อวี้เจินยังไม่ทันจะได้หันไปมองว่าเสียงตวาดนั่นเป็ของผู้ใด ใบหน้างดงามก็สะบัดไปตามแรงปะทะของฝ่ามือเรียวที่อีกฝ่ายฟาดมาเสียก่อน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นเข้าสู่ซีกหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้นางถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
“ท่านแม่!” หยางเฉิงร้องขึ้นด้วยความใ เมื่อจู่ๆ มารดาก็ตรงเข้ามาตบสตรีข้างกายของตน
หยางฮูหยินหาได้สนใจเสียงร้องของบุตรชาย ตอนนี้นาง้ารู้เพียงแค่ว่าสตรีตรงหน้าคือต้นเหตุที่ทำให้บุตรชายของนางถูกลงโทษหรือไม่ และหากว่าใช่...หยางฮูหยินคงไม่มีทางปล่อยนางเอาไว้อย่างแน่นอน!
“เป็เ้าใช่หรือไม่ ที่ทำให้บุตรชายของข้าต้องมาคุกเข่าเช่นนี้!” หยางฮูหยินเอ่ยถามสตรีตรงหน้าอีกครั้ง สายตาดุดันที่จ้องมองมา ทำให้อวี้เจินต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เหตุใดหยางฮูหยินถึงได้น่ากลัวขนาดนี้นะ!
“เื่ที่ข้าถูกลงโทษหาใช่ความผิดของนาง ท่านแม่ได้โปรดระงับโทสะ” เป็หยางเฉิงที่รีบเอ่ยปฏิเสธคำกล่าวหาของมารดา ถึงแม้อวี้เจินจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ แต่ก็หาใช่ความผิดของนางทั้งหมด หากตอนนั้นเขาไม่ต่อปากต่อคำกับบิดา เื่ก็คงไม่มาถึงขั้นนี้
“เ้าปกป้องนางหรือ!”
“ข้าไม่ได้ปกป้อง ข้าเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น นางไม่ได้ทำอะไรผิด”
หยางฮูหยินแทบไม่เชื่อหูตนเอง เมื่อได้ยินวาจาที่บุตรชายเอ่ยปกป้องสตรีแพศยาผู้นั้น ถึงแม้ว่าบุตรชายของนางจะมีสาวใช้อุ่นเตียงมานับไม่ถ้วน แต่หยางฮูหยินก็ไม่เคยเห็นบุตรชายออกตัวปกป้องใครเช่นนี้มาก่อน หรือว่า...
บุตรชายของนางจะมีใจให้สตรีนางนี้!
หยางฮูหยินรีบสลัดความคิดในหัวทิ้งทันที นางจะไม่ยอมให้เื่เช่นนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด ฉะนั้นนางต้องรีบกำจัดสาวใช้ผู้นี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ไข
“ถึงนางจะเป็ต้นเหตุทำให้เ้าถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรวันนี้ข้าก็จะลงโทษนาง”
หยางเฉิงรู้สึกว่ามารดาของตนดื้อรั้นเหลือเกิน เขาเพิ่งบอกนางไปมิใช่หรือว่าเื่นี้หาใช่ความผิดของอวี้เจิน เหตุใดมารดาของเขายังจะลงโทษอวี้เจินอีก
นางไม่เข้าใจหรืออย่างไร!
“แค่คุกเข่าสิบสองชั่วยามก็มากเกินพอแล้ว ท่านแม่ยังจะลงโทษนางอีกกระนั้นหรือ ข้าขอละ...ได้โปรดปล่อยนางไป”
ได้ยินคำพูดของหยางเฉิง หยางฮูหยินก็มั่นใจได้ในทันทีว่าบุตรชายของนางจะต้องมีใจให้สตรีแพศยาผู้นี้แน่ๆ
“แค่คุกเข่ายังน้อยไป สตรีแพศยาอย่างนางควรจะถูกโบยสักร้อยไม้ จากนั้นก็ขายให้กับหอนางโลมถึงจะสาสม!” หยางฮูหยินยังคงยืนยันคำเดิมหนักแน่น อย่างไรเสีย วันนี้นางจะต้องจัดการกับสตรีแพศยาผู้นี้ให้ได้!
อวี้เจินได้ยินคำพูดของหยางฮูหยินก็สะดุ้งวาบ ถูกโบยร้อยไม้ ถูกขายให้กับหอนางโลม ไม่นะ! จุดจบของนางจะเป็เช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ในตอนที่อวี้เจินกำลังสิ้นหวัง สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นสตรีคุ้นหน้านางหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของหยางฮูหยิน
หยางชิงหลิงเห็นสายตาที่อวี้เจินมองมาทางตน นางก็รู้ได้ทันทีว่าสตรีจนตรอกอย่างอวี้เจินจะหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ได้อย่างไร ความลับของนางอย่างไรละ!
หยางชิงหลิงไม่รอให้อวี้เจินได้เอ่ยความลับของตนออกมา นางรีบเอ่ยกับมารดาว่า “ท่านแม่ ข้าว่าอย่าทำให้เป็เื่ใหญ่เลยเ้าค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดของท่านย่าแล้ว หากเื่ในวันนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าท่านพ่อจะตัดสินใจ ‘เื่นั้น’ ทันที”
หยางฮูหยินครุ่นคิดตามคำพูดของบุตรสาว หยางชิงหลิงกล่าวมาก็มีเหตุผลไม่น้อย หากว่าสามีของนางประกาศยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับหยางชุนในงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าหยาง เพราะไม่พอใจกับเื่ที่นางทำในวันนี้ นางจะทำอย่างไร?
หยางชิงหลิงเห็นว่ามารดาเริ่มคล้อยตามคำพูดของตน นางจึงเอ่ยต่อ “เื่ของสาวใช้นางนี้ให้ข้าจัดการเงียบๆ จะดีกว่าเ้าค่ะ ท่านแม่กลับมาเหนื่อยๆ ควรจะได้พักผ่อน อีกอย่างท่านบอกว่าต้องรีบไปเตรียม ‘สินสอด’ เพื่อส่งไปยังตระกูลเฟิงมิใช่หรือเ้าคะ”
“จริงด้วย ข้าลืมไปเสียสนิทเลย”
หยางฮูหยินเพิ่งนึกออกว่าตนจะต้องรีบจัดการเื่สินสอดทองหมั้นเพื่อส่งไปยังจวนตระกูลเฟิงตามที่ได้ตกลงกับเฟิงฮูหยินเอาไว้ แต่ก่อนอื่น นางต้องไปคุยเื่นี้กับสามีและแม่สามีของนางก่อน
“ถ้าอย่างนั้น...เื่ของสาวใช้นางนี้ ข้ายกให้เ้าจัดการก็แล้วกัน” หยางฮูหยินสั่งการบุตรสาวเสร็จก็รีบสาวเท้ากลับไปยังเรือนของสามีอีกครั้ง
หยางเฉิงหาได้สนใจคำพูดเมื่อครู่ของมารดากับพี่สาว เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พี่สาวของเขาก็ต้องแต่งเข้าตระกูลเฟิงเป็ภรรยาเอกของคุณชายเฟิงเยี่ย ดังนั้นเื่สินสอดทองหมั้นที่พวกนางกล่าวมา คงจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
เมื่อมารดาจากไปแล้ว หยางชิงหลิงจึงหันมาเอ่ยกับอวี้เจิน “เ้าไม่ต้องคุกเข่าแล้ว ตามข้ามา”
อวี้เจินรีบลุกขึ้นเดินตามหยางชิงหลิงไปทันที เพราะนางรู้ดีว่าหยางชิงหลิงกำลังหาทางเจรจากับนางมากกว่าที่จะพานางไปรับโทษ