บทที่ 90
ถึงเมืองจินหลง
จางหยวนออกเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามของตนเองจำนวนนึง
ผู้ติดตามพวกนี้รับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันเดินทางออกมาจากเมืองจินหยวนหย่งคังเป็นคนที่คัดเลือกผู้คุ้มกันพวกนี้มาจากผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณของตระกูลหง
หย่งคังทำการคัดเลือกพวกเขาโดยคำนึงถึงความสามารถในด้านต่างๆและก็มองดูถึงความรวดเร็วในการฝึกฝนที่ผ่านมา
จางหยวนเดินทางมาในครั้งนี้เขามีผู้ติดตามที่เดินทางมาด้วยประมาณสามคน
พวกมันล้วนแล้วเป็นคนที่มีทักษะการป้องกันตัวแล้วก็มีความสามารถในการต่อสู้
รับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
เมืองจินหลงอยู่ไกลพอสมควรการเดินทางไปมีอะเรื่องต่างๆมากมายเกิดขึ้นแน่นอนว่าอาจจะโดนดักปล้นภายในบริเวณนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีผู้คุ้มกัน
จางหยวนซื้อรถม้ามาหนึ่งคันเดินทางไปที่เมืองจินหลง
เขาคำนวณเวลาเอาไว้แล้วถ้าเดินทางไปแบบนี้ใช้เวลาหลายวันสักหน่อยเดินทางไปถึงเมืองจินหลง
แต่ว่าเมื่อเดินทางไปถึงมันก็จะมีเวลาอีกสักประมาณสองวันพักผ่อนที่เมืองแห่งนั้นก่อนจะเริ่มงานชุมนุมพ่อค้า
รถม้าเคลื่อนที่อยู่บนถนนที่เงียบสงัดสองข้างทางเต็มไปด้วยผืนป่า
จางหยวนอยู่ภายในรถม้าใช้มือของตนเองเลื่อนไปเลิกม่านขึ้นมองตรงออกไปบริเวณด้านนอก
มองเห็นทัศนียภาพที่งดงามบริเวณด้านนอก
“ ตอนนี้ก็ออกเดินทางมาได้สักพักแล้วอีกไม่กี่วันคงจะสามารถเดินทางไปถึงเมืองจีนหลงได้ ”
“ ถือว่าเป็นการเดินทางเพื่อเปิดหูเปิดตาด้วย”
“ ตามข้อมูลที่ตัวของเราได้รับมาเมืองจินหลงเป็นเมืองขนาดใหญ่ทางด้านฝั่งตะวันออก”
“ มันเป็นเมืองที่เหมือนกับเมืองศูนย์กลางการค้าขายทางฝั่งตะวันออกบางทีการเดินทางไปในครั้งนี้อาจจะได้หลายๆอย่างกลับมาก็ได้ ”
“ อย่างไรเสียถ้าตัวของเราต้องการจะขยับขยายกิจการของตนเองไม่แน่ในวันหนึ่งก็อาจต้องขยับขยายไปที่เมืองจีนหลง”
“ ตัวของเราไม่คิดหยุดการค้าขายเอาไว้เพียงแค่ภายในเมืองหลวงหรือเมืองจินหยวนเท่านั้น”
จางหยวนรวมถึงในอนาคตข้างหน้าที่ตัวของเขานั้นคิดว่าเขาน่าจะสามารถขยับขยายกิจการของตนเองให้ใหญ่โตมากกว่านี้ได้
ถ้าเมืองแห่งนั้นตามข้อมูลที่เขาได้มาเป็นจริงว่ามันเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าทางด้านฝั่งตะวันออกมันก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มกันที่ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้
เขาอาจจะได้ศึกษาเมืองแห่งนั้นเอาไว้ก่อนที่จะเริ่มขยับขยายกิจการของตนเอง
“ เอาล่ะการเดินทางไปที่เมืองแห่งนั้นเมื่อเดินทางไปถึงแล้วจะมีเรื่องอะไรน่าสนุกเกิดขึ้นหรือไม่คงต้องรอดู”
จางหยวนเขาเผลอปรากฏรอยยิ้มออกมาจากบริเวณมุมปาก
ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังตื่นเต้นเขากำลังตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้น
นี่คือการเดินทางที่ไกลที่สุดเท่าที่เขาเคยเดินทางมาหลังจากที่มาเกิดใหม่ภายในร่างนี้
หลังจากนั้นใช้เวลาในการเดินทางอยู่หลายวัน
การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีผู้ใดเข้ามาขัดขวางการเดินทางของเขาไม่มีกลุ่มโจรคอยดักปล้นสามารถเดินทางไปถึงเมืองจินหลงได้อย่างปลอดภัย
เดินทางมาถึงเมืองจินหลง
รถม้าวิ่งอยู่บริเวณถนนเส้นใหญ่บริเวณรอบๆมันถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวที่หลงเหลืออยู่จากยามราตรี
รถม้าของจางหยวนเคลื่อนที่ไปบริเวณด้านหน้า
จางหยวนนั่งอยู่ภายในรถม้าอย่างสงบใจอ่านตำราภายในมือของตนเองอยู่ก่อนที่เสียงหนึ่งจากผูคุ้มกันบริเวณด้านนอกดังขึ้นมา “ นายท่านเดินทางมาถึงแล้วขอรับ!!! ”
จางหยวนที่นั่งอ่านตำราอยู่สักพักดวงตาของเขาค่อยๆปรากฏฉายแววความตื่นเต้นใบหน้าเงยขึ้นมาอย่างรวดเร็วกล่าวออกมาในทันที “ เดินทางมาถึงแล้วงั้นเหรอ? ”
จางหยวนเริ่มลุกขึ้นชะโงกหน้าของตนเองออกไปบริเวณด้านนอกมองตรงยาวไป
ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวที่ปกคลุมดวงตาจ้องมองตรงไปบนถนนเส้นใหญ่ที่ลากยาวไปบริเวณด้านหน้าเขาก็พบเห็นสถานที่ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
สถานที่ที่มันตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าเมืองขนาดใหญ่โตที่ตั้งอยู่มันคือเมืองจินหลง
เมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากกว่าเมืองจินหยวนประมาณเกือบจะสองเท่าจางหยวนมองเห็นด้วยสายตาของตนเองเขาเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกันดวงตาจ้องมองอย่างประหลาดใจ
“ ใหญ่โตขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ? ”
“ เคยได้ยินอยู่เช่นเดียวกันว่าเมืองจินหลงใหญ่โตเป็นอย่างมากเพราะว่าเป็นเมืองที่รุ่งเรืองทางฝั่งตะวันออก”
“ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าขนาดของมันจะใหญ่กว่าเมืองจีนหยวนเสียอีก ”
“ ถ้ามันใหญ่โตขนาดนี้ก็แสดงว่าประชากรบริเวณด้านนายนั้นก็คงจะมากกว่าเป็นอย่างมากสินะไม่เสียชื่อเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้าที่สุดทางฝั่งตะวันออก ”
“ เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายพ่อค้าส่วนใหญ่ยึดหลักเมืองแห่งนี้ไม่แตกต่างจากเมืองหลวง”
“ ในวันข้างหน้าถ้ากิจการของเราใหญ่โตขึ้นเมืองแห่งนี้จะเป็นเป้าหมายถัดจากเมืองหลวงอย่างแน่นนอน”
จางหยวนตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างเสร็จสิ้น
หลังจากนั้นรถม้าของเขาก็เดินทางไปถึงเมืองจินหลงในที่สุด
ประตูเมืองใหญ่โตตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าสูงใหญ่ตระการตาแม้จะเป็นช่วงในยามเช้าของวันก็ยังมีผู้คนมากมายเดินทางเข้าออกอย่างไม่ว่างเว้น
ด่านตรวจตรวจคนเข้าเมืองและด้านรักษาการบริเวณประตูด้านหน้าก็ทำการตรวจตราอย่างเข้มงวด
เมืองแห่งนี้ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองการค้าขายทางด้านฝั่งตะวันออกภาษีที่ได้แต่ละปีคงจะไม่น้อย
เพราะแบบนั้นขุนนางที่เป็นเจ้าเมืองก็คงจะดูแลยางไม่ขาดตก
จางหยวนต่อแถวเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองตามคนธรรมดาทั่วไปจากนั้นก็สามารถผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่เขาบอกว่าตนเองเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมพ่อค้าในครั้งนี้ทหารรักษาการณ์ของเมืองก็เปิดทางให้เข้าไปอย่างง่ายดาย
จางหยวนคิดว่าคนที่เป็นคนจัดงานชุมนุมพ่อค้าในครั้งนี้ขึ้นมาคงจะเป็นคนที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
แม้แต่ขุนนางภายในราชสำนักหรือว่าพวกทหารภายในเมืองเมื่อได้ยินว่าเขาเดินทางมาที่สถานที่อย่างนี้เพื่อทำอะไรก็ยังเปิดทางให้อย่างง่ายดาย
จางหยวนมีโอกาสได้เดินเข้ามาบริเวณด้านในเพื่อดูชมสิ่งที่อยู่ด้านในนี้
“ การค้าเจริญรุ่งเรืองมองดูแล้วภายในสถานที่แห่งนี้มีการค้าขายมากมายเศรษฐกิจภายในเมืองแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ”
“ ไม่แปลกใจเลยที่ว่าภายในเมืองแห่งนี้จะเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายทางฝั่งตะวันออกเพราะว่าผู้คนที่เดินอยู่บริเวณด้านบนถนนมากกว่าครึ่งล้วนแล้วเป็นพ่อค้าที่เดินทางผ่านมา”
จางหยวนวิเคราะห์จากสายตาของตนเองได้ในทันทีเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้า
“ นายท่านขอรับหาที่พักเลยดีหรือไม่ขอรับ? ” เสียงของสารถีรถม้าที่เป็นผู้คุ้มกันเอ่ยถาม
จางหยวนส่ายใบหน้าของตนเองไปมาแล้วก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ ยังก่อนในตอนนี้พวกเราลองเคลื่อนที่ไปบริเวณรอบๆเมืองก่อนใครอยากจะดูว่าเมืองแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“ ชมเมืองสักรอบนึงแล้วก็ค่อยไปหาที่พัก ”
“ เข้าใจแล้วขอรับ ”
จางหยวนตัดสินใจจะนั่งรถม้าชมเมืองสถานที่แห่งนี้สักรอบนึงก่อนหลังจากนั้นเขาก็เริ่มขี่รถมาชนเมืองสถานที่บริเวณรอบๆ
ทุกอย่างยังคงเหมือนปกติเมืองแห่งนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่มีผู้คนหนาแน่นเป็นธรรมดา
แต่ในขณะที่บริเวณถนนทางทิศเหนือของเมืองมีผู้คนมากมายมุมดูบางอย่างอยู่บริเวณด้านหน้า
จางหยวนที่กำลังนั่งอยู่บนรถม้าขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันด้วยความสงสัย “ หยุดก่อน ”
รถม้าที่กำลังเคลื่อนที่หยุดลงตามคำสั่ง
จางหยวนก้าวลงมาจากรถม้าแล้วก็มองดูไปยังกลุ่มคนบริเวณด้านหน้าที่กำลังรุมดูบางอย่าง
“ มีเรื่องอันใดกัน? ”
จบบท