ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 29 ทำด้วยใจ ไม่ใช่เพื่อให้ได้รับเงินบริจาค

            เทวินมองไปที่เรนิตาด้วยสายตาที่มีความหมายแต่ยังคงนิ่งอยู่ไม่ได้กล่าวอะไร คำตอบคงอยู่ที่ตัวเธอ

            ‘ไม่ใช่เพียงแค่ตัวคุณตัวฉัน เธอคนที่คุณกำลังจะได้พบเพียงเท่านั้น แต่ยังเพื่อผู้อื่นอีก’ เขานึกถึงคำกล่าวของธัญญา….‘เพื่อผู้อื่น?’

            เรนิตา เธอได้หันหน้ากลับมาหาเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นก่อนจะบอกกล่าวต่อเขา

            “เรเนียได้รับอุปการะสถานดูแลเด็กกำพร้าหลายแห่งในประเทศไทยบางแห่งที่แคนาดาและกำลังส่งเสียให้เด็กกำพร้าที่ขาดโอกาส
    หลายคนได้เรียนต่อ
    ”

            “เด็กกำพร้าเหล่านั้นก็คือลูกๆ ของเรเนีย” เธอบอกต่อเขา

            เทวินเข้าใจ ‘การช่วยเหลือเกื้อกูลเด็กๆ เหล่านั้นให้ได้รับโอกาส เป็นไปเพื่อสังคม’

            ในปัจจุบันเด็กกำพร้าหลายคนที่ได้รับโอกาสและปัจจุบันมีอาชีพที่ดีอาทิ นายแพทย์ ครูและอีกหลายอาชีพ พวกเขาได้ย้อนกลับ
    มาช่วยเหลือสังคมตามกำลังและโอกาสที่เหมาะสมเพราะพวกเขาเองก็ได้รับโอกาสจากสังคมมาก่อนเช่นกัน

            หลายคนไม่ได้วางแผนชีวิตครอบครัวหรือเพียงแค่เห็นความสุขของตัวเองเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นยังให้กำเนิดชีวิตที่มีสายเลือด
    ของตัวเองแต่กลับไม่สามารถรับผิดชอบ

            หากไม่มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือต่อชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ก็จะหมดไปชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้นบริสุทธิ์
    และไม่ได้ไปทำผิดต่อใคร

            นอกจักนั้นยังมีเด็กกำพร้าที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทำให้ขาดโอกาสและยังมีอีกหลายกรณี เด็กๆ เหล่านั้นก็มีผู้ใจสูงหยิบยื่นโอกาสให้

            “เรเนียดูแลเด็กๆ เหล่านั้นได้เพียงบางส่วนพวกเขาไม่มีพ่อแม่และครอบครัว แม้จะมองเห็นหน้าตาของพ่อแม่ก็ยังไม่เคยเห็น
    เมื่อเรามีกำลังพอจึงช่วยให้พวกเขาได้รับโอกาส
    ” เธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ

            “ที่ช่วยเหลือไปนั้นล้วนแต่เป็นเด็กกำพร้าที่ขาดโอกาสจริงๆเพราะเคยพบเห็นว่ามีบางที่เพียงนำเด็กๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการรับบริจาค”
    เธอก็ได้อธิบายให้เขาเข้าใจ

            ถึงตอนนี้เขามองเห็นความงดงามอย่างแท้จริงจากจิตใจของเธอความงดงามจากภายนอกและความงดงามจากข้างในจึงเป็นความงดงามที่แท้จริง
    และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก

            “ผมอยากจะขอกล่าวขอบคุณแทนเด็กๆ เหล่านั้นด้วยนะครับ” เขายิ้มอ่อนโยนและชื่นชมให้กับเธอ ตัวเขาเองก็คิดเช่นนั้น

            ‘ใช่..บางที..เพียงเพื่อจะได้รับเงินบริจาคไม่ใช่ด้วยหัวใจ’

            เขารู้สึกชื่นชมเธอคำกล่าวขอบคุณของเขาแทนเด็กๆ จึงออกมาใจจริงการให้ของเธอเป็นการให้อย่างมีสติ

            ‘หากโลกนี้ยังมีผู้ให้เพียงหวังว่าเป็นการให้อย่างมีสติ ไม่ใช่ไปส่งเสริมโจรโดยไม่รู้ตัว’ ทั้งตัวเขาและเธอก็คิดเช่นนั้น

            พูดคุยกันอีกนิดหน่อยเทวินก็ได้ขอตัวกลับโดยที่เธอมาส่งที่ประตูหน้าบ้าน

            “โอ้!....นั่นใช้แมวของคุณหรือเปล่าคะ?!” เธอก็ได้อุทานพร้อมกับเอ่ยถามเขาเมื่อเห็นประกายสายตาแวววาวและเดินเข้ามาใกล้
    จึงเห็นเป็นแมวดำตัวหนึ่ง

            ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนมีประกายที่ส่องแสงเป็นประกายคู่หนึ่งขนสีดำทั้งตัวค่อยปรากฏให้เห็นตัวเมื่อเดินมาที่หน้าบ้าน
    ของเธอ

            “ใช่แล้วครับ ชื่อ สีนิล” เขาบอกกับเธอ ‘นี่คงจะอยู่ในจิตวิญญาณของพญาเสือดำและร่างของแมวสีนิล’
    พญาเสือดำที่สะสมความดีโดยการช่วยเหลือชีวิตและปกป้องชีวิตตอนนี้จิตวิญญาณที่สะสมนั้นก็เกิดมีขึ้นในร่างของแมวสีนิลด้วยเช่นกัน

            “ดูเหมือนว่าเจ้าสีนิลอยากมาที่นี้บ่อยๆนะครับ” เขารู้ว่าร่างทิพย์ของพญาเสือดำต้องการให้ทุกคนมองว่าร่างของแมวสีนิลนั้น
    เป็นแมวธรรมดาบ้านๆ ที่มีคนเลี้ยง เขาจึงไม่กล่าวอะไรมาก

            “คงจะมาตามคุณเทวินหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามขณะมองที่แมวสีนิลด้วยความเอ็นดู

            เขาก็ได้ยิ้มให้กับเธอก่อนจะกล่าว ”ผมไปก่อนนะครับ ฝันดีครับ”

            “ค่ะ ฝันดีเช่นกันนะคะ” เธอก็กล่าวเช่นกัน

            เขายิ้มให้เธอและหันไปมองที่แมวสีนิลยิ้มให้กับแมวก่อนเดินจากไป และแมวสีนิลก็เดินหายไปในความมืดเช่นกัน
    แต่ไม่ได้กลับไปพร้อมกับเทวิน

            ...................

            เช้าวันต่อมาที่บ้านของเทวิน

            ออกกำลังกายตอนเช้าเป็นกิจวัตรประจำวันวันนี้มีแผนจะไปซื้อของที่ร้านค้าสวัสดิการในหมู่บ้าน จะหัดทำข้าวซอย

            เขารู้ว่าเรนิตาชอบอาหารพื้นเมืองชนิดนี้‘ข้าวซอย? คงจะต้องเปิดดูในอินเทอร์เน็ต’ เขาเองก็ไม่เคยทำข้าวซอยมาก่อน
    แต่ก็ชอบที่จะเรียนรู้การประกอบอาหารชนิดต่างๆ อยู่แล้ว และมันก็คงจะไม่ยากนักที่จะหัดทำ

            รู้สึกว่าตัวเองมีความกระตือรือร้นที่จะทำสิ่งที่เธอชอบจึงเตรียมตัวที่จะออกไปยังร้านค้าเพื่อซื้อวัตถุดิบ แต่ก่อนจะออกจากบ้าน
    ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง 
    เป็นเพ็ญขวัญที่โทรมา

            “สวัสดีครับ คุณขวัญ” เขาได้กล่าวทักทานเธอในสาย

            “สวัสดีค่ะ คุณเทวินตอนนี้คุณเทวินอยู่ที่บ้านหรือเปล่าคะ?”

            “เออ...พอดีผมกำลังจะออกไปข้างนอกครับ”

            “คือขวัญจะนำการ์ดเชิญทำบุญบ้านใหม่ไปให้ที่บ้านนะคะถ้าอย่างนั้นขวัญจะไปหาพรุ่งนี้เช้านะคะ”

            “ได้ครับถ้าไม่เห็นผมที่บ้านก็ไปหาผมที่บ้านของลุงชาญนะครับ”

            “ค่ะ พอดีขวัญก็จะนำการ์ดไปให้ที่บ้านลุงชาญด้วยแล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ”

            “ครับ สวัสดีครับ”

            “สวัสดีค่ะ” เพ็ญขวัญเธอก็ได้วางสายโทรศัพท์ไป

            ..................

    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน