เทพยุทธ์ล้างสวรรค์ [นิยายแปล]

    บทที่ 39 ทดสอบคุณลักษณะธาตุ

    เมื่อเย่หยางกับคนอื่นๆเดินออกจากวงเวทเคลื่อนย้าย พวกเขาก็พบว่าตนเองมาอยู่บนภูเขามีประตูขนาดใหญ่ปิดกั้นการมองเห็นของทุกคน 

            ลานด้านประตูทางเข้าเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นทว่าพวกเขาทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มอย่างชัดเจน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามาจากเมืองต่างๆ

            เย่หยางนับอย่างถี่ถ้วนพบว่ามีทั้งหมดสิบเอ็ดกลุ่มผู้นำของแต่ละกลุ่มล้วนมีฐานะเดียวกับหลี่เฉิงเฟิงคือเป็นยอดฝีมือระดับราชายุทธ์ 

            นอกจากนี้ผู้คนในแต่ละเมืองยังมีจำนวนแตกต่างกัน ตั้งแต่หลายสิบคนไปจนถึงมากกว่าร้อยสามสิบคนทำให้เย่หยางประหลาดใจ

            เมื่อเทียบกับเมืองปาฮวงทำให้รู้สึกว่าเมืองปาฮวงดูเล็กมาก เย่หยางได้แต่ทอดถอนใจ 

            เมื่อเย่หยางกับคนอื่นๆเดินออกจากวงเวทเคลื่อนย้าย ทุกกลุ่มก็หันมาสนใจพวกเขาเป็นตาเดียวสายตาท่าทางเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

            แต่ไม่มีผู้ใดกล่าวอันใดเลยสักคนหลี่เฉิงเฟิงทำเพียงพยักหน้าให้กับกลุ่มคนที่คุ้นเคยนำกลุ่มไปยังลานเปิดโล่งส่งสัญญาณให้ทุกคนพักผ่อนในพื้นที่ของตนเอง

            หลังจากนั้นอีกสี่กลุ่มก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นมีคนอย่างน้อยสามสิบคนถึงแปดสิบคน เย่หยางไม่ได้นับอย่างละเอียด แต่ดูเหมือนว่าเมืองปาฮวงจะอยู่ในระดับต่ำสุด

            เมื่อทุกคนมาถึงชายชราในชุดขาวที่กำลังนั่งสมาธิอยู่เบื้องหน้าทุกคนก็ลืมตาขึ้นกวาดสายตามองทุกคนอยู่ๆ เหล่าคนหนุ่มสาวก็รู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับลงบนหัวใจบางส่วนที่มีพลังยุทธ์ต่ำก็แทบจะเป็นลมล้มพับ 

            "ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์" เย่หยางตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่ยอดฝีมือระดับราชายุทธ์หลายคนยืนกันหน้าสลอนจนแทบไม่กล้าหายใจสำนักเทียนอู่อาจหาญมากถึงส่งระดับราชันยุทธ์มาประเมินทดสอบ 

            ชายชราชุดขาวเหลือบมองกลุ่มคนหนุ่มสาวพลางกล่าวช้าๆว่า "ก่อนอื่นเลย ข้าขอแสดงความยินดีที่พวกเจ้าได้รับโอกาสเข้าทดสอบที่สำนักเทียนอู่หากสามารถเข้าร่วมสำนักเทียนอู่ได้พวกเจ้าจะได้รับประโยชน์มหาศาลการที่พวกเจ้าจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป”

            คำกล่าวของชายชราชุดขาวทำให้โลหิตภายในกายของคนหนุ่มสาวเดือดพล่านราวกับว่าพวกเขาได้เห็นโอสถกับเคล็ดวิชาจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ตรงหน้าเกือบทุกคนต่างจินตนาการถึงภาพฉากที่ตนเองสวมเสื้อผ้าหรูหรากลับบ้านด้วยจิตใจเบิกบาน

            แต่คำพูดถัดไปเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นปลุกพวกเขาให้ตื่น “แต่การที่พวกเจ้าสามารถมาที่นี่ได้ไม่ได้หมายความว่าพวกเจ้าทั้งหมดจะสามารถเข้าร่วมสำนักเทียนอู่ จะเข้าสำนักได้นั้นต้องผ่านการทดสอบทั้งหมดสี่รอบสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของพวกเจ้า จงทะนุถนอมมันให้ดี”

            “การทดสอบแรกคือการทดสอบคุณลักษณะ” ขณะอธิบาย ชายหนุ่มสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชายชราชุดขาวทันที แต่ละคนล้วนถือหยกทรงกลมในมือ

            เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของคนหนุ่มสาวผู้ตรวจสอบจึงอธิบายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า "หยกทรงกลมที่พวกเจ้าเห็นกันนี้เรียกว่าหยกทดสอบปราณแท้สามารถวัดคุณลักษณะธาตุกับสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติในร่างกายของพวกเจ้า หากมีสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงระดับสามแสดงว่าเจ้ามีคุณสมบัติ ระดับห้าถือว่ายอดเยี่ยมเอาล่ะ…เรามาเริ่มขานชื่อกันดีกว่า"

            สัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติที่ชายชรากล่าวถึงเย่หยางรู้ดีว่ามันคือความเร็วในการดูดซับปราณวิญญาณภายนอก ยิ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงสูงความเร็วในการฝึกฝนกับดูดซับก็ยิ่งรวดเร็วขึ้น

            "เมืองจิงโจว เจียงเต๋อหยาง"

            “เมืองต้ากัง อวี่โจว”

            “เมืองปาฮวง เย่หมิง”

            ผู้ตรวจสอบถือบันทึกรายนามออกมาขานชื่อเมื่อชื่อเย่หมิง ซึ่งเป็นลูกหลานของตระกูลเย่ถูกเรียก เขาก็เหงื่อตกด้วยความกังวลจึงมองไปทางเย่หยางอย่างช่วยไม่ได้

            เย่หยางตบไหล่เขาแรงๆ แล้วกล่าวว่า "อย่ากลัวไปเลยคนตระกูลเย่ล้วนเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา จงกล้าหาญเข้าไว้อย่าให้ผู้คนจากเมืองอื่นหัวเราะเยาะได้"

            ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดหลังจากได้ยินวาจาของเย่หยางความตึงเครียดในใจก็หายไปทันที เย่หมิงเดินออกไปทดสอบอย่างกล้าหาญ 

            เย่หยางมองเย่หมิงแล้วส่ายศีรษะเขาบอกว่าไม่ต้องกังวลแต่ไม่ใช่เล่นใหญ่ขนาดนั้นเมื่อเทียบกับบางคนที่ออกไปทดสอบอย่างเขินอายเย่หมิงดูโดดเด่นได้ใจคนเมืองปาฮวงมาก

            ท่าทีของเย่หมิงทำให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบจากเมืองปาฮวงที่เดิมประหม่าผ่อนคลายมากขึ้นทันทียิ่งได้เห็นว่าเย่หยางผ่อนคลายและสุขุมอยู่เสมอก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ในช่วงเวลาสำคัญที่มีชื่อเสียงเป็นเดิมพันเช่นนี้ มีไม่กี่คนที่สงบนิ่งได้เหมือนเขา

            “คุณลักษณะปราณแท้ ไม่มีสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับสาม ผ่าน”

            "คุณลักษณะปราณแท้ ไม่มีสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับสอง ไม่ผ่าน"

            "คุณลักษณะปราณแท้ ไม่มีสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับสอง ไม่ผ่าน"

            “…”

            การทดสอบกลุ่มแรกมีผู้ผ่านเข้ารอบเพียงหกคนเท่านั้นนี่คือการทดสอบที่ไม่ผ่านแล้วคัดออกเลย ฉะนั้นบุคคลเหล่านี้จะตกรอบ ไม่มีโอกาสทดสอบรอบที่สอง

            คนหนุ่มสาวผู้เข้ารับการคัดเลือกได้เห็นความเข้มข้นของการทดสอบเป็นครั้งแรกศิษย์หลายคนที่ไม่ผ่านการประเมินเดินลงไปด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย บางคนถึงกับร่ำไห้

            มีน้อยคนที่หัวเราะเยาะพวกเขาโอกาสประสบความสำเร็จอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว แต่กลับหายไปต่อหน้าต่อตาเป็นความเจ็บปวดที่คนนอกไม่อาจเข้าใจได้

            “ข้าผ่าน ข้าผ่านแล้ว เยี่ยมมาก” เย่หมิงกลับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นทำให้คนของตระกูลเย่มีความสุขเช่นกัน

            “เยี่ยมมาก แต่อย่าเพิ่งมีความสุขเร็วเกินไปยังเหลือการทดสอบอีกสามครั้ง ข้าเกรงว่าแต่ละครั้งจะยากขึ้นเรื่อยๆทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม” เย่หยางราดน้ำเย็นใส่พวกเขา

            ต่อมาผู้คนก็ขึ้นไปยังสนามทดสอบต่อไปบางคนก็มีความสุข บางคนก็เศร้า ศิษย์จำนวนมากถูกคัดออกตอนนี้การทดสอบผ่านไปกว่าครึ่งหนึ่ง เกือบร้อยคนถูกคัดออกไปแล้ว

            “เมืองปาฮวง เย่ชิงเสวียน”

            เมื่อได้ยินชื่อของเย่ชิงเสวียนหัวใจของเย่หยางก็เต้นรัว หันไปมองเย่ชิงเสวียนด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย 

            เมื่อเห็นเย่หยางมองนางด้วยความกังวลเย่ชิงเสวียนก็รู้สึกอบอุ่นใจ ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่เย่หยางกลับมานางก็ตระหนักได้ทันทีว่าเย่หยางยิ่งห่างไกลจากนางมากขึ้นเรื่อยๆ 

            พอเย่หยางผู้ซึ่งสุขุมนุ่มลึกมาโดยตลอดมองดูนางด้วยความกังวลทำให้นางรู้สึกว่าเย่หยางคนเก่ากลับมาแล้ว

            นางยิ้มให้เย่หยางแล้วกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นไรหรอก"

            เย่ชิงเสวียนยื่นมือออกไปทางหยกทรงกลม 

            ‘วิ้ง!’

            อยู่ๆ หยกทรงกลมก็เรืองแสงสีน้ำเงิน

            “คุณลักษณะปราณแท้ วารีสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับห้า ยอดเยี่ยม ไม่เลว” น้ำเสียงที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์ของผู้ตรวจสอบเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจเล็กน้อยทั้งเขายังชมเพิ่มอีกสองคำ เย่หยางนึกว่าชายผู้นั้นพูดได้แต่คำพูดซ้ำๆ เสียอีก 

            การทดสอบของเย่ชิงเสวียนทำให้ทุกคนหันมาสนใจด้วยไม่คาดคิดว่าอัจฉริยะที่มีคุณลักษณะธาตุพิเศษจะปรากฏในเมืองปาฮวง 

            อย่างที่รู้กันว่านักรบที่มีคุณลักษณะปราณแท้พิเศษการฝึกฝนในช่วงหลอมรวมลมปราณจะช้ากว่าคนทั่วไปหลายเท่าทว่าเมื่อทะลวงขึ้นสู่ระดับนักรบ แล้วได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะที่มีลักษณะธาตุพิเศษระดับฝีมือของพวกเขาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด

            ยิ่งไปกว่านั้นสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติของเย่ชิงเสวียนยังสูงถึงระดับยอดเยี่ยมหากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นฝีมือของนางจะพัฒนาขึ้นสู่ระดับราชายุทธ์อย่างแน่นอน หากได้พบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ก็อาจจะกลายเป็นราชันยุทธ์

            “สาวงามผู้นั้นคือใคร พรสวรรค์เช่นนี้ไปอยู่ในเมืองปาฮวงได้อย่างไร”

            “เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ นางชื่อเย่ชิงเสวียนคนของตระกูลเล็กๆ ที่ไม่รู้จักในเมืองปาฮวง”

            “จริงรึไม่คาดคิดว่าเมืองปาฮวงจะโชคดีถึงขนาดให้กำเนิดอัจฉริยะมากพรสวรรค์เช่นนี้”

            ขณะทุกคนกำลังซุบซิบกันอยู่ เย่ชิงเสวียนก็ค่อยๆกลับมาหาฝูงชน แม้สีหน้าจะดูเฉยเมย แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            “ถ้าอยากยิ้มก็ยิ้มออกมาเถอะกลั้นเอาไว้นานเดี๋ยวช้ำในแย่” เย่หยางขยิบตาให้เย่ชิงเสวียน

            "ฮิๆ" นางหัวเราะเสียงดังเย่ชิงเสวียนต่อยอกเย่หยางด้วยความโกรธ "ข้ารู้น่ะว่าควรยิ้มอย่างไรข้าแค่ไม่อยากยิ้มตอนนี้"

            หลังจากได้เห็นสาวงามอย่างเย่ชิงเสวียนมีคุณลักษณะเฉพาะที่น่าสะพรึงกลัวชายหนุ่มหลายคนก็ถือว่านางเป็นคนรักในฝันของพวกเขาแล้ว แต่พอเห็นเย่ชิงเสวียนกำลังหยอกเย้ากับเย่หยางพวกเขาก็โมโหมาก

            “ชายผู้นั้นเป็นใคร เหตุใดถึงใกล้ชิดกับเทพธิดาของข้าขนาดนี้”

            “ชิ! พวกเขาต้องเป็นคู่รักกันแน่ๆ สวรรค์ สตรีดีๆมักถูกบุรุษไม่ได้เรื่องทำให้แปดเปื้อน”

            “ช่างโง่เขลา! สนทำไมว่าพวกเขาจะเป็นคู่รักกันหรือไม่ แค่เอาชนะใจนางได้เราก็ยังมีโอกาส”

            “จริงด้วย…ถ้าเช่นนั้นก็ยังมีโอกาส บัดซบ!เจ้าว่าผู้ใดว่าโง่เขลา รนหาที่ตายนัก?”

            คนกลุ่มหนึ่งกำลังโต้เถียงกันอย่างเงียบๆถ้าไม่ติดว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทดสอบป่านนี้พวกเขาคงลงไม้ลงมือต่อสู้กันไปแล้ว

            ความปั่นป่วนเล็กน้อยที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้การทดสอบช้าลงทว่ายังคงดำเนินต่อไปอย่างเป็นระเบียบ หลังจากเย่ชิงเสวียนก็มีผู้ฝึกยุทธ์หลายคนที่มีคุณลักษณะปราณพิเศษปรากฏขึ้นแต่ส่วนใหญ่พวกเขามีสัมพันธ์เชื่อมโยงระดับสามเพียงเท่านั้น

            จนกระทั่งหลันไฉเตี๋ยจากเมืองชิงเฟิงปรากฏตัวขึ้นความเงียบในการทดสอบก็ถูกทำลายอีกครั้ง

            “คุณลักษณะปราณแท้ วายุสัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับหก ยอดเยี่ยม”

            หลันไฉเตี๋ยเป็นเด็กสาวตัวเล็กอายุอานามประมาณสิบห้าสิบหกปีนางถักเปียสองเส้นห้อยลงมา ดวงตากลมโตเป็นประกายนางมองเย่ชิงเสวียนด้วยท่าทางยั่วยุแปลกๆ 

            “สวรรค์ ช่างน่าสะพรึงกลัว สัมพันธ์เชื่อมโยงระดับหกสูงกว่าเย่ชิงเสวียนเสียอีก”

            “แม่นางผู้นี้งดงามมาก ระดับพลังก็เข้าสู่ระดับจอมยุทธ์แล้วผู้ใดได้คบหาเป็นคู่รักคงมีความสุขยิ่ง”

            “ชิ! ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดโง่เง่าเช่นเจ้ามาก่อนหลันไฉเตี๋ยเป็นใครก็ยังไม่รู้ นางเป็นแก้วตาดวงใจของหลันไห่ซานเจ้าเมืองชิงเฟิงผู้โด่งดังเจ้าน่ะไม่ต่างจากคางคกอยากกินเนื้อหงส์ฟ้า” เสียงหนึ่งขัดอย่างเหยียดหยาม

            ชายคนดังพูดไม่ออก ใบหน้าเปลี่ยนสีแต่ไม่อาจปฏิเสธ

            การประเมินยังคงดำเนินต่อไปผู้เข้ารับการประเมินช่วงนี้ล้วนมีความสามารถมากขึ้น ปราณแท้มีคุณลักษณะธาตุพิเศษสัมพันธ์เชื่อมโยงระดับห้า

            ที่น่าตื่นตระหนกคือผู้รับการทดสอบสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง

            สตรีผู้นี้คือกวนเยี่ยนเสวี่ยจากเมืองชื่อถูคุณลักษณะปราณแท้ ทองคำ สัมพันธ์เชื่อมโยงธรรมชาติระดับหก ปราณแท้ธาตุทองเด่นในเรื่องการโจมตีอันทรงพลัง ลือกันว่าไม่มีอะไรที่ทำลายไม่ได้ ช่างอหังการยิ่ง

            ส่วนชายหนุ่มคือเยี่ยอวี่หานจากเมืองเฟยเสวี่ยคุณลักษณะปราณแท้ธาตุวารีและเหมันต์ที่หาได้ยิ่งทั้งยังมีสัมพันธ์เชื่อมโยงระดับหก

            การปรากฏตัวของทั้งสองทำให้ผู้คนตื่นตระหนกแม้แต่ชายชราชุดขาวที่นั่งหลับตามาโดยตลอดยังลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ

            “เมืองหนานหลี มู่ไป๋”

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์ล้างสวรรค์ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน