วันหยุดสุดสัปดาห์เดินทางมาถึงพร้อมกับบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากความแออัดของเมืองหลวง กิ่งแก้วเสนอไอเดียให้ครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศสุดหรูส่วนตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็การพักผ่อนยาวสามวันและให้ 'พีท' กับ 'อัญชิสา' ได้ใช้เวลาผ่อนคลายจากการเตรียมงานแต่งงานที่เหน็ดเหนื่อย
บ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นวิลล่าหลังใหญ่โอบล้อมไปด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนและผืนป่าสีเขียวขจี อากาศที่นี่เย็นสบายและสดชื่นกว่ากรุงเทพฯ มาก ทว่าสำหรับวรุตม์... อากาศที่บริสุทธิ์รอบตัวกลับไม่สามารถช่วยปัดเป่าความร้อนรุ่มและอึดอัดใจที่เกาะกินจิตใจของเขามาตลอดทางได้เลย
ตลอดบ่ายวันเสาร์ วรุตม์จำต้องทำหน้าที่เป็หัวหน้าครอบครัวที่ดี เขานั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ระเบียงกว้างข้างสระว่ายน้ำ ทอดสายตามองดูพีทที่กำลังจูงมืออัญชิสาเดินเล่นในสวนดอกไม้สีหวาน เสียงหัวเราะสดใสของลูกชายดังแว่วมาตามสายลมคลอเคลียไปกับภาพที่พีทก้มลงกระซิบกระซาบและหยอกล้อแฟนสาวอย่างทะนุถนอม
อัญชิสาในชุดเดรสยาวผ้าฝ้ายสีขาวพลิ้วไหวดูอ่อนหวานและไร้เดียงสาราวกับหญิงสาวทั่วไป ทว่ายามที่หล่อนหันหลังกลับมาสบตากับวรุตม์ที่นั่งมองจากระยะไกล... แววตาของหล่อนกลับทอดประกายวาวโรจน์ แฝงเร้นไปด้วยสาส์นลับท้าทายที่ส่งตรงถึงเขาแต่เพียงผู้เดียว
หล่อนจงใจขยับเข้าไปซบไหล่พีท จงใจป้อนสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดเข้าปากชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า... ทั้งหมดนั้น วรุตม์รู้ดีว่าหล่อนทำเพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณความหึงหวงและในใจของเขาให้ปะทุพลุ่งพล่าน
และมันได้ผล... วรุตม์ต้องบีบถ้วยชาเซรามิกในมือแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด ความริษยาและ้าในเนื้อตัวของหญิงสาวคนนั้นแทบจะทำให้เขาเป็บ้า
---
ตกดึก คืนวันเสาร์นั้นเอง... พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงตามแบบฉบับฤดูฝนบนแถบูเาตั้งเค้าและตกกระหน่ำลงมาอย่างรวดเร็ว สายฝนสาดซัดปะทะบานกระจกวิลล่าเสียงดังซู่ซ่าสลับกับเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องที่ทำให้ผืนดินสั่นสะท้าน
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าฟาดลงบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของวิลล่าดับวูบลงทันที ความมืดมิดอันลึกลับโถมเข้าปกคลุมทุกซอกมุมของบ้านพักหลังใหญ่ในพริบตา มีเพียงแสงสว่างวูบวาบจากสายฟ้าภายนอกที่แลบผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาเป็ระยะ เผยให้เห็นเงาของสิ่งของที่ดูบิดเบี้ยวแปลกตา
"อุ๊ย! ไฟดับเหรอคะวัธน์?" เสียงกิ่งแก้วดังขึ้นจากห้องนอนใหญ่ชั้นสอง "เดี๋ยวพีทบอกว่าจะลงไปดูเครื่องปั่นไฟสำรองกับผู้ดูแลบ้านที่เรือนพักด้านหลังค่ะ พีทเดินระวังด้วยนะลูก!"
"ครับแม่ พ่อครับ ฝากดูแลแม่กับอัญญ์ด้วยนะครับ ผมเอาไฟฉายไปแล้ว" เสียงพีทะโบอกก่อนจะเปิดประตูบ้านฝ่าสายฝนเดินออกไปทางด้านหลัง
วรุตม์ลุกขึ้นจากเตียงนอนในห้องนอนใหญ่ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายนำทาง "กิ่งรออยู่ในห้องนี้นะครับ เดี๋ยวผมเดินไปดูหนูอัญญ์ที่ห้องนอนแขกฝั่งซ้ายก่อน ป่านนี้คงใแย่แล้ว"
"ค่ะวัธน์ ฝากดูน้องด้วยนะจ๊ะ กิ่งจะหาเทียนไขในตู้เสื้อผ้าเตรียมไว้ค่ะ"
วรุตม์พยักหน้าก้าวออกจากห้องนอนใหญ่ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องไปตามทางเดินยาวที่ปูด้วยไม้สักบรรยากาศเงียบงันสลัวราง มีเพียงเสียงลมพายุที่กรีดร้องภายนอกอาคาร เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าห้องนอนแขกฝั่งซ้าย มือหนาเอื้อมไปเคาะประตูเบาๆ
"อัญญ์ครับ... เป็อะไรหรือเปล่า?"
ไม่มีเสียงตอบรับ วรุตม์ขมวดคิ้ว ตัดสินใจบิดลูกบิดประตูช้าๆ ปรากฏว่าห้องไม่ได้ล็อก เขาจึงผลักประตูเปิดออก แสงไฟฉายสาดเข้าไปในห้องนอนกว้างขวาง ทว่าเตียงนอนขนาดใหญ่กลับว่างเปล่า
"อัญญ์..." วรุตม์พึมพำเรียกพลางก้าวเข้าไปในห้อง
ฟุบ!
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องด้านหลังของเขาก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงล็อกกลอน วรุตม์สะดุ้งสุดตัวหมุนกลับไปมอง แสงไฟฉายสาดกระทบร่างระหงของอัญชิสาที่ยืนพิงหลังแนบชิดกับประตูบานใหญ่
หล่อนสวมเพียงชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีดำสนิทเนื้อนุ่มบางเบา เผยให้เห็นผิวไหล่ขาวเนียนละเอียดและเนินอกอวบอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เส้นผมสีดำหยักศกสยายล้อมกรอบหน้าหวานที่ชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่ออ่อนๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายลึกลับสะท้อนแสงไฟฉายในมือของเขา
"อัญญ์... ทำอะไรน่ะ? เปิดประตูเดี๋ยวนี้" วรุตม์สั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำพยายามควบคุมความสั่นไหวในน้ำเสียง
อัญชิสาไม่ตอบ หล่อนก้าวเดินเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้าเนิบนาบท่ามกลางความมืด แสงไฟฉายในมือของวรุตม์สั่นระริกตามจังหวะชีพจรที่เต้นระรัว เมื่อหล่อนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า วรุตม์กุมข้อมือข้างที่ถือโทรศัพท์ไว้แน่น ทว่าอัญชิสากลับเอื้อมมือมาแตะข้อมือของเขาเบาๆ แล้วกดแขนของเขาลงช้าๆ... ปิดไฟส่องสว่างลง
ห้องทั้งห้องกลับสู่ความมืดมิดสนิททันที มีเพียงแสงวาบสีขาวของฟ้าแลบภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่วาบขึ้นสว่างเป็ระยะ เผยให้เห็นใบหน้าและเรือนร่างของกันและกันเพียงชั่ววินาที ก่อนจะดับลงสู่ความมืดอีกครั้ง
"อัญญ์กลัวเสียงฟ้าร้องค่ะ... คุณหมอ" หล่อนกระซิบแ่เบา ชิดใบหูของเขา กลิ่นหอมหวานของวานิลลาผสมน้ำฝนชุ่มฉ่ำลอยเตะจมูก "และอัญญ์ก็รู้... ว่าคุณหมอเองก็อยากเข้ามาหาอัญญ์ในห้องนี้ใจจะขาดใช่ไหมคะ?"
"อย่าลามปามนะ อัญญ์... พีทกำลังจะกลับเข้ามา" วรุตม์ขบกรามแน่น สองมือพยายามจะดันไหล่บางออก ทว่าเนื้อผ้าซาตินลื่นไหลกลับทำให้ฝ่ามือของเขาัักับไออุ่นของผิวกายเนียนนุ่มจนสะท้านไปทั่วร่าง
"พีทไปดูเครื่องปั่นไฟหลังบ้าน ฝนตกหนักขนาดนี้ อย่างต่ำก็ครึ่งชั่วโมงค่ะ..." อัญชิสากระซิบพลางโอบกอดรอบลำคอหนาของเขา ดึงรั้งให้ร่างแกร่งของวรุตม์ขยับเข้าประชิดเนื้อตัวของหล่อนเต็มแรง "ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ... ในความมืดแบบนี้"
ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาอีกครั้ง แสงไฟสีขาวสว่างส่องสว่างวาบไปทั่วห้อง เผยให้เห็นแววตาของวรุตม์ที่เปี่ยมไปด้วยความริษยา ความปรารถนา และความคลั่งรักที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความอดทนของเขาลงอย่างสิ้นเชิง
"เธอมันปีศาจ อัญชิสา..." วรุตม์คำรามเสียงแหบพร่า
เขาคว้าสะโพกกลมกลึงของหล่อนแล้วยกร่างบางขึ้นกดแนบชิดกับผนังห้องนอน อัญชิสาครางแ่เบาหวีดหวิวเรียวขาเรียวบางยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดรอบเอวหนาของเขาอย่างรู้หน้าที่ วรุตม์ก้มใบหน้าลงซุกไซ้บดจูบซอกคอขาวเนียนละเอียดอย่างบ้าคลั่ง สองมือแกร่งบีบเค้นสะโพกนุ่มหยุ่นผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาด้วยความกระสันและอารมณ์รักปนโทสะ
"อืม... คุณหมอ... แรงอีกค่ะ..." หล่อนครางกระซิบชิดใบหูของเขาเมื่อเรียวปากร้อนจัดของเขาขยับลงมาขบเม้มยอดทรวงอกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าซาตินบางจนเปียกชื้น เสียงฟ้าร้องข้างนอกช่วยกลบเสียงหอบหายใจและเสียงครางกระเส่ารัญจวนใจของคนทั้งสองในห้องมืดได้อย่างมิดชิด
วรุตม์ละเลงปลายลิ้นชิมความหอมหวานบนผิวกายของหล่อนอย่างหิวกระหาย ราวกับคนบ้าคลั่งที่สูญเสียความนึกคิดทั้งหมดไปในความมืด ความอุ่นชื้นใต้อาภรณ์บางเบาที่นิ้วมือแกร่งของเขาสอดแทรกเข้าไปัั ยิ่งตอกย้ำว่าบาปครั้งนี้ลึกซึ้งและเกินกว่าจะเยียวยาได้อีกแล้ว
ทันใดนั้นเอง... พรึบ!
ระบบไฟฟ้าสำรองทำงาน ไฟฟ้าในวิลล่าสว่างวาบขึ้นมาทันที แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟเพดานส่องสว่างโรจน์ไปทั่วห้องนอนใหญ่
ภาพตรงหน้าสะท้อนชัดเจนในกระจกเงาบานใหญ่ข้างเตียง... วรุตม์ในสภาพเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย กำลังอุ้มกอดร่างกายกึ่งเปลือยของว่าที่ลูกสะใภ้แนบชิดติดกำแพง แววตา ของทั้งคู่แดงซ่านและเต็มไปด้วยตัณหาดิบชื้น
"ไฟมาแล้วค่ะ..." อัญชิสากระซิบ รอยยิ้มลึกลับยั่วยวนยังคงประดับบนใบหน้าสวย แม้ดวงตาจะปรือปรอยปนเปไปด้วยความเสน่หาร้อนแรง
วรุตม์สะดุ้งสุดตัว รีบปล่อยร่างของหล่อนลงพื้นทันที ความตื่นตระหนกและละอายแก่ใจโถมเข้าใส่เมื่อแสงสว่างส่องเห็นความจริงของการกระทำของตนเองอย่างโจ่งแจ้ง เขารีบหันหลังจัดเสื้อผ้าเชิ้ตพับแขนและแต่งตัวให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
"คุณพ่อครับ! อัญญ์! ไฟมาแล้วนะ!" เสียงของพีทดังะโแว่วมาจากโถงทางเดินชั้นสอง เดินใกล้เข้ามาที่ห้อง
"รีบจัดเสื้อผ้าเถอะ อัญญ์..." วรุตม์กระซิบสั่งเสียงสั่น พยายามปรับลมหายใจที่หอบกระชั้นให้เป็ปกติ
อัญชิสาหัวเราะแ่เบาอย่างผู้ชนะ หล่อนจัดสายเดี่ยวชุดนอนสีดำให้เข้าที่สะบัดผมสลวยลวกๆ ก่อนจะเดินไปทรุดนั่งบนเตียงทำท่าทางเหมือนเพิ่งตื่นนอนจากเสียงฟ้าร้อง
วรุตม์เดินไปเปิดประตูห้องออกพอดีกับที่พีทก้าวเดินมาถึงหน้าห้องด้วยรอยยิ้มร่าเริง "อ้าว พ่ออยู่นี่เอง อัญญ์เป็ยังไงบ้างครับ? กลัวฟ้าร้องหรือเปล่า?"
"ไม่เป็ไรแล้วครับพีท อัญญ์เธอแค่ใไฟดับนิดหน่อย พ่อเพิ่งเดินมาดู... พ่อขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ" วรุตม์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบราบ ก่อนจะก้าวเลี่ยงเดินผ่านลูกชายไปทันที
พีทเดินเข้าไปสวมกอดและปลอบใจอัญชิสาบนเตียงด้วยความอบอุ่นรักใคร่ โดยไม่เคยระแคะระคายเลยว่า... บนผิวกายของคู่หมั้นสาวของเขา และบนเสื้อเชิ้ตของบิดาแท้ๆ ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความร้อนและัับาปที่เพิ่งปะทุขึ้นในความมืดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า
วรุตม์เดินกลับเข้าห้องนอนใหญ่ ปิดประตูนอนราบลงบนเตียงเคียงข้างกิ่งแก้วที่หลับสนิทไปแล้ว ดวงตาของเขาจับจ้องมองเพดานท่ามกลางแสงไฟที่สว่างไสว ทว่าในใจของเขากลับมืดมิดยิ่งกว่าตรรกะแห่งขุมนรก... และเขารู้สึกได้ทันทีว่า ความสัมพันธ์ในความมืดครั้งนี้ กำลังแปรเปลี่ยนเป็ความคลั่งที่จะฉุดกระชากชีวิตเขาให้พังพินาศในไม่ช้า