บทที่ 50 ช่วยได้แค่ครึ่งหนึ่งก็ครึ่งหนึ่งแหละ
ตารางหญ้าเป็นวิธีตรึงทรายที่ช่วยป้องกันลม บำรุงทราย และอนุรักษ์น้ำ ซึ่งในต่างประเทศเรียกว่า ‘รูบิกจีน’
วิธีการโดยละเอียดคือการปูฟางข้าวที่ตัดทิ้งแล้วเป็นมัด ๆ ลงบนพื้นทรายในลักษณะรูปตาราง แล้วใช้พลั่วเกลี่ยลงในทราย
จากนั้นให้หนึ่งในสามส่วนของฟางข้าวสาลีตั้งขึ้นที่รอบด้าน สุดท้ายนำทรายที่อยู่ตรงกลางของจัตุรัสถมไปที่โคนของฟางข้าวที่อยู่รอบ ๆ เพื่อให้ฟางข้าวตั้งอยู่บนทรายอย่างมั่นคง
ทะเลทรายที่ผ่านการบำบัดด้วย 'ตารางหญ้า' มาแล้ว จะเหมือนเขตป้องกันขนาดเล็กที่ไร้สิ่งมีชีวิต โดยสุดท้ายมันจะเชื่อมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหนึ่งเดียวกันในที่สุด ซึ่งมันน่าทึ่งมาก
ตารางหญ้าสามารถเพิ่มความหยาบของหน้าดินและลดแรงลมได้
ฟางข้าวในนั้นจะกักน้ำได้ดียิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในชั้นทราย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชชนิดอื่น
นี่คือสิ่งที่ดินแดนแห่งนี้ต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ หากไม่มี 'ตารางหญ้า' แม้ว่าฝนจะตกหนักถึงสิบวันสิบคืน ดินแดนนี้ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ในทางกลับกัน มันยัง 'แปรสภาพเป็นดินเค็ม' อีกด้วย
ปัญหาการตรึงทรายในเขตพื้นที่ 044 ไม่ใช่จากหนึ่งถึงร้อย แต่เป็นจากศูนย์ถึงหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประสบความสำเร็จด้วยการปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว
การตรึงทรายก่อนแล้วค่อยปลูกต้นไม้ คือแนวทางพื้นฐานที่เฉียวซู่กำหนดไว้
ดังนั้นเหล่าผู้ชมที่พบว่าเฉียวซู่ได้เริ่มการถ่ายทอดสดแล้วรีบกดเข้ามาในห้องไลฟ์ และเห็นว่าเขากำลังนั่งมัดฟางอยู่ใต้ชายคา
[พี่ซู่นี่คือ... กลับมาถึงศูนย์แล้วเหรอ? แล้วไหงมานั่งผูกเสื่อฟางแบบนี้ได้ล่ะ?]
[อาหลีอยู่ที่ไหน? อูฐน้อยอยู่ที่ไหน? ฝูงอูฐอยู่ที่ไหน?]
[พี่ซู่ทำไมมามัดหญ้าแล้ว... ไม่สิ ในทะเลทรายแบบนี้เอาหญ้าแห้งมาจากไหน?]
[กษัตริย์โจ้วซู่ รีบส่งตัวอาหลีน้อยมาเดี๋ยวนี้!!!]
เฉียวซู่จัดกองหญ้าแห้งในมือโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
เขาได้ฝังร่างของอูฐทั้งสามตัวไว้ในดินทรายตั้งนานแล้ว และตราบเท่าที่ทรายได้รับการตรึงไว้กับน้ำไม่หายไป พวกมันก็จะเน่าเปื่อยอยู่ใต้ดินไปเรื่อย ๆ
สุดท้ายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ซึ่งนั่นนับเป็นฉากจบที่ไม่แย่จนเกินไปสำหรับพวกมัน
สำหรับหญ้าแห้งพวกนี้ เขาซื้อมาจากร้านค้าของระบบ ด้วยราคาสิบแต้มกรีนพอยต์ต่อหนึ่งกอง ซึ่งถือว่าถูกมาก
“ปลูกหญ้าน่ะสิ เมื่อคืนวานผมไปเอามาจากภูเขาทางตะวันตก” เฉียวซู่กล่าวอ้างไปมั่วอย่างคล่องปาก “แล้วผมก็เอารถออฟโรดออกจากกองทรายได้แล้วนะ”
“อาหลีน้อยนอนอยู่ในบ้าน มันเป็นสัตว์กลางคืนนะครับ ส่วนฝูงอูฐก็ออกจากที่นี่ไปโอเอซิสตั้งนานแล้ว ตัวผมในตอนนี้เลี้ยงพวกมันไม่รอดหรอก”
พูดจบ เฉียวซู่ก็วางหญ้าแห้งในมือลงแล้วยิ้มให้กล้องพลางพูดว่า
"เอาละ เรื่องอื่นเราจะไม่พูดเยอะ คอนเทนท์หลักในวันนี้คือ - การทำฟาร์มนั่นเอง!"
หลังจากได้ยินคำพูดของเฉียวซู่ เหล่าผู้ชมในห้องไลฟ์ก็ต่างมึนงง
[ทำฟาร์ม? ด้วยหญ้าแห้งพวกนี้เนี่ยนะ?]
[หญ้าแห้งพวกนี้โดนลมจนแห้งไปแล้ว ต่อให้รดน้ำก็ยังอยู่ไม่รอด นี่ยิ่งไม่ต้องพูดการปลูกในทรายเลย]
[ถ้าเจ้าของไลฟ์ปลูกหญ้าให้รอดได้ ฉันจะกินโอริโอ้ 4 กิโลเลย]
[พี่ชายที่หลอกขายอาหารคนนี้มาอีกแล้วเหรอ?]
['พี่ชายหลอกขายอาหาร' และ 'พี่ชายสไลด์' คือยอดอัจฉริยะตัวจริงในไลฟ์จริง ๆ]
เฉียวซู่ไม่รีบร้อนที่จะอธิบาย เขาเพียงทำงานที่อยู่ในมือต่อไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าผู้ชมได้เห็นวิธีการปลูกต้นไม้ของผู้พิทักษ์ทะเลทราย โดยปกติแล้วในข่าวจะพูดถึงเพียงว่ามีการปลูกป่าคุ้มครองจำนวนกี่ไร่แล้วเท่านั้น ในส่วนความยากลำบากของการปลูกจริง ๆ นั้นก็เพียงแค่ได้ยินแบบผ่าน ๆ
ตอนนี้ได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะดูอย่างเพลิดเพลิน
เห็นเฉียวซู่ที่สวมถุงมือ ถือหญ้าแห้งหนึ่งกำมือตีไปตามแรงลม สะบัดเอาเศษหญ้าที่หักหรือเน่าทิ้ง ให้เหลือเพียงฟางข้าวขนาดยาวที่มีคุณภาพดีเท่านั้น
จากนั้น นำหญ้าแห้งที่สะอาดแล้ววางลงบนขอบของสี่เหลี่ยมที่วาดไว้ล่วงหน้าบนพื้นทราย
เลนส์กล้องค่อย ๆ ขยับห่างออกไปอย่างต่อเนื่อง และเหล่าผู้ชมก็พากันอ้าปากค้างในทันที
เส้นตรงแต่ละเส้นที่ไม่อาจรู้ได้ว่าถูกวาดไว้ตั้งเมื่อไรตัดกันเป็นความยาวหลายร้อยเมตรบนพื้นทรายรอบ ๆ ศูนย์
เฉียวซู่กะจะปลูกหญ้าแห้งชนิดนี้บนพื้นที่โดยรอบด้วยตัวเองจริง ๆ
ไม่ว่าวิธีการนี้จะมีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม แต่สโคปงานที่ค่อนข้างใหญ่นี้ทำให้เหล่าผู้ชมแทบจะถอดใจ
จากนั้นเฉียวซู่ก็หยิบพลั่วขึ้นมา และใช้มันกดหญ้าแห้งไปตามขอบเส้นจัตุรัส
หลังจากที่ส่วนกลางของหญ้าแห้งได้รับการกดแล้ว ปลายทั้งสองข้างที่ตั้งขึ้นก็กลายเป็นเกราะป้องกันลมและตัวตรึงทราย
หลังจากกดเสร็จแล้ว ยังต้องเทดินทรายทั้งสองข้างเข้าหาโคนหญ้าแห้งเพื่อให้มันตั้งมั่นได้บนพื้นทราย
เมื่อถึงจุดนี้ ตารางหญ้าหนึ่งอันก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์
“นี่เรียกว่าตารางหญ้า” เฉียวซู่ปาดเหงื่อบนใบหน้าแล้วบอกกับกล้องว่า “ตารางหญ้ามีขนาด 1 เมตร x 1 เมตร และสูง 10-20 เซนติเมตร”
เขาชี้ไปที่ผืนทรายที่อยู่ห่างไกล
“งานของผมคือปลูกหญ้าแห้งบนผืนทรายนี้ให้ทั่วทั้งหมด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณสามหมื่นถึงสี่หมื่นตารางเมตร”
“นี่เป็นโครงการที่ใหญ่มาก และยังเป็นก้าวแรกของการปลูกพืชในทะเลทรายอีกด้วย มีเพียงการปลูกตารางหญ้าเหล่านี้เท่านั้นที่จะช่วยให้เราปลูกพืชทะเลทรายอื่น ๆ ต่อไปได้”
เฉียวซู่หยิบหญ้าแห้งอีกกำออกมาจากกองหญ้าแห้งข้าง ๆ และเริ่มสะบัดมันไปตามสายลมอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น วัตถุขนสีเทาก็ตกลงมาจากหญ้าแห้ง เกิดเป็นเสียง ‘ตุบ’ บนพื้นทราย
เฉียวซู่ก้มศีรษะลงมองด้วยความงุนงง แล้วดวงตาทั้งสองคู่ก็จ้องสบกัน
กะ…กะ...กระต่าย?
กระต่ายสีเทาที่มีขนคล้ายแพรไหมทั่วตัว มีหูใหญ่ยาวประมาณเจ็ดถึงแปดเซนติเมตรตั้งตรง ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
ไม่รู้ว่าเพราะซ่อนตัวอยู่ในหญ้าแห้งจนเป็นลมแดด หรือเพราะตกใจจนเป็นลมกันแน่
เฉียวซู่กลืนน้ำลายในปากอย่างลำบาก และทำการปลดล็อกคู่มือภาพประกอบของกระต่ายน้อยตัวนี้
[ชื่อ : กระต่ายหางฝ้ายทะเลทราย]
[ชื่อสามัญ : กระต่ายฝ้ายทะเลทราย, คอตต้อนออดูบอน]
[อาณาจักร : สัตว์]
[ชั้น : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]
[วงศ์ : กระต่าย]
[สกุล : เลโซโทส]
[แนะนำโดยสังเขป : อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าแห้ง พุ่มไม้ ไปจนถึงภูเขาและทะเลทรายที่มีพื้นที่ต่ำ มักชอบนอนตอนเที่ยง ออกหากินในตอนเช้ากับตอนเย็น กินหญ้า ไม้พุ่ม และกระบองเพชรหลายชนิดเป็นอาหาร มีประชากรจำนวนมาก เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดการแปลงสภาพเป็นทะเลทรายของทุ่งหญ้า]
[อาหาร : สัตว์กินพืช 90% ของอาหารคือหญ้า ทั้งยังกินใบของไม้พุ่มตระกูลถั่ว เมล็ดถั่ว เปลือกไม้ ผลไม้ที่ร่วง แผ่นใบกระบองเพชร และกิ่งไม้พุ่มเป็นอาหารอีกด้วย แทบไม่ต้องดื่มน้ำ ได้รับความชื้นจากพืชที่กินหรือน้ำค้างเป็นหลัก]
เห็นไหม คุณเห็นไหม? !
ขนาดระบบยังบอกเลยว่าเจ้าตัวนี้เป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดการแปรสภาพทุ่งหญ้าเป็นทะเลทราย!
ดวงตาของเฉียวซู่สว่างวาบ เขาเก็บใบหน้าแห่งความละโมบกลับไป และแทนที่ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมล้นด้วยศีลธรรม
ในฐานะผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่ได้การรับรองจากประเทศ ผู้ว่าการทะเลทราย ผู้พิทักษ์ระบบนิเวศ กับผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติแล้ว
หากว่าเขา เฉียวซู่ผู้นี้จะกินผู้สมรู้ร่วมคิดที่ต่อต้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่ใช่ไหม?
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศที่เฉียวซู่ปล่อยออกมานั้นแกร่งเกินไป หรือเพราะไอ้ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดอันร้อนแรงนั่น กระต่ายหูฝ้ายที่สลบอยู่ก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง และสิ่งแรกที่มันเห็นคือดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่หนึ่ง
ซึ่งเป็นดวงตาแบบไหนกันล่ะ?
เป็นดวงตาสดใสที่เต็มไปด้วยความโลภ ปรารถนา ชื่นชอบ หิวโหย และอารมณ์มากมาย แถมเจ้าของดวงตายังยื่นมือออกมาเช็ดน้ำลายข้างมุมปากเป็นครั้งคราวอีก
ตายล่ะ…
กระต่ายน้อยบ่นพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็หมดสติไปอีกครั้ง
เฉียวซู่ “? ? ?”
เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย ไหงไอ้ตัวนี้ถึงหมดสติอีกแล้วล่ะ?
ช่างเถอะ
เฉียวซู่ใช้มือเดียวหิ้วหูกระต่ายที่อวบอ้วนทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วเดินตรงไปยังศูนย์ควบคุม
ช่วยได้แค่ครึ่งหนึ่งก็ครึ่งหนึ่งแหละ