ทันทีที่วิคทอเรีย เข้าใกล้จุดเล็ก ๆนั้น ก็สามารถรับรู้ได้ว่าจุดที่แสดงในหน้าจอนั้นคือทหารประจำชายแดนสองคนที่กำลังสนทนากันอยู่ในเรื่องที่นางไม่คาดคิดนั่นก็คือ พี่ชายของนางนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏไปเสียแล้วผนวกกับการที่เอ็ดมัวร์ได้บอกกล่าวกับนางก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้นางกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้มีแต่ต้องทำตามที่เอ็ดมัวร์บอกก่อนหากผลีผล่ามไป อาจทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้นอีก จึงเดินทางกลับไปยังจุดนัดหมายกับเอ็ดมัวร์เพื่อรอคำอธิบายจากเขาด้วยตัวเอง
ฐานลับใต้ดิน โรงหลอมอาวุธ เมืองประกายเงิน
เทียนคงกำลังตระเตรียมสิ่งของเพื่อที่จะไปเก็บเกี่ยวทรัพยากรเพื่อใช้ในการขยายฐานลับของเขาโดยในครั้งนี้เขาได้ปรับปรุงเครื่องมือต่าง ๆเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เจอกับวิคทอเรีย ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะ ที่ก่อนนั้นเขาออกแบบเพียงเพื่อป้องกันไม่ให้พลังของเขานั้นรั่วไหลออกไป ทำให้ผู้ใช้พลังคนอื่นหรือสัตว์อสูรตรวจจับไม่ได้ซึ่งมันก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพของมันแต่เขากลับนึกไม่ถึงว่ามนุษย์สายเลือดอสูรอย่างวิคทอเรียจะมีประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นที่ดีมากจนสามารถจับความผิดปกติของกลิ่นแปลกปลอมที่เข้ามาในอาณาเขตได้ซึ่งในครั้งนี้เขาได้แก้ไขให้ชุดของเขานั้นสามารถซึมซับกลิ่นของสภาพแวดล้อมรอบตัวและปล่อยไอระเหยที่มีกลิ่นเหมือนกับแวดล้อมนั้นๆออกมา
สิ่งที่เทียนคงได้เตรียมไว้ก่อนการเดินทางครั้งนี้อย่างที่สองคือเขาได้สร้างหุ่นยนต์ขึ้นอีกมากกว่าสามสิบตัว โดยสิบตัวแรกเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กทรงกลมประมาณหัวนิ้วก้อย หุ่นยนต์ทั้งสิบตัวนี้ จะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายขนาดเล็กโดยมีเทียนคงเป็นจุดศูนย์กลางคอยตรวจจับสิ่งผิดปกติรอบตัวเทียนคงในรัศมีสิบกิโลเมตรซึ่งจะแสดงผลมาที่เทียนคงโดยตรง นั่นหมายความว่าเทียนคงจะสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้เหมือนตนเองอยู่ในระยะที่ห่างออกไปถึงสิบกิโลเมตร
อีกสิบตัวจะเป็นหุ่นยนต์ขนาดกลางประมาณฝ่ามือมนุษย์คนหนึ่ง หุ่นยนต์นี้จะทำหน้าที่ในการเก็บเกี่ยวทรัพยากรต่าง ๆแทนเทียนคง ส่วนสิบตัวสุดท้าย จะเป็นหุ่นยนต์ขนาดกลางขนาดเท่าฝ่ามือเช่นเดียวกันแต่หน้าที่ของมันคือการสร้างภาพจำลองและม่านพลังในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรรอบตัวเทียนคงทำให้แม้แต่ผู้ใช้พลังในระดับปรมจารย์ก็ไม่อาจสังเกตเห็นได้โดยง่าย
และหุ่นยนต์อื่น ๆที่มีขนาดเล็กมาก ๆที่ซุกซ่อนอยู่ในชุดเกราะของเขา และสุดท้ายแน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุปกรณ์กักเก็บพลัง ที่ในรอบนี้เขาพกไว้ถึง สามสิบลูก ทำให้ทันทีที่เขาใช้อุปกรณ์นี้พร้อมกัน ระดับพลังจะก้าวกระโดดจนทำให้เขารับมือกับนักรบระดับเชี่ยวชาญขั้นกลางได้อย่างสบาย ๆ
เมื่อการตระเตรียมสิ่งของต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เทียนคงก็ไม่รอช้าแจ้งข่าวไปถึงเซียนอินว่าจะเดินทางออกนอกเมืองประกายเงินไปยังหลังเนินเขาจากนั้นจึงเปิดแผนที่ และออกเดินทางทันที
เมื่อเทียนคงออกจากฐานลับของเขาไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องแปลกใจที่เขาสามารถตรวจจับสัญญานของวิคทอเรียได้จากระยะที่ไม่ไกล จากเขตเนินเขาหลังโรงหลอมอาวุธเพราะเขาคาดเดาว่านางคงจะเข้าไปในตัวเมืองของนางและปิดสัญญานที่เขาสามารถตรวจจับได้
เทียนคงลังเลอยู่ชั่วครู่แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะติดต่อไปหาวิคทอเรีย
“วิคทอเรียนี่ข้าเอง ได้ยินหรือไม่”สัญญานเสียงดังขึ้นจากข้อมือของวิคทอเรียพร้อมกับส่งสัญญานภาพของเทียนคงที่กำลังแสดงภาพเทียนคงกำลังเดินทางตรงไปหานาง
“หืมมมเจ้า... มาที่นี่อีกทำไมกัน” จู่ๆเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากอุปกรณ์พร้อมกับตำแหน่งที่แสดงขึ้นจากจอภาพเล็กๆที่ข้อมือของวิคทอเรีย และนางก็พบว่าเสียงนั้นก็คือเทียนคงนั่นเองที่กำลังมุ่งหน้ามาที่ที่นางอยู่
“ข้าจะมาเก็บทรัพยากรน่ะว่าแต่ท่านเถอะ ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ ไม่กลับไปที่หุบเขาของท่านรึ”
“นั่นมันเรื่องของข้าส่วนเจ้า ข้าได้บอกเจ้าแล้วว่านี่เป็นเขตของพวกข้า เจ้าก็ยังจะมา?”
“ข้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องมาท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าได้บทเรียนจากคราวที่เจอท่านแล้วหากไม่ใช่ว่าข้าต้องการเผยตัวให้เห็น ก็ไม่มีใครรู้”
“เหอะทำเป็นพูดดี ไม่ใช่ว่าคราวที่แล้ว เป็นเจ้าที่โดนข้าจับได้โดยไม่รู้ตัวไม่ใช่หรือไง”
“ข้าถึงได้บอกไงว่าคราวนี้ไม่เหมือนคราวที่แล้วแน่นอน”
เสียงของเทียนคงที่จบลงเพียงเสี้ยววินาทีวิคทอเรียก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ร่างกายจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ กระโดดเด้งออกจากจุดที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งออกไปราว ๆ 5 เมตรแต่แล้วก็ต้องแปลกใจอีกเท่าตัวที่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังนางนั้นก็คือ เทียนคงนั่นเอง
“เป็นอย่างไร”เทียนคงยืนยิ้มบางมือไพร่หลังมองไปยังวิคทอเรียที่กระโดดดึ๋งออกไปจากจุดที่นางนั่งอยู่เมื่อครู่
“เจ้าทำได้ยังไงน่ะ” วิคทอเรีย ไม่อยากเชื่อเมื่อครู่สัญญานจากข้อมือเพิ่งระบุว่าเทียนคงอยู่ห่างจากนางไปกว่า 1 กิโลเมตรเพียงระยะเวลาเพียงพริบตา เขามาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่เพียงแค่นั้นนางยังจับสัมผัสต่อเทียนคงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ข้าก็แก้ไขตามข้อชี้แนะของท่านไง”
“ข้าน่ะนะ??”วิคทอเรียเอียงคอด้วยความงุนงง
“ก็เป็นท่านที่บอกว่าจับสัมผัสข้าได้เพราะได้กลิ่นมิใช่รึข้าก็เลยปรับแต่งชุดเกราะข้าให้สามารถดูดซับกลิ่นของข้าได้น่ะ แล้วยังมี ...”เทียนคงดูเหมือนอยากจะอธิบายต่อถึงประสิทธิภาพการทำงานของชุดเกราะที่เขาปรับปรุงนี้แต่ถูกวิคทอเรียเอ่ยขัดเสียก่อนว่า “พอ ๆข้าไม่อยากฟังเจ้าพูดเรื่อยเปื่อยข้ามีเรื่องต้องคิด เจ้าจะไปไหนก็ไปเถอะ แต่ระวังไว้แล้วกันเพราะที่นี่เป็นเขตการดูแลของเผ่าข้า ไม่แน่ว่าเจ้าอาจโดนจับได้และหากเป็นเช่นนั้นข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”
“ท่านไม่มีอะไรให้ข้าช่วยรึ” เทียนคงสังเกตสีหน้าของวิคทอเรียที่ดูเคร่งเครียด ต่างกับตอนที่นางได้ออกมาจากฐานลับของเขาอย่างสิ้นเชิง ผนวกกับการที่นางไม่ได้กลับไปที่เผ่าของนาง แน่นอนว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ทำให้เป็นแบบนั้น
“ไม่มีไปได้แล้ว” วิคทอเรียนั่งลงใต้ต้นไม้เดิมพลันหลับตาคิดอะไรบางอย่าง
เทียนคงเห็นดังนั้นจึงไม่รบกวนนางอีก ก่อนลาจึงกล่าวกับนางว่า “เช่นนั้น ข้าไม่รบกวนท่านแล้วหากมีอะไรให้ข้าช่วย ท่านก็ส่งข้อความมาแล้วกัน”วิคทอเรียไม่ได้ตอบกลับยังคงนั่งหลับตาอยู่อย่างนั้น เพียงพยักหน้าบ่งบอกว่ารับรู้แล้ว
เวลาผ่านไปกว่า12 ชั่วโมง ระหว่างเก็บเกี่ยวทรัพยากรในครั้งนี้เทียนคงไม่ได้ลงมือเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองเพียงสั่งการหุ่นยนต์ของเขาและสังเกตการณ์จากจุดศูนย์กลางเวลาที่เหลือจากการควบคุมหุ่นยนต์ เขาใช้ไปกับการทบทวนความรู้และทักษะ
ด้านวิคทอเรีย ตอนนี้กระวนกระวายเป็นที่สุดเพราะตอนนี้เป็นเวลานัดหมายของนางกับเอ็ดมัวร์แล้วแต่กลับไม่เห็นวี่แววของเอ็ดมัวร์ นางพยายามติดต่อไปหาเขา แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทันใดนั้นเองสัญญานเตือนที่ข้อมือนางก็ดังขึ้นเป็นข้อความจากเทียนคง “มีคน 5 คน กำลังไปทางท่าน ใช่คนที่ท่านรอหรือไม่ซึ่งข้าคิดว่าคงไม่ใช่ ทางที่ดีท่านซ่อนตัวไว้ก่อนดีกว่า” วิคทอเรียไม่ตอบข้อความของเทียนคง แต่เปิดดูที่ภาพที่แสดงตรงหน้า มีคน 5คนกำลังมาทางนี้จริง ๆ เดิมทีเอ็ดมัวร์บอกกับนางว่าจะมาคนเดียว ตอนนี้กลับมาถึง 5คน นางเห็นด้วยกับเทียนคง ที่คนเหล่านี้อาจไม่ใช่คนที่นางรอดังนั้นจึงตัดสินใจออกจากตำแหน่งเดิม ซ่อนเร้นกายแล้วเฝ้ามองดูอยู่ในระยะไกลนางกังวลจนไม่ทันสังเกตว่าเทียนคงรู้ได้อย่างไรว่านางกำลังรอใครบางคนอยู่กระทั่งคนที่มาอาจไม่ใช่คนที่รอ เขาก็คาดเดาได้
ไม่นานนักบุคคลทั้ง 5 คน ก็มาถึงจุดที่วิคทอเรียเคยนั่งอยู่ โดยที่ทั้ง 5คนถูกจับตามองโดยวิคทอเรีย และเทียนคงตลอดเวลา
“บัดซับนางรู้ตัวแล้ว แต่คงยังไปได้ไม่ไกล กระจายกันค้นหา” ชายรูปร่างสูงใหญ่สวมใส่เกราะหนักร่างกายไม่มีขนเหมือนพวกวิคทอเรีย ผิวกายหยาบกร้าน บนศรีษะมีเขาบิดโค้งยาวอยู่สองข้างคลายเขาของกระทิงสั่งการชายอีก 4 คน ที่มีเขาแบบเดียวกัน สิ้นสุดคำสั่ง ทั้ง 5 คนก็กระจายตัวออกไปคนละทิศทางทันที
ไม่นานนัก คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าก็พบร่องรอยและจับสัมผัสของวิคทอเรียได้ทั้งห้าคนจึงมุ่งหน้าไปหาวิคทอเรีย ตัววิคทอเรียเองก็รู้ตัวแล้วว่าถูกพบตัวแล้ว ภายในใจยังลังเลว่าจะทำเช่นไรดี จริง ๆหากวัดกันที่พลัง คนที่เป็นหัวหน้านี้อยู่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญขั้น 2 ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะจับสัมผัสวิคทอเรียได้ ส่วนลูกน้อง 4 คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พราะพวกเขาอยู่ระดับสูงขั้นสูง จึงไม่มีโอกาสตรวจจับได้แน่นอน แต่ด้วยสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงของวิคทอเรียจึงไม่สามารถหลบซ่อนได้อย่างมิดชิด และถูกตรวจพบได้ในที่สุด ...