
....ลั่วหยางเป็มหานครอันรุ่งเรืองแห่งแผ่นดินตะวันออก ท้องถนนคึกคักด้วยผู้คน ร้านรวงเรียงรายสองฝั่ง ขายทั้งบะหมี่ร้อนๆ หมั่นโถวหอมกรุ่น เนื้อย่างราดซอส และขนมหวานชวนลิ้มลอง อีกฟากหนึ่งก็มีการละเล่น อาทิเช่น เชิดสิงโต ดีดพิณ ขับร้องงิ้ว เสียงฆ้องกลองคึกครื้น
ไป๋เยว่หลิง คุณชายผู้เ็ากลับกลายเป็ดั่งเด็กน้อยเมื่อย่างเท้ากินเที่ยวในเมืองนี้ เขาแวะซุ้มโน้นร้านนี้แทบทุกก้าว ชี้ขนมลูกกวาดสีสันสดใส ถามเจรจาเื่หม้อไฟเผ็ดร้อน หรือแอบหัวเราะเมื่อเห็นหุ่นเชิดท่าทางตลก
“เลี่ยหยาง เ้านั่นมันหมุนได้ด้วย! เราไปลองเถอะ!”
เยว่หลิงจับแขนเลี่ยหยางด้วยแววตาเป็ประกาย ราวกับไม่ใช่คุณชายสกุลใหญ่ผู้เ็าฟันศรีษะคนขาดได้ตาไม่กระพริบ ตอนนี้เขาเป็เพียงเด็กธรรมดาที่ได้เที่ยวเล่น
เลี่ยหยางมีรอยยิ้มเขาดีใจที่เยว่หลิงมีความสุข สายตาเขาอบอุ่นยามมองเยว่หลิงแสดงด้านใสซื่อ เขาจึงยอมตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ซื้อขนม หรือพาเดินฝ่าฝูงชนไปยืนชมการแสดงกลางตลาด ทั้งสองหัวเราะด้วยกันราวกับลืมโลก
นั่นทำให้พวกเขาตกลงกันว่าจะพักที่ลั่วหยาง 1 เดือนเต็ม
“กินเที่ยวให้ครบ ก่อนค่อยไปกว่างโจว” เยว่หลิงพุด และเลี่ยหยางก็ยิ้มพยักหน้าตกลง พวกเขาเช่าโรงแรมหรูหรานั้นยาว 1 เดือนเต็มๆได้สบายเพราะท่านอาแม่ทัพให้เงินมามากพอ แถมพนักงานในโรงแรมรู้อยู่แล้วว่าเยว่หลิงคือหลานชายแท้ๆของแม่ทัพแถมยังเป็เชื้อพระวงศ์(ราชบุตรเขย)จึงบริการอย่างดี
อย่างไรก็ดีทุกวันหลังเสร็จจากการตะลอนเที่ยว ทั้งคู่มักไม่ลืมไปเยี่ยมแม่ไก่ 2 ตัว ที่เยว่หลิงยกให้เลี่ยหยาง และเลี่ยหยางฝากเลี้ยงไว้ที่เล้าไก่กับหัวหน้าทาสชายคนนั้น
เล้าไก่นั้นดูเหมือนจะต่ำต้อย แต่ตอนนี้ทุกวันมีองค์ราชบุตรเขยมาดูแลแม่ไก่เสมอ ทาสชายหัวหน้าผู้ดูแลเล้าไก่ ใบหน้าเต็มรอยยิ้ม อัธยาศัยไมตรี แม้ดวงตาลึกล้ำจะซ่อนบางสิ่งที่ยากหยั่งถึง ทุกครั้งที่เลี่ยหยางกับเยว่หลิงมา เขามักก้าวออกมาต้อนรับ
“คุณชาย วันนี้ไก่ของท่านไข่ 1 ฟองด้วยนะขอครับ” หัวหน้าทาสชายพูดไปยิ้มไป
เลี่ยหยางสังเกตเสมอว่า... รอยยิ้มของเขามันปลอม สัญชาตญานนักฆ่ารู้สึกได้ถึงความลับบางอย่างซ่อนเก็บงำเอาไว้
....คืนนี้เลี่ยหยางลอบลุกขึ้นจากเตียง เคลื่อนไหวเบาดั่งเงา เสียงลมหายใจยังถูกกลืนหายไปในความมืด
ฝีเท้าเขาแตะพื้นเพียงแ่ ก่อนทะยานขึ้นหลังคา ร่างดำแฝงไปกับเงาค่ำ ยิ่งกว่ารัตติกาล
เงียบเชียบกว่าฝีเท้าแมว…
เขาลัดเลาะบนหลังคามาจนถึงเล้าไก่ แอบเฝ้าสังเกตุจาก้าหลังคา เล้าไก่ที่มืดสนิทเหมือนไร้ชีวิต แต่เลี่ยหยางกลับยังคงเฝ้าอยู่ที่นั่น
สายตาคมวาวของนักฆ่าก้มมองลอดช่องไม้ลงไป
และแล้วก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ถือตะเกียงเข้ามา ผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลางคือทาสชายผู้เป็หัวหน้าคนเล้าไก่นั่นเอง แสงไฟตะเกียงสั่นไหวส่องให้เห็นร่างผอมสูงในชุดหยาบกร้าน แต่ใบหน้ากลับไม่ใช่ยิ้มซื่ออย่างตอนกลางวัน ตรงข้าม…มันคือสีหน้าที่เ็า
พวกทาสบริวารช่วยกันเลื่อนสิ่งของออกจนหมด บนพื้นตรงหน้ามีแผ่นกระดานไม้โบราณ เมื่อถูกยกขึ้น เผยให้เห็นอุโมงค์ทางเข้าสู่ที่ไหนสักที่
เลี่ยหยางนั่งนิ่งบนหลังคา หัวใจเต้นช้าแต่แน่น กวาดตามอง ไก่ในเล้านิ่งเงียบผิดปกติ คล้ายถูกกลบเสียงหรือสะกดบางอย่างเอาไว้
ทาส 2 คนจุดคบเพลิง
"คุณชาย พร้อมแล้วขอรับ"
หัวหน้าทาสชายพยักหน้า พวกเขาพวกกันเดินลงไปในอุโมงค์ลึกลับนั้น
เลี่ยหยางคลายลมหายใจ เขาะโลงมาราวกับปุยนุ่น ไม่มีเสียงเท้าเลย เลี่ยหยางเอาผ้าดำผิดหน้าตัวเอง แล้วเดินตามลงไป
บันไดหินหยาบทอดยาวลงลึกทีละขั้น เสียงหยดน้ำกระทบผนังหิน ติ๋ง...ติ๋ง... สะท้อนก้องราวกับเสียงร้องไห้ของิญญา เมื่อมาถึงเบื้องล่าง ปากอุโมงค์เบิกกว้างเผยให้เห็นทางเดินหินโค้งสูงใหญ่ ขุดเจาะขึ้นอย่างประณีต ผนังทั้งสองข้างประดับด้วยแผ่นศิลาจารึกอักษรโบราณที่ซีดเลือน บาง่ยังมีภาพวาดสีจางๆ เป็รูปจักรพรรดินีผู้ทรงเครื่องอลังการ
"นี่คืออะไร?"
เลี่ยหยางเริ่มสงสัย เขาจึงค่อยๆย่องเดินไปข้างหน้าในความมืด
ทันใด… แกร๊ก! ลูกศรเหล็กพุ่งออกมาจากช่องเพดาน
แต่เลี่ยหยางเพียงโน้มตัว ก้าวอสนีบาตพลิ้วปราดเหมือนเงาแมว ปลายศรเพียงเฉียดเสื้อขาดเป็ทาง เสียงโลหะกระทบกับหินดังสะท้อนเป็จังหวะในความมืด
เดินเข้าไปลึกในอุโมงค์คดเคี้ยวจนพาเขาไปสู่โถงใหญ่ บนพื้นมีแผ่นศิลาสลักลวดลายดอกบัว ดวงตาคมของเขากวาดไปทั่ว ทันใดผนังทั้งสองข้าง หมุนแยกออกเผยรูพรุน กระบี่กลไกพุ่งออกมาเหมือนพายุ
เลี่ยหยางชักดาบในเอวเพียงวาบเดียว
แสงเย็นวาบตัดอากาศ เสียงโลหะปะทะ เคร้งๆๆ!
กระบี่กลไกทั้งสิบาแสะบั้นร่วงลงพื้น
เขาลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล ไม่มีเสียงสะท้อน
จากนั้น เขาก้าวเข้าสู่ โถงรูปปั้นสัตว์เทพ
ด้านนอก สิงโตหินคู่เฝ้าทางเข้า
กลางโถง เต่าั์แบกศิลา
ทางเดิน กิเลน ั หงส์
"ที่นี่คือสุสาน!!"
แปะแปะแปะ เสียงคนปรบมือ ไม่ใช่ใครที่ไหน หัวหน้าทาสชายนั่นเอง เขาและบริวารยืนอยู่
"ใช่แล้วขอรับ" รอยยิ้มนั่น ปลอมเปลือก ด้านในมันมีกลิ่นอายสังหาร เลี่ยหยางชักดาบขึ้นเตรียมต่อสู้
บริวารเอาธนูและคันธนูให้หัวหน้าทาสชาย เขาเล็งไปที่เลี่ยหยาง
"หนู....ที่โดนแมวจับได้ ก็จบชีวิต...."
ธนูนั่งพุ่งมาที่เลี่ยหยางๆใช้ดาบป้องกันได้ แต่ธนูกระแทกดาบทำให้เขาถอยหลัง 1 ก้าว ดาบสั่นไม่หยุด นี่มันธนูอะไรกัน?
"หึหึ" หัวหน้าทาสชายง้างคันธนูอีกครั้งทีนี้เขายิงธนูมาพร้อมกัน 3 ดอกเลย
ธนูดอกกลางกระแทกดาบจนเลี่ยหยางกระเด็น อีก 2 ดอกมันเลี้ยวโค้งได้อย่างเหลือเชื่อ พุ่งเข้ามาพร้อมกันทั้งทางซ้ายและขวา
เลี่ยหยางบิดศรีษะหลบได้เฉียดฉิว แต่ธนูดอกหนึ่งก็ทำให้ผ้าดำหลุดออกและแก้มมีแผลเล็กน้อย
"เป็ท่านจริงๆด้วยนะขอรับ"
"เ้ารู้อยู่แล้ว?"
"ก็พวกท่านเล่นมาที่นี่ทุกวัน แต่สายตาท่านมองไปทั่ว นั่นไม่ใช่นิสัยคนปกติ มันเป็นิสัยของพวกเงา เช่นเดียวกับข้า"
"หึ!" เลี่ยหยางแสยะยิ้ม
อึ่ก! ทำไมเวียนหัวแบบนี้ ตาเริ่มมองไม่ชัด ธนูนี่มายาพิษ! เลี่ยหยางล้มฟุบลง
พวกลิ่วล้อถือดาบเข้ามาจะแทงเลี่ยหยาง แต่ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาและใช้ดาบฟันพวกนั้น แล้วรีบะโหลบหนีไป
หัวหน้าทาสชายง้างคันธนูเตรียมยิง แต่....จู่ๆเขาก็ลดคันธนูลง
"ช่างเถอะ! เ้า! รีบแจ้งท่านผู้นั้นด่วน บอกว่าปลากินเหยื่อแล้ว"
ลิ่วล้อพยักหน้าแล้วรีบออกไป
เลี่ยหยางาเ็ เขากระโจนออกไป ใจอยากจะกลับไปให้ถึงโรงแรม แต่เขาไปต่อไม่ไหวแล้ว จึงเข้าไปหลบในบ้านกล่องไม้แห่งหนึ่ง ควักยาออกมากินแก้พิษแล้วสลบไป...
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
หัวหน้าทาสชายหันมามองไป๋เยว่หลิง : คุณชาย วันนี้ไก่ของท่านไข่ 1 ฟองด้วยนะขอครับ
ไป๋เยว่หลิง : แม่ไก่นั่นของเลี่ยหยาง ข้ายกให้เขาแล้ว
เลี่ยอยาง ถือไข่ไกฟองนั้นมองอย่างตั้งใจ : เย็นนี้เ้าอยากกินไข่พะโล้ไหมหลิงหลิง?