จวนเสนาขวา
ตอนนี้ไป๋เฉียนฉิงกำลังโกรธและขว้างปาข้าวของจนเกลื่อนพื้น เพราะเมื่อนางได้รับข่าวจากบ่าวที่ให้ไปสืบเรื่อง กลับพบว่าฟางเหม่ยหลิงยังไม่ตาย ส่วนนักฆ่าถูกองค์ชายแปดฆ่าตายไปแล้ว
"ทำไม ทำไม มันไม่ตายสักที ข้าเกลียดมัน อยากให้มันหายไปจากโลกนี้ซะ ทำไมองค์ชายแปดต้องคอยช่วยมันอยู่เสมอเลย ข้าจะทำอย่างไรดี''
"บ่าวว่าเราไปปรึกษาองค์ชายสี่ดีกว่าเพคะ น่าจะมีหนทางดีๆ เพราะองค์ชายสี่ก็ชอบฟางเหม่ยหลิงด้วย"
บ่าวคนสนิทของไป๋เฉียนฉิงรีบออกความคิดเห็นเพราะเห็นว่านายของตนตอนนี้อารมณ์ไม่ดี
"ข้าก็รอว่าองค์ชายสี่จะทำอย่างไรกับฟางเหม่ยหลิง แต่ก็เห็นเงียบไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง ข้าก็เลยต้องมาลงมือเองอยู่นี่อย่างไรละ"
"ช่วงนี้องค์ชายอาจจะยังยุ่งๆกับงานที่ฝ่าบาทมอบหมายให้ ถ้ายังไงบ่าวให้คนนำสารไปแจ้งองค์ชายและนัดมาวางแผนกันดีกว่านะ เจ้าคะ"
"ก็ดีรีบไปเดี่ยวนี้เลยนะ ข้าต้องการพบเขาวันนี้"
...............................................
ณ โรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง
ในห้องส่วนตัวที่ปิดมิดชิดองครักษ์ได้ยืนเฝ้าหน้าประตูเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา องค์ชายสี่มาตามนัดหมายของไป๋เฉียนฉิง เขากำลังคิดแผนการว่าจะทำอย่างไรให้ฟางเหม่ยหลิงตกเป็นของเขา และเพื่อกำจัดนางให้พ้นทางรัก ไป๋เฉียนฉิงจึงได้บอกแผนการที่นางคิดเอาไว้
"ท่านก็แค่ให้คนของท่านลักพาตัวนางไปตอนกำลังเดินทางกลับจวน ท่านให้คนไปคอยดักระหว่างทาง และนี่คือยาสลบ "
ไป๋เฉียนฉิงยื่นขวดยาสลบให้เขา
"ข้าจะพานางไปหาความสำราญที่ตำหนักของข้า นางจะต้องดีใจแน่ ที่ได้ตกเป็นชายาของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
หลงเป๋าเฟยหัวเราะอย่างมีความสุข ในที่สุดเขาก็จะได้ดั่งปรารถนาแล้ว ไป๋เฉียนฉิงเองก็ยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกันเมื่อคิดว่านางจะกำจัดศัตรูหัวใจได้ในครั้งนี้
....................................
สำนักวังบาดาลวันต่อมา
วันนี้ฟางเหม่ยหลิงก็มาเข้าเรียนการปรุงยาตามปกติแต่ว่านางต้องเรียนกับศิษย์คนอื่นๆแทนที่จะแยกเรียนกับเจ้าสำนัก เพราะเจ้าสำนักยังไม่กลับและฝากให้รองเจ้าสำนักช่วยดูแลนางแทนไปก่อน ส่วนองค์ชายแปดศิษย์พี่ของนางก็ถูกฝ่าบาทเรียกตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้จึงยังไม่เห็นเขาเลย
ศิษย์ทุกคนยินดีต้อนรับนางและดีใจที่มีนางมาเรียนด้วยเพราะนางไม่หวงความรู้ แถมยังช่วยบอกช่วยสอนเคล็ดลับต่างๆให้กับทุกคนอย่างใจกว้าง ตอนนี้ฟางเหม่ยหลิงจึงกลายเป็นที่รักของทุกคน
ไป๋เฉียนฉิงเห็นว่าทุกคนพากันชอบฟางเหม่ยหลิงกันหมดและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน นางจึงรู้สึกอิจฉาแต่นางก็ได้แต่ข่มอารมณ์ เพราะว่าวันนี้จะเป็นวันที่นางจะได้กำจัดฟางเหม่ยหลิงไปให้พ้นทางแล้ว เพราะฉะนั้นจะทำให้เสียเรื่องไม่ได้
"หึ แกจะหัวเราะได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นละ "
ไป๋เฉียนฉิงมองไปที่ฟางเหม่ยหลิงก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
............................................
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว ตอนนี้ทุกคนต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านทุกคนต่างล่ำลากัน
เธอเองก็ได้ขึ้นรถม้าที่อาฟงเป็นสารถีคอยมารับมาส่งอยู่เป็นประจำ
"คุณหนู วันนี้แวะที่ไหนหรือไม่ ขอรับ"
อาฟงถามเหมือนทุกทีที่คุณหนูขึ้นรถ เพราะบางครั้งฟางเหม่ยหลิงจะคอยแวะตลาดตรงนี้ตรงนั้นบ้าง ก่อนกลับจวนอยู่เป็นประจำ
"ไม่ดีกว่า วันนี้ตรงกลับจวนเลย"
"ขอรับ"
อาฟงรับคำก่อนค่อยๆดึงบังเหียนกระตุกม้าให้ควบออกไปอย่างช้าๆ
ระหว่างทางเธอก็เปิดผ้าม่านตรงหน้าต่างเพื่อดูวิวทิวทัศน์โดยรอบเพราะสำนักวังบาดาลไม่ได้ตั้งในชุมชนแยกเป็นเอกเทศอยู่กลางแม่น้ำที่ล้อมรอบไปด้วยป่า
ริมทางจึงมีเพียงดอกไม้ต้นไม้ใบหญ้าเท่านั้น ทางที่เธอกลับปกติแล้วก็จะมีไป๋เฉียนฉิงกับองค์ชายแปดที่ใช้เส้นทางนี้ด้วยเพราะทางกลับจวนของพวกเธอและพระตำหนักขององค์ชาย ล้วนต้องไปเส้นทางนี้ ส่วนศิษย์คนอื่นๆก็ล้วนแยกไปเส้นทางที่ใกล้กับที่พักของตัวเอง
ระหว่างที่เธอกำลังมองวิวอย่างเพลินๆตาก็ไปสดุดกับเงาอะไรบางอย่างที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ ไม่ผิดแน่
"อาฟงเรากำลังจะโดนโจมตี เตรียมตัว"
เธอรีบตะโกนบอกสารถีของตนทันที อาฟงพอได้ยินแบบนั้นเขาก็หยุดรถ และคว้าดาบขึ้นมา
เพียงไม่นานชายชุดดำสี่คนก็มุ่งมาล้อมเธอกับอาฟงเอาไว้ พวกมันสองคนเข้ามารุมอาฟงและอีกสองคนพยายามจะเข้ามาจับตัวเธอ เธอถือแส้ในมือไว้แน่นก่อนจะฟาดไปที่พวกมัน แต่พวกมันกลับหลบได้
อาฟงถึงแม้จะเป็นแค่สารถีขับรถแต่ที่จริงแล้วเขานั้นถูกคัดเลือกมาเพื่อคอยปกป้องคุณหนู โดยฟางเฉินฟงนั้นเห็นว่าเขาเก่งเชิงดาบจึงได้ส่งเขามาเป็นสารถีคอยไปรับไปส่งฟางเหม่ยหลิง และคอยคุ้มครองหลานของตนด้วย และด้วยก่อนหน้านั้นเขาไม่ค่อยแข็งแรงถึงจะเก่งเชิงดาบแต่ก็สู้ได้ไม่นานเพราะร่างกายอ่อนแอ เพราะเป็นคนจนจึงไม่มีเงินซื้อยาแพงๆมากิน แต่เขาได้รับยาที่คุณหนูมอบให้ทำให้เขารู้สึกแข็งแรงมีพลังและที่สำคัญคือเขาได้ฝึกเพลงดาบเป็นเวลานานก็ไม่เหนื่อยง่ายอีกแล้วเพลงดาบของเขาจึงล้ำหน้าไปมากกว่าแต่ก่อน
และไม่ใช่เฉพาะเขาเท่านั้น ทั้งฟางเฉินฟง บ่าวทุกคนในจวนต่างได้รับยาจากคุณหนูมาโดยไม่ต้องเสียเงิน ใครอยากได้ยาชนิดไหนก็สามารถมาขอเบิกไปได้เลย เลียงลี่กับเหมียนมี่จะคอยจัดยาให้ เพราะคุณหนูบอกว่าเธอทำไว้เยอะ ส่วนตัวไหนที่ไม่มีของ เธอก็จะหามาปรุงให้
คุณหนูไม่หวงและยินดีมอบให้ด้วยความจริงใจ ทั้งๆที่ยาบางตัวนั้นมีราคาค่อนข้างแพงแต่คุณหนูก็ไม่หวงเลยสักนิด ทั้งๆที่ถ้าเป็นคนอื่นคุณหนูจะเรียกเก็บเงินมหาโหดเลยแท้ๆ โดยคุณหนูให้เหตุผลกับพวกเขาว่าพวกเราอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมานาน ตอนนี้พวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน ข้าก็แค่ให้ยากับครอบครัวตัวเองทำไมต้องหวงด้วยละ ซึ่งนั่นทำให้ทุกคนในจวนต่างซาบซึ้งและรักคุณหนูมากยิ่งขึ้น
การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปต่างฝ่ายรุกและรับอย่างไม่มีใครยอมใคร อาฟงก็ใช้กระบวนท่าฟันดาบคอยรุกฟันไปที่ชายชุดดำทั้งสองแต่พวกมันก็ใช้ดาบสะกัดเอาไว้ได้ดูท่าแล้วชายชุดดำทั้งหมดจะไม่ใช่แค่ธรรมดาแน่ ระดับการต่อสู้แบบนี้เขาเคยเห็นมาก่อน เหมือนกับพวกองครักษ์ของราชสำนักไม่มีผิด เห็นทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายๆซะแล้ว
ฟางเหม่ยหลิงเองก็กำลังชุลมุนอยู่กับชายชุดดำทั้งสองที่ไม่ได้คิดหมายชีวิตของเธอ พวกมันแค่หลบหลีกแส้ของเธอและพยายามเข้าใกล้เธอ โดยชายชุดดำคนหนึ่งจับแส้ของเธอไว้ได้มันกระชากจนแส้หลุดจากมือของเธอ และชายชุดดำอีกคนก็เข้ามาประชิดตัวก่อนจะใช้ผ้าอุดจมูกของเธอเอาไว้ เธอนั้นพยายามดิ้นรนขัดขืนจะใช้กระบวนท่าต่อสู้แต่เธอก็ออกอาวุธไปได้ไม่กี่ท่าก็แพ้ เพราะทางด้านกระบวนท่าระยะประชิดนั้นเธอไม่ถนัดเลยสักนิด แถมมีผ้าอุดจมูกเอาไว้เธอได้กลิ่นยาสลบมันทำให้ตอนนี้เริ่มหมดแรง สติเลือนลาง และภาพทุกอย่างก็พลันดับวูบ
พวกมันแบกร่างของฟางเหม่ยหลิงที่ไม่ได้สติขึ้นพาดบ่าก่อนที่พวกมันทั้งสองจะวิ่งเข้าไปในป่า
"คุณหนู"
อาฟงตกใจที่เห็นพวกมันแบกคุณหนูที่ไม่ได้สติเข้าไปในป่า อาฟงจึงจะรีบวิ่งตามไป แต่ก็ถูกชายชุดดำทั้งสองหยุดสกัดเอาไว้อีก จึงเกิดการต่อสู้กันอีกครั้ง
ในป่านั้นมีคนเตรียมตัวรออยู่ที่รถม้าที่ซุ่มจอดเอาไว้อีกเส้นทางหนึ่ง ก่อนที่ชายชุดดำที่แบกฟางเหม่ยหลิงมาจะขึ้นไปบนรถม้าและวางนางลง ก่อนที่มันจะลงมาสั่งให้สารถี รีบบังคับรถม้าให้ไปที่ตำหนักขององค์ชายสี่
แต่ระหว่างที่รถม้ากำลังจะเคลื่อนตัวออกไป จื่อหวินองครักษ์ขององค์ชายแปดและเป็นน้องชายของจื่อฟงก็ได้เข้ามาช่วย เกิดการต่อสู้กันขึ้นจื่อหวินนั้นเป็นต่ออยู่มาก เพราะเขานั้นมีวรยุทธ์ที่เก่งไม่น้อยหน้าใครเขาใช้ดาบฟาดฟันชายชุดดำ และสังหารพวกมันจนสิ้น
เขาได้รับหน้าที่ใหม่จากองค์ชาย นั่นคือให้ตามคุ้มครองฟางเหม่ยหลิงว่าที่พระชายาขององค์ชาย องค์ชายบอกเขาเช่นนั้น เพราะองครักษ์เงาที่ให้ไปดูแลฟางเหม่ยหลิงกลับทำงานพลาดจนทำให้ฟางเหม่ยหลิงตกอยู่ในอันตราย มีคนมาลอบฆ่าถึงในจวนของนาง องค์ชายจึงได้ปลดพวกมันออกจากการเป็นองครักษ์ แต่เขายังใจดีไว้ชีวิตพวกมัน
แต่ระหว่างทางที่มาสำนักวังบาดาล จื่อหวินถูกสกัดไว้จากชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง และเขาก็ได้สังหารพวกมันก่อนจะรีบตามมา
เขาได้ใช้ให้คนสนิทที่ติดตามเขามาด้วยรีบไปส่งข่าวแก่องค์ชายว่า ว่าที่พระชายากำลังมีภัย เพราะคิดว่าน่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับว่าที่ชายาขององค์ชายเป็นแน่ และก็เป็นดั่งคาดพวกมันกำลังจะพาว่าที่ชายาแปดไปไหนก็ไม่รู้
สารถีขับรถม้าที่มีฟางเหม่ยหลิงนอนสลบอยู่พอเห็นว่ามีคนมาเพื่อช่วยฟางเหม่ยหลิง มันก็รีบเร่งบังคับม้าทันทีจนตอนนี้รถม้าได้วิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว มันต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จ คือพาฟางเหม่ยหลิงไปให้องค์ชายสี่ที่รออยู่ ไม่อย่างนั้นหัวของมันต้องขาดแน่