“ถ้าโชคดีสภาพฉันคงจะไม่ต้องมานอนเป็นผักอยู่ที่ห้องพยาบาลแบบหรอก…แล้วไอ้โรงเรียนนี้มันเป็นโรงเรียนแบบไหนล่ะ?”
นอสพูดกับเฟิง
“เอวาซเป็นถึงโรงเรียนที่มีคนอยากเข้าไปเรียนมากอันดับต้นๆติดท็อปสามของสหพันธ์เลยนะฉันจะบอกให้ อย่างว่ามันเป็นโรงเรียนที่คุณพิเรียจบมานี่นะ แถมคนที่จบจากที่นั่นไปทุกคนจะถูกดึงตัวให้ไปเข้ากิลด์แทบจะทันทีเลยด้วย แต่สังคมภายในโรงเรียนฉันไม่รู้หรอกนะเพราะมันถูกปิดเป็นความลับไว้โดยพวกสหพันธ์น่ะถ้าไม่เส้นใหญ่จริงๆก็คงไม่รู้หรอก แล้วอีกอย่างที่ได้ยินมาเห็นว่ารูปแบบการรับนักเรียนเข้าเรียนดูจะเข้มข้นกว่าโรงเรียนอื่นอยู่เหมือนกันนะ”
เฟิงพูดตอบกลับนอสที่สงสัย
เมื่อได้ยินที่เฟิงพูดมาแบบนี้ทำให้นอสก็พอเดาได้คร่าวๆทันทีว่าโรงเรียนที่ได้ถูกเชิญไปนั้นเป็นแนวไหน นอสคิดว่าโรงเรียนเอวาซนั้นน่าจะเป็นแหล่งรวมพวกระดับหัวกระทิไว้มาก แสดงว่าในนั้นอาจจะมีการแข่งขันที่สูงมากเลยทีเดียว แต่นอสก็ยังไม่กล้าฟันธงมากนักเพราะเฟิงได้บอกไปแล้วว่าข้อมูลภายในถูกปิดไว้โดยพวกสหพันธ์ทำให้คนอื่นไม่รู้สภาพภายในโรงเรียนเลย
“กลับไปถึงบ้านคงต้องลองหาข้อมูลดูดีๆซะแล้วสิเรา”
นอสคิด
“โอเคเข้าใจละ…..แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ กลับบ้านกันดีกว่าพยาบาลเขาว่าฉันกลับบ้านได้แล้ว”
นอสลุกขึ้นมาและเตรียมตัวเดินออกจากห้องพยาบาล
“โอเคงั้นก็กลับบ้านกันเลยดีกว่า เพราะนายต้องมานอนห้องพยาบาลตอนนี้มันก็เลยเป็นเย็นแล้ว….แต่ไม่เป็นไรด้วยมอเตอร์ไซค์สุดเท่ของฉันรับรองนายจะถึงบ้านก่อนฟ้ามืดอย่างแน่นอน ฮึฮืม…”
เฟิงพูดโม้ขึ้นมาระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินกลับไปที่รถของเฟิง แต่นอสไม่ได้สนใจทีั่เฟิงกำลังโม้อยู่แม้แต่น้อย เพราะนอสมัวแต่กำลังคิดถึงโรงเรียนนี้อยู่อย่างจดจ่อ
“นี่!! เลิกเหม่อแล้วขึ้นมาได้แล้วน่านอส นายจะไม่กลับบ้านแล้วรึไงกัน”
เพราะนอสมัวแต่คิดไปเรื่อยทำให้เฟิงที่ตอนนี้ขึ้นไปขับรถและเรียกให้นอสขึ้นไปซ้อนท้ายตอนไหนก็ไม่รู้ด้วยเสียงของเฟิงจึงปลุกให้นอสเลิกคิดถึงเรื่องโรงเรียนทันทีและกระโดดขึ้นรถเฟิงไป
ด้วยความเร็วยานพาหนะคันโปรดของเฟิงจึงทำให้นอสนั้นกลับมาถึงบ้านอย่างรวดเร็ว แต่ก็แลกมากับการที่หัวของนอสชี้ฟูขึ้นมาจากแรงลมระหว่างทางกลับ
“อุ…ฮ่าๆ ทรงผมแปลกประหลาดชะมัดเลยนอสนายซ้อนท้ายอยู่ข้างหลังดีๆทำไมเปลี่ยนทรงผมซะแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ”
เฟิงหัวเราะออกมาอย่างหนักหลังจากที่เห็นผมของนอสชี้ไปชี้มาและฟูขึ้นเหมือนกับคนบ้า
“หยุดหัวเราะได้แล้วน่า…ถ้าไม่ใช่เพราะนายขับเร็วจนเกินกฏหมายกำหนดแบบนี้หัวฉันมันคงไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก”
นอสพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูนิ่งเฉย
“ฮ่าๆโทษทีๆมันอดหัวเราะไม่ได้นี่นะ…ไว้เจอกันใหม่ถ้าสงสัยอะไรติดต่อมาได้ตลอดได้เลย”
เฟิงพูดขึ้นมาก่อนจะกลับไปขับมอเตอร์ไซค์สุดที่รักของตัวเอง
“อ่าได้สิ…ขอบใจเฟิงไว้เจอกัน”
นอสพูดล่ำลากับเฟิงสักพักหนึ่งก่อนที่เฟิงจะได้ขับรถออกไปจากหน้าบ้านของนอส นอสรีบกลับเข้ามาที่บ้านและบอกถึงเรื่องสอบนี้กับครอบครัวของตัวเองว่าเป็นยังไงก่อนที่จะได้กลับขึ้นไปพักที่ห้องของตัวเองและทิ้งตัวลงไปบนที่เตียงของตัวเองด้วยอาการอ่อนเพลียมาทั้งวัน
นอสหยิบซองจดหมายขึ้นมาเปิดดูด้านในอีกครั้งหนึ่งเพราะตอนที่อยู่ห้องพยาบาลนั้นนอสแค่ลองหยิบออกมาดูผ่านๆตาแค่นั้นเอง นอสเปิดและเช็คดูเอกสารอย่างละเอียดทีละแผ่นๆอย่างช้าๆ นอสนั่งอ่านอยู่สักพักก็เจอกับจดหมายแผ่นเล็กใบหนึ่งตกออกมาจากกองเอกสาร นอสจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอ่าน
นอสอ่านข้อความในจดหมายและรู้ว่านี่เป็นจดหมายที่ชิออนเขียนขึ้นมา
“ถ้านายได้เห็นข้อความนี้นายคงจะแกะจดหมายไปแล้วสินะ หลักจากที่แกะจดหมายไปแล้วฉันอยากจะขอให้นายอ่านกฎระเบียบของโรงเรียนให้เข้าใจและลองพิจารณาดูว่านายอยากจะเข้ามาอยู่กับเราไหมถ้านายสนใจอยากจะเข้า ก็เซ็นเอกสารให้หมดซะในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะมียานอวกาศสลักตราโรงเรียนลำหนึ่งไปจอดเทียบท่าที่สถานีบนดาวของนายให้นำเอกสารที่เซ็นไปให้เจ้าหน้าที่ที่ยานลำนั้น แต่ถ้านายไม่ได้คิดจะมาเรียนที่นี่ก็แค่ทิ้งจดหมายนี้และก็ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแค่นั้นแหละ เลือกให้ดีหวังว่านายคงไม่ทำให้ฉันผิดหวัง
ชิออน”
“เป็นคนที่เขียนอะไรง่ายๆดีแฮะคุณชิออนเนี่ย”
นอสพูดกับตัวเอง
ในไล่อ่านเอกสารและกฎของโรงเรียนดูอีกทีเพื่อความเข้าใจและข้อตกลงในการเข้าเรียนของนอสนั้น เรื่องค่าใช้จ่ายค่ากินอยู่ค่าชุดเครื่องแบบทั้งหมดนั้นทางโรงเรียนจะเป็นคนออกให้ทั้งหมดเนื่องจากนอสเข้าไปด้วยระบบโควตา ส่วนที่เหลือดูเหมือนจะไม่ได้สละสำคัญอะไรขนาดนั้นเป็นข้อตกลงแบบทั่วๆไป
“โอกาสที่ดีแบบนี้ เพื่ออนาคตที่ดี….คงไม่มีใครโง่พอจะปฏิเสธข้อเสนอนี้หรอกใช่ไหมนะ”
นอสพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาเซ็นเอกสารทีละแผ่น โอกาสแบบนี้นอสคิดว่ามันคงไม่ได้มีอีกแล้วสำหรับเขาที่จะได้เลือกโรงเรียนด้วยตัวเอง แล้วแถมเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงตามที่นอสหวังแล้วด้วย นอสก็เลยตัดสินใจอย่างรวดเร็วที่จะเข้าโรงเรียนเอวาซทันที
“เอาล่ะเรียบร้อย!!! ครบทุกแผ่นทีเหลือก็รออีกหนึ่งเดือนสินะ….ให้ตายสิตื่นเต้นไม่ไหวแล้วสิเรา”
นอสยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลังจากที่เซ็นเอกสารทั้งหมดเสร็จ ในขณะที่นอสกำลังจะเข้านอนหลังจากเซ็นเอกสารทั้งหมดเสร็จนั้นจู่ๆก็มีข้อความบางอย่างเด้งขึ้นมาในมือถือของนอส
นอสเปิดมือถือของตัวเองเพื่อดูข้อความที่เข้ามาแล้วนอสก็ต้องอึ้งจนตาค้างในทันที
‘คุณได้รับเงินจากxxxxxเป็นจำนวน 1,000,000 GC(Galaxy Coin) ยอดเงินคงเหลือ 1,002,568 GC ’
เงินจำนวนหนึ่งล้านถ้วนถูกโอนเข้ามาในบัญชีธนาคารของนอส
“ใครโอนเงินมาให้เราเยอะขนาดนี้เนี่ย!!! หรือว่าจะเป็นมิจฉาชีพกัน”
แต่ก่อนที่นอสจะได้สงสัยเกินไปกว่านี้ก็ได้มีข้อความปริศนาจากบุคคลอื่นที่นอสไม่ได้บันทึกชื่อเอาไว้เด้งขึ้นมาจากมือถือตัวเอง
“ได้รับเงินหรือยังครับคุณนอส”
นอสอ่านข้อความและนึกได้อยู่คนหนึ่งที่เรียกเขาแบบนี้
“คุณควานหรอครับ….”
นอสตอบกลับไป ทิ้งเวลาอยู่สักพักก็มีข้อความเด้งตอบกลับมา
“ใช่แล้วครับคุณนอสนี่ไอดีแชทส่วนตัวผมเอง ขอโทษที่โอนเงินค่าวัตถุดิบให้ช้านะครับพอดีตอนผมกลับมาจากยูโทเปียแล้วต้องจัดการธุระอะไรต่างๆ นิดหน่อยก็เลยเดินเรื่องจ่ายเงินช้าส่วนค่าวัตถุดิบอะไรต่างๆนาๆทั้งหมดมันราคาเฉลี่ยที่แปดแสนกว่าๆผมเลยปัดให้คุณนอสเป็นหนึ่งล้านกลมๆไปเลย ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาก็แล้วกันนะครับ(^w^”)>”
ควานพิมตอบกลับนอสเป็นข้อความที่ยาวขึ้นมา
“ขอบคุณครับคุณควาน..ผมไม่รู้จะตอบอะไรคุณดีผมไม่เคยได้เงินมามากขนาดนี้มาก่อนเลยครับ”
นอสพิมตอบกลับด้วยท่าทีที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่กับเงินที่ได้มามากมายขนาดนี้
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับคุณสมควรได้รับแล้ว…เอ่อ..ผมคงต้องไปแล้วล่ะครับคุณนอสผมมีงานต่อไว้คุยกันใหม่นะครับ”
หลังจากส่งข้อความเสร็จควานก็ออฟไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว ระบบแชทของ Gtalk นั้นเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายฟหนึ่งออฟไลน์ไปแล้วจะไม่สามารถส่งข้อความได้อีกจนกว่าทั้งสองคนจะออนไลน์พร้อมกันอีกครั้ง เพราะเป็นแบบนั้นนอสจึงได้แต่นั่งติดสตั้นอยู่คนเดียวบนเตียงของตัวเอง
“ล…แล้วเราจะเอายังไงกับเงินที่มากขนาดนี้ดีล่ะเนี่ย….เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดแล้วกัน”
นอสนั่งคิดกับตัวเองว่าเงินมากขนาดนี้จะเอาไปทำอะไรดี แต่สุดท้ายนอสก็เก็บมันไว้ไปคิดต่อในวันพรุ่งนี้เพราะวันนี้นอสคิดอะไรมาเยอะมากแล้วจึงอยากจะพักสมองเอาไว้ก่อน
……
หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วนอสอยากจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้กับพ่อกับแม่ของตัวเองนอสจึงโอนเงินให้กับครอบครัวไปเป็นเงินทั้งหมด 200,000 GC ส่วนที่เหลือที่นอสมี นอสอยากจะเก็บไว้เพื่อไว้ใช้หาซื้อคันธนูดีๆเอามาใช้กับลูกธนูที่ได้มาจากแบทเทิลบีเมื่อครั้งก่อนที่ตลาดเมืองใหม่ในยูโทเปียสักหน่อย
และนอสก็วางแผนจะไปล่ามอนสเตอร์ในยูโทเปียเพิ่มอีกสักหน่อยระหว่างที่รอยานของโรงเรียนเอวาซมารับในอีกหนึ่งเดือนให้หลังนี้ แถมนอสอตนนี้ก็พอมีเวลาแล้วจึงอยากจะไปตีเขี้ยวอีกข้างหนึ่งของบารันด้าที่เหลืออยู่ให้เสร็จด้วย
เมื่อจัดเตรียมของอะไรเสร็จแล้วนอสก็ได้มุ่งหน้าไปที่เกทประตูทางเข้ายูโทเปียโดยขบวนรถไฟความเร็วสูงเหมือนเดิมกับทุกๆครั้ง แต่ในระหว่างที่นอสกำลังนั่งรถไฟอยู่นั้นจู่ๆรถไฟก็เกิดการเบรกกระทันขึ้นจนเกิดเสียงดัง
เอี๊ยดดด!!!
ผู้คนในขบวนต่างแตกตื่นกันขึ้นมาทันที เพราะปกติรถไฟความเร็วสูงนั้นไม่เคยเบรกกระทันหันแบบนี้มาก่อน นอสที่สงสัยจึงเริ่มชะโงกหน้าออกไปดูลาดเลาทันที ภาพตรงหน้าที่นอสได้เห็นมันคือขาเหมือนกับแมงมุมขนาดพอๆกับเสาไฟจู่ๆมันก็โผล่ออกมาจากรอยแยกขวางรางของรถไฟฟ้าเอาไว้และมันก็กำลังพยายามดันตัวเองออกมาจากรอยแยกนั้นเรื่อยๆ
“อบิสนี่!! ทำไมมันมาโผล่ที่นี่กันไม่ใช่ว่ามันควรจะอยู่ที่เขตชายแดนกาแล็คซี่หรอ?”
เมื่อผู้คนเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตัวเองทุกคนก็เริ่มแตกตื่นกันทันที เพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติที่พวกอบิสนั้นจะจะโผล่ออกมาแบบนี้ได้เลยทุกคนเริ่มวิ่งหนีไปที่ท้ายขบวนกัน ยกเว้นเพียงนอสที่กำลังยืนมองดูสถานการณ์อยู่ที่เดิม
ขาของอบิสเริ่มออกมาเรื่อยๆและตัวมันก็โผล่ออกมาแล้วในที่สุด มันเป็นแมงมุมเหมือนที่นอสคิดไว้ไม่ต่างจากตอนแรก
“อบิสรูปร่างแมงมุมงั้นหรอ….พวกหน่วยรักษาการแถวนี้ไปไหนกันหมดทำไมไม่มีใครมาเลยล่ะ”
นอสมองหาหน่วยรักษาการที่อยู่รอบๆแต่ก็ไม่มีใครโผล่ออกมาเลย ทำให้สถานการณ์เริ่มแย่ขึ้นเรื่อย เมื่ออบิสรูปแบบแมงมุมขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่งหลุดออกมาจากช่องว่างมิติได้มันก็เริ่มร้องคำรามขึ้นมา
กี๊ส!!!!
มันร้องคำรามออกมาก่อนจะมุ่งตรงมาที่ขบวนรถไฟที่นอสอยู่ทันที อบิสความแข็งแกร่งอย่างต่ำก็อยู่อย่างน้อยหรือเทียบเท่าระดับสีส้มแล้วสำหรับนอสที่อยู่ชั้นที่หนึ่งของยูโทเปีย ไม่แปลกที่คนส่วนมากจะหวาดกลัวและวิ่งหนีไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับมัน แต่กลับนอสนั้นไม่ใช่แบบนั้น
“ถ้าไม่มีใครงั้นฉันจะต้องลุยเองแล้วไม่งั้นได้ตายก่อนไปถึงเกทแน่ๆ…ทอรัส”
นอสเดินมาหามุมที่ไม่มีสายตาของคนอื่นสนใจและสวมชุดเกราะทอรัสวิ่งออกมาจากขบวนรถไฟแล้วพุ่งเข้าไปหาอบิสตัวนั้นทันที
……………….