เช้าที่สดใสซะที่ไหนมีแต่ลู่หลินหมีแพนด้าสิไม่ว่าเซ็งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ใดๆคือตื่นมาผมเผ้าชี้ฟูขอบตาดำคล่ำ ก่อนตายอายุ 38 สวยยังไงให้หาแฟนไม่ได้ความรู้มี ดีก็พอตัวจะเสียหน่อยก็สติไม่สมอายุนี้แหละจะทำไงได้ก็เธอเป็คนสดใสอารมณ์ดีทุกสถานการณ์ แต่พอได้มีชีวิตใหม่จะให้สวยพร้อมหน่อยไม่ได้หรือไงเผื่อจะมีเ้าชายตาบอดหลงทางมาบ้าง
หลังจากนั่งโทษดินฟ้าอากาศแล้วลู่หลินยังปวดอยากเข้าห้องน้ำอย่างหนัก แต่พอวิ่งเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหละ “เวรกรรมใช่มันคือเวรกรรมมีทุกข์แต่ไม่ได้ปลดทุกข์” ลืมว่าไม่มีบ่อเกรอะจะให้แบกจอบเข้าป่ามันก็ฮาร์ดคอร์เกินไปไหม เอาแบบง่ายๆเข้าห้องน้ำในมิติจบ หลังจากทำลายระบบประสาทตัวเองจนพอใจ ลู่หลินก็กลับมามีสติครบถ้วนต้องขอบคุณน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปัดเป่าพลังของเ้างูดีซ่านตัวนั้นออกไปให้ เมื่อในมิติมีหนังสือทำนายฝัน คุณจะได้เจอเนื้อคู่ งูสีเหลืองอร่ามตัวนั้นน่ะนะ
หลังกลับจากไปดูคนงานซ่อมแซมบ้านด้านล่าง ที่งานเดินหน้าไปมากคาดว่าเย็นนี้น่าจะเสร็จพอดีลู่หลินก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดเก่าของเ้าของร่างที่มีรอยปะมากมาย มุดใต้ทุนบ้านไปนั่งขุดหลุมเพื่อจะได้วางบ่อเกรอะ เธอคิดว่าจะวางแค่สามวงพอ(วงส้วม) แค่สามวงก็ไม่รู้ว่าจะขุดเสร็จตอนไหน หนึ่งวงบ่อกว้าง 100 ซม. สูง 40 ซม. เธอต้องขุดลึกถึง 110 ซม. เหลือโผล่ไว้กันดินไหลลงเวลาฝนตกนิดนึง
ลืมบอกไป เธอต้องขุดเพิ่มอีกสามวงบ่อเพื่อทำเป็บ่อน้ำทิ้ง ขุดได้ประมาณสี่สิบเิเมือก็พองเป็ตุ่มใสสองสามตุ่มแล้ว ทั้งเจ็บทั้งแสบ พอได้เพิ่มอีกสี่สิบเซนมือทั้งสองข้างก็พันไว้ด้วยผ้าหนาเตอะหน้าตามอมแมม ยิ่งเสื้อผ้าไม่ต้องพูดถึงขุดั้แ่เจ็ดโมงตอนนี้บ่ายสามโมงครึ่งแล้วพึ่งได้ลึกแค่สองวง ก่อนที่ลู่หลินจะลงมือขุดหลุมต่อหลังจากนั่งมองมือตนเอง ก็มีเสียงเรียกจาก้า
“สวัสดีครับมีใครอยู่ไหมครับ” ลู่หลินหยุดเสียมที่มือก่อนที่จะเอียงหูฟังว่าใช่เสียงใครมาเรียกหรือเปล่า เสียงใครไม่คุ้นเลยเหมือนจะมีคนมาที่นี่ ว่าแต่เป็ใครกัน
“สวัสดีครับมีใครอยู่บ้านไหมครับ ผมอยากจะขอความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ” ลู่หลินเอาบันไดออกมาจากมิติก่อนที่จะใช้เป็ที่เหยียบปีนขึ้นไป พอถึง้าก็ไม่คิดเยอะรีบคลานออกไปจากใต้ทุนเพียงเพราะคิดว่ามีคน้าความช่วยเหลือ แต่คนที่ยืนรอขอความช่วยเหลืออยู่้านั้น พอเห็นตัวอะไรดำๆคลานออกมายังต้องเพ้งตามอง ที่ยังเหลือให้มั่นใจว่าใช่คนแน่ๆก็คงเป็ผมยาวที่ถูกม้วนไว้กลางศีรษะเท่านั้น ส่วนที่เป็ใบหน้าถูกเคลือบไว้ด้วยดิน แต่เขาก็มองด้วยความมั่นใจว่าใช่เธอแน่
“อะแฮ่ม เออ..” พูดไม่ออกก็ขอหันหน้าไปทางอื่นก่อน แม้อยากจะยิ้มอยากจะหัวเราะมากแค่ไหนก็ตาม เขาไม่อยากทำเสียเื่
“สวัสดีครับคุณคือเ้าของบ้านหลังนี้หรือเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ คุณ้าอะไรถึงมาที่นี่” ลู่หลินพอเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีหุ่นเหมือนพระเอกละครหลังข่าวที่ก้ามเป็ก้ามไม่เข้ากับสถานที่ มือก็กำด้ามเสียมไว้แน่นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับจ้องมองแขกที่ไม่ได้เชิญตาไม่กระพริบถ้าดูแล้วไม่เข้าทีอย่างมากก็ฟาดด้วยด้ามเสียม
“พอดีผมกับเพื่อนเราถูกส่งให้มาสำรวจป่าแถบนี้ แต่เพื่อนผมน่าจะพักผ่อนน้อยเลยเป็ลมไปนะครับ อีกอย่างอาหารที่เราเตรียมมาก็หมดแล้วด้วย ผมเลยอยากขอความช่วยเหลือจากคุณให้เราทำงานแทนคุณเป็สิ่งตอบแทนก็ได้นะครับ” ลู่หลินมองแล้วว่าคนตรงหน้าไม่ได้โกหก ก็คิดจะช่วยเหลือ แต่เธอคงไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็ใคร เื่แสดงละครเล็กน้อยเขาทำได้สบายมาก หากทำไม่ได้เขาจะตามสืบเื่คนร้ายได้ยังไงกัน
“ไหนล่ะเพื่อนที่คุณว่า”
“เขาฟื้นแล้วนั่งพักอยู่ใกล้ๆต้นท้อไม่ไกลจากบ้านคุณครับ ถ้าคุณไม่ว่าอะไรผมขอไปพาเพื่อนมาที่นี่ เราจะนั่งพักกันตรงแคร่ใต้ร่มไม้นั่นไม่รบกวนคุณจนเกินไปแน่นอนครับ” คนเป็เพื่อนที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลไม่คิดว่าผู้เป็นายจะพูดได้ยาวขนาดนี้ทุกทีเห็นชอบประหยัดคำ
“ก็ได้ค่ะคุณกับเพื่อนนั่งพักกันตรงแคร่ก่อนฉันจะหาอะไรให้กินเื่อื่นค่อยว่ากัน”
ลู่หลินตาลุกวาวั้แ่ได้ยินว่าจะมีคนทำงานแทนเธอแล้ว เดี๋ยวเธอจะไปต้มมาม่าให้สองคนนี้กินกันคนละสองซองใส่ลูกชิ้นให้คนละสามลูกเลยเอ่ากำไรเห็นๆ
ไม่นานผู้ชายคนนั้นก็พยุงเพื่อนผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าเขานิดนึงเข้ามานั่งที่แคร่ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าบ้าน ดีนะที่ตอนเที่ยงเธอเอาแคร่ไม้ไผ่ออกมานอนพักเหนื่อย ไม่งั้นเธอคงต้องให้สองคนนี้ขึ้นไปบนบ้านเธออย่างที่ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันคิดจะช่วยคนก็ต้องช่วยให้เต็มที่
ส่วนสองคนที่ทำทีพยุงกันเดิน
“โอ้ย! เ้านายเหยียบเท้าผมทำไหมครับ” เฉิงคุณทหารกล้าที่ต้องมาทำเื่แบบนี้เขาก็แลดูแย่เหลือทนอยู่แล้วยังมาถูกเ้านายทำร้ายร่างกายอีก เขาก็น้อยใจเป็เหมือนกันนะ
“นายช่วยทำหน้าตาให้เหมือนคนเป็ลมหน่อยได้ไหมเฉิงคุณ”
“โธ่เ้านายช่างทำกับผมได้ พาผมไปฆ่าโจรจับผู้ร้ายยังจะดีกว่ามาหลอกผู้หญิงแบบนี้”
“หุบปากซะ ทำแค่นี้ไม่ได้แล้วยังคิดจะไปจับโจร”
“เ้านายสนใจเธอก็เข้าหาตรงๆไปเลยสิครับจะหาเื่หลอกล่อทำไหมเธอไม่ใช่คนร้ายซะหน่อย..โอ้ย!เ้านายเหยียบเท้าผมอีกแล้วนะ” หลิวหยางไม่อยากจะยอมรับว่าสนใจเด็กที่พึ่งโตเป็สาวได้ไม่กี่ปีหรอกนะ แต่ไม่รู้ทำไมหลังจากที่เขาพบเธอครั้งแรกเขาก็รู้สึกว่าสนใจและอยากเจอเธออีก
“อย่าพูดมากเฉิงคุณ ไม่งั้นฉันจะทำให้นายสลบแบบสมจริงหรือจะลอง” เฉิงคุณรู้สึกว่าแคร่ไม้ที่เห็นอยู่ใกล้ๆช่างไกลเหลือเกิน กว่าเขาจะเดินไปถึง เท้าก็เจ็บไปหมดด้วยน้ำมือของผู้บังคับบัญชา เขามันผู้น้อยจะทำอะไรได้นอกจากทนเดินเอียงให้เ้านายประคองไปนั่งบนแคร่และเล่นตามบทบาทที่เ้านายสั่ง
“คุณฉันทำบะหมี่ให้พวกคนกินกันหิวไปก่อนนะ ฉันกลัวพวกคุณจะหิวเกินไปหากฉันทำอะไรที่ต้องใช้เวลามากกว่านี้นะคะ” จ้าวหลิวหยางมองหญิงสาวที่กำลังเดินมาทางเขาด้วยแววตาเปื้อนยิ้มต่างจากใบหน้าที่ต้องทำให้นิ่งเข้มไว้ตลอด เมื่อเห็นใบหน้าเรียวเล็กที่ในยามนี้ขาวใสไม่ด่างดำ
“ขอบคุณครับ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ผมต้องขอโทษคุณด้วยที่มารบกวนครับ” หลิวหยางมองดูแขนเล็กนั้นเขาก็อยากจะเอื้อมมือออกไปรับเอาถาดใส่ชามบะหมี่ในมือเธอมาถือเอาไว้ซะเอง เขากลัวแขนเล็กนั้นจะหักซะก่อน ส่วนลู่หลินที่ไม่ได้รับรู้ความคิดใครก็วางถาดลงที่แคร่อย่างรวดเร็วเมื่อเธอเดินมาถึง พอเห็นทั้งสองเริ่มกินบะหมี่เธอก็ขอตัวไปขุดหลุมต่อ ปล่อยให้คนแปลกหน้าทั้งสองนั่งกินไป
“อื้อหือเ้านายผมไม่เคยกินบะหมี่ที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยครับ” หลิวหยางพยักหน้ารับ เขาเองก็คิดว่าอร่อยมากเหมือนกัน ภัตตาคารบางแห่งที่ว่าแพงยังเทียบไม่ได้กับบะหมี่ธรรมดาชามนี้ หลังจากกินจนเกลี้ยงถ้ายหลิวหยางก็ปล่อยให้เฉิงคุณแสดงเป็คนป่วยต่อส่วนเขาก็เดินไปหาหลินหลินพร้อมกับสำรวจบ้านของเธอด้วยความสนใจ ส่วนลู่หลินที่ปกติขนย้ายดินเข้ามิติก็ต้องมาหิ้วดินขึ้นมาทิ้ง้าก็กำลังด่าตนเองถึงความเป็สตรีผู้ใจดีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์แต่ตนเองต้องมาเหนื่อยเพิ่มขึ้น
“อุ้ย! คุณทำอะไรน่ะ” ลู่หลินรีบปล่อยถังใส่ดินในมือทันทีที่รับรู้ถึงมือหนาที่ไม่ได้จับหูถังแต่เป็มือของเธอต่างหากที่เขากำลังจับ ลู่หลินแหงนหน้าจนคอตั้งบ่าหวังจะตำหนิคน แต่พอเห็นความจริงใจที่แสดงออกมาจากดวงตาคมนั้นเธอก็ด่าไม่ลง
“ผมขอโทษครับ ผมแค่อยากช่วยคุณหิ้วเท่านั้น ให้ผมช่วยคุณนะครับ” ลู่หลินเริ่มรู้แล้วว่าเธอแพ้สายตาอ้อนวอนคู่นี้ ทั้งๆที่ใบหน้าหล่อเหลือร้ายนั่นแทบจะไม่ยิ้มออกมาเลยอย่างมากก็แค่ยกมุมปากนิดเดียวไม่รู้จะเก๊กเข้มไปถึงไหน
“เรียกผมว่าหลิวหยางก็ได้ครับ ส่วนเพื่อนผมชื่อเฉิงคุณเราเป็ทหาร” หลิวหยางบอกความจริงแค่บางส่วนที่เขาไม่ได้บอกคือตำแหน่ง
“ฉันลู่หลินค่ะ คุณไม่จำเป็ต้องช่วยฉันก็ได้นะคะ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วเดี๋ยวพวกคุณจะกลับบ้านมืดค่ำเปล่าๆ บอกตามตรงฉันไม่สะดวก”
“อย่าบอกนะว่าคุณอยู่คนเดียวกลางป่า”
“ก็ที่นี่คือบ้านฉัน”
“คุณคงต้องมองหาใครสักคนมาอยู่เป็เพื่อน...” ลู่หลินรีบแหงนหน้ามองคนข้างๆอย่างไว
“เออ..ผมหมายถึงเพื่อนหรือไม่ก็แม่บ้านสักคน” หลิวหยางรีบหันหน้าหนีทำทีมองดูรอบบ้านอย่างสนใจแต่ถ้าลู่หลินจะมองให้ถ้วนถี่คงจะเห็นใบหน้าผู้พันหนุ่มขึ้นริ้วแดงเพราะความเขินอาย
****
สดๆร้อนๆ นั่งั้แ่เช้าได้แค่นี้จริงๆค่ะ มีคำผิดขออภัย