ลึกเข้าไปในถ้ำบุรุษกับสตรีคู่นั้นคุกเข่าอยู่ที่พื้น พลางก้มหน้าสบถสาบาน
และเบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพวาดภาพหนึ่งที่แขวนอยู่บนผนัง
ภาพนั้นเป็นภาพคนผู้หนึ่งสวมชุดสีดำปกคลุมไปทั้งร่างมองเห็นเพียงครึ่งหน้า คนผู้นั้นมีผิวขาวซีดจนน่ากลัว และยิ้มมุมปากดูน่าสยดสยอง
“ยอดเยี่ยมข้าจะชี้นำพวกเจ้าไปหาเขา”
คนชุดดำบนภาพนั้นกำลังพูดอยู่!
เสิ่นเสวียนเห็นดังนั้นจึงซ่อนตัวอยู่ไกลๆไม่เคลื่อนไหว คอยจับตาดูอีกฝ่าย
เคล็ดวิชาวาดภาพเช่นนี้อาจหาได้ยากในทวีปหลิงโซ่วแต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เคล็ดวิชาขั้นสูงอะไร
ขั้นแรกคือการรวบรวมจิตวิญญาณไว้บนภาพวาดจากนั้นก็ส่งจิตวิญญาณส่วนหนึ่งเข้าไปในค่ายกลบนภาพวาดทำให้ร่างจิตวิญญาณก่อตัวขึ้นก็ใช้ได้แล้ว
แน่นอนว่าในโลกนี้ให้ความสำคัญกับการฝึกยุทธ์เพิกเฉยต่อการฝึกฝนจิตวิญญาณ อันที่จริงนี่นับว่าเป็นความสามารถทั่วไป แต่เมื่ออยู่ที่นี่กลับค่อนข้างน่าอัศจรรย์
“ขอบคุณนายท่าน”
บุรุษและสตรีคู่นั้นคารวะคนชุดดำในภาพอีกครั้งด้วยความภักดีอย่างที่สุด
“เดินหน้าต่อไปพวกเจ้าจะเจอภาพมายามากมายจำไว้ว่าเจ้าต้องหลับตาและเดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่าได้หยุดเดิน”
สองคนนั้นพลันลุกขึ้นยืนบุรุษหนุ่มเก็บภาพนั้นไว้ในอกเสื้อแล้วก้าวไปข้างหน้า ส่วนสตรีนางนั้นเดินตามหลังไปท่าทางระมัดระวังทั้งคู่
เมื่อเห็นสองคนนั้นเดินต่อไปเสิ่นเสวียนจึงเดินตามไปอย่างเงียบๆ
ส่วนภาพมายาที่คนในภาพวาดกล่าวถึงเมื่อครู่นี้เขาก็สัมผัสได้เช่นกัน ไอวิญญาณที่นี่หนาแน่นมากอย่างเห็นได้ชัดไอวิญญาณหนาแน่นก่อให้เกิดภาพมายาขึ้นได้ง่ายมากแต่สำหรับเซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์อย่างเขาแล้วแม้ภาพมายาจะปรากฏขึ้นก็รั้งเขาไว้ไม่ได้
ภายในมิติตอนนี้เสิ่นเลี่ยนไม่ได้สู้กับหุ่นเชิดแล้วแต่นั่งสมาธิอยู่เพื่อรวบรวมประสบการณ์จากการฝึกฝน
เมื่อเทียบกันแล้วเสิ่นเสี่ยวเม่ยดูผ่อนคลายกว่ามาก นางยืนอยู่ด้านหน้าโลงศพสีแดงไม่ได้ตกใจเพราะโลงศพโลงนั้น ในนี้มีหุ่นเชิดอยู่สองคนแล้วแน่นอนว่าคงไม่ต้องกลัวถ้าจะเพิ่มขึ้นมาอีกนางยืนอยู่ตรงนี้เพราะอยากเปิดฝาโลงศพเพื่อดูข้างใน ว่าเสวียนหลิงเอ่อร์กำลังพักผ่อนเหมือนกับที่นางบอกไว้ก่อนหน้านี้จริงหรือเปล่า
แต่หลังจากลองอยู่หลายครั้งก็พบว่านางมิอาจเปิดฝาโลงออกได้เลยจึงต้องยอมแพ้ไปก่อน
ส่วนภายในถ้ำเสิ่นเสวียนเดินตามสองคนนั้นไปอย่างระมัดระวัง รักษาระยะห่างพอสมควร
บุรุษกับสตรีตรงหน้าก็เดินไปด้วยความระมัดระวังเช่นกันทันใดนั้นพวกเขาเห็นร่างเงาคนมากมายที่กำลังล่องลอยและไหวเอนและมีบางคนที่ถือขวานกระโจนใส่พวกเขา
ทั้งสองคนเห็นดังนั้นก็พยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและหลับตาลงทันทีบุรุษที่เดินนำหน้าถือภาพคนชุดดำผู้นั้นเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแม้ทั้งสองคนยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่กลับมีเหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าวิญญาณร้ายเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อพวกเขามากจริงๆ
แต่เมื่อทำตามที่คนชุดดำบอกคือหลับตาแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ แม้จะหวาดกลัวมากแต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ
ทั้งสองคนเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่องเสิ่นเสวียนก็เดินตามไปในอาณาเขตวิญญาณเช่นกัน
เสิ่นเสวียนเห็นวิญญาณเหล่านี้แต่ไม่ได้หลับตาเดินเหมือนกับพวกเขาแบบนั้นแม้จะเดินหน้าไปแล้วไม่เป็นอันตราย แต่จะทำให้ไอพลังชีวิตของพวกเขาถดถอยลงหากเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ร่างกายอ่อนแอลงเป็นเรื่องรอง เรื่องสำคัญคืออายุขัยของพวกเขาจะสั้นลงไปด้วย
พลังจิตวิญญาณของเสิ่นเสวียนปกคลุมไปทั่วร่างเพลิงวิญญาณแผ่กระจายออกมาบางๆ เมื่อมีเพลิงวิญญาณเหล่านี้ปกคลุมร่างกายเหล่าวิญญาณที่เข้าใกล้มองเห็นเพลิงวิญญาณนี้จึงส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที
“อ๊าก!!! อ๊าก!!!”
พวกมันแยกย้ายกระจายตัวกันออกไปและมองเสิ่นเสวียนราวกับเป็นเทพที่น่ากลัว
“แย่แล้ว!”
เสิ่นเสวียนกล่าวเสียงขรึมแล้วสลายเพลิงวิญญาณพลางถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อออกห่างจากวิญญาณเหล่านั้น
“ช้าก่อน”
คนชุดดำบนภาพกล่าวขึ้นทำให้บุรุษที่หลับตาเดินอยู่หยุดเท้าลงทันที
“หันกลับไป”
“ขอรับ”
บุรุษผู้นั้นกลับหลังหันในทันทีเพื่อให้คนในภาพได้มองไปทางด้านหลัง
ภายในถ้ำตอนนี้วิญญาณเหล่านั้นยังคงเคลื่อนไหวอย่างสับสนไม่อาจหลุดจากความหวาดกลัวที่มีต่อเพลิงวิญญาณได้เลย
“เดินกลับไปทางเดิมเร็วเข้า”
คนชุดดำในภาพวาดกล่าวกับบุรุษผู้นั้นเขารับคำสั่งในทันทีและเดินกลับไปทางเดิม ทว่าเขาชนเข้ากับสตรีที่อยู่ด้านหลังพอดีจนทำให้นางล้มลง
เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้นางลืมตาขึ้นทันที แล้วไอวิญญาณนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าในหัวผ่านดวงตาของนาง
“อ๊าก!!! อ๊าก!!!”
ทันทีที่ไอวิญญาณพุ่งเข้าไปในดวงตาของสตรีนางนั้นนางก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยแววตาเหม่อลอย นางนั่งลงและใช้มือทั้งสองข้างข่วนพื้น
“อย่าลืมตาหลับตาลงเดี๋ยวนี้”
เสียงโหดเหี้ยมของชายชุดดำทำให้หัวสมองของนางว่างเปล่านางจึงหลับตาลงทันที
จากนั้นคนชุดดำในภาพก็อ้าปากยิงลำแสงสายหนึ่งส่องไปที่หัวของสตรีนางนั้นจากนั้นเสียงวิญญาณร้องโหยหวนก็ดังขึ้นเหมือนกับก่อนหน้านี้พร้อมกับไอวิญญาณมากมายที่พุ่งออกมาจากหัวของนางและสลายหายไป
“หากข้าไม่อนุญาตใครลืมตาขึ้นมาอีกข้าจะควักลูกตาทิ้ง”
คนชุดดำในภาพกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ขอรับ”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนพยักหน้ารับคำในทันทีและไม่กล้าลืมตาขึ้นมาอีกเลย
บุรุษผู้นั้นถือภาพวาดเดินกลับไปทางเดิมจนมาถึงตรงที่เสิ่นเสวียนยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วจึงหยุดเท้าลง
คนชุดดำในภาพวาดสัมผัสไอพลังที่อยู่รอบๆ
“ในเมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้วอย่าได้ซ่อนตัวอีกเลย”
คนชุดดำกล่าวขึ้นเสียงดังก้องน้ำเสียงของเขาค่อนข้างล้ำลึก ดังเข้าในหูของเสิ่นเสวียนอย่างแม่นยำ
ทว่าเสิ่นเสวียนยังคงซ่อนตัวอยู่ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา
เมื่อเห็นว่าภายในถ้ำว่างเปล่าร้างผู้คนคนชุดดำจึงกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ในเมื่อท่านไม่ปรากฏตัวออกมาข้าก็จะไม่บีบบังคับ พวกเราไป”
คนชุดดำกล่าวกับบุรุษผู้นั้นเขาหันหลังกลับแล้วเดินหน้าไปทั้งที่ยังหลับตาเหมือนเดิม และสตรีนางนั้นก็เดินตามหลังไป
ภายในถ้ำกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว
เมื่อเห็นสองคนนั้นเดินไปไกลแล้วเสิ่นเสวียนจึงค่อยๆ เดินออกมา
เขากำลังครุ่นคิดว่าจะเดินผ่านไปอย่างไร
เมื่อครู่เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่เห็นเขาอย่างแน่นอนเพียงแต่สังเกตเห็นไอพลังวิญญาณเล็กน้อย ที่อีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้เพราะต้องการขู่เขาให้กลัวดูว่าจะทำให้เขาหวาดกลัวได้หรือไม่
ทว่าในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วหลังจากนี้เขาต้องระวังให้มากขึ้น
ครั้งนี้เขาจึงไม่แสดงเพลิงวิญญาณออกมาอีกแต่แสดงไอพลังของงูหน้าผีออกมาแทนเพื่อให้เข้ากับวิญญาณเหล่านี้ทำให้วิญญาณเหล่านี้คิดว่าเป็นพวกเดียวกัน และไม่ได้เล็งเป้ามาที่เขา
หลังจากเดินไปประมาณหนึ่งลี้ในที่สุดก็พ้นอาณาเขตวิญญาณ
คิดคำนวณดูแล้วอาณาเขตวิญญาณนี้เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างอันตรายอย่างน้อยก็อันตรายมากสำหรับคนในทวีปหลิงโซ่ว
ตามที่ใช้จิตวิญญาณสัมผัสได้ก่อนหน้านี้บุรุษกับสตรีคู่นั้นเดินเข้าไปในอีกถ้ำหนึ่งแล้ว
ถ้ำนี้ไม่ได้กว้างใหญ่เหมือนกับก่อนหน้านี้มีความกว้างประมาณเก้าจั้ง
แต่มันกลับงดงามอลังการกว่ามากบนผนังประดับไปด้วยอัญมณีหลากหลายชนิด มันเปล่งประกายออกมาทำให้ที่นี่สว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
แต่ที่น่าดึงดูดที่สุดคือใจกลางถ้ำมีแท่นหินตั้งอยู่
บนแท่นหินไม่มีสิ่งของใดๆวางอยู่เลย แต่สูงขึ้นไปราวเก้าฉื่อกลับมีโลงศพสีดำลอยอยู่
รอบๆไม่มีสิ่งใดยึดเอาไว้เลย แต่มันสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้อย่างนั้นช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
บุรุษกับสตรีคู่นั้นยืนอยู่ตรงนั้นส่วนคนชุดดำในภาพวาดกำลังยิ้มอย่างมีเลศนัย
“วะฮะฮ่าผู้เฒ่าจี๋เล่อ ในที่สุดข้าก็เจอท่านจนได้”
คนชุดดำมองโลงศพโลงนั้นพลางกล่าวเสียงของเขาดังสะท้อนไปมาอยู่ภายในถ้ำไม่หยุด
ส่วนเสิ่นเสวียนที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นก็ได้เห็นทุกอย่างเข้าพอดี