จวนคุณชายฉางอัน
"เหตุใดใบหน้าเ้าหยิกงอเช่นนั้น ผู้ใดทำสตรีที่งดงามขุ่นเคืองใจ"
"ท่านจัดการลู่หลินเช่นไรเหตุใดนางถึงไม่ตายไปเสีย"
"ข้าก็ทำตามที่เราตกลงกันไว้ แต่ก็แปลกพอตื่นขึ้นมาข้ากลับนอนอยู่ข้างกายนางดีที่ข้าไหวตัวทันไม่เช่นนั้นคนในจวนข้าคงถูกลงโทษทั้งหมดดีไม่ดีตระกูลข้าอาจสิ้นเพราะข้าทำเื่ที่เ้าขอ"
"ข้าไม่เข้าใจ"
"มันคล้ายกับว่านางมีสองร่าง ข้าไม่แน่ใจว่าสถานที่นั่นคือที่ใดแต่ข้าเห็นว่าบ้านเมืองแตกต่างจากที่ข้าเคยพบเจอแน่ๆ "
"เล่าเื่อะไรของท่าน เอาละข้าไม่ขอให้ท่านทำเช่นนั้นอีกแล้วท่านต้องช่วยช้าต่อไปนะ"
"ข้าจะช่วยเ้าได้เช่นไรเวลานี้อ๋องเจ็ดนั่นให้คนติดตามข้าและคนในจวนข้าทุกฝีก้าว ในเวลานี้ตัวใครตัวมันไปก่อน"
"ท่านมันคนขี้ขลาดข้าไม่น่ายอมนอนกับท่านลดศักดิ์ศรีเพราะเื่นี้เลย"
"เ้าไม่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว ลู่ฟานข้าจะบอกอะไรให้สตรีอย่างเ้าสู้ลู่หลินไม่ได้แม้เพียงปลายเล็บ"
"เ้า! "
ฉางอันไม่สนใจลู่ฟานที่ดิ้นเร้าด้วยความโมโห สตรีนางนี้ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจหากเขาไม่้าเข้าใกล้พรรคพวกหลินเขาคงไม่สนทนากับนางให้เสียเวลา
"ข้าจะต้องหาทางอยู่เคียงข้างท่านพี่ให้ได้"
ลู่ฟานยังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะชิงตำแหน่งพระชายาของอ๋องเจ็ด แม้เขาจะไม่ฝั่งใฝ่ในอำนาจและไม่้าฐานันดรศักดิ์หรือตำแหน่งองค์ชาย แต่ทั่วทั้งแคว้นต่างก็รู้กันดีว่าอ๋องเจ็ดผู้นี้มีอำนาจเพียงใด และอ๋องเจ็ดก็อยู่เื้ัอำนาจมืดในเมืองนี้ไม่มีผู้ใดกล้าต่อต่อด้วย
บิดานาง้าผูกขาดการขายสินค้าและ้าให้คนแคว้นอื่นเข้ามาค้าขายในเมืองอย่างราบรื่น ถ้านางจับอ๋องเจ็ดผู้นี้ได้ชีวิตนางเองก็จะสุขสบาย อีกอย่างนางอยากเอาชนะลู่หลิน สตรีที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงนางได้แต่ก็มักจะได้สิ่งดีๆ ไปตลอด
ตำหนักพระชายาอ๋องเจ็ด
"ข้าไม่เข้าใจเหตุใดอ๋องเจ็ดผู้นั้นถึงได้ละทิ้งอำนาจในวังหลวงไปยอมเป็เพียงอ๋องธรรมดา"
ลู่หลินถามเหมยอันในตอนที่นางกำลังทายาที่หลังให้ นาง้ารู้เื่อ๋องเจ็ดผู้นี้ให้มากที่สุดเพื่อที่จะหาจุดอ่อนแก้แค้นเื่ที่สิ่งทุบนางอย่างกับลูกกระท้อน
"พระสนมเจียงหนานทรงขอเอาไว้ก่อนออกบวชที่เขาหัวซานเพคะ นางไม่้าให้อ๋องเจ็ดต้องมีจุดจบเช่นพระนาง"
"พระนางเป็อะไร"
"คุณหนูคงลืมไปหมดสิ้นจริงๆ พระสนมเจียงหนานทรงถูกลอบปลงพระชนม์จากสนมคนอื่นๆ ในตอนที่อ๋องเจ็ดทรงพระเยาว์พระนางก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ฝ่าาเองก็ทรงทำเป็มองไม่เห็นเื่นี้ทั้งที่พระสนมเจียงหนานเคยเป็ที่โปรดปรานแต่เพราะคำสั่งพระพันปีหลวงจึงทำให้เหินห่างและมองพระสนมเจียงหนานถูกทำร้ายปานตาย องค์ชายเจ็ดั้แ่เยาว์วัยก็ไม่มี่เวลาสนุกดั่งเช่นองค์ชายทั่วไป ว่ากันว่าองค์ชายทรงฝึกฝนการต่อสู้และการบ้านการเมืองจนเก่งกาจหาผู้ใดเทียบได้เพียงเพราะอยากจะให้พระบิดาปล่อยพระมารดาของตนให้พ้นทุกข์อีกทั้งพระองค์ยังมีกองกำลังของทางบิดาพระสนมเจียงหนุนหลังองค์ฮ่องเต้เลยไม่กล้าที่จะทำสิ่งใด คุณหนูจริงๆ แล้วอ๋องเจ็ดน่าสงสารนะเพคะ"
น่าสงสารซะที่ไหนกัน ถึงจะมีชีวิตที่แสนลำเค็ญเพียงใดก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีจิตใจโเี้กับผู้อื่นอีกทั้งนางยังเป็เมียที่แต่งเข้าตำหนักไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสียหน่อย
"เรียนพระชายา ท่านอ๋องเจ็ดเรียกเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงของเหล่ากงกงดังอยู่ภายนอกหน้าตำหนักทำให้ทั้งสองต้องหยุดการสนทนาไว้เพียงเท่านั้น
ลู่หลินไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดบุรุษใจอำมหิตผู้นั้นถึงได้เรียกพบนางดึกดื่นเพียงนี้ คงไม่ใช่เรียกนางไปเพื่อฆ่าหรอกนะ!
"รีบไปเถอะเพคะ หากช้าเดี๋ยวท่อนอ๋องทรงพิโรธคุณหนูของข้าจะเจ็บตัวอีก"
แม้จะไม่อยากพบหน้าแต่ลู่หลินไม่มีทางเลือก นางเดินตามเหล่ากงกงไปอย่างเงียบๆ แผลที่หลังไม่ทันจะหายหวังว่าจะไม่หาเื่ทำร้ายร่างกายนางอีกหรอกนะตคราวนี้นางสู้ตายแน่ๆ
ตำหนักองค์อ๋องเจ็ด
"ท่านอ๋อง พระชายาลู่หลินมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ให้นางไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้า"
"เพคะท่านอ๋อง"
ขนาดจะสั่งยังไม่แม้จะเงยหน้าขึ้นมามองนางเลย ไม่รู้ทำไมเกลียดชังนางเพียงนี้แต่ก็เรียกมารับใช้ทั้งที่นางกำนัลอยู่เต็มตำหนัก
ลู่หลินพยายามทำใจให้เย็นและเดินไปทำตามที่ท่านชายสูงศักดิ์ผู้นี้สั่งนาง พยายามคิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยการมาอยู่ในร่างนี้ก็ได้ทำหลายสิ่งที่นางได้เคยทำในอีกมิติ เช่นกำลังจะหาวิธีมัดใจบุรุษผู้เย่อหยิ่งที่สั่งตีนางอย่างเอาเป็เอาตาย
นอกจากนั้นคงไม่มีเื่ดีอะไร นอกจากนั้นเ้าของร่างนี้จะอ่อนแอขี้โรคและมีนิสัยไม่สู้คนเลยนางเลยถูกรังแกเช่นนี้ลู่หลินคนใหม่ต้องไม่เป็เช่นนั้นอีก นางจะไม่ให้ผู้ใดมารังแกอีก
"อ้อยอิ่งอยู่ทำไม "
"อุ้ย! "
เพราะมัวแต่คิดเื่อื่นๆ อยู่ทำให้ลู่หลินไม่ทันตั้งตัวในตอนที่บุรุษปากร้ายผู้นั้นเดินเข้ามาข้างหลังนางแล้ว
"คิดสิ่งใดอยู่ถึงได้ใเพียงนี้ หรือคิดถึงพวกคุณชายที่เ้าเคยหลับนอนด้วย"
ร่างที่ขาวราวเกล็ดหิมะเดินเข้ามาทำให้ตาลู่หลินพร่ามัว ความหล่อความออร่าที่พุ่งกระแทกตากระแทกใจนั้นทำให้นางลืมที่จะโต้ตอบ
บนกายกำยำล่ำสันนั้นมีเพียงผ้าผืนสีขาวเล็กๆ ปิดบังกายอยู่ทำให้ลู่หลินนึกขัดใจเหตุใดไม่ถอดออกให้หมดนางจะได้ดูสิ่งที่ซ่อนอยู่
"ไร้ยางอาย"
จากจะทำให้นางได้อายเป็เขาเองที่เขินอายต่อสายตาที่มองมายังร่างกายตนอย่างโจ่งแจ้งของนาง สตรีไร้ยางอายเช่นนางไม่คู่ควรให้เขานึกถึงแต่ก็บังคับจิตใจตนเองไม่ได้มันน่าโมโหนัก
ลู่หลินเองก็เพิ่งได้สติหันหน้าหนีจากภาพชวนใจแตกนั้น นางเองก็ห้ามสายตาตัวเองไม่ได้ใครบอกให้เขามาแก้ผ้าโชว์นางกันละของดีแบบนี้นางก็ต้องชอบมองเป็ปกติ
"เสร็จแล้วหม่อมฉันออกไปได้รึยัง"
"เดี๋ยว! อาบน้ำให้ข้าด้วย ปรนนิบัติข้าให้ข้าพอใจหัดทำหน้าที่พระชายาที่ได้รับแต่งตั้งมาเสียบ้าง"
"ทำไม่เป็ เดี๋ยวไปเรียกนางกำนัลมาให้นะเพคะ" คนปากร้ายทำไมชอบประชดประชันนางเสียจริง
"ถ้ากล้าก้าวออกไปข้าจะตัดหัวเ้าเลยในตอนนี้หรือจะตัดหัวคนทั้งตระกูลเ้าก็ยังได้"
น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกทำให้ลู่หลินนึกโมโหไม่เข้าใจว่าเขา้าสิ่งใดจากนางกันแน่เพียงแค่ไม่ทำตามใจก็จะสั่งตัดหัวบ้าไปแล้ว
แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังต้องกัดฟันหันกลับมาช่วยปรนนิบัติให้ท่านอ๋องผู้นี้พอใจ หากอยากอยู่รอดก็ต้องมีพรรคพวกซึ่งผู้ที่นางเรียกมาเป็พรรคพวกก็ช่างเอาใจยากซะเหลือเกิน
"คืนนี้ก็ปรนนิบัติข้าด้วย"
"อะไรนะ! "
"ทำไม หรือคิดว่าข้าให้ความสุขเ้าได้ไม่เหมือนเหล่าคุณชายพวกนั้น"
นางไม่ทันตั้งตัวและไม่ทันเตรียมใจถึงเื่นี้ทำให้ใทำตัวไม่ถูกและไม่อยากจะปรนนิบัติแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางรอดไปได้
"มะ ไม่ใช่เช่นนั้น หม่อมฉันเพียงแต่ยังไม่พร้อม"
ลู่หลินตอบพร้อมกับนำผ้ามาชุบน้ำขัดหลังให้เขาเบาๆ ใบหน้าฉายแววความวิตกกังวลออกมาอยู่อีกมิติขนาดจูบกับผู้ชายแบบดูดดื่มเธอยังไม่เคยเลย
"จะพร้อมไม่พร้อมก็ต้องทำข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าสุขสบายอีกต่อไป ยิ่งปล่อยไว้นานเขาของข้าก็ยิ่งงอกยาวขึ้นทุกวัน"
ในเมื่อเขาผ่อนปรนให้นางเพียงเพราะเห็นท่าทางอ่อนแอขี้โรคแต่นางกลับทำในสิ่งที่ทำให้เข้าเสียเกียรติ เขาเองก็จะทำให้นางไม่มีความสุขอีกต่อไปเช่นกัน นางรักผู้ใดเขาก็จะกีดกันนางจนถึงที่สุดจะดึงนางไว้ให้อยู่ทุกข์ทรมานกับเขาไปจนวันตาย!