ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ต่อสู้กับหยางเซิ่นอีกครั้ง

            หลังจากได้รับงานมาแล้วต้าหมิงก็ให้เหม่ยซูและเหม่ยจูซึ่งเป็นผู้ติดตามของต้าหมิงไปเตรียมกำลังคนทันที แน่นอนว่าครั้งนี้ต้าหมิงจะต้องร่วมมือกับกลุ่มของเหม่ยเหลียนเพื่อปกป้องสวนสมุนไพรเวทย์

            สวนสมุนไพรเวทย์นั้นคนของจักรพรรดิจิ้งจอกนั้นปกครองมานานหลายพันปีและตลอดมาจักรพรรดิทั้งสามก็หมายตาสวนสมุนไพรเวทย์นี้มาตลอดแม้แต่เผ่าภูติก็ยังต้องการแต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่กล้าที่จะเริ่มความขัดแย้งแต่ในตอนนี้พวกเขาไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป

            “ในที่สุดเจ้าก็มา” เมื่อเห็นต้าหมิงปรากฎเหม่ยเหลียนยิ้มเย้ายวนออกมาก่อนจะเดินไปควงแขนของต้าหมิง

            ในเวลาสองปีมานี้ต้าหมิงและเหม่ยเหลียนได้ร่วมงานกันหลายครั้งและเหม่ยเหลียนยังประทับใจความแข็งแกร่งของต้าหมิงอย่างมากจนในตอนนี้กลายเป็นนางตามติดต้าหมิงเลยก็ว่าได้

            “หยางเซิ่นพาใครมาบ้าง” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบทันทีเมื่อเทียบกับเสน่ห์ของจักรพรรดิจิ้งจอกแล้วของเหม่ยเหลียนไม่สามารถทำอะไรต้าหมิงได้อยู่แล้ว

            “หยางเซิ่นและกู่หลางร่วมมือกันในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นมันค่อนข้างกลัวเจ้าไม่น้อยจึงไม่กล้าปะทะกับเจ้าตรงๆ” เหม่ยเหลียนกล่าวด้วยสีหน้าหลงใหลแม้แต่อัจฉริยะอย่างพวกหยางเซิ่นยังหวาดกลัวอสุรคลั่งตรงหน้านางนั่นยิ่งทำให้นางต้องการจะถอดหน้ากากของอีกฝ่ายและชมเชยความหล่อเหลาของอีกฝ่ายให้เต็มที่

            “ถ้างั้นพวกเจ้าได้เตรียมพร้อมหรือยัง” ต้าหมิงกล่าว

            “แน่นอน พวกเราได้วางค่ายกลและกับดักต่างๆเอาไว้แล้ว” เหม่ยเหลียนกล่าว

            “ดี ถ้างั้นก็รอพวกมันมาหาก็แล้วกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำหอกกระดูกออกมา

            สองปีมานี้เพื่อที่จะหลอมรวมกับแมลงอสูรสงครามได้ต้าหมิงต้องฝึกฝนอาวุธต่างๆไม่ว่าจะเป็นดาบ กระบี่ หอก ทวน ง้าว อาวุธทุกชนิดจนต้าหมิงเสียเวลาอย่างมากไปกับมัน แต่ว่ามันก็คุ้มค่าเมื่อต้าหมิงหลอมรวมกับแมลงอสูรสงครามต้าหมิงจะไม่ต่างจากเครื่องจักรสังหารทันที ความสามารถในการสังหารของต้าหมิงเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ

            และเคยมีครั้งหนึ่งต้าหมิงได้ทดสอบพลังของการผสานร่างกับแมลงอสูรสงครามและเข้าต่อสู้กับสัตว์เวทระดับ 5 หลายสิบตัวซึ่งผลก็คือต้าหมิงสามารถสังหารสัตว์เวทระดับ 5 ดาวได้อย่างง่ายดายด้วยอาวุธในมือ สิ่งนี้แม้แต่จักรพรรดิจิ้งจอกก็ยังอ้าปากค้าง

            แต่น่าเสียดายที่ต้าหมิงไม่สามารถใช้อสูรมายาได้ใช้ได้แค่สัตว์เวทธรรมดาและการผสานร่างกับอสูรสายฟ้าคลั่ง

            “มาแล้ว พวกหยางเซิ่นบุกมาแล้ว” ในตอนนั้นเองเสียงคำรามของครึ่งอสูรจิ้งจอกก็ดังขึ้น

            ต้าหมิงเคลื่อนใหวทันทีและเมื่อไปถึงก็เห็นกลุ่มของหยางเซิ่นนำกำลังคนมาหลายร้อยคนและแต่ละคนเป็นจอมเวทย์ระดับ 7 จนถึงขุนพลขั้นสูงสุดอีกด้วย

            “อสูรคลั่งวันนี้แหละข้าจะทำให้ตำนานไร้พ่ายของเจ้าจบลง” หยางเซิ่นกล่าว

            “ด้วยพลังของเจ้า น่าขัน ล่าสุดเจ้ายังหลีกเลี่ยงที่จะต่อสู้กับข้าอยู่เลยวันนี่เจ้าไปเอาความกล้ามาจากใหนกันหรือเพราะมีกู่หลางมาช่วยเสริมทำให้เจ้ามั่นใจขึ้นมา” ต้าหมิงกล่าว

            “เหอะ ยังคิดจะปากดีอยู่อีกงั้นเหรอ ด้วยกำลังคนแค่ร้อยกว่าคนของเจ้าคิดจะต่อสู้กับพวกข้าได้งั้นเหรอ” กู่หลางกล่าว

            ตอนนี้พวกกู่หลางเองก็เป็นถึงขุนพลขั้นสูงเช่นกันทำให้ทั้งสองมั่นใจในตัวเองอย่างมากแต่ต้าหมิงนั้นได้มาถึงระดับขุนพลขั้นสูงนานแล้วทำให้ต้าหมิงไม่เกรงกลัวคนทั้งสองเลย

            “หยางเซิ่นเจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนัก แต่เดิมพวกข้าไม่เคยไปหาเรื่องพวกเจ้าแต่พวกเจ้ากลับหาเรื่องพวกข้าอยู่ตลอดและนี่ยังคิดจะชิงสวนสมุนไพรของพวกเราไปอีกเจ้าคิดว่าพวกข้ารังแกง่ายอยู่งั้นเหรอ” เหม่ยเหลียนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “เหม่ยเหลียนในอัจฉริยะทั้งหมดเจ้าเป็นคนที่ฉลาดมากก็จริงแต่พลังของเจ้ากลับอ่อนแอที่สุดและตอนนี้เจ้าทำให้เพียงพึ่งพาพลังของอสูรคลั่งหรือเป็นได้ว่าร่างกายที่บริสุทธิ์ของเจ้าตอนนี้ได้ยกมันให้กับอสูรคลั่งไปแล้ว” หยางเซิ่นกล่าวด้วยสีหน้าเหยียดหยาม

            “ต่อให้เป็นแบบนั้นจริงแล้วจะทำไมสำหรับข้าอสูรคลั่งนั้นเป็นชายที่คู่ควรให้ข้ายกร่างกายให้ ต่างจากพวกเจ้าที่ไม่ได้อยุ่ในสายตาของข้าเลย” เหม่ยเหลียนกล่าว

            “บังอาจ นังแพศยากล้าดูถูกข้าพวกเราสังหารพวกมันให้หมดและแย่งชิงสวนสมุนไพรมา” หยางเซิ่นคำรามด้วยความโกรธ

            “ฮิ ฮิ ยังโง่เหมือนเดิมเลยนะ” เหม่ยเหลียนกล่าวพร้อมกับกระตุ้นพลังของนาง

            พริบตาค่ายกลที่ติดตั้งไว้ก็ทำงาน ควันสีชมพูกระจายออกมาพร้อมกับปกคลุมร่างของพวกหยางเซิ่นทันที

            “บัดซบนี่มันค่ายกลเสน่ห์ของเผ่าครึ่งจิ้งจอก อย่าสูดดมเข้าไปเด็ดขาดไม่งั้นเจ้าจะถูกภาพลวงตาเล่นงานได้” กู่หลางคำรามออกมา

            “ถ้างั้นก็ถึงเวลาของข้าแล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับร่างปะทุสายฟ้าสีทองออกมา สายฟ้าสีทองพุ่งออกไปกลายเป็นหอกสายฟ้าทันที

            “แย่แล้ว!!!!!!!” หนึ่งในคนของหยางเซิ่นตื่นตระหนกเมื่อเห็นหอกสายฟ้าพุ่งมาทางตน

            “ตูม!!!!!!!!!!”

            ร่างของชายคนนั้นถูกหอกสายฟ้าระเบิดร่างทันที ต้าหมิงไม่หยุดและพุ่งเข้าไปสังหารอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณี

            “พวกเราตามท่านอสูรคลั่งไป” เหม่ยซูและเหม่ยจูคำรามออกมา

            กองกำลังของต้าหมิงนั้นถูกฝึกฝนมาอย่างดีทำให้การร่วมมือของกองกำลังนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมาก

            “นี่หระเหรอพลังของอสูรคลั่ง” กู่หลางแสดงสีหน้าตื่นตระหนก

            “กู่หลางเจ้าและข้าจะต้องหยุดเจ้านั่นเอาไว้” หยางเซิ่นคำราม

            “ได้!!!!!!!” กู่หลางคำราม

            ทั้งสองนำอาวุธออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาต้าหมิงทันที ต้าหมิงไม่ได้หวาดกลัวและพุ่งเข้าหาทั้งสองเช่นกัน

            “ตูม!!!!!!!”

            ทั้งสามฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างดุเดือนทำให้หลายคนต้องตื่นตระหนก และสิ่งที่พวกเขาตื่นตระหนกคืออสูรคลั่งกลับสามารถต่อสู้กับพวกหยางเซิ่นได้อย่างสูสีแม้จะถูกรุมอยู่ก็ตาม

            “ชั่งแข็งแกร่งอะไรขนาดนี้ ข้าละอยากจะร่วมเตียงกับท่านอสูรคลั่งจังเลย” ครึ่งอสูรหญิงสาวคนหนึ่งกล่าวด้วยสายตาหวาดเยิ้ม

            แม้แต่สายตาของเหม่ยเหลียนยังหวานเยิ้มขึ้นมา พวกนางที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของอสูรคลั่งที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญทำให้หัวใจหญิงสาวของพวกนางหวั่นใหวจนอดใจไม่ได้

            “อสูรคลั่งเจ้าจะต้องเป็นของข้าเท่านั้น ต่อให้เป็นท่านจักรพรรดิจิ้งจอกข้าก็คงไม่สามารถถอยให้ได้แล้ว” เหม่ยเหลียนกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเย้ายวน

            ในดินแดนของจักรพรรดิจิ้งจอกหลายคนย่อมรู้ว่าจักรพรรดิจิ้งจอกให้วคามสำคัญกับอสูรคลั่งมากและอาจถึงขั้นเลี้ยงดูให้อสูรคลั่งกลายมาเป็นผู้ชายของนาง แน่นอนว่าข่าวนี้ถูกเติมแต่งขึ้นมาแต่หลายคนก็เชื่อในข่าวลืออยู่ดี

            ต้าหมิงในตอนนี้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งแม้พวกหยางเซิ่นจะแข็งแกร่งแต่มีหรือที่จะแข็งแกร่งกว่าต้าหมิง ในสองปีมานี้ต้าหมิงได้ฝึกฝนร่างกายของตนจนถึงขีดสุดและยังกระตุ้นสายเลือดอสูรในร่างของตนให้ตื่นขึ้นมาถึง 5 ใน 10 ส่วนแล้วทำให้พละกำลังและพลังเวทย์ของต้าหมิงเหนือกว่าคนทั่วไปจนเทียบไม่ติด