ตอนที่ 94 ขอบเขตบารอน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เสียงการระเบิดของศิลาสายเลือดดังอย่างกึกก้อง
มันทำให้เกิดระลอกคลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง จนทำให้ข้าวของในห้องเกิดความเสียหาย
แม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตบารอนอย่างคอมฟอร์ดและมากาเร็ตยังถูกผลักให้ถอยออกไปอย่างไร้ทางต้าน
ทว่าหญิงสาววัยสิบหกปีกลับยังคงอยู่ที่เดิม แม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะดูธรรมดา แต่กลิ่นอายของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในช่วงวินาทีสุดท้าย สัญลักษณ์กลางแผ่นหลังของเธอนั้นเรืองแสงสีแดงออกมาจนย้อมห้องทั้งห้องให้กลายเป็นสีแดง
นี่คือปรากฏการของผู้บรรลุขอบเขตบารอน!
“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี้ย?” คอมฟอร์ดตกตะลึงอย่างอ้าปากค้าง
“เธอกลายเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตบารอนเรียบร้อยแล้วอย่างนั้นหรอ?”
เสียงของผู้คนที่มองดูเหตุการณ์ดังขึ้นอย่างอื้ออึง
ตอนนั้นเองเฟิร์สก็ตื่นจากภวังค์ เขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบข้าง
“นี่ฉันเป็นอะไรไป?” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ความ
“อีวา เธอบรรลุขอบเขตบารอนแล้ว” มากาเร็ตที่ตั้งสติได้เอ่ยตอบ
“ฮะ! ฉันเนี้ยนะอยู่ในขอบเขตบารอนแล้ว ... นี่ฉันยังไม่ได้ฝึกฝนอะไรด้วยซ้ำก็บรรลุขอบเขตได้แล้วหรอ?”
“ดูที่มือของเธอสิ เธอทำศิลาสายเลือดแตกไปหมดแล้ว” คอมฟอร์ดเอ่ย
เฟิร์สก้มมองอดีตศิลาสายเลือดที่ตอนนี้กลายเป็นเศษแก้วธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลังเหมือนตอนเริ่มแรก
เขานั้นแกล้งทำเป็นบ้าใบ้ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่ตนเองนั้นรู้อยู่แล้วว่าเหตุใดศิลาสายเลือดนี้ถึงแตกสลาย
‘ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพลังสายเลือดของอีวานั้นไม่จำเป็นต้องฝึกฝนตามปกติ มันสามารถใช้ศิลาสายเลือดมาเป็นทรัพยากรดูดซับได้ ในโลกนี้ศิลาสายเลือดนอกจากจะมีไว้วัดระดับพลังแล้วมันก็ไม่ต่างไปจากหินไร้ค่า มันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนของคนอื่นๆ แต่กลับมีประโยชน์ต่อร่างนี้
ตอนนี้ฉันทำให้เธอกลายเป็นขอบเขตบารอนแล้วนะอีวา ดูเหมือนว่าเธอจะต้องให้รางวัลกับฉันบ้างแล้ว’
เฟิร์สอดที่จะคิดในใจไม่ได้
และในตอนนั้นเองเขาก็แสดงละครออกมาได้อย่างแนบเนียน
“แล้วฉันต้องทำอะไรต่อหรอ? ฉันต้องรับผิดชอบมันไหม?” หญิงสาวกล่าวด้วยใบหน้าที่สำนึกผิด
ครูฝึกทั้งสองไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
“ไม่เป็นไรหรอก ศิลาสายเลือดนี้มีค่าแค่ห้าสิบเหรียญเงินเท่านั้น ในฐานะที่เธอสำเร็จขอบเขตบารอน ค่าเสียหายนี้ถือว่าเป็นของขวัญให้เธอก็แล้วกัน ไม่จำเป็นต้องชดใช้” มากาเร็ตเอ่ยออกมาอย่างใจดี
ศิลาสายเลือดเป็นของที่หาได้ง่าย มันแทบจะมีอยู่ในทุกๆ อาณาจักร เหมืองศิลาสายเลือดก็ไม่ได้หาได้ยาก ด้วยประโยชน์ที่มีไว้แค่ประเมินพลังและมีจำนวนที่มาก ทำให้ราคาของมันถึงได้ถูกอย่างนี้
แต่ถึงอย่างนั้นห้าสิบเหรียญเงินสำหรับชาวบ้านธรรมดาก็ยังถือว่ามากไปอยู่ดี
ทว่าสำหรับผู้บ่มเพาะขอบเขตบารอนแล้วพวกเขาสามารถหาเงินเป็นเหรียญทองได้ภายในเดือนเดียว
ค่าเงินของโลกนี้มีหน่วยเป็นเหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง ในทุกๆ 100 เหรียญจะสามารถแลกเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูงกว่าได้
ตอนนั้นเองคอมฟอร์ดก็เอ่ยปากสวนขึ้นมาในทันที
“อีวา ว่าแต่เธอตัดสินใจแล้วหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ เธอต้องการรับใช้อาณาจักรหรือเป็นนักผจญภัยดีล่ะ?” เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “แต่ถ้าจะให้ฉันแนะนำ เธอควรรับใช้อาณาจักรจะดีกว่าเพราะเบี้ยเลี้ยงและทรัพยากรบ่มเพาะที่ได้รับนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่ถ้าเธอไปเป็นนักผจญภัยแล้ว ก็ใช่ว่านักผจญภัยทุกคนจะร่ำรวย ได้รับงานจ้างดีๆ ตลอด มหาทวีปแห่งนี้มีนักผจญภัยไส้แห้งอยู่มาก เธอควรคิดให้ดีนะ”
คอมฟอร์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ล่อลวง แน่นอนว่าเขาต้องการให้อีวากลายเป็นผู้รับใช้อาณาจักร เพราะหากเธอกลายเป็นทหารรับใช้อาณาจักรแล้ว ค่ายฝึกฝนนี้ก็จะได้รับชื่อเสียงและเบี้ยเลี้ยงที่มากขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะได้รับมันมามากจากเหตุการณ์ขององค์รัชทายาทอินดิสมาแล้วก็ตาม แต่การจะรับให้มากขึ้นพวกเขาก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด
“ฉันยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ แม้แต่การบรรลุขอบเขตบารอนฉันก็ยังคิดไม่ถึงเช่นกัน มีใครพอจะให้ข้อมูลฉันเพิ่มได้มากกว่านี้หรือไม่?” เฟิร์สแสร้งตีเนียนค้นหาข้อมูล
อย่างที่รู้กันว่าค่ายฝึกฝนแห่งนี้เป็นเพียงแค่โรงเรียนอนุบาลสำหรับผู้บ่มเพาะเท่านั้น เมื่อคุณบรรลุขอบเขตบารอน คุณก็จะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ แต่จะได้รับใบรับรองเพื่อไปที่อื่นแทน
เฟิร์สยังไม่ทันได้เรียนรู้อะไรเลยด้วยซ้ำก็ถูกเตะออกจากที่นี่แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องทราบข้อมูลของการฝึกฝนให้ได้มากที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปนั่งคุยกันข้างในกันเถอะ” คอมฟอร์ดเอ่ย ก่อนจะหันไปทางหน้าต่าง “ส่วนพวกที่แอบดูก็ไปฝึกฝนได้แล้ว การแสดงทั้งหมดจบลงแล้ว”
แล้วครูฝึกทั้งสองก็พาหญิงสาวไปที่ห้องของหัวหน้าครูฝึกของหมู่บ้านเควน
ค่ายฝึกฝนแห่งนี้มีครูฝึกแค่สามคนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นสามคนก็ยังนับว่าเป็นจำนวนที่มากเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่นๆ
หัวหน้าครูฝึกของที่นี่เป็นชายที่ชื่อว่าลีโน เขาเป็นชายวัยกลางคนที่อายุแค่สี่สิบกว่าเท่านั้น แต่กลับมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา
ว่ากันว่าเขาเคยเป็นนักผจญภัยที่มีชื่อมาก่อน แต่ต่อมาได้เกษียณตัวเองแล้วกลับมาเป็นครูฝึกอยู่บ้านเกิด
“ลีโน ฉันพาตัวอีวาเข้ามาแล้ว” มากาเร็ตเอ่ย
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะแอบติดต่อกันอยู่ก่อนแล้ว
แน่นอนว่าเหตุการณ์ศิลาสายเลือดระเบิดย่อมต้องสร้างความสนใจให้กับผู้คน รวมถึงลีโนที่เป็นถึงบารอนชั้นสูงด้วย
“เชิญนั่งก่อนสิ” ชายวัยกลางคนในชุดผ้าฝ้ายผายมืออย่างมีมารยาท
“ขอบคุณ” หญิงสาวไม่มีท่าทางประหม่าเลยแม้แต่น้อย
ลีโนสังเกตเธอทุกการกระทำ
‘ทำไมเธอดูไม่เหมือนผู้ที่พึ่งปลุกพลังสายเลือดขึ้นมาใหม่เอาเสียเลย’
ชายวัยกลางคนยิ้มและเอ่ย “ฉันได้ยินมาว่าเธอมีพลังสายเลือดในการสำรวจสิ่งรอบข้าง นี่เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”
“มันเป็นอย่างที่คุณทราบ” เฟิร์สเอ่ยตอบอย่างสบายๆ
“ถ้าอย่างนั้นคุณพอจะแสดงให้ฉันดูได้หรอไม่?”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”
ทันทีที่กล่าวจบบนร่างของหญิงสาวก็ปรากฏออร่าสีแดงและระลอกคลื่นที่แผ่ออกไปนับร้อยเมตร
ในตอนแรกเฟิร์สสามารถควบคุมพื้นที่ได้แค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มขึ้นเกือบถึงห้าร้อยเมตรได้แล้ว
หลังจากที่รู้ถึงการมีอยู่ขอบระดับพลัง เขาจึงไม่พยายามที่จะแสดงความสามารถของเขตลวงออกมา
จากประสบการณ์นับร้อยปีของเขา พลังประเภทสะกดจิตเหล่านี้อาจจะมีผลกับผู้มีพลังในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า แต่หากเป็นผู้ที่มีพลังรบสูงกว่าย่อมยากที่จะใช้มันออกมา
เขาไม่ต้องการให้ความลับถูกเปิดเผย จึงแสดงได้แค่ความสามารถด้านบริเวณที่สามารถตรวจสอบผู้คนที่อยู่ในรัศมีโดยรอบเท่านั้น
‘นี่เธอใช้พลังออกมาแล้วหรอ? พลังในการสำรวจนี้ทำให้แม้แต่ผู้ที่มีพลังรบสูงกว่าก็ไม่สามารถตรวจจับได้ ช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว’
ในขณะเดียวกันหัวหน้าครูฝึกอย่างลีโนกลับคิดไปอีกเรื่องหนึ่ง
ต่อให้เฟิร์สจะไม่แสดงพลังทั้งหมดออกมา แต่ในสายตาของสิ่งมีชีวิตระดับนี้ พลังในการสำรวจก็เป็นที่น่ากลัวของพวกเขาแล้ว มันมีประโยชน์ในด้านการทหารและการระวังภัยของนักผจญภัย
หากลีโนสามารถแนะนำเธอให้เข้าร่วมกับอาณาจักรได้ เขาจะต้องได้รับความดีความชอบอย่างแน่นอน
“ฉันสามารถแผ่พลังสำรวจได้แค่สองร้อยเมตรเท่านั้น ที่ค่ายฝึกฝนนี้มีคนอยู่ยี่สิบสองคน มีครูฝึกสามคน ผู้บ่มเพาะอีกสิบเจ็ดคน อีกหนึ่งคือแจ็คที่มาส่งของ และฉันที่อยู่ที่นี่ ก็รวมเป็นยี่สิบสองคน ... ต้องขออภัยที่ฉันได้ตรวจสอบค่ายแห่งนี้ทุกซอกทุกมุมแล้ว และยังรู้ด้วยว่าลึกลงไปใต้พื้นดิน ...”
ยังไม่ทันที่เฟิร์สจะได้เอ่ยจบ ลีโนก็พูดแทรกขึ้นมาในทันที
“พอได้แล้ว ... ฉันรู้ความสามารถของเธอแล้ว และฉันแนะนำให้เธอเข้าร่วมกับอาณาจักร ด้วยความสามารถของเธอ เธอจะได้รับตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อีกทั้งพวกเขาอาจเลี้ยงดูแลเธอเป็นอย่างดีเพื่อเพิ่มความสามารถของเธอให้สูงกว่านี้ เธอจะได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะมากมายที่แม้แต่นักผจญภัยที่มีชื่อเสียงก็ไม่สามารถหาได้ เธอว่ามันเป็นยังไง?”
เฟิร์สไม่ได้ตอบกลับไปในทันที เขาขบคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ย
“ขอฉันกลับไปคิดที่บ้านก่อนได้ไหม? ทั้งหมดมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับฉันไปหมดเลย” เฟิร์สแสดงละครได้อย่างแนบเนียน เขาทำทีว่าเป็นหญิงสาวผู้อ่อนแออย่างไรอย่างนั้น
ทั้งนี้เขาไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้คนเดียวได้ เพราะถึงอย่างไรร่างนี้ก็เป็นร่างของอีวา เธอควรมีส่วนในการตัดสินใจในเรื่องนี้
“ได้สิ ... ทำไมจะไม่ได้ เอาเป็นว่าฉันลงประวัติและออกใบรับรองให้กับเธอ ส่วนเรื่องการฝึกฝนขั้นพื้นฐาน เธอสามารถไปถามกับคุณคอมฟอร์ดและคุณมากาเร็ตได้” ลีโนตอบอย่างใจดี เขาหวังเป็นอย่างมากว่าเธอจะเข้าร่วมกับทางอาณาจักรมากกว่าจะไปเป็นนักผจญภัยพเนจร