เทวินมองไปที่เรนิตาด้วยสายตาที่มีความหมายแต่ยังคงนิ่งอยู่ไม่ได้กล่าวอะไร คำตอบคงอยู่ที่ตัวเธอ
‘ไม่ใช่เพียงแค่ตัวคุณตัวฉัน เธอคนที่คุณกำลังจะได้พบเพียงเท่านั้น แต่ยังเพื่อผู้อื่นอีก’ เขานึกถึงคำกล่าวของธัญญา….‘เพื่อผู้อื่น?’
เรนิตา เธอได้หันหน้ากลับมาหาเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นก่อนจะบอกกล่าวต่อเขา
“เรเนียได้รับอุปการะสถานดูแลเด็กกำพร้าหลายแห่งในประเทศไทยบางแห่งที่แคนาดาและกำลังส่งเสียให้เด็กกำพร้าที่ขาดโอกาส
หลายคนได้เรียนต่อ”
“เด็กกำพร้าเหล่านั้นก็คือลูกๆ ของเรเนีย” เธอบอกต่อเขา
เทวินเข้าใจ ‘การช่วยเหลือเกื้อกูลเด็กๆ เหล่านั้นให้ได้รับโอกาส เป็นไปเพื่อสังคม’
ในปัจจุบันเด็กกำพร้าหลายคนที่ได้รับโอกาสและปัจจุบันมีอาชีพที่ดีอาทิ นายแพทย์ ครูและอีกหลายอาชีพ พวกเขาได้ย้อนกลับ
มาช่วยเหลือสังคมตามกำลังและโอกาสที่เหมาะสมเพราะพวกเขาเองก็ได้รับโอกาสจากสังคมมาก่อนเช่นกัน
หลายคนไม่ได้วางแผนชีวิตครอบครัวหรือเพียงแค่เห็นความสุขของตัวเองเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นยังให้กำเนิดชีวิตที่มีสายเลือด
ของตัวเองแต่กลับไม่สามารถรับผิดชอบ
หากไม่มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือต่อชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ก็จะหมดไปชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้นบริสุทธิ์
และไม่ได้ไปทำผิดต่อใคร
นอกจักนั้นยังมีเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทำให้ขาดโอกาสและยังมีอีกหลายกรณี เด็กๆ เหล่านั้นก็มีผู้ใจสูงหยิบยื่นโอกาสให้
“เรเนียดูแลเด็กๆ เหล่านั้นได้เพียงบางส่วนพวกเขาไม่มีพ่อแม่และครอบครัว แม้จะมองเห็นหน้าตาของพ่อแม่ก็ยังไม่เคยเห็น
เมื่อเรามีกำลังพอจึงช่วยให้พวกเขาได้รับโอกาส” เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
“ที่ช่วยเหลือไปนั้นล้วนแต่เป็นเด็กกำพร้าที่ขาดโอกาสจริงๆเพราะเคยพบเห็นว่ามีบางที่เพียงนำเด็กๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการรับบริจาค”
เธอก็ได้อธิบายให้เขาเข้าใจ
ถึงตอนนี้เขามองเห็นความงดงามอย่างแท้จริงจากจิตใจของเธอความงดงามจากภายนอกและความงดงามจากข้างในจึงเป็นความงดงามที่แท้จริง
และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก
“ผมอยากจะขอกล่าวขอบคุณแทนเด็กๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ” เขายิ้มอ่อนโยนและชื่นชมให้กับเธอ ตัวเขาเองก็คิดเช่นนั้น
‘ใช่..บางที..เพียงเพื่อจะได้รับเงินบริจาคไม่ใช่ด้วยหัวใจ’
เขารู้สึกชื่นชมเธอคำกล่าวขอบคุณของเขาแทนเด็กๆ จึงออกมาใจจริงการให้ของเธอเป็นการให้อย่างมีสติ
‘หากโลกนี้ยังมีผู้ให้เพียงหวังว่าเป็นการให้อย่างมีสติ ไม่ใช่ไปส่งเสริมโจรโดยไม่รู้ตัว’ ทั้งตัวเขาและเธอก็คิดเช่นนั้น
พูดคุยกันอีกนิดหน่อยเทวินก็ได้ขอตัวกลับโดยที่เธอมาส่งที่ประตูหน้าบ้าน
“โอ้!....นั่นใช้แมวของคุณหรือเปล่าคะ?!” เธอก็ได้อุทานพร้อมกับเอ่ยถามเขาเมื่อเห็นประกายสายตาแวววาวและเดินเข้ามาใกล้
จึงเห็นเป็นแมวดำตัวหนึ่ง
ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนมีประกายที่ส่องแสงเป็นประกายคู่หนึ่งขนสีดำทั้งตัวค่อยปรากฏให้เห็นตัวเมื่อเดินมาที่หน้าบ้าน
ของเธอ
“ใช่แล้วครับ ชื่อ สีนิล” เขาบอกกับเธอ ‘นี่คงจะอยู่ในจิตวิญญาณของพญาเสือดำและร่างของแมวสีนิล’
พญาเสือดำที่สะสมความดีโดยการช่วยเหลือชีวิตและปกป้องชีวิตตอนนี้จิตวิญญาณที่สะสมนั้นก็เกิดมีขึ้นในร่างของแมวสีนิลด้วยเช่นกัน
“ดูเหมือนว่าเจ้าสีนิลอยากมาที่นี้บ่อยๆนะครับ” เขารู้ว่าร่างทิพย์ของพญาเสือดำต้องการให้ทุกคนมองว่าร่างของแมวสีนิลนั้น
เป็นแมวธรรมดาบ้านๆ ที่มีคนเลี้ยง เขาจึงไม่กล่าวอะไรมาก
“คงจะมาตามคุณเทวินหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามขณะมองที่แมวสีนิลด้วยความเอ็นดู
เขาก็ได้ยิ้มให้กับเธอก่อนจะกล่าว ”ผมไปก่อนนะครับ ฝันดีครับ”
“ค่ะ ฝันดีเช่นกันนะคะ” เธอก็กล่าวเช่นกัน
เขายิ้มให้เธอและหันไปมองที่แมวสีนิลยิ้มให้กับแมวก่อนเดินจากไป และแมวสีนิลก็เดินหายไปในความมืดเช่นกัน
แต่ไม่ได้กลับไปพร้อมกับเทวิน
...................
เช้าวันต่อมาที่บ้านของเทวิน
ออกกำลังกายตอนเช้าเป็นกิจวัตรประจำวันวันนี้มีแผนจะไปซื้อของที่ร้านค้าสวัสดิการในหมู่บ้าน จะหัดทำข้าวซอย
เขารู้ว่าเรนิตาชอบอาหารพื้นเมืองชนิดนี้‘ข้าวซอย? คงจะต้องเปิดดูในอินเทอร์เน็ต’ เขาเองก็ไม่เคยทำข้าวซอยมาก่อน
แต่ก็ชอบที่จะเรียนรู้การประกอบอาหารชนิดต่างๆ อยู่แล้ว และมันก็คงจะไม่ยากนักที่จะหัดทำ
รู้สึกว่าตัวเองมีความกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งที่เธอชอบจึงเตรียมตัวที่จะออกไปยังร้านค้าเพื่อซื้อวัตถุดิบ แต่ก่อนจะออกจากบ้าน
ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง เป็นเพ็ญขวัญที่โทรมา
“สวัสดีครับ คุณขวัญ” เขาได้กล่าวทักทานเธอในสาย
“สวัสดีค่ะ คุณเทวินตอนนี้คุณเทวินอยู่ที่บ้านหรือเปล่าคะ?”
“เออ...พอดีผมกำลังจะออกไปข้างนอกครับ”
“คือขวัญจะนำการ์ดเชิญทำบุญบ้านใหม่ไปให้ที่บ้านนะคะถ้าอย่างนั้นขวัญจะไปหาพรุ่งนี้เช้านะคะ”
“ได้ครับถ้าไม่เห็นผมที่บ้านก็ไปหาผมที่บ้านของลุงชาญนะครับ”
“ค่ะ พอดีขวัญก็จะนำการ์ดไปให้ที่บ้านลุงชาญด้วยแล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ”
“ครับ สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” เพ็ญขวัญเธอก็ได้วางสายโทรศัพท์ไป
..................