แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าสาดเข้ามาผ่านหน้าต่าง หยางลี่เจินค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากการหลับใหล เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นรอบตัว เมื่อสายตาเริ่มปรับชัด เธอก็ตระหนักว่ามีแขนแข็งแรงพาดรอบตัวเธออยู่
เธอเบนสายตาไปมอง และพบว่าเหวินเจาเหยียนกำลังกอดเธอไว้แน่น ใบหน้าของเขาใกล้จนแทบสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง
“เขา… กอดฉันทั้งคืนเหรอ?” เธอพึมพำเบาๆ ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ
เธอไม่กล้าขยับตัว ได้แต่มองใบหน้าของเขาที่สงบในยามหลับ ตาคมที่ปกติแฝงไปด้วยความเย็นชา ตอนนี้ดูผ่อนคลายอย่างน่าเอ็นดู
“หล่อเกินไปแล้ว…” เธอบ่นกับตัวเองเบาๆ พลางจ้องมองเขาอย่างเพลินๆ
ทันใดนั้น ดวงตาของเหวินเจาเหยียนก็ค่อยๆ เปิดขึ้น เขามองเธอด้วยสายตานิ่งๆ แต่มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างขบขัน “เจ้าจะมองข้าอีกนานแค่ไหน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเย้าแหย่
หยางลี่เจินสะดุ้ง เธอรีบถอยตัวออกมาจากอ้อมแขนของเขา ใบหน้าแดงก่ำ “ฉัน… ฉันเปล่านะคะ!”
“เปล่า?” เขายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อ “แล้วเมื่อกี้เจ้าไม่จ้องข้าอยู่เหรอ?”
“ฉันแค่… ฉันแค่เห็นว่าคุณยังหลับอยู่!” เธอรีบตอบ พลางก้มหน้าหลบสายตา เหวินเจาเหยียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความขี้เล่นที่เธอไม่เคยได้ยินจากเขามาก่อน
“ข้ารู้ว่าเจ้าชอบมองข้า” เขาพูดพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่ง “แต่ครั้งหน้า อย่าลืมบอกข้าด้วยว่าข้าหล่อแค่ไหน จะได้เตรียมตัวทัน”
“คุณนี่มัน…” เธอพูดตะกุกตะกัก ใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม
เขายิ้มบางๆ ก่อนจะลุกจากเตียง “เจ้าควรรีบลุกได้แล้ว อย่ามัวแต่เขินจนลืมกินข้าวเช้า”
หยางลี่เจินมองตามเขาที่เดินออกไปพร้อมกับความรู้สึกประหลาด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงดูอารมณ์ดีนัก แต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ
หลังจากเหวินเจาเหยียนลุกจากเตียง หยางลี่เจินยังคงนั่งนิ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟลน เธอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง พยายามสงบสติอารมณ์
“เขาได้ยินที่ฉันพึมพำด้วยรึเปล่านะ?” เธอพึมพำเบาๆ พลางทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ ไม่นาน เหวินเจาเหยียนก็เดินกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับบ่าวที่นำถาดอาหารเช้ามาวางบนโต๊ะ
“เจ้าจะนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกนานไหม?” เขาถามพลางเลิกคิ้ว “หรือเจ้ากำลังคิดถึงหน้าข้าอยู่?”
หยางลี่เจินสะดุ้ง เธอหันไปมองเขาด้วยสายตาอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี “ฉันไม่ได้คิดถึงหน้าคุณนะคะ!”
เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะและรินชาใส่ถ้วย “งั้นก็ดี เพราะถ้าคิดถึงมากไป ข้าก็เกรงว่าข้าจะต้องคอยปลอบเจ้าอีก”
“คุณนี่มัน…” เธอพูดตะกุกตะกัก พลางลุกจากเตียงและเดินมานั่งที่โต๊ะด้วยความกระอักกระอ่วน
ระหว่างที่เธอหยิบขนมปังมาทาน เหวินเจาเหยียนยังคงมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “แล้วตกลง เจ้าชอบมองข้าจริงๆ ใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้ชอบ!” เธอตอบทันที ใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบปิ่นบนผมของเธอที่เริ่มคลายออกเล็กน้อย “เจ้าควรดูแลตัวเองให้เรียบร้อยกว่านี้ ก่อนที่จะมองคนอื่นจนเพลิน”
หยางลี่เจินรีบยกมือแตะผมตัวเอง “ฉันจะดูแลเองค่ะ คุณไม่ต้องยุ่ง!”
“งั้นก็ดี” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ “กินเสร็จแล้วอย่าลืมเตรียมตัว ข้ามีเรื่องที่จะพาเจ้าไปทำวันนี้”
“เรื่องอะไรคะ?” เธอถามอย่างสงสัย
เขาเพียงแค่ปรายตามองเธอด้วยสายตาลึกลับ “เดี๋ยวเจ้าก็รู้”
หยางลี่เจินมองตามเขาไปด้วยความสับสนและเขินอาย เธอรู้สึกได้ว่าตั้งแต่เช้า เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติ และเธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบแหย่เธอนัก
“คนอะไร… น่ารำคาญ แต่ก็…” เธอหยุดพูด แล้วถอนหายใจ “น่าหลงใหลไปพร้อมกัน”
เธอรีบสลัดความคิดนั้นออก แล้วตั้งหน้าตั้งตากินอาหารเช้าต่อ แต่หัวใจของเธอกลับยังเต้นแรงไม่หยุดจากคำพูดและการกระทำของเขาในเช้านี้
เช้าวันนั้น หลังจากหยางลี่เจินรีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมตัว หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่หยุด ภาพเหวินเจาเหยียนที่ยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดถึงเรื่องเมื่อคืนวนเวียนอยู่ในหัว
“คนบ้า… ทำไมต้องพูดออกมาแบบนั้นด้วย” เธอพึมพำเบาๆ พลางแต่งตัวไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“พร้อมหรือยัง?” เสียงของเขาดังลอดเข้ามา
หยางลี่เจินสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ก่อนจะเปิดประตูออกไป เธอพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด “พร้อมแล้วค่ะ”
เหวินเจาเหยียนมองเธออย่างพิจารณาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ดี ตามข้ามา”
ทั้งสองเดินออกจากจวนและขึ้นรถม้าที่รออยู่ด้านหน้า หยางลี่เจินนั่งนิ่งอยู่ในรถม้า ขณะที่เหวินเจาเหยียนนั่งตรงข้าม สีหน้าเขาดูสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความลึกลับ
“เราจะไปที่ไหนเหรอคะ?” เธอถามในที่สุด
“ข้าบอกแล้วว่าเดี๋ยวเจ้าก็รู้” เขาตอบสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกแหย่อีกครั้ง
หยางลี่เจินถอนหายใจ เธอไม่กล้าซักไซ้อะไรมาก ได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านถนนในเมือง ไม่นานนัก รถม้าก็หยุดลงที่หน้าร้านขายเครื่องประดับหรูหราแห่งหนึ่งในตลาดใหญ่ หยางลี่เจินหันไปมองเขาด้วยความสงสัย “ที่นี่…?”
“ลงมา” เขาพูดเรียบๆ ก่อนจะลงจากรถม้าก่อน หยางลี่เจินตามลงมา และทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อม
“นายท่านเหวิน ยินดีต้อนรับขอรับ!” เจ้าของร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองหยางลี่เจิน “เจ้าบอกว่าข้าหล่อใช่ไหม?”
หยางลี่เจินชะงัก ใบหน้าแดงวาบทันที “คุณ… คุณยังพูดเรื่องนี้อีกเหรอคะ!?”
“ก็เจ้าเป็นคนเริ่ม” เขายักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าของร้าน “เลือกปิ่นที่ดีที่สุดให้เหมาะกับนาง”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินยิ่งตกใจ “ปิ่น? คุณจะซื้อให้ฉันอีกเหรอคะ?”
เขาหันมามองเธอ สีหน้าเรียบนิ่ง “ใช่”
“แต่ฉันมีแล้วนี่คะ…” เธอพยายามปฏิเสธ
“เจ้าเป็นภรรยาของข้า ของที่เจ้าใช้ต้องดีที่สุด” เขาตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่นจนเธอเถียงไม่ออก
หยางลี่เจินได้แต่มองเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งประหม่า ทั้งอบอุ่น และทั้งสับสน เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้