บทที่ 46 พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (1)
เมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นในวันต่อมา ผมก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อตัว ผมเหมือนจะไม่สบาย แต่เมื่อยืดเส้นยืดสายให้ถูกวิธี ร่างกายก็กลับมาเป็นปกติดีอีกครั้ง
ผมรีบลุกขึ้นมาจัดระเบียบเนื้อเพลงต่อจากที่ทำค้างไว้เมื่อคืนนี้
ผมหยิบเมาส์ออกมาจากมือของรยูคยองฮวาซึ่งนอนหลับอยู่หน้าโต๊ะ เมื่อผมขยับเมาส์ หน้าจอที่อยู่ในโหมดสลีปก็เปิดติดขึ้นมาทันที
ผมกังวลว่าปัญหาที่เรากำลังจัดการกันอยู่นี้จะทำเสร็จได้ทันเวลาหรือไม่ เพราะมันทำให้พวกผมแทบไม่ได้นอนเลย
แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องราวที่ยุ่งยากไม่น้อย เพราะผมจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจสอบเนื้อเพลงที่สมาชิกวงคนอื่น ๆ เขียนขึ้นมาเมื่อคืน
แก่นหลักในเนื้อเพลงของเราคือคำว่า 'Rescue'
บรรยากาศของเพลงนี้จะเป็นโลกดิสโทเปียในอนาคต บอกเล่าเรื่องราวของคนรักที่ต้องติดอยู่ในซากปรักหักพัง
เนื้อเพลงไม่มีอะไรซับซ้อน บอกเล่าความรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่สวยงาม แต่ผมก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี...
เนื้อเพลงมันฟังดูเด็กน้อยมากเกินไป
ชอนอีเซไม่ได้มีอายุ 18 ปี ซนซองวอนไม่ได้มีอายุ 16 ปี แล้วพวกเราจะร้องเพลงเด็กน้อยแบบนี้ได้อย่างไร?
และแฟนเพลงก็น่าจะเบื่อเนื้อเพลงแบบนี้แล้วด้วย
ครั้งนี้ วงไคลแมกซ์มาพร้อมกับคอนเซปต์แห่งโลกอนาคต แต่มันเป็นโลกอนาคตที่แตกสลายลงไปแล้ว
เพราะฉะนั้น เนื้อเพลงจึงสมควรฟังดูมืดมนชอกช้ำมากกว่านี้
ความจริงผมก็ไม่เข้าใจกระบวนการแต่งเพลงอะไรมากนักหรอก แต่เป้าหมายสำคัญในการคัมแบ็ครอบนี้ของวงไคลแมกซ์คือการรวบรวมกลุ่มแฟนเพลงดั้งเดิมให้คงอยู่ต่อไป พร้อมกับสร้างฐานแฟนคลับใหม่ ๆ ขึ้นมาให้ได้อีกด้วย
การตลาดที่ผมใช้ในการขายอาหาร อาจจะเอามาใช้กับการตลาดของวงบอยกรุ๊ปได้เหมือนกัน
ธีมเพลง 'Drink Me' ค่อนข้างมีเอกลักษณ์โดดเด่น ผมอยากจะยึดบรรยากาศของตัวทำนองเพลงเอาไว้…
ในจังหวะที่ผมกำลังพลิกหน้ากระดาษกลับไปย้อนดูสิ่งที่ตัวเองจดเอาไว้ก่อนหน้านี้ นาซอนอูก็เดินขยี้ตาออกมาจากห้องพอดี
"ตื่นเร็วจังเลยนะครับ?"
คงไม่แปลกถ้าเขาถามประโยคนี้ตอนพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น...แต่นี่มันเกือบจะ 9 โมงเช้าแล้ว และเมื่อผมมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงอาทิตย์ก็กำลังสาดส่องสว่างยิ่งกว่าตอนบ่ายเสียอีก
"เพราะว่าฉันไม่มีเวลาแล้วน่ะสิ นายเขียนเนื้อเสร็จแล้วหรือยัง?"
เมื่อผมยื่นมือออกไปไม่ต่างจากคุณครูขอตรวจการบ้าน นาซอนอูก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องและนำสมุดจดออกมาตอบผมว่า
"เรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่า...เมื่อคืนนี้พี่ได้นอนบ้างหรือเปล่า? ผมว่าพี่ไม่ได้กลับเข้าห้องมาเลยนะ"
ขนาดตอนอายุ 40 ผมยังทำงานตอนกลางคืนจนดึกดื่น แล้วตอนอายุ 24 ผมจะไม่ทำได้อย่างไร?
ผมรับสมุดจดมาจากมือเขาพร้อมกับตอบเบา ๆ ว่า
"ฉันนอนบนโซฟาน่ะ นายช่วยพาคยองฮวาเข้าไปนอนในห้องหน่อยได้ไหม"
ผมแอบมองไปที่รยูคยองฮวาและพบว่าเขากำลังหลับลึก แทบจะเรียกว่ากำลังสลบอยู่ก็ได้ เหมือนกับว่าเขาหมดสติไปตอนที่กำลังทำงานค้างอยู่
"ได้เลยครับ!"
นาซอนอูพยักหน้าอย่างมีความสุข
ผมรู้สึกแปลกประหลาดเล็กน้อยที่เห็นร่างของรยูคยองฮวาถูกประคองอยู่ในอ้อมแขนของนาซอนอู รยูคยองฮวาเป็นคนตัวสูง แต่มีน้ำหนักอยู่ที่ 60 กว่ากิโลกรัม แสดงว่าคุมอาหารเป็นอย่างดี
นาซอนอูประคองรยูคยองฮวาด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างหมุนลูกบิดประตู
"เฮ้ย!"
"เหวอออ!"
มีอะไรกันอีก? ผมหันไปมองด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ดูเหมือนโอเยจุนจะยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน เขาจ้องมองมาที่นาซอนอูด้วยดวงตาเบิกโต
"จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน!"
"ขอโทษครับ ผมนึกว่าพี่หลับอยู่ เอ่อ...ผมกลัวว่าจะปลุกพี่ตื่นน่ะ..."
ก็สมควรแล้วที่นาซอนอูจะคิดอย่างนั้น
เพราะว่าในวันที่โอเยจุนไม่มีตารางงาน ผมไม่เคยเห็นเขาตื่นในเวลานี้มาก่อนเหมือนกัน
"อ้อ...ฉันว่าต้องทำงานเพิ่มอีกหน่อยน่ะ ตอนนี้ก็เลยยังไม่ได้นอน นี่มันกี่โมงแล้ว…"
"นอนเถอะพี่ ตาเป็นหมีแพนด้าแล้วเนี่ย..."
นาซอนอูพึมพำเบา ๆ ราวกับว่าเขากำลังเป็นห่วง
"ฉันอยากไปที่สตูดิโอจริง ๆ ที่นั่นคงมีอุปกรณ์ให้ฉันได้ใช้งานสะดวกมากกว่านี้..."
และขณะที่นาซอนอูกำลังประคองรยูคยองฮวาลงไปนอนบนเตียง โอเยจุนก็พูดกับตัวเองต่อไปขณะจัดระเบียบไฟล์ในคอมพิวเตอร์
"นายนอนพักก่อนเถอะ ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าวงที่กดขี่ให้น้อง ๆ ต้องทำงานหนักแบบอดหลับอดนอน"
หลังจากทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว ผมก็ปิดแล็ปท็อปของตัวเองเพื่อหาเวลาพักสักหน่อย ผมเดินไปยืนพิงกรอบประตู โอเยจุนจ้องมองมาที่ผมด้วยดวงตาง่วงนอน
"ถ้างั้น...ผมของีบสักชั่วโมงแล้วกัน เดี๋ยวตื่นแล้วผมจะไปที่สตูดิโอ"
โอเยจุนไถลตัวออกจากเก้าอี้และเดินตรงไปที่เตียงนอน ผมยังไม่ทันจะจับมือเขา โอเยจุนก็ทิ้งตัวลงไปบนเตียงแล้ว
"แต่ก่อนจะนอน นายช่วยส่งไฟล์เพลงที่แก้แล้วมาให้หน่อยได้ไหม"
"อ้อ จริงด้วยสิ"
โอเยจุนพยักหน้าและอัปโหลดไฟล์เพลงเข้าไปไว้ในห้องแชตกลุ่ม
"เปิดฟังได้เลยนะ ผมใส่เนื้อเพลงของตัวเองลงไปแล้วด้วย พี่จะได้เอาไว้อ้างอิงเผื่อจำเป็น"
เมื่อส่งเพลงเสร็จเรียบร้อย โอเยจุนก็สูดหายใจลึก ๆ แล้วล้มตัวนอน
"อีกชั่วโมงมาปลุกฉันด้วยล่ะ"
"รับทราบครับ!"
นาซอนอูพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะนำผ้าห่มคลุมไปบนตัวของรยูคยองฮวาที่กำลังหลับใหล
ว่าแต่ตอนนี้ซนซองวอนยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า?
ผมมีความรู้สึกไม่สบายใจตกค้างมาจากเมื่อวาน เพราะผมยังเคลียร์ปัญหาไม่ลุล่วง
ผมจะสบายใจได้อย่างไรถ้าปัญหายังคาราคาซังอยู่แบบนี้ หรือหมอนั่นคิดว่าผมจะมีความสุข?
ผมเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของซนซองวอนด้วยจิตใจที่สับสน รู้สึกปวดหลังขึ้นมาอีกครั้ง
"ตื่นหรือยัง?"
ผมใช้หลังมือเคาะประตูเบา ๆ จากนั้นก็ได้ยินเสียงขยับเก้าอี้อยู่ภายในห้อง
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงปลดล็อคประตู
"เรื่องเนื้อเพลง เลือกเอาไว้แค่ท่อนที่ใช้ได้ ท่อนไหนใช้ไม่ได้ก็ทิ้งไป"
เขาได้นอนบ้างไหม? เขาตื่นตั้งแต่ตอนไหน? เขาเขียนเนื้อเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่?
ซนซองวอนพูดพร้อมกับส่งแผ่นกระดาษที่เขาบอกว่าเป็นเนื้อเพลงมาให้ผม
ซนซองวอนปล่อยมืออย่างรวดเร็ว ดีที่ผมคว้าแผ่นกระดาษเอาไว้ได้ทันก่อนที่มันจะตกลงไปบนพื้น
อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องยอมรับเลยว่าเจ้าหมอนี่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบจริง ๆ
"ขอบใจ เยจุนโพสต์เพลงที่เรียบเรียงใหม่เอาไว้ในห้องแชตแล้ว ยังไงก็ลองฟังดูเถอะ"
แทนที่จะรับคำผมอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ซนซองวอนกลับทำเพียงแค่ผงกหัวทีหนึ่ง แล้วก็ปิดประตูใส่หน้าผมเสียอย่างนั้น
แต่ผมจะคาดหวังอะไรจากเขาได้ล่ะ? แค่เขายอมเขียนเนื้อเพลงมาให้ก็ถือว่าบุญแล้ว