน”โจรปล้นโจรมันเป็นเช่นนี้นี่เองหยางเถาอวี้กวาดข้าวของทุกอย่างหมดแล้วจึงให้ข่าเอ๋อพาหายออกไปจากคลังสมบัติแห่งนี้ทันที
“ที่ต่อไปคือห้องเหล็กอีกห้องนะข่าเอ๋อ”
เวลาไม่คอยท่าข่าเอ๋อพานางทะยานร่างด้วยความเร็วที่ไม่มีสายตาของมนุษย์คนไหนมองตามได้ทันพริบตาเดียวก็มาปรากฏอยู่หน้าหอใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมีเวรยามแน่นหนานางยังคงเลือกที่จะโปรยผงมึนเมาออกไปเป็นลำดับแรกเฉกเช่นตลอดทางที่ผ่านมาเพื่อตัดกำลังของคนในหมู่บ้านโจรให้มากที่สุด
เมื่อโผล่เข้ามาในตัวอาคารหยางเถาอวี้รู้สึกแปลกใจอาคารเหล็กแห่งนี้มีค่ายกลที่ซับซ้อนยิ่งกว่าคลังสมบัติเมื่อครู่เสียอีกหรือจะเก็บของที่ล้ำค่ายิ่งกว่า
ใช้เวลาราวชั่วจิบชาหยางเถาอวี้จึงสามารถตรวจสอบรูปแบบของค่ายกลแห่งนี้ออกมาได้นางรีบวาดมือออกไปสร้างชุดอักขระขึ้นแหวกค่ายกลด่านที่หนึ่ง ด่านที่สอง ด่านที่สามที่นี่มีค่ายกลเชิงซ้อนอยู่ทั้งสิ้นสามชั้น ค่ายกลชนิดนี้หากทำลายลงจะส่งสัญญาณให้เจ้าของหรือผู้สร้างค่ายกลรู้ตัวทันที ดังนั้นนางจึงมิได้ทำลายมันหากแต่ใช้วิธีสร้างช่องโหว่แหวกผ่านเข้าไปชั่วคราวช่องว่างนี้จะปิดตัวลงทันทีหลังจากนางผ่านเข้าไป ดังนั้นตามทฤษฎีแล้วผู้สร้างค่ายกลควรจะไม่รู้ตัวว่าค่ายกลของตนถูกบุกรุก
หยางเถาอวี้ลอดผ่านช่องว่างค่ายกลเข้าไปด้านในและพบเข้ากับประตูเหล็กอีกบานหนึ่งใช้เวลาสำรวจอีกชั่วครู่จึงพบเข้ากับปุ่มลับที่ซ่อนอยู่ในผนังด้านข้างนางลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงหมุนกลไกนั้น บานประตูค่อยๆ ขยับเปิดออก
เมื่อประตูกลถูกเปิดออกมองเห็นอุโมงค์ขนาดกว้างสองคนเดินสั้นๆ เส้นหนึ่ง ปลายทางเป็นลานโล่งกว้างของห้องๆหนึ่ง แต่ยังมองไม่เห็นรายละเอียดต่างๆ ภายในห้องนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งพื้นทั้งผนังเต็มไปด้วยกับดัก‘ทางเดินข้างในยังมีกับดักวางอยู่อีก คงมามัวเสียเวลามากไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้วข่าเอ๋อ เจ้าเห็นปลายทางโล่งกว้างนั่นไหม พาข้าตัดผ่านมิติไปดูเถอะอย่าทะยานผ่านไปเฉยๆ ประเดี๋ยวจะกระตุ้นถูกกับดักเข้า’ มีการป้องกันแน่นหนาปานนี้เกรงว่าข้างในคงไม่ธรรมดาเป็นแน่
หยางเถาอวี้มองจากด้านในมิติสองคิ้วของนางขมวดมุ่นภายในห้องกว้างแห่งนี้ที่แท้กลับเป็นห้องคุมขังอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีเพดานสูงมองเห็นสายโซ่ขนาดใหญ่ตรงผนังหลายเส้นห้อยระย้าลงมาจองจำชายผู้หนึ่งซึ่งมือเท้าทั้งสี่ถูกมัดตรึงด้วยห่วงโซ่มากมาย
“นี่ออกจะผิดคาดเกินไปแล้วนึกว่าจะเจอสมบัติสุดล้ำค่า กลับกลายเป็นนักโทษเดนตายของเดนตายคนหนึ่งถูกล่ามโซ่ตรวนไว้ขนาดนี้คงต้องเป็นยอดยุทธ์คนหนึ่งแน่ๆ เขาทำผิดอะไรเล่านี่หรือจะเป็นศัตรูของโจรก๊กนี้หรือข้าคงไม่ซวยถึงขนาดได้มาเจอกับตัวสุดร้ายแบบในนิยายกำลังภายในหรอกนะประเภทต้องล่ามเข้าไปถึงเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าอะไรอย่างนั้น”
หยางเถาอวี้กังขายิ่งอีกใจก็หักห้ามความสงสัยใคร่รู้ที่กำลังก่อตัวขึ้นจนคันคะเยอไปทั้งสมอง ‘ท่องไว้ๆนี่ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่ารนหาเรื่องเดือดร้อนไปมากกว่านี้จะดีที่สุด’นางกำลังคิดจะจากไปเงียบๆ ทว่าจังหวะนั้นพลันได้ยินเสียงแหบโหยเบาๆ ดังขึ้นแผ่วๆ
“ผู้มาเป็นใครใยจึงไม่เผยตัว”
เด็กสาวสะดุ้งโหยงคนผู้นี้ช่างร้ายกาจจริงๆ ขนาดนางซ่อนตัวอยู่ในมิติของข่าเอ๋อ เขายังรับรู้ได้
“อ่าผะ ผู้น้อยแค่ผ่านทางมา ท่านผู้อาวุโสอย่าได้ใส่ใจ อย่าได้ใส่ใจ”หยางเถาอวี้โผล่ออกจากมิติโดยไม่ให้ข่าเอ๋อปรากฏตัวออกมาด้วย
“ถึงกับเป็นแม่นางน้อยคนหนึ่งหรือค่ายโจรหลงจั้นที่ชั่วร้ายนี่จะถึงกาลอวสานแล้วเด็กตัวแค่นี้ยังสามารถเล็ดรอดเวรยามเข้ามาได้” ชายชราที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนค่อยๆเงยหน้าขึ้น ทั้งผมทั้งเครายาวรกสกปรกปิดบังใบหน้าแท้จริงเห็นเพียงดวงตาฝ้าฟางที่ฉายประกายความหวังปรากฏขึ้น
“ง่าในเมื่อแนะนำตัวกันแล้ว เห็นทีผู้น้อยคงจะต้องขอลา”นับตั้งแต่เจอพวกศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยน เหตุใดจึงต้องเอ่ย ‘เก้าทุ่ย’ บ่อยนักคำพูดราวกับจ่อรออยู่ที่ปลายลิ้นแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“ช้าก่อนแม่นางน้อยในเมื่อเจ้ามีความสามารถเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ เจ้าจะช่วยข้าออกไปได้หรือไม่”ดูจากรูปการณ์ นางคงแอบเข้ามาเขาจึงมั่นใจว่าแม่นางน้อยผู้นี้มิใช่พวกเดียวกับเจ้าโจรสารเลวเหล่านั้น
“เอ่อ...ท่านเป็นใครข้าก็ไม่รู้จัก หากท่านเป็นคนเลวขึ้นมา ข้าจะมิช่วยคนผิดรึ”หยางเถาอวี้ไตร่ตรองดู คนผู้นี้อาจเป็นคนเลวที่มีความแค้นลึกซึ้งกับค่ายโจรแห่งนี้ก็เป็นได้แม้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโจรเหล่านั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดีนี่นาอย่าแส่หาเรื่องอีกดีกว่า
“ที่เจ้าพูดมาก็ไม่ผิดเช่นนี้เถอะ หากเจ้าช่วยข้าออกไปได้ ข้ายินดีเป็นม้าเป็นวัวให้เจ้าใช้ไปตลอดชีวิต”
“นี่ทำสัญญาเป็นตายกับข้าก็ยอมหรือ” คนแปลกหน้าไม่รู้ที่มาแบบนี้คงใจดีเปล่าๆ ปลี้ๆไม่ได้หรอกนะ
“ย่อมได้ทั้งนั้นขอเพียงข้าได้มีโอกาสแก้แค้นไอ้คนสารเลวเหล่ยอ้าวฉีนั่น ให้ทำอะไรข้าล้วนยินดี”
หยางเถาอวี้ไตร่ตรองดูหากชายผู้นี้ยอมทำพันธะสัญญาเป็นตายกับนางจริง ตัวนางย่อมไม่มีอะไรให้เสียเปรียบหรือเป็นภัยแค่เปลืองแรงช่วยเพิ่มอีกหนึ่งคนเท่านั้น งั้นก็สร้างกุศลกันเถิด“หวังว่าท่านจะไม่เสียใจภายหลังเช่นนั้นข้าจะเริ่มทำสัญญาเป็นตายกับท่านเดี๋ยวนี้หละนะ เตรียมตัวให้ดี”
“ตกลง”ชายผู้นี้เด็ดขาดยิ่งนัก หลับตาลงพร้อมยอมรับโดยไร้ความลังเลหยางเถาอวี้ใช้เวลาแค่ชั่วไม่กี่อึดใจสร้างพันธะสัญญาเป็นตายจนสำเร็จ
“เรียบร้อยท่านรอเดี๋ยว ข้าขอสำรวจโซ่ตรวนพวกนี้สักครู่”ดูเหมือนลางสังหรณ์ของนางช่างแม่นยำนักหยางเถาอวี้สังเกตุเห็นห่วงโซ่ที่มีเหล็กเสียบเข้าไปยึดถึงเส้นเอ็นรอบบริเวณข้อมือข้อเท้าทั้งสี่ศัตรูของชายผู้นี้โหดเหี้ยมเกินคนหรือหวาดกลัวเชลยของเขาก็ไม่อาจทราบได้หากเขาคิดหนีโดยการทำลายโซ่ตรวนเหล่านี้เส้นเอ็นทั้งหมดที่มือที่เท้าคงถูกทำลายไปพร้อมกันด้วย
“ท่านโคจรลมปราณได้หรือไม่”หยางเถาอวี้ตรวจสอบร่างกายของชายชราคร่าวๆ นางเห็นปัญหาบางอย่าง
“ไม่ได้ข้าถูกพวกมันสกัดจุดลมปราณทั้งหมดไว้”
“อืมเป็นดังที่ข้าคิด แต่เวลานี้คงต้องช่วยท่านออกไปก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”การรักษาจุดลมปราณเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลาและรักษาอย่างประณีต
“ท่านดื่มน้ำขวดนี้กับยาลงไปก่อนอีกประเดี๋ยวตอนข้าตัดโซ่ตรวนให้ท่านจะได้พอมีแรง”เด็กสาวนำน้ำทิพย์ขวดหนึ่งกับยารักษาอาการบาดเจ็บระดับสูงป้อนให้แก่ชายชราเขากลืนลงท้องอย่างไม่ลังเลใจ
นางคิดว่าจะลองใช้แสงเลเซอร์จากทีเจวันตัดโซ่ที่ตรึงร่างของชายชราพาเขาออกไปจากที่นี่แล้วค่อยจัดการกับห่วงโซ่ที่ตรึงเข้าไปถึงเส้นเอ็นของเขาเมื่อวางแผนการคร่าวๆ เสร็จแล้วจึงลงมืออย่างไม่ชักช้า
ลำแสงต่างกระบี่ตวัดฟันลงไปยังโซ่ตรวนทุกเส้นที่จองจำร่างของชายชราเอาไว้พริบตาที่โซ่เส้นสุดท้ายขาดลง สิ่งไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น
สองเข่าของชายชราทรุดลงกระแทกพื้นกระอักเลือดสีแดงสดออกมาคำโต หัวใจของเขาราวกับถูกมือยักษ์บีบเค้นเพียงพริบตาก็สิ้นใจลง
หยางเถาอวี้ตกตะลึงพรึงเพริดนางจ้องมองสายโซ่ที่ถูกตัดขาด ที่แท้บนสายโซ่มีอักขระฝังอยู่เป็นอักขระที่กระตุ้นให้บีบรัดหัวใจของชายชราทันทีหากสายโซ่ถูกทำลายลง
นางผิดแล้วไม่ตรวจดูให้รอบคอบ เป็นเหตุให้คนผู้หนึ่งถึงแก่ชีวิต!
ทันใดนั้นปรากฏเสียงตวาดทรงอำนาจแฝงพลังปราณร้ายกาจดังขึ้นในอากาศว่างเปล่า“ผู้ใดช่างบังอาจนัก”
‘อึก’หยางเถาอวี้ถูกพลังปราณกระแทกเข้าใส่ อวัยวะภายในบอบช้ำทันที นางกระอักโลหิตสดๆออกมาคำหนึ่ง
“...ข่าเอ๋อ ...” ขยับปากได้เพียงเท่านี้หยางเถาอวี้ก็พลันสิ้นสติไป