โจวเหวินออกจากบ้านของหลี่เสวียนแล้วเดินไปตามถนน บรรยากาศโดยรอบถือว่าไม่เลวเลย แต่ดูเหมือนว่าไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อยู่ใกล้ ๆ โจวเหวินใช้โทรศัพท์ค้นหา พบว่าซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้คฤหาสน์ที่สุดอยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร
“ที่นี่ดีหมดทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องซื้อของที่ต้องเดินทางไกลเกินไป” โจวเหวินไม่ได้กลัวเหนื่อย แต่ไม่อยากเสียเวลาไปกับการเดิน
ด้วยแนวคิดที่ว่าการสิ้นเปลืองเวลาเท่ากับสิ้นเปลืองชีวิต โจวเหวินจึงหยินโทรศัพท์ปริศนาออกมา เดินหน้าพร้อมกับเล่นเกมไปด้วย
ลี่ซือรับคำสั่งจากเฉียวซือหย่วนให้พาโจวเหวินกลับมา เนื่องจากส่งคนไปจับตาดูบ้านของหลี่เสวียนตั้งแต่แรกแล้ว จึงรู้การเคลื่อนไหวของโจวเหวินได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นโจวเหวินออกจากบ้าน ลูกน้องคนหนึ่งก็ถามเบา ๆ “หัวหน้าลี่ซือ พวกเราไปจับตัวเขามาเลยไหม”
ลี่ซือกลอกตาใส่พวกเขา “โจวเหวินมีสถานะที่ไม่ธรรมดา ห้ามให้คนอื่นเห็นพวกเราพาเขาไป ส่วนบริเวณคฤหาสน์ก็มีกล้องวงจรปิดทั่วทุกมุม การที่พวกนายออกไปลากตัวเขามาโต้ง ๆ ไม่เท่ากับเผยไต๋หมดเหรอ”
“แล้วพวกเราต้องทำยังไง”
ลี่ซือโบกมืออย่างรำคาญ “พวกนายกลับไปก่อนเถอะ ทางนี้ไว้เป็นหน้าที่ฉันเอง”
หลังจากไล่ลูกน้องทั้งหมดกลับไป ลี่ซือก็จัดระเบียบผมสีทองที่เป็นลอนคลื่นพลางคิดในใจว่า “ด้วยเสน่ห์ของฉัน จัดการเด็กหนุ่มคนหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร”
ลี่ซือไม่รีบร้อน รอให้โจวเหวินเดินออกจากบริเวณคฤหาสน์ก่อน เธอถึงสตาร์ตรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงของตัวเอง เล็งจุดอับที่ไม่มีกล้องวงจรปิดก่อนจะขับเข้าไป
ลี่ซือจงใจขับไปจอดตรงหน้าโจวเหวิน จากนั้นสะบัดผมสีทองเงางาม ทำให้สายเดี่ยวข้างหนึ่งเลื่อนลงอย่างเป็นธรรมชาติ เผยให้เห็นหัวไหล่ที่ขาวเนียน ปรายตามองโจวเหวินด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ลึกลับ
“รถสปอร์ตคู่สาวสวยอย่างฉัน เจ้าหนูนี่จะต้องรีบกระโจนเข้ามาประจบอย่างกับติดสัดแน่นอน” เมื่อลี่ซือคิดได้ดังนี้ สายตาและท่าทางก็ยิ่งเย้ายวน ใบหน้าแฝงด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล
แต่ทันใดนั้นรอยยิ้มของลี่ซือก็ถึงกับแข็งค้าง เพราะโจวเหวินยังคงก้มหน้าเดินเล่นโทรศัพท์ เดินผ่านรถไปโดยที่ไม่ได้มองเธอเลย ทำให้แผนการที่เธอวางไว้พังลงอย่างสมบูรณ์
“ไอ้พวกบื้อ !” ลี่ซือกัดฟันอย่างขุ่นเคือง แต่ยังคงรักษาท่าทางที่น่าหลงใหล ก่อนจะส่งเสียงหวานละมุนที่ผู้ชายยากจะปฏิเสธ “พี่ชาย ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
ขณะที่พูด ลี่ซือก็ส่งสายตาเย้ายวน เตรียมพร้อมที่จะใช้เสน่ห์อย่างเต็มที่ แค่รอให้โจวเหวินหันมองเธอ ก็จะใช้สายตาและกิริยาที่เย้ายวนที่สุดทำให้โจวเหวินใจละลาย
ลี่ซือยังคงรักษาท่าทางเย้ายวนรอให้โจวเหวินหันหน้ามา แต่เขากลับเหมือนไม่ได้ยินเสียงของเธอ เดินตรงต่อไปโดยที่ไม่มีท่าทีจะหันกลับมามอง
“พี่ชาย... พี่ชาย...” ลี่ซือต้องข่มใจไม่พุ่งออกไปจับตัวโจวเหวินมาฟาดให้เข็ด ก่อนจะเรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอีกหลายครั้ง
แต่โจวเหวินกำลังจมดิ่งอยู่ในโลกเกม ไม่ได้สนใจว่าลี่ซือกำลังพูดอะไร เขาไม่ได้ยินชื่อตัวเองด้วยซ้ำ จึงไม่รู้ว่าลี่ซือกำลังเรียกเขา
เมื่อเห็นโจวเหวินเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ลี่ซือก็รู้ตัวว่าแผนการของเธอล้มเหลวแล้ว
“ไอ้คนบื้อ...” ลี่ซือเจ็บใจมาก แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ เหยียบคันเร่งแล้วขับรถสปอร์ตไปจอดตรงหน้าโจวเหวินอีกครั้ง
ครั้งนี้ลี่ซือไม่ทำพลาดเหมือนครั้งก่อน เธอก้าวลงจากรถแล้วยืนขวางทางโจวเหวินไว้ มือข้างหนึ่งเท้าไว้ที่ตัวรถ มืออีกข้างเสยผมเบา ๆ พร้อมกับตั้งท่าที่แสนจะเย้ายวนใจ เผยให้เห็นเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งอันน่าทึ่งอย่างเต็มที่
เมื่อถูกขวางทาง โจวเหวินจึงต้องละสายตาออกจากหน้าจอเกม แล้วเงยหน้ามองลี่ซือ
“พี่ชาย ช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม” ลี่ซือกะพริบตากล่าว
“ให้นายได้ลิ้มรสเสน่ห์อันแสนหวานของฉันก่อน จากนั้นค่อยจัดการนายทีหลัง” ลี่ซือคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์ เตรียมพร้อมสำหรับบทพูดต่อไปแล้ว แค่รอให้โจวเหวินตอบกลับมา เธอก็จะชวนโจวเหวินขึ้นรถแล้วพาตัวเขากลับไป
“ไม่ได้” แต่โจวเหวินกลับตอบมาสั่น ๆ แค่นี้ ทำให้คำพูดทั้งหมดที่ลี่ซือเตรียมไว้ถึงกับชะงักอยู่ในปาก
หลังจากโจวเหวินพูดจบก็ก้มหน้าลงทันที จ้องไปที่หน้าจอแล้วเดินอ้อมออกจากลี่ซือ
หางตาของลี่ซือกระตุกเล็กน้อย ดวงตาอย่างกับจะพ่นไฟออกมา เปลวไฟแห่งความโกรธแทบปะทุออกจากหน้าอกที่กลมโตของเธอ
“ไอ้บื้อเอ้ย... กล้าเมินเสน่ห์ของฉัน... นายตายแน่...” ลี่ซือโมโหมาก เธอหันกลับอย่างช้า ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วนั่งกลับเข้าไป
วื่น !
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตดังลั่น ราวกับความโกรธภายในใจของลี่ซือ รถสปอร์ตสีแดงพุ่งตรงประดุจม้าป่าที่หลุดจากบังเหียน มุ่งตรงไปยังโจวเหวินที่กำลังเดินอยู่ริมถนน
ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ลี่ซือก็ตัดสินใจใช้ไม้แข็ง สร้างสถานการณ์อุบัติเหตุทางจราจร พาโจวเหวินกลับไปก่อนค่อยว่ากัน
การควบคุมรถให้ชนคนด้วยน้ำหนักและตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่ทักษะยอดเยี่ยมอย่างลี่ซือ ถ้าเธออยากชนโจวเหวินให้ขาหักเฉพาะข้างซ้าย ก็จะไม่กระทบขาขวาของเขา
“เดิมทีฉันอยากให้แกไปกับฉันแต่โดยดี แต่แกเลือกเองที่จะทำให้มันยุ่งยาก” ลี่ซือเหยียบคันเร่ง ผิวของเธอปรากฏลวดลายแปลกประหลาด แสงจาง ๆ ส่องออกจากตัวเธอแล้วห่อหุ้มรถทั้งคันเอาไว้
ตาทั้งสองข้างของลี่ซือเปล่งประกายแววแน่วแน่ ระยะแค่นี้ ด้วยความเร็วของรถและทักษะการควบคุมของเธอ ประกอบกับโจวเหวินที่กำลังจมดิ่งอยู่ในโลกเกม เธอคิดว่าตัวเองไม่พลาดแน่นอน
โจวเหวินเหมือนจะไม่ได้สังเกตจริง ๆ ตอนที่รถพุ่งมาในระยะที่ใกล้ตัวเขามาก เขายังคงเล่นเกม จนกระทั่งรถพุ่งขึ้นมาจากขอบทาง ในที่สุดโจวเหวินก็ตอบสนองแล้วเงยหน้ามองรถที่พุ่งขึ้นมา
“เพิ่งรู้ตัวเหรอ สายไปแล้ว” ลี่ซือคิดในใจ จากนั้นเหยียบคันเร่งจนสุดแล้วพุ่งขึ้นมา
ชั่วพริบตาที่ลี่ซือคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน กลับเห็นว่าแผ่นหลังของโจวเหวินปรากฏปีกเงินโปร่งแสงสี่ข้างขึ้นมา แสงสีเงินดวงหนึ่งส่องสว่างขึ้นบนปีกเงิน จากนั้นร่างกายของเขาก็พุ่งถอยไปข้างหลังอย่างผิดหลักการฟิสิกส์ หลบจากการพุ่งชนของรถสปอร์ตอย่างหวุดหวิด
ปัง !
รถสปอร์ตไม่ได้ชนเข้ากับโจวเหวิน แต่พุ่งไปชนกับเสาไฟที่อยู่ข้างทางจนเสาไฟโค่นลง ขณะเดียวกันส่วนหน้าของรถก็บุบลึก เศษชิ้นส่วนกระจายไปรอบทิศทาง
“ฮัลโหล ! ตำรวจจราจรใช่ไหมครับ ตรงนี้เกิดอุบัติเหตุรถชนครับ...” โจวเหวินหยิบโทรศัพท์เครื่องปกติออกมาโทรแจ้งตำรวจ
ลี่ซือจ้องโจวเหวินอย่างโกรธเคือง ก่อนจะฝืนสตาร์ตรถอีกครั้ง ถอยรถกลับไปที่ถนนแล้วเร่งความเร็วขับหายไปในทันที
“รถยี่ห้ออะไรเนี่ย ทนทานจริง ๆ ชนขนาดนี้แล้วยังขับต่อได้” โจวเหวินมองตามรถสปอร์ตที่ขับหายไปอย่างประหลาดใจ แต่แววตากลับเผยความไม่ชอบมาพากล
เห็นชัดว่ารถสปอร์ตเมื่อกี้นี้ไม่ได้พุ่งมาชนเขาเพราะอุบัติเหตุ อีกทั้งเขายังจำผู้หญิงที่ขับรถได้ ในคืนที่เขาเจอกับจิ่งเต้าเซียน ผู้หญิงคนนี้ก็อยู่ในกลุ่มคนที่กำลังไล่ล่าจิ่งเต้าเซียน