บทที่ 36
“เดินตรงไปเถอะ หากท่านทำผิดพลาดจะเป็นเรื่องเอาได้”
ในขณะเดียวกันฟิลลิปก็หยุดบ่นไม่ได้ เพราะตั้งใจจะแก้แค้นมิเกลที่ใส่ร้ายเขาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
“เลิกบ่นสักทีได้ไหม ข้าก็ทำดีที่สุดแล้ว ก่อนออกเดินทางก็บอกไปแล้วว่าอันตรายตั้งแต่แรก จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีก”
“เพราะตอนนี้มันทั้งอันตราย ทั้งไม่ปลอดภัยด้วยนี่”
“แต่มันไม่อันตรายเท่าเมื่อก่อนแล้ว ตอนที่มาก่อนหน้านี้มีก็อบลินกับเกรมลินอยู่เต็มไปหมด ถ้าพวกมันยังอยู่ ไม่มีทางที่ป่าจะเขียวชอุ่มแบบนี้ได้”
“ก็อบลินกับเกรมลินงั้นเหรอ” อีอันพูดแทรกกะทันหัน
“ชะ…ใช่ นี่คือถ้ำของพวกมันขอรับ” มิเกลตอบอย่างรวดเร็ว
เสียงของฟิลลิปยังคงพูดต่อ “มีป้อมปราการในหุบเขาอยู่ห่างจากที่นี่ออกไปแค่หนึ่งวัน แล้วพวกสัตว์ประหลาดนั้นจะมาอาศัยอยู่แบบนี้ได้ยังไง”
“ข้าไม่รู้ว่าเขตชายแดนจะเป็นยังไง แต่ทหารที่นี่ไม่ได้เดินออกตรวจเพื่อฆ่าพวกปีศาจหรอก แล้วถ้าตายหรือได้รับบาดเจ็บ ใครจะรับผิดชอบ” มิเกลหัวเราะแล้วพูดเสริม “ข้าไม่สนใจหรอกนะว่าจะเกิดความเสียหายจนทำให้กษัตริย์ให้ความสนใจหรือโจมตีก่อนหรือไม่ แต่ทหารรับจ้างอย่างข้าต้องหากินหาใช้”
“ถ้าพวกมันซ่อนตัวอยู่ตามทางก็คงจะวุ่นวายหนักเลย เพราะท่านแท้ ๆ”
“ถ้าพวกนั้นยังอยู่ ไม่มีทางที่ต้นไม้จะเติบโตได้แบบนี้หรอกขอรับ พวกมันกินทุกอย่างที่ขวางหน้าเหมือนตั๊กแตน อาจชอบกินหญ้าด้วยซ้ำ ดังนั้นในป่าที่พวกมันอาศัยอยู่คงจะเหลือแค่ต้นไม้ที่ไม่มีเปลือก เจ้าต้องคิดก่อนแล้วค่อยพูดสิ จิ๊”
“อาจจะกินไม่ได้ก็ได้นะ” อีอันพูดตอนสุดท้าย เขากำลังมองไปรอบ ๆ พลางขมวดคิ้ว
‘ว่าแล้วว่ารู้สึกคุ้น ๆ ทางนี้เชื่อมกับป่าที่ปนเปื้อนหรือเปล่านะ…?’
“อาจจะกินไม่ได้หมายความว่าอะไรขอรับ นายท่าน?” ฟิลลิปถาม อาจเพราะว่าเขารู้สึกว่าคำพูดของอีอันแปลกก็เป็นได้
“ตามที่พูดเลย เจ้าเองก็น่าจะเคยเจอมาเหมือนกัน พวกที่เคลื่อนไหวทั้ง ๆ ที่ตายแล้ว”
“พวกกูล...งั้นหรือขอรับ? หมายความว่าพวกปีศาจก็กลายเป็นกูลได้ด้วยหรือขอรับ?”
“ปกติไม่มีหรอกนะ ต้องเป็นป่าที่ถูกกัดกร่อนจากพลังเวทที่ปนเปื้อน จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่แปลก เหมือนกับป่าในหนองน้ำ”
“ป่าทึบที่ถูกสาปนั่น…เคยเข้าไปแล้วหรือขอรับ? ไม่ได้อยู่แค่ในหนองน้ำหรือขอรับ?”
“ใช่”
เป็นที่ที่เหมือนกับขุมทรัพย์เลยล่ะ อีอันไม่ได้พูดประโยคหลังออกไป
เป็นเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่เขาไม่มั่นใจในการต่อสู้กับเดรกในหนองน้ำ
เขาเข้าไปในป่าทึบแทนและเดินไปเรื่อย ๆ ในขณะนั้นก็ต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นกูล สัตว์ทุกชนิดที่รอดตาย ต้นไม้มีชีวิต และภูตผี แต่ปัญหาคือ แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้แข็งแกร่งมาก แต่ทั้งพวกมันและป่าก็มากจนไม่มีที่สิ้นสุด ท้ายที่สุด อีอันอยู่ได้ไม่กี่วันก็หนีออกมาและไม่เคยก้าวเข้าไปในป่าใดที่อยู่รอบ ๆ หนองน้ำอีกเลย
แน่นอนว่าที่นี่แตกต่างจากป่าทึบนั้นเล็กน้อย จากที่เคยเล่นเกม มันมีสาเหตุมาจากความบ้าคลั่งของกำแพงดำ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าความบ้าคลั่งแทรกซึมเข้าสู่ป่าอันห่างไกลนี้ได้อย่างไร เมื่อเขาได้รับเควสต์ในเกม กองทัพของกษัตริย์อยู่ในสภาพปนเปื้อน ไม่สามารถช่วยอะไรได้
“คงเป็นไปได้ยากใช่ไหมหากจะผ่านที่นี่ไปก่อนมืด?”
มิเกลตอบคำถามของอีอันด้วยน้ำเสียงพะว้าพะวัง “ดวงอาทิตย์จะตกในอีกหนึ่งถึงสองชั่วโมงข้างหน้า ระหว่างนั้น ไม่มีอะไรรับประกันได้เลย”
“…งั้นข้าคงต้องเตรียมต่อสู้แล้วล่ะ”
“นอกจากป่าสุสานแล้วยังมีป่าที่ถูกสาปอีกงั้นเหรอ? ไหนจะป่าที่อยู่ห่างจากป้อมปราการไปอีกหนึ่งวัน?”
ฟิลลิปถามกลับขณะตกตะลึงเมื่อได้ยินคำตอบ
อีอันยิ้มอย่างขมขื่น
“เพราะพึ่งจะเริ่มแพร่ระบาดได้ไม่นาน และที่นี่แทบจะไม่มีร่องรอยของคนเลย กว่าข่าวลือจะแพร่ออกไปก็ต้องใช้เวลาอีกสักพัก”
เพราะพืชพวกนี้มันกินคนไปแล้วอย่างน้อยสิบคนน่ะสิ
จะว่าไปแล้วมันเป็นเรื่องที่บังเอิญมาก ป่าปนเปื้อนเชื่อมต่อกับทางที่นำไปสู่ป่าสุสาน ไม่เคยคิดเรื่องความเชื่อมโยงขนาดนี้เลยตอนเล่นเกม แต่เมื่อหลุดเข้ามาในเกม มันมีความหมายมาก
‘เหมือนว่าจะกั้นทางเดินเข้าไปในป่าสุสาน… ก็ว่าทำไมถึงไม่รู้เส้นทางนี้’
อีอันเปิดปากพูดเมื่อคิดได้เช่นนั้น
“ดังนั้นต่อไปนี้ก็ระมัดระวังกันด้วย พืชก็คงกลายพันธุ์ได้เหมือนกัน”
“…ท่านกำลังบอกว่ากระทั่งหญ้ากับต้นไม้ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดด้วยงั้นหรือขอรับ?”
“ใช่ เพราะข้าแยกสิ่งเหล่านั้นได้ทันที อย่าแตะต้องมันเด็ดขาด”
เหล่าพืชที่ปนเปื้อนความบ้าคลั่งของกำแพงดำกลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดได้หลายวิธี ต้นไม้ที่กินเนื้อส่วนใหญ่จะกลายเป็นกับดักนกหรือหนู สังเกตได้ชัดจากผลหรือไม่ก็ใบ หากไปแตะต้อง มันจะโจมตีกลับทันที ดังนั้นจึงมีพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้กินเนื้อจำนวนมากจนไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้
หลังจากที่อีอันจัดการกับต้นตอของคำสาปแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิม
‘ถ้าการปนเปื้อนเกิดขึ้นแถวนี้จริง ๆ แล้วล่ะก็…’
ถึงแม้จะเร็วกว่าตอนนั้น แต่ก็เจอกันได้ตลอดเวลา
“ท่านกำลังพูดถึง…อะไรแบบนั้นเหรอ?” มิเกลถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
ทั้งคณะหยุดเดินแล้วยื่นหัวไปทางด้านข้างและมองไปตามทางที่มิเกลชี้
ต้นไม้ขึ้นตามริมทางหนาแน่นอย่างน่าประหลาด ต้นไม้ต้องสาปอื่น ๆ ก็มีเช่นกัน แต่มันเติบโตสูงขึ้นจนปกคลุมท้องฟ้าที่อยู่รอบ ๆ เสียมิด
ท่ามกลางต้นไม้ที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นนั้นมีเพียงต้นเดียวที่สะดุดตาเพราะมีผลไม้สีแดงห้อยระย้าอยู่ ราวกับบอกให้ลองชิมดู
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น” อีอันพยักหน้าและกล่าวต่อ “เราอย่าเดินผ่านต้นไม้ต้นนั้นจะดีกว่า”
ตามมาด้วยการถอนหายใจของมิเกล
“เวรเอ้ย…เป็นต้นไม้ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ต้นไม้ที่โตแบบนี้ได้ภายในเวลาไม่กี่ปีนั้นไม่ปกติหรอก”
“เจ้าเป็นคนที่พาเราเข้ามาในป่าที่ผิดปกตินี้ มิเกล”
มิเกลหน้าเจื่อนลงเพราะคำพูดจี้จุดของฟิลลิป
“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าจะเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นระหว่างเดินทาง”
“ถ้ายังไม่หยุด ข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสด้วยตัวเองว่ามันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหน”
มิเกลและฟิลลิปปิดปากเงียบหลังจากที่อีอันพูด
เกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
อีอันพูดพร้อมกับหัวเราะสั้น ๆ
“ทำอะไรอยู่? ออกเดินทางกันสิ”
สีหน้าของมิเกลซีดเซียว เขากลืนน้ำลายแล้วพูด
“…เรื่องนิดเดียวเอง ใช่แล้ว แม่งเอ้ย แค่ไม่แตะต้องมันก็พอแล้ว”
เขาเริ่มก้าวเท้าออกไปพร้อมกับจ้องมองต้นไม้ด้วยสีหน้ากระสับกระส่ายและขาที่สั่นเทา แต่ไม่หยุดเดิน ตามด้วยฟิลลิปที่ไม่แม้แต่จะส่งเสียงหายใจและเมฟที่เดินเงียบ ๆ ทั้งสองคนจับบังเหียนไว้แน่น
‘ยังโตไม่เต็มที่เลย ถ้าโตเต็มที่แล้วจะเป็นแบบที่ข้ารู้จักหรือเปล่านะ’
อีอันเดินผ่านหน้าต้นไม้กินเนื้อเป็นคนสุดท้ายพลางสังเกตอย่างใจเย็น
ถึงแม้จะไม่ได้บอกคนอื่น แต่ต้นไม้ที่ขึ้นเต็มสองข้างทางคือพันธุ์เดียวกัน เพียงแต่ยังไม่โตพอที่จะออกผลได้เท่านั้น ถ้าต้นไม้กินเนื้ออื่น ๆ มีขนาดประมาณนี้ก็แสดงว่าพอจะสัญจรผ่านทางนี้ไปได้
“ถ้าระวังไม่ไปโดนมันแบบนี้ต่อไป…”
เขาพูดขณะดึงบังเหียนของม้าที่กำลังดื้อไม่อยากเดินตามมา
ฟิ้วววว!
ใบไม้ของต้นไม้ที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อสักครู่นี้สั่นพร้อมกัน
สวบ!
หลังจากนั้นก็มีบางอย่างสีดำสนิทตกลงมาทางด้านหลังของอีอันอย่างรวดเร็วราวกับแส้ที่ฟาดลงมาอย่างแรง
“…!”
อีอันหันหน้าไปมองก็พบเข้ากับปากที่เหมือนกาบหอยแครง มีเปลือกสีเทาที่กำลังงับหัวม้าแน่น
มันคือกาบหอยแครง ตรงปากของมันมีเขี้ยวสีเทางอกออกมาเหมือนใบเลื่อย ขนาดของมันเล็กกว่าที่อีอันเคยเจอมาก
ม้าที่ถูกกัดเข้าที่หัวเจ็บปวดเจียนตาย จะขยับก็ไม่ได้
ฉึบ!
ปากที่บดขยี้หัวนั้นพุ่งขึ้นด้วยความเร็วพอ ๆ กับตอนที่มันพุ่งลงมา ก่อนจะหายไปในพุ่มไม้หนาทึบ
ตุบ!
ม้าของอีอันที่ถูกกัดหัวขาดทรุดลงกับพื้นพร้อมกับมีเลือดพุ่ง
ดวงตาของอีอันที่ปกคลุมด้วยหยดเลือดเกิดประกายไฟทันที
“ไอ้…ฉิบหาย…?”