ตำนานราชันย์สะท้านภพ

    บทที่ 49: การรอคอยที่ปลายทาง และเงามารที่ถูกเปิดโปง

    [สถานที่: จุดนัดพบ - ตีนเขาดาราสวรรค์] 

    [เวลา: วันที่ 3 ของการสอบ (วันสุดท้าย) - ยามสาย]

    แสงแดดร้อนระอุสาดส่องลงมายังลานหินกว้างที่ตีนเขาดาราสวรรค์ บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง ความคึกคักหายไป เหลือเพียงความเงียบเหงาที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือด และความตึงเครียดของผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือ

    กลุ่มของ หลิวหรูเยียน และ มู่ชิงเสวี่ย นั่งกระวนกระวายใจอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ใบหน้าสวยหวานของทั้งคู่เต็มไปด้วยความอิดโรยและกังวลอย่างเห็นได้ชัด 

    "จะเที่ยงแล้วนะ... เจ้าบ้าเย่หวงยังไม่โผล่หัวมาอีก!" 

    มู่ชิงเสวี่ยกัดเล็บจนแทบกุด เดินวนไปมาไม่หยุด 

    "เขาหายไปไหนตั้ง 1 วันเต็มๆ? หรือว่าเขาจะพลาดท่าให้..."

    "หุบปากนะชิงเสวี่ย!" หลิวหรูเยียนตวาดเสียงแข็ง แต่ดวงตาคู่งามกลับแดงก่ำและมีน้ำตาคลอเบ้า 

    "คนอย่างหมอนั่น... หนังเหนียวยิ่งกว่าแมลงสาบ เขาต้องมาแน่... เขาต้องไม่เป็นไร"

    แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของนางกลับสั่นไหว ผู้เข้าสอบกว่า 90% หายสาบสูญไปในป่าหมอก ไม่ตายก็บาดเจ็บจนต้องหักป้ายยอมแพ้ การที่เย่หวงหายไปนานขนาดนี้ มันผิดปกติเกินไป

    ฟุ่บ! 

    ทันใดนั้น สายลมวูบหนึ่งพัดผ่าน พร้อมกับเงาร่างสีขาวที่พุ่งแหวกพุ่มไม้ออกมาอย่างรวดเร็ว ลงมายืนที่กลางวงด้วยท่วงท่าสง่างาม 

    "ไงทุกคน... รอนานไหม? ขอโทษที พอดีเมื่อคืนข้าเจอ 'แมวยักษ์' ขี้โมโหตัวหนึ่ง เลยต้องเสียเวลาเล่นซ่อนแอบกับมันจนดึกดื่นน่ะ"

    "เย่หวง!!!" 

    สองสาวตะโกนชื่อเขาพร้อมกัน ก่อนจะถลันเข้ามา... ไม่ใช่เข้ามากอด แต่เข้ามารุมสวด! 

    "เจ้าหายไปไหนมา! รู้ไหมพวกเราเป็นห่วงแค่ไหน!" 

    หลิวหรูเยียนทุบไหล่เขาดังตุ้บ 

    "ไอ้คนบ้า! นึกว่าตายไปแล้วซะอีก!" มู่ชิงเสวี่ยน้ำตาไหลพราก

    เย่หวงยกมือยอมแพ้ ยิ้มแห้งๆ ให้กับความเป็นห่วงที่รุนแรงนี้ เขาไม่ได้บอกความจริงเรื่องการต่อสู้เสี่ยงตายกับสัตว์อสูรระดับปฐพี เรื่องสมบัติระดับปฐพี กาชาระดับเทพ และการสังหารสัตว์อสูรด้วยสายฟ้าสวรรค์ แต่เขาเลือกที่จะปิดบังความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากเกินไป


    [Item Active: เครื่องรางมายาไร้ลักษณ์ (Faceless Illusion Charm) - Rank SR]

    Effect: ปกปิดค่าสถานะที่แท้จริง สร้างภาพลวงตาของระดับพลังตามที่ผู้ใช้ต้องการ

    Fake Status: ขอบเขตวิญญาณ ขั้นต้น (Spirit Realm - Initial)

    Real Status: ขอบเขตวิญญาณ ขั้นกลาง (Spirit Realm - Mid / Late Phase)


    ในสายตาของทุกคน เย่หวงยังคงเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นต้นที่ดูสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่น มีกลิ่นไหม้จางๆ เหมือนเพิ่งหนีตายมาจริงๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้คราบมอมแมมนั้น คือปีศาจร้ายที่มีสเตตัสระดับสัตว์ประหลาด

    "เอาล่ะๆ เลิกบ่นเป็นคนแก่ได้แล้ว" เย่หวงตัดบท 

    "สถานการณ์ตอนนี้เป็นไง?"

    หวังเล่ยที่นั่งทำแผลอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเครียด 

    "เลวร้ายมากนายน้อย... คนหายไปเกือบหมด พวกกลุ่มใหญ่ๆ ขึ้นเขาไปกันหมดแล้ว เราเป็นกลุ่มท้ายๆ และได้ข่าวว่าบนทางขึ้นเขามีการดักปล้นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่ง"

    "งั้นก็อย่าเสียเวลา..." แววตาของเย่หวงเปลี่ยนเป็นคมกริบ "ไปลุยกันเถอะ ใครขวางทาง... ก็แค่เตะมันลงนรกไป"

    ...

    [สถานที่: เส้นทางขึ้นเขาดาราสวรรค์ - ช่องแคบผาชัน]

    เส้นทางสู่ยอดเขาเต็มไปด้วยโขดหินแหลมคมและทางเดินที่แคบจนเดินเรียงหนึ่งได้ลำบาก ยิ่งสูง แรงกดดันวิญญาณยิ่งหนักหน่วงราวกับแบกหินผาไว้บนบ่า ศพของผู้เข้าสอบนอนเกลื่อนกลาดตามทาง บางศพถูกตัดหัว บางศพถูกพิษกัดกิน จนแทบดูไม่ได้

    กึก... เมื่อกลุ่มเมืองชิงเหอเดินมาถึงจุดที่เป็นคอขวด จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน จิตสังหารที่รุนแรงและมุ่งร้ายพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาโดยเฉพาะ ไม่ใช่การสุ่มดักปล้น!

    พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ! เงาร่าง 5 สาย ในชุดคลุมสีดำสนิทปิดบังใบหน้ามิดชิด กระโดดลงมาจากยอดหินสูง ลงมาปิดล้อมหน้าหลังกลุ่มของเย่หวงไว้อย่างสมบูรณ์

    "รอนานเหลือเกินนะ... กลุ่มเมืองชิงเหอ" 

    เสียงแหบพร่าเย็นชาดังมาจากชายชุดดำที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งยืนขวางอยู่ด้านหน้าสุด แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน ทำให้หวังเล่ยและคนอื่นๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น หายใจไม่ออก

    เย่หวงหรี่ตามอง ระบบสแกนทำงานทันที


    [System : Strong Enemies Detected!] 

    Leader (หัวหน้า): ขอบเขตวิญญาณ ขั้นสูง - ระดับกลาง (Spirit Realm - High Stage, Mid Phase)

    ระดับความอันตราย: สูง (สำหรับคนทั่วไป)

    Minions (ลูกสมุน 4 คน): ขอบเขตวิญญาณ ขั้นสูง - ระดับต้น (Spirit Realm - High Stage, Initial Phase)

    ระดับความอันตราย: ไม่ธรรมดา!


    "ระดับขั้นสูงทั้งทีม!?" 

    หลิวหรูเยียนหน้าซีดเผือด นางกำดาบแน่น เหงื่อกาฬไหลซึม ลำพังนางคนเดียวที่เป็นขั้นสูง อาจพอต้านลูกสมุนได้ 1-2 คน แต่เจอกับทีมระดับนี้พร้อมกัน... นี่มันคือการ "สังหารหมู่" ชัดๆ!

    "พวกเจ้าไม่ใช่โจรธรรมดา..." หลิวหรูเยียนกัดฟันถาม 

    "ต้องการอะไร?"

    "ชีวิตของพวกเจ้าไง..." หัวหน้าชุดดำแสยะยิ้มภายใต้ผ้าคลุม 

    "โดยเฉพาะเจ้า... เย่หวง มีคนจ่ายค่าหัวเจ้ามางามมาก ข้าเลยจะแถมโปรโมชั่น ส่งเพื่อนเจ้าไปลงนรกด้วยกันทั้งคณะ!"

    ความสิ้นหวังเกาะกุมจิตใจของทุกคน ยกเว้นเพียงคนเดียว... เย่หวงก้าวออกมาข้างหน้า บังร่างของเพื่อนๆ ไว้ ท่าทีของเขาดูผ่อนคลาย ขัดกับสถานการณ์วิกฤต

    "ค่าหัวข้าแพงไหม?" เย่หวงถามยิ้มๆ 

    "ถ้าถูกไป ข้าจะโกรธเอานะ"

    "ยังจะปากดีอีก!" หนึ่งในลูกสมุนตะคอก

    "ไอ้สวะขั้นต้นอย่างแก หัวหน้าข้าใช้แค่ครึ่งฝ่ามือก็บี้ให้เละได้แล้ว!"

    เย่หวงหัวเราะในลำคอ หึๆ... เขาจ้องมองไปยังกลุ่มคนชุดดำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาของเหยื่อ แต่เป็นสายตาของ "นักล่า" ที่มองเห็นอาหารอันโอชะ

    "ปิดบังใบหน้าก็พอเข้าใจ... แต่ไอมารและกลิ่นคาวเลือดเน่าๆ ที่โชยออกมาจากตัวพวกแกน่ะ มันปิดจมูกข้าไม่มิดหรอก"

    เย่หวงชัก กระบี่อัสนีทมิฬ ออกมาถือไว้หลวมๆ ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น 

    "พวกแกคือ... สุนัขรับใช้แห่ง 'สำนักกระบี่มารโลหิต' (Blood Demon Sword Sect) สินะ?"

    !!! คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางวง! ร่างของชายชุดดำทั้ง 5 สะดุ้งเฮือก รังสีอำมหิตระเบิดออกมาด้วยความตกใจ 

    "ก...แก! แกรู้ได้ยังไง!?" หัวหน้ากลุ่มตะโกนลั่น ความลับสุดยอดที่พวกมันใช้แฝงตัวเข้ามา ถูกเด็กหนุ่มขั้นต้นเปิดโปงในพริบตา!

    "รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ..." เย่หวงแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง 

    "ถ้าเป็นเมื่อวาน... ข้าอาจจะต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อสู้กับพวกแก..."

    เขาขยับคอไปมาจนกระดูกลั่นกร๊อบ 

    "แต่ตอนนี้... พวกแกมันก็แค่ 'มดปลวก' ที่บังเอิญเดินมาขวางทางเท้าของยักษ์เท่านั้นเอง"

    "ฆ่ามัน!!! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" หัวหน้ามารคำรามสั่งการด้วยความโกรธจัด สงครามระหว่างธรรมะและอธรรม... ปะทุขึ้นแล้ว!



    คล้ายกับเรื่องตำนานราชันย์สะท้านภพ ที่คุณอ่าน