ฉันโดน เจ้านายอาหรับ Nc40+++

    ตอนที่ 35: สัญญาณล่าตัวประกัน

    เสียงปืนพกของคุณคาริมและปืนกลสั้นของทาริกขู่คำรามสลับกันดังก้องปากทางเข้าถ้ำสะท้อนผนังหินเสียงแหลมเปรี้ยงดุเดือดทำเอาฉันตัวแข็งทื่อขวัญกระเจิง ทาริกรีบถอนตัวตนที่หลั่งน้ำรักออกรีบดึงผ้าห่มหนาผืนใหญ่มาห่อพันร่างกายอวบอัดที่สั่นระริกของฉันไปซ่อนตัวชิดกำแพงหินด้านใน


    "หยุดยิงก่อน! พวกเราไม่ใช่ศัตรู!" เสียงภาษาอาหรับท้องถิ่นแหลมสูงตะโกนขึ้นอย่างละล่ำละลักปากถ้ำ 


    เมื่อฝุ่นทรายสีแดงหนาจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นเงาร่างคนสามร่างไม่ใช่กลุ่มมือปืนของซาเมียร์ แต่เป็นชนเผ่าเบดูอินเร่ร่อนในชุดผ้าคลุมทรายยาวรุ่งริ่งสีดำที่กำลังหาที่หลบพายุทราย الكثبان ทะเลทราย คาริมใช้ไหวพริบเข้าเจรจาภาษาท้องถิ่นอย่างรวดเร็วและสุขุม ก่อนจะยอมมอบนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูราคาแพงและทองคำแท่งขนาดเล็กที่พกสำรองไว้ติดตัวเพื่อแลกความคุ้มครองและสิทธิ์ขอยืมใช้วิทยุดาวเทียมสื่อสาร


    เบดูอินยอมรับผลประโยชน์มหาศาลและยอมให้พวกเราพักผ่อนร่วมกันในซอกหินอุ่น พวกเขาแบ่งปันขนมปังแห้งและน้ำดื่มให้ มะนาวนั่งคู้เข่าสั่นระทึกพยายามดึงผ้าห่มขาดรุ่งริ่งสีขาวปกปิดเต้าทรวงเต่งตึงคัพ E ที่สะอึกสะอื้นสั่นไหวและเรียวขาหนีบที่ยังเปียกเยิ้มคราบน้ำรักสีขาวขุ่นชโลมไหลปะปนน้ำมันมะกอกกลิ่นอวลฟุ้ง


    ทว่าสายตาหยาบโลนของกลุ่มเบดูอินชายทั้งสามคนคอยจับจ้องลวนลามมองหน้าอกอวบอัดคัพ E ที่เบียดล้นล้นพ้นผ้าคลุมของฉันตลอดเวลาอย่างหิวกระหายราคะดิบ แววตาแทะโลมล่วงล้ำจนฉันหนาววาบสั่นระริกเบียดกายเข้าซุกไหล่กว้างของคุณคาริม คาริมสบถด่าในลำคอด้วยความขัดใจและหวงแหน ดึงร่างของฉันมากอดไว้ชิดแผงอกแกร่งเพื่อป้องกันสิทธิ์สะสางสมบัติของเล่นชิ้นโปรดไม่ให้ชายอื่นร่วมทัศนา


    คาริมดึงโทรศัพท์ดาวเทียมจากเบดูอินมาส่งสัญญาณติดต่อทีมงานสายสืบสั่งให้เตรียมนำเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมารับตัวพวกเรากลับป้อมดูไบทันทีที่พายุฝนทรายจางลง 


    ในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าเบดูอินแอบขยับตัวไปมุมสลัวของถ้ำ เปิดดูหน้าจออุปกรณ์สื่อสารและคลื่นรับวิทยุท้องถิ่นกะพริบแสงสีส้ม ปรากฏภาพประกาศล่าชิงตัวประกันของตัวฉันที่ซาเมียร์ประกาศเครือข่ายใต้ดินทั่วดูไบและโอเอซิส เสนอเงินรางวัลนำตัวส่งสูงลิบลิ่วถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ! พวกเบดูอินพยักหน้ารับรู้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์รวมหัววางแผนหักหลังเพื่อเงินรางวัลก้อนมหาศาลทันที


    "ฉันขอตัวไปล้างคราบทรายแดงและถ่ายเบาหลังโขดหินลึกข้างในก่อนนะคะ..." ฉันกระซิบคุณคาริมเบาๆ เพราะทนความเปียกเหนอะเหนะของร่องรักหลังศึก 3P ไม่ไหว


    "รีบไปรีบมาล่ะ มะนาว อย่าแส่หนีเด็ดขาด" คาริมบีบสะโพกของฉันสั่งการเบาๆ 


    ฉันเดินเลี่ยงเลาะก้าวฝ่าความมืดสลัวลึกเข้าไปในซอกโขดหินแคบด้านหลังถ้ำร้างที่มีเสียงปืนสายลมพายุพัดหวีดหวิวเบาๆ ฉันวิดน้ำอุ่นจากซอกหินมาเช็ดคราบสบู่และน้ำรัก ทันใดนั้นฉันแอบได้ยินเสียงหัวหน้าเบดูอินคุยวิทยุสื่อสารดาวเทียมกับปลายสายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งกระซิบกระซาบ:


    "ใช่... เราเจอตัวนังตัวประกันคัพ E ของซาเมียร์แล้ว... ส่งเฮลิคอปเตอร์ของซาเมียร์มารับตัวที่พิกัดถ้ำหินเนินทรายเหนือ และเตรียมกระเป๋า 10 ล้านดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนตัวนังนี่ได้เลย..."


    ฉันเบิกตากว้างตระหนกตกใจสุดขีด หัวใจเต้นโครมครามกะเด้งรัว ฉันหันหลังกลับพยายามจะวิ่งตะโกนร้องเตือนคุณคาริมและทาริกที่หน้าปากถ้ำ ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างโจรเบดูอินร่างใหญ่โตมโหฬารที่มีกลิ่นตัวเหม็นอับสาบเหงื่อก็พุ่งทะยานออกมาจากซอกกำแพงหินมืด มือหนากล้ามหนาสกปรกและหยาบกร้านเอื้อมมาบีบปิดปากดึงจมูกของฉันไว้แน่นจนหายใจไม่ออก สองแขนใหญ่รัดเอวกิ่วขยุ้มเต้าคัพ E ของฉันดึงร่างลอยพ้นพื้นหินลากถอยหลังหายลับเข้าไปในรอยแยกกำแพงมืดมิดไร้แสงตะเกียงสว่างในถ้ำ!


    ฉันดิ้นรนปัดป่ายสุดชีวิตพยายามส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอที่แห้งผาก แสงสว่างกองฟืนของคุณคาริมและเงาทาริกเริ่มห่างไกลออกไปทุกทีจนมืดสนิท โลกของฉันจมดิ่งลงสู่ความมืดชวนหวาดหวั่นกลัวชะตากรรมกิเลสตัณหาครั้งใหม่ในความมืดที่รอคอย... (จบภาคแรก/Section 7)