หลังจากนอนหลับพักผ่อนไปกว่า 2 ชั่วยาม!บัดนี้พลังงานที่หยุนเฟยเสียไปพลันได้กลับคืนมาหมดแล้ว!
“หืม?.....พลังของข้ากลับมาเต็มกำลังแล้ว!.....เห้อ!ยังดีที่ในแหวนมิติมีโอสถอยู่บ้างหากไม่มีมันแล้วล่ะก็!น่ากลัวว่าข้าคงมิสามารถฟื้นพลังให้กลับมาได้เร็วเท่านี้ได้แน่ๆ!”
กล่าวจบมือข้างหนึ่งของมันจึงพลันขยับไปแตะที่แหวนมิติของมันคราหนึ่งพร้อมทั้งส่งพลังปราณออกไปจางๆ!...
เมื่อแหวนมิติได้รับไอพลังปราณอันน้อยนิดของหยุนเฟยยันต์ล็อกแหวนจึงคลายออกมา.....ข้างในของแหวนมิตินี้นั้นดูกว้างราวๆโต๊ะกินข้าวเล็กๆหนึ่งโต๊ะ!.....ข้างในนั้นมีโอสถอยู่ 11 ลูก!แต่ละลูกล้วนเป็นโอสถฟื้นพลังทั้งหมด!
โอสถพวกนี้ล้วนแต่มากจากหยุนเสี่ยวพ่อของมันอย่างมิต้องสงสัย!....แต่ช่างน่าอดสูยิ่งนัก!ตัวมันที่เป็นถึงมหานักบุญกลับมิได้หลอมโอสถมาใช้เองเนื่องจากกายบรรพกาลของมันไม่เหมาะกับธาตุไฟเป็นอย่างมากจึงทำให้มันไม่สามารถหลอมโอสถได้ด้วยวิธีธรรมดา!
ตัวมันนับตั้งแต่รู้ถึงกายบรรพกาลสวรรค์!มันก็ตัดสินใจไว้แล้วว่ามันจักหลอมรวมกับเปลวเพลิงธาตุน้ำแข็งหรือไม่ก็ธาตุอื่นๆที่มิใช่ธาตุไฟ!....
เพราะหากหยุนเฟยดันทุรังใช้ธาตุไฟเพื่อหลอมโอสถมันอาจจะต้องทนร้อนมากมายกว่าคนธรรมดาถึง30 เท่า!เท่านั้นยังมิพอกายของมันนั้นเมื่อโดนไฟจะทำให้เกิดบาดแผลง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย!...ง่ายราวกับมีดที่เผลอหล่นลงไปปักที่ซาลาเปาเลยก็ว่าได้!
แต่กลับกัน!เมื่ออดีตชาติของมัน!ในห้องที่มันใช้ฝึกหลอมโอสถ....มีหนังสือหนึ่งเล่มเขียนไว้โดยคนที่มันไม่รู้จักชื่อว่า!หากกายบรรพกาลใช้ธาตุไฟได้!ความแข็งแกร่งของไฟจะเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าเดิมกว่า7 เท่า!เนื่องด้วยกายบรรพกาลเน้นไปที่ร่างกายมิใช่ลมปราณจึงทำให้มันไม่สามารถหลอมกับไฟ ที่สามารถทำให้ตัวมันไหม้ได้ง่ายๆ
กลับกันหากมันหลอมกับเปลวเพลิงธาตุน้ำแข็ง!ถึงแม้ว่าร่างกายมันจะโดนแช่แต่หากกายบรรพกาลของมันหลอมรวมกับธาตุน้ำแข็งได้เมื่อใดมันก็จักมิต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป!
พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไร!ตัวมันก็พลันรู้สึกอัปยศอดสูอย่างน่าเย้ยหยันขึ้นมา!.....
“เหตุใดข้าต้องใช้ยาขยะระดับ 2ความบริสุทธิ์แค่ 6 ใน 10 ส่วนได้กัน?ช่างน่าขันยิ่งนัก!เดิมทีหากข้าใช้ไฟในการหลอมได้ข้าก็คงหลอมโอสถระดับ3 เต็มสิบส่วนออกมาได้อย่างง่ายๆเลยแท้ๆ!........เห้อ!....”
หยุนเฟยกล่าวไปพลางถอนหายใจไปพลางอย่างจำใจ
ครั้นเมื่อผ่านไปอีกหลายชั่วยาม!บัดนี้จึงมีพลังปราณพุ่งทยานตะเบ็งมุ่งหน้ามาที่ประตูบานที่สามทันทีโดยที่มีหยุนเฟย
รอคุมเชิงอยู่อย่างระมัดระวัง!
โครม!คราม!.......
ราวกับฟ้าดินพังทลาย!เสียงที่แสนจะดังกระหื่มครานี้นั้นคล้ายๆกับคราเมื่อครู่!....กำแพงทั้ง 6 ทิศรอบๆตัวหยุนเฟยกำลังขยายใหญ่ขึ้น!.....จนเมื่อสิ้นเสียงดังราวฟ้าสนั่นหวั่นไหวหยุนเฟยเลยพลันสังเกตถึงขอบเขตุที่ขยายออกมา!
“ห่างจากจุดศูนย์กลางข้างละ 3 ลี้!? หรือว่าประตูบานนี้จะมียักษ์หลายสิบตัวออกมากัน?”
หยุนเฟยพลันทำสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา!หากพื้นที่กว้างขนาดนี้!น่ากลัวว่าอาจจะมีเผ่าปีศาจร่างยักษ์อยู่หลายสิบตัวก็เป็นไปได้!!
เมื่อคิดได้ดังนั้น!เดมที่มันอยู่หน้าประตูบานยักษ์!บัดนนี้มันกลับถอยร่นออกมากว่าหลายร้อยก้าว!.....
ซูม!!!!!
เสียงพลังลมปราณดังกระหึ่มขึ้นมาระรอกใหญ่!...ก่อนที่ประตูบานที่สามจะค่อยๆแง้มออกมาเรื่อยๆอย่างช้าๆ!....จนกระทั่งผ่านไปหลายสิบลมหายใจ!ประตูใหญ่ยักษ์กว้าง25เมตร สูง 80 เมตรจึงได้เปิดออกมาจนสุด!
ตูม!ตูม!ตูม!
หลังจากประตูเปิดผนึกออกมาเพียงแค่ไม่ถึงสิบลมหายใจ!ก็พลันปรากฏร่างยักษ์ร่างหนึ่งวิ่งออกมากประตูอย่างเร่งรีบ!....เมื่อร่างกายใหญ่โตมโหฬารได้วิ่งออกมาจากประตู!หยุนเฟยเลยเห็นลักษณะหน้าตาของร่างยักษ์ร่างนี้!
“ปีศาจกระทิง!!!!”
หยุนเฟยพลันแค่นเสียงอุทานออกมาอย่างบางเบา!
ร่างใหญ่ยักษ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันนั่นก็คือปีศาจกระทิง! แถมยังเป็นจ่าฝูงอีกต่างหาก! ปีศาจกระทิงนั้นจะแบ่งออกเป็นจ่าฝูงและลูกฝูง!โดยจะแบ่งชนชั้นตามขนาดของร่างกาย!.....
เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะยังไงปีศาจกระทิงตรงหน้ามันเป็นจ่าฝูงอย่างมิต้องสงสัย! เพราะขนาดของปีศาจกระทิงตนนี้นั้นสูงกว่า 72 เมตร! หรือก็คือใหญ่เกือบเท่าๆประตูแล้วนั่นเอง!
นี่ทำให้หยุนเฟยเบาใจขึ้นมามิน้อยเพราะมันพลันคิดไปเองว่าปีศาจกระทิงระรอกแรกก็มีขนาดใหญ่เกือบเท่าห้องโถงห้องนี้เสียแล้ว! หากมีระรอกต่อๆไปน่ากลัวว่ากระทิงพวกนี้คงจักมิสามารถอยู่ในสถานที่อันคับแคบแห่งนี้ได้!
“เอ๊ะ!หรือว่ามันจะมาระรอกละหลายๆตัว?”
หยุนเฟยพลันนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้!ขนแขนทั้งสองข้างของมันก็ลุกซู่ขึ้นมาด้วยความหวาดเสียว!....หากมีปีศาจกระทิงตัวเดียวคงจักง่ายดาย!
แต่ถ้าหากมีมากกว่า 10 ตัวขึ้นไป!น่ากลัวว่าหยุนเฟยจะต้องใช้พลังปราณไปมากมายเป็นแน่แท้! แต่มันหากลัวไม่!.....เพียงแค่มันชิงสังหารก่อนปีศาจพวกนี้จะออกมาพร้อมๆกันก็สิ้นเรื่อง!.....นี่คือสิ่งที่มันคิดได้!!
ก๊าก!!!.......
เมื่อปีศาจกระทิงเดินเข้ามาข้างในห้องโถงแห่งนี้!....มันจึงพลันสังเกตเห็นมดปลวกตัวหนึ่งตรงหน้ามัน!...เหมือนมันจะรู้สึกว่ามดปลวกที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันมองมันด้วยสีหน้าดูถูกมันจึงร้องตะโกนหวังให้มดปลวกที่ยืนอยู่ข้างหน้ามันหวาดกลัว!
“เหอะ!!”
หยุนเฟยแค่นเสียงออกมาคราหนึ่งก่อนจะพุ่งทะยานขับเคลื่อนวิชาเดิมจันทร์กระโดดขึ้นสูงหวังจะบั่นศีรษะของปีศาจกระทิงยักษ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า!
ฉับ!!
เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!ข้อมือของป๊ศาจกระทิงยักษ์ก็พลันขาดออกมาจากแขนของมันอย่างน่าอดสู!!
อ๊าก...........!!!
ปีศาจกระทิงที่โดนตัดข้อมือออกไปพลันตะโกนร้องออกมาอย่างเจ็บปวด!.....มันไม่คิดเลยว่ามดปลวกที่ยืนต่อกรกับมันอยู่ตรงนี้!จะสามารถทำให้มันเกิดแผลได้ด้วยซ้ำ!....แต่ผลจากการประมาทของมันเล่า?ไม่เพียงแค่เกิดแผลเท่านั้น!...ข้อมือของมันเองก็ขาดออกมาด้วย!
เมื่อคิดได้ว่าตัวตนที่ดูเล็กกระจ้อยร่อยตรงหน้ามันมิใช่มดปลวกแต่อย่างใด!แต่กลับเปรียบเสมือนอสรพิษตัวเล็กที่พร้อมจะสังหารมันได้ทุกเมื่อ!
ด้วยการที่มันมีความนึกคิดมันจึงถอยร่นระยะห่างจากหยุนเฟยออกไปจนติดชิดกับกำแพงใกล้ๆกับประตู!....
หยุนเฟยเองก็ดูเหมือนจะสนุกกับฉากนี้!มันจึงทำท่าทางราวกับกำลังขู่เจ้ากระทิงตรงหน้าของมันให้ถอยร่นออกไปเรื่อยๆอย่างคาดหวัง!......
มันหวังจะให้ปีศาจกระทิงถอยร่นกลับเข้าไปในประตูบานใหญ่ยักษ์ตรงหน้าเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น!....ตัวมันเองยังคิดได้ว่าจะตามเข้าไปด้วยเพื่อตรวจดูที่มาของปีศาจพวกนี้อย่างลึกซึ้งปะปนกับความรู้สึกเชิงสนุกสนาน!
ก๊าก!!!!!!!
ทันทีที่ปีศาจกระทิงเข้าไปในประตูได้เพียงไม่ถึงก้าวด้วยซ้ำ!หยุนเฟยก็พลันขนลุกชันอย่างน่าหวาดสียวขึ้นมา!เพราะเมื่อปีศาจกระทิงตนนั้นได้ย่างก้าวเข้าไปในประตูเพียงแค่เสี้ยวของร่าง....ร่างกายของปีศาจกระทิงก็พลันถูกบดละเอียดกลายเป็นหมอกเลือดทันทีในชั่วพริบตา!
ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นของหยุนตอนนี้พลันหดหายไปจนสิ้น!....เหลือเพียงความเสียวซ่านไปทั่วร่างกาย!มันพลันคิดถึงประตูบานแรก!หากตอนนั้นมันคิดเล่นพิเลนเข้าไปในประตูตรงหน้ามัน!...น่ากลัวว่ามันเองก็ต้องเป็นแบบเดียวกันเจ้ากระทิงตรงหน้ามันเป็นแน่!!
ตึง!ตึง!ตึง!
มิรอให้หยุนเฟยได้คิดใตร่ตรองมากมาย!ปีศาจกระทิงที่ตัวเท่าๆกับตัวที่แล้วพลันเดินออกมาจากประตู!.....ครานี้ดูเหมือนจะต่างจากคราแรกขึ้นมาหนึ่งส่วน!
เพราะปีศาจกระทิงตัวแรกนั้นมาแค่ร่างกายที่เปลือยเปล่าไม่มีอาวุธหรือชุดเกราะติดตัวมา!.....แต่ครานี้ปีศาจกระทิงที่อยู่ตรงหน้าหยุนเฟยกลับถือดาบขนาดใหญ่มาด้วย!!.....
ดาบที่ขนาดเท่าๆกับครึ่งหนึ่งขอร่างกายปีศาจกระทิงนั้นดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก!.....ขนาดที่ใหญ่เท่านี้ความหนักของมันล้วนแล้วแต่ไม่ต้องพูดถึง!......อย่างน้อยที่สุดก็คงอยู่ที่ 5000 จินอย่างเห็นได้ชัด!
สาเหตุที่ดาบเล่มนี้มีน้ำหนักที่น้อยกว่าทวนข้างหนึ่งของหยุนเฟยก๊เป็นเพราะวัสดุ!....ถึงแม้ดาบที่อยู่บนมือของปีศาจกระทิงจะทำมาจากเหล็กกล้า!...แต่ของหยุนเฟยกลับอยู่เหนือกว่านั้น!...ทวนทั้งสองของมันทำมาจากวัสดุที่มาจากต่างภพ!....
ด้วยเหตุนี้ถึงแม้มันจะเห็นดาบของกระทิงก็มิได้แตกตื่นจนเกินเลยแต่อย่างใด!....กลับกัน!ตอนนี้มันกลับรู้สึกได้ว่าปีศาจกระทิงตรงหน้ามันเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะให้มันลับคมฝีมือการใช้ทวนของตัวมันเองกลับคืนมา!
เพราะยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่สุดแสนจะอันตรายเท่าใหร่!ต่อมการดิ้นรนและอยากมีชีวิตอยู่ของหยุนเฟยก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้น!....นี่เป็นความหมายของการฝึกตนที่หยุนเฟยรู้สึกได้!
หากไม่ต่อสู้แล้วจะฝึกตนไปเพื่อเหตุผลใด?.....หากต้องการแข็งแกร่งเพื่อปราบปรามเหล่าศัตรู!เหตุใดถึงมัวแต่นั่งขับเคลื่อนลมปราณมาสั่งสมเพื่อเพิ่มระดับกัน?.....หากอยากแข็งแกร่งเหตุใดถึงมัวแต่วิตกกับเหตุอันตรายต่อชีวิตของตนเล่า?.....นี่คือสิ่งที่หยุนเฟยเข้าใจในจุดประสงค์ของการเป็นผู้ฝึกตน!
ปีศาจกระทิงเมื่อมองเห็นหยุนเฟย!มันจึงตะโกนลั่นห้องเหมือนกับปีศาจกระทิงตัวแรก!ก่อนมันจะมุ่งตะเบ็งมาทางหยุนเฟยอย่างรวดเร็ว!
หยุนเฟยเมื่อเห็นดังนั้นภายในใจก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย!....มิใช่เพราะกระทิงตรงหน้ามัน!แต่มันคิดถึงระรอกต่อไปเรื่อยๆต่างหาก!...
ระรอกที่สองมีอาวุธ!...ระรอกที่สามสี่และห้าคงจะมิใช่ว่าจะสิ่งของอาวุธชุดคุ้มกันเพิ่มขึ้นมาหรอกหรือ?.....นี่คือสิ่งที่หยุนเฟยคิด!
ฟิ้ว!!!!ตูม!!!
มิรอช้า!หยุนเฟยพลันใช้วิชาเดินชมจันทร์มุ่งไปที่แขนทั้งสองข้างที่กุมดาบไว้อย่างแน่นขนัดของปีศาจกระทิง!ก่อนที่ทวนข้างหนึ่งในมือของหยุนเฟยจะโดนตวัดออกไปคราหนึ่งเพื่อปะทะเข้ากับแรงดาบยักษ์ที่ถูกเหวี่ยงลงมา!
“สนุก!....น่าสนุกยิ่งนัก!....ท่านปู่ทวดข้าจักเชื่อฟังท่าน!...ต่อไปข้าจะไม่หวังมุ่งเน้นแต่การบ่มเพาะพลังอีกต่อไป!....ต่อไปนี้ข้าจะออกผจญภัยเดินทางไปต่างภพให้มากว่าท่าน!...และเมื่อข้ามีพลังมากพออย่าว่าแต่ต่างภพ!หากมีต่างโลกข้าก็จักไป!!”
To be continue……