สายลมยามสายหอบเอาไอแดดอุ่นมาปะทะกระจกใสของ ‘คลีนิกรักษ์สี่ขา’ หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กสีเข้ม ชายหนุ่มในชุดสครับสีเขียวพาสเทลกำลังใช้ผ้าก๊อซซับแผลให้ลูกแมวจรจัดอย่างเบามือ
นายสัตวแพทย์ทิวากร เจริญรุ่งเรือง หรือหมอกร สัตวแพทย์หนุ่มร่างสูงโปร่งกว่า 185 เิเ ผู้มีโครงหน้าสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดใต้คิ้วเข้มได้รูปคือดวงตาเรียวยาวทอประกายอบอุ่น อ่อนโยนจนผู้พบเห็นมักรู้สึกผ่อนคลายจมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหยักลึกที่มักแต้มรอยยิ้มละมุนละไมอยู่เป็นิจผมสีน้ำตาลเข้มซอยระต้นคอขับให้ผิวขาวสะอาดของเขาดูโดดเด่นแม้จะมีดีกรีเป็ถึงประธานมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ชื่อดังและเ้าของโรงพยาบาลสัตว์หลายสาขาแต่เขากลับชอบที่จะลงมือรักษาเคสยากๆ ด้วยตัวเองเพราะหัวใจที่รักและเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต
“เรียบร้อยแล้วครับตัวเล็กไม่เจ็บแล้วนะ” ทิวากรส่งยิ้มให้เ้าก้อนขนสามสีพลางลูบหัวมันด้วยฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่น
ทันใดนั้นเสียงเบรกดัง “เอี๊ยดดดดด” สนั่นหวั่นไหวดังมาจากถนนใหญ่หน้าคลินิก ตามด้วยเสียง “โครมมม....” ของการชนกันอย่างรุนแรง ทิวากรรีบก้าวเท้าออกจากห้องตรวจทันที
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือรถเก๋งคันหนึ่งเสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าริมทางสภาพหน้ารถพังยับเยิน มีควันโขมงพวยพุ่งออกมา จากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ทิวากรเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาจากประตูด้านคนขับเธอคือพิมพิกา หรือ พาย หญิงสาวรูปร่างบอบบางเ้าของเรือนร่างระหงและใบหน้าสวยหวานหยาดเยิ้ม ราวกับนางเอกในวรรณคดีดวงตากลมโตและกิริยาท่าทางที่นุ่มนวล ภายนอกดูเป็คนอ่อนหวานจนคล้ายจะเปราะบาง แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้แววตาของเธอกลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็
พิมพิกาประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความเด็ดขาดทันทีที่เห็นควันเริ่มหนาขึ้นจากใต้ฝากระโปรงรถ เธอรู้ว่าไม่มีเวลาให้รีรอแม้เนื้อตัวจะมีรอยถลอกและเจ็บระบมจากแรงกระแทก แต่เธอกลับไม่ได้ห่วงตัวเองหญิงสาวรีบเปิดประตูเบาะหลังเพื่ออุ้มสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีตัวใหญ่ที่นอนร้องครวญครางจมกองเืออกมา ด้วยน้ำหนักของมันทำให้เธอเซวูบ
“คุณครับ! ระวัง!”
ทิวากระโพร้อมกับวิ่งเข้าไปชาร์จตัวโอบอุ้มทั้งคนและสุนัขให้ออกห่างจากตัวรถได้ทันท่วงทีก่อนที่สายไฟจะช็อตจนเกิดประกายไฟพรึบพรับ
“คุณเจ็บตรงไหนไหมครับ?” ทิวากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความห่วงใยดวงตาคู่คมกวาดมองรอยแผลตามตัวของเธอด้วยความกังวล
“ฉันไม่เป็ไรค่ะหมอ ช่วยหมาตัวนี้ก่อนเถอะค่ะ!” พิมพิกาตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและแววตามุ่งมั่นอย่างคนใจเด็ดความอ่อนหวานหายไปเหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจที่จะรักษาชีวิตตรงหน้า ทิวากรลอบมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความทึ่งไม่บ่อยนักที่จะเห็นผู้หญิงที่ดูบอบบางขนาดนี้แต่กลับมีจิตใจที่กล้าหาญและตัดสินใจได้เด็ดขาดในนาทีชีวิต
“ได้ครับ ส่งเขาให้ผมเลย”
ทิวากรรับสุนัขมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมเขาพามันมานอนลงบนพื้นหญ้าที่ปลอดภัย นิ้วเรียวยาวคลำตรวจเช็คกระดูกอย่างรวดเร็วแต่เบามือ ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญสองมือที่เปื้อนเืสุนัขไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรังเกียจแม้แต่น้อยเขาก้มลงกระซิบข้างหูสุนัขที่กำลังตื่นกลัวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่พิมพิกาเคยได้ยินมาในชีวิต
“ชู่... ไม่เป็ไรนะเด็กดี หมออยู่ตรงนี้แล้ว นายปลอดภัยแล้วครับ”
ฝ่ามืออุ่นของสัตวแพทย์หนุ่มลูบหัวสุนัขตัวนั้นเพื่อปลอบประโลมแววตาของเขาที่มองสัตว์ป่วยเต็มไปด้วยความรัก ความเมตตา และความอบอุ่นอย่างแท้จริงราวกับเขาเป็ที่พึ่งพิงเดียวในโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้
พิมพิกาที่ยืนกุมมือตัวเองอยู่ข้างๆมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะไปจากเดิม ภาพของหมอหนุ่มรูปงามที่มีจิตใจอ่อนโยน อยู่ในคราบของฮีโร่ผู้เข้ามาช่วยชีวิตในยามคับขัน ค่อยๆประทับแน่นลงในส่วนลึกของหัวใจเธอ...เป็ความรู้สึกชื่นชมและหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
++++++++++