10-ตำแหน่งเลขาท่านรองต้องสมมง
รังสรรค์ต้องมาถึงแผนกไอทีด้วยตนเอง จากการเสนอตัวเป็ธุระให้ท่านประธาน เมื่อเช้าชายหนุ่มเข้าไปคุยงานกับท่านประธานรัฐพ่อของเขานั้น บังเอิญเลขาของพ่อแจ้งว่าระบบหลังบ้านของบริษัทเกิดปัญหาติดขัดให้เข้าไปดูเพื่อตัดสินใจการแก้ปัญหาของแผนกไอที
“ทำไมนายต้องมาเองด้วยวะ” วีระผู้ช่วยของรังสรรค์พึมพำกับเพื่อนที่เดินข้างกัน ปกติแล้วการเช็กข้อขัดข้องเป็เทคนิคหลังบ้าน ให้คนที่เข้าใจมาดูน่าจะเหมาะสมกว่า
“หึ กูจะรู้มั้ย เช็กเรตติ้งมั้ง” นทีผู้ถูกถามตอบกลับอย่างกวนๆ ไม่วายมองสองข้างทางที่เดินมา อืม ท่านรองฮอตจริงๆ สาวๆ ออฟฟิศเขาแจ่มๆ ก็มีนับไม่ไหว สงสัยต้องเดินเปิดหูเปิดตาให้ทั่วบริษัทบ่อยๆ แล้ว
ทั้งสามคนท่านรองประธานกับผู้ช่วยอีกสองคนเข้าไปแก้ไขปัญหาแผนกไอที แม้รังสรรค์จะไม่เชี่ยวชาญทุกอย่าง แต่การเป็ผู้บริหารต้องมีความรอบรู้และตัดสินใจด้วยเหตุผล ปัญหาทุกอย่างจึงถูกคลี่คลายอย่างรวดเร็ว
ครั้นเดินออกจากแผนกไอที สายตาคมก็เหลือบไปเห็นพนักงานหน้าหวาน ฝีเท้าใต้รองเท้าหนังขัดเงาแบรนด์ดังหยุดชะงัก สมองพลันโลดแล่นเมื่อนึกขึ้นได้ ชายหนุ่มเดินเลี้ยวไปยังแผนกการตลาด เพื่อสอบถามความคืบหน้าโปรเจกต์ที่เพิ่งดีลมาได้เมื่อสัปดาห์ก่อน
“ท่านรองประธาน! อุ๊ย สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมพวกเราเองถึงแผนกเลย มีธุระกับคุณโรสหรือว่าคุณยุทธคะ เดี๋ยวจอยตามให้ค่ะ” จอยที่หูตาว่องไวมากกว่าใคร ทำหน้าที่เดินมาต้อนรับรองประธานด้วยตัวเอง
“ผมมีธุระกับแผนกแผนการตลาดครับ อยากคุยงานกับทุกคนที่ไปร่วมประชุมสัปดาห์ที่แล้ว ฝากคุณจอยด้วยครับ ผมรอที่ห้องประชุมเล็ก” รังสรรค์บอกธุระของตน มุมปากยกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวใหญ่หนึ่งกรุป แล้วสาวเท้าไปยังห้องประชุมแผนก พร้อมกับผู้ติดตามมาด้วยอีกสองคน ท่ามกลางความเขินอายของจอย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเ้านายนัก แต่ก็คิดว่าโปรเจกต์นี้คงสำคัญจริงๆ
“ผมได้รายงานประชุมของเลขาแล้วครับ ท่านประธานก็ชมประสิทธิภาพการทำงานของแผนกแผนการตลาดไม่ขาด พวกคุณทำได้ดีมากครับ” เมื่อยุทธ โรสริน และลลิตาเข้ามาในห้อง รังสรรค์ก็พูดชื่นชม แล้วเริ่มฟังความเห็น แนวทางงานที่จะทำต่อไปของแผนการตลาด
ด้านโรสรินและยุทธก็ช่วยกันอธิบายอย่างกระตือรือร้น มีเพียงลลิตาที่นั่งบีบมือตนเองอยู่เงียบๆ เงยหน้าขึ้นมองท่านรองประธานเป็ครั้งคราว
เขาและเธอได้นั่งร่วมโต๊ะกันครั้งแรกแล้ว ใกล้มากจริงๆหญิงสาวทั้งประหม่าและตื่นเต้น ส่วนรังสรรค์นั้นแม้จะรับฟังเื่งาน สมองประมวลผล หางตานั้นก็ทำงาน จึงเห็นว่าลลิตาแอบมองเขา ไม่สู้หน้า ท่าทางแบบนี้เขาพบเห็นบ่อยจนชินแล้ว ไม่รู้ทำไมพอเป็ยัยนี่เขารู้สึกว่าความหน้าตาดีของตนเองเป็เสน่ห์ที่ดึงดูดนั้นดีจริงๆ ชายหนุ่มคิดอย่างสบายอารมณ์
ผ่านไป 3 เดือน จู่ๆ ก็เกิดข่าวแว่วมาว่า มีการโยกย้ายตำแหน่งเลขาของผู้บริหารระดับสูง เหตุจากเลขาท่านประธานลาคลอด จึงดึงเลขารองประธานไปรับ่ต่อ ทำให้ตำแหน่งเลขาท่านรองฯ เกิดว่าง รังสรรค์ปรึกษากับศศิที่เป็เลขาของเขาอยู่ตอนนี้ ซึ่งเธอต้องไปช่วยงานพ่อของเขาในอีกไม่กี่วันนี้
“คุณคิดว่ายังไง ผมควรจะรับสมัครเลขาจากคนในองค์กร มากกว่าคนนอกมั้ย” คิ้วเข้มขมวดเป็ปม หากเลขาอย่างศศิไม่อยู่ช่วยเขา งานภายในบริษัทตอนนี้ก็ตึงมือเกินไปจริงๆ
“ศิเห็นด้วยนะคะ เลขาของท่านรองถ้าเป็พนักงานของบริษัท จะรับสมัครจากแผนก ตำแหน่งอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับงานบริหาร แบบนี้จะเข้าใจเนื้องานเลขาได้ไม่ยากมาก ระยะเวลากระชั้นแบบนี้ ศิว่าการสอนคนในองค์กรให้ทำงาน ง่ายกว่าคนนอกที่ไม่ทราบข้อมูลภายในของบริษัทมาก่อนค่ะ”
“อืม ตกลงตามนี้ คุณช่วยจัดการให้ผมด้วย ขอก่อนที่คุณจะไปรับ่ต่อจากเลขาของพ่อผม”
“ได้ค่ะท่านรอง” ศศิตอบรับ แล้วรีบไปดำเนินการทันที โปรเจกต์ของบริษัทค่อนข้างมีมูลค่าสูง ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย ทุกอย่างรอไม่ได้ ต้องเข้าใจความสำคัญในจุดนี้
พนักงานของอิเล็กทรอนิกส์กรุปรู้ข่าวการรับสมัครเลขาของท่านรองประธาน ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงผ่านไป ทั้งที่ยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็ทางการ แต่เป็เหมือนไฟลามทุ่งไปแล้ว
“ท่านรองพูดเองกับปาก ให้รีบหาคนไปทำงานเลขาด่วนๆ แถมรับสมัครคนในด้วย งานนี้ถือว่าคู่แข่งน้อยนะแกว่ามะ”
“น้อยอะไรกันยะ แกไม่รู้อะไร น้อยแต่คุณภาพแน่นๆ แข่งกันเอาเป็เอาตายแน่ๆ”
“นั่นสิ ผมได้ยินว่าแผนกจัดซื้อ แผนกงานต่างประเทศ แล้วยังมีประชาสัมพันธ์อีก ทางนั้นคนที่จะยื่นสมัครเห็นมีแต่คนสวยๆ ทำงานเก่งๆ กันทั้งนั้น”
“ขนาดนั้นเลย กลัวจะรับมือกันไม่ไหว เห็นภาพลักษณ์สุภาพอบอุ่นแบบท่านรอง บทจะโหดขึ้นมา ท่านประธานก็ดึงไม่ลงนะ”
“คิกๆๆ แกก็ว่าไป เขาว่ากันว่า สาวๆ ที่ไปสมัครตำแหน่งเลขาพวกนั้นน่ะ ตำแหน่งเป็ผลพลอยได้ย่ะ ใครๆ ก็หวังจะเคลมท่านรองกันทั้งนั้น” เสียงถกประเด็นร้อนแรงในตอนนี้ไม่เกินจริงนัก และคำวิจารณ์ต่างๆ นาๆ ลลิตาก็รับรู้ผ่านโสตมาตลอดเที่ยงนี้ที่เธอไปทานข้าวที่ห้องอาหารของบริษัท
“แกว่ามันโอเว่อร์ไปมั้ยวะ คนเราอยู่ดีๆ ก็คิดจะเดินไปหาความวุ่นวายกันขนาดนั้น ฉันนะไม่เข้าใจจริงๆ ...” คำพูดของเมษยาถูกกลืนลงคอไป เมื่อลลิตาโผล่งขึ้นมากลางปล้อง
“แกว่าอย่างฉันไปสมัครจะมีสิทธิ์ผ่านรอบสัมภาษณ์มั้ยวะ” นั่นไง ยัยเพื่อนคนนี้ไม่ได้ฟังที่เธอบ่นเลยจริงๆ สีหน้าของลลิตาก็ดูมุ่งมั่นมาก เมษยาได้แต่ถอนใจอย่างปลงๆ
“ฉันได้ยินพวกประชาสัมพันธ์พูดกัน ตอนนี้แทบจะทำโพลกันอยู่ละ แข่งกันยังกับไม่มีงานมีการกัน”
“โถ่วววเจ๊ เหมือนกันที่ไหน พนักงานธรรมดากับเลขาท่านรอง สวัสดิการก็ดี เงินเดือนก็ดีกว่าอีก หนักหน่อยที่อาจทำงานตัวเป็เกลียว แหะๆ”
“ผมเห็นเพื่อนแผนกอื่นว่ามานะ บอกแผนกมัน คนที่ยื่นสมัครหุ่นงี้ ขาว สวย เอ็กซ์แตก น้องกี้ประสานงานโครงการอะ ตัวเต็งเลย”
“นี่มันสมัครงานเลขา หรือประกวดแข่งกันชิงมงกุฎนางงามกันเนี่ย ท่านรองของเจ๊จะเหลือรอดพวกปากเหยี่ยวปากกาพวกนี้ได้กี่น้ำกัน”
“ผมว่าน่าจะหลายน้ำอยู่”
“ไอ้โจ๊ก! / พี่โจ๊ก!” เสียงขาเม้าท์ประจำแผนกพูดคุยกันอย่างออกรส จะเป็ใครได้นอกจากจอย แจง โจ๊ก ฉายาแก๊งปากปีจอ นอกจากนี้ยังมีคนซุ่มซ่อนไม่เปิดเผยตัวอีก ตำแหน่งนี้แต่ละคนที่ไปยื่นสมัครถึงที่ดูคล่องแคล่ว มีประสบการณ์ทำงานกับที่นี่มาพักใหญ่ รูปร่างหน้าตาก็แสนจะเย้ายวนใจ สาวๆ หลายคนต่างก็เฝ้าหวังกับงานเลขา จับตาดูว่าใครจะได้ทำงานนี้
ส่วนหนุ่มๆ ก็นั้นอิจฉาท่านรองประธานจริงๆ ที่เคยได้ยินว่าหล่อเลือกได้ วันนี้ชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว มันเป็แบบนี้เองสินะ
“เห็นว่ามีไปสมัครแทบทุกแผนกเลยนะ แผนกเราไม่ส่งใครเข้าประกวดเหรอ” ยุทธพูดขึ้นขำๆ ทุกคนตาโต เริ่มถกเถียงกันอย่างเป็เื่เล่นขายของ ทำเอาคงจุดประเด็นชักปวดหัวขึ้นมาแล้ว
“เอาไงดีคุณโรส ผมว่าแผนกเราแค่นี้ก็วุ่นพอแล้วนะ ไม่น่าพูดแบบนั้นเลย”
“คุณก็ไปสมัครเองสิ เป็ตัวแทนแผนกเองเลย”
“จะบ้าเหรอ ผมชอบที่จะทำงานกับสาวๆ มากกว่า” ยุทธกับโรสรินก็มองหน้ากันอย่างเอือมระอา ทันใดนั้นเสียงจอยก็ดังก้อง หยุดทุกความเคลื่อนไหว
“แผนกเราให้ลิ้นจี่ไป ทำงานเก่ง ฉลาดเฉลียว คล่องแคล่ว ที่สำคัญคือหน้าตาสูสี สมัครแล้วไม่อายแผนกอื่นแน่นอน” จอยพูดอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ถามถึงความสมัครใจผู้ที่ถูกพาดพิงเลย ทุกคนจึงมองลลิตาอย่างมีความหวัง ต่างกับโรสริน ยุทธ และเมษยา ที่กังวลแทนเธอว่าจะเป็การบังคับคนที่ไม่เต็มใจ
“จริงด้วย น้องลิ้นจี่นี่สดใหม่เก็บจากต้นเลย ผลผลิตจากแผนกการตลาดการเงิน ใครถามฉันก็เชิดหน้าตอบได้ละ” แจงสะบัดบ๊อบหลังพูดสนับสนุน
“ได้ไงกัน ถามน้องมันดูก่อน พูดเองเออเองกันไปได้พวกนี้” โรสรินรีบเข้ามาเบรคขาเมาส์อย่างอ่อนใจ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่โรส ถ้าลิ้นจี่จะบอกว่าคิดอยู่เหมือนกันเื่ยื่นสมัครเป็เลขาท่านรอง พี่โรสจะว่ายังไงคะ” ลลิตาค่อยๆ พูดอย่างไม่มั่นใจ เธอเกรงใจโรสรินที่อุตส่าห์สอนงานมาหลายเดือน แต่เธอกลับคิดจะไปก็ไปเอาดื้อๆ แบบนี้
“ไม่ๆ อย่าเกรงใจกันไป พี่สิกลัวเราจะไม่อยากสมัครแต่ถูกพวกนี้บีบบังคับ ถ้าอย่างลองทำงานนี้ก็เอาเลย เลขาของรองประธาน ถ้าได้ทำงานนี้มีแต่จะก้าวหน้า พี่สิต้องสนับสนุนอีกคน เราเป็คนมีความสามารถ พี่เชื่อเราทำได้”
“ขอบคุณค่ะพี่โรส ลิ้นจี่จะไม่ทำให้แผนกเราขายหน้า จะตั้งใจทำให้เต็มที่ค่ะ” ลลิตาขอบคุณโรสรินอย่างซึ้งใจ พร้อมให้คำมั่นกับทุกคนในแผนก การทำงานอยู่ภายใต้หลังคาบ้านเขามันดีมากแล้วสำหรับแฟนคลับตัวยงของรังสรรค์ที่เธอแอบสถาปนาให้กับตัวเองอย่างเสร็จสรรพ
แต่ถ้านี่เป็โอกาสที่จะได้มองเขา พูดคุยกับเขาตัวเป็ๆในทุกวันมันคงดีกว่ามากจริงๆ หวังว่าโชคชะตาจะนำพาเธอกับเขาให้ได้พบเจอกันอีกสักครั้ง
_________
ก็ใจมันรักอะเนอะ แฟนคลับตัวยงแหละ ใครจะยังไงไม่รู้ แต่นี่สถาปนาตัวเองเรียบร้อยแล้วค้าบบบ ละอิพ่อจะรับมั้ย รับๆ ไปเถอะ เด็กมันอยากเจอหน้าทุกวันๆ อิอิ