ตอนที่ 70 ฉันต้องมีไหล่ที่กว้างมากพอ
การร่วมมือก็ง่ายมากแค่สนับสนุนกันผ่านการแลกเปลี่ยนเช่นค่ายไหนถูกโจมตีก็สามารถร้องขอกำลังเสริมแต่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับค่ายที่ไปช่วยเหลืออย่างเหมาะสมเหมือนกับการใช้เงินเพื่อซื้อกำลังรบชั่วคราวจากกองกำลังที่อยู่ในเครือข่าย
“ค่ายพวกเราอยู่ห่างจากค่ายแกนนอนที่เป็นผู้นำพันธมิตรราชาแต่ว่าก็อยู่ใกล้กับพื้นที่ของค่ายอสูรผู้นำพันธมิตรผู้แก้แค้นค่ายของท่านลอร์ดไนท์อยู่ในจุดที่พิเศษหันหน้าไปมีค่ายแกนนอนตะวันตกและค่ายอสูรตะวันออกค่ายท่านอาจจะถูกเป็นเป้าหมายของพวกนั้นได้ ไม่ก็ถ้าพวกนั้นสู้กันมันก็แทบจะสู้กันหน้าบ้านของท่านลอร์ดแล้ว”
“ใช่ แบบนี้ร่วมมือกับพวกเราดีกว่าไหมถ้าสู้ไม่ไหวก็จ่ายให้กลุ่มแล้วพวกเราก็ร่วมกันมาช่วย”
“ไม่ต้องห่วงเราจะทำการตกลงกันก่อนมาช่วยและไม่โก่งราคากันแน่นอนเพราะถ้าถึงคราวพวกเรามีปัญหาก็ต้องขอให้ท่านไปช่วยเหมือนกันจริงไหม”
กัสนั่งฟังทั้งสามโดยที่ไม่พูดอะไรเลยกระทั้งพวกเขาอธิบายกันจนจบแล้วก็เงียบเพื่อรอคำตอบจากกัสการที่กัสเงียบทำให้พวกเขาอ่านไม่ออกว่ากัสคิดอะไรอยู่
“มันก็น่าสนใจ”
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าตกลงใช่ไหม” เคเล็บพูดด้วยความยินดี
“แต่...” กัสกลับเบรกอีกฝ่ายไว้ทำให้สีหน้าของเคเล็บเปลี่ยนจากยินดีเป็นไม่เข้าใจทันที
“อย่างที่บอกมันน่าสนใจ แต่ว่ามันเปราะบางเกินไปแน่นอนว่าค่ายมิดไนท์ไม่เป็นศัตรูกับค่ายเป็นกลาง แล้วก็ไม่สนใจสองพันธมิตรด้วย”
“เริ่มงงแล้ว แบบนั้นค่ายท่านลอร์ดไนท์ก็เท่ากับเป็นกลางไม่ใช่หรือไงแล้วทำไมไม่เข้าร่วมกับพวกเรา” มาเตโอถามอย่างสงสัย
“เป็นคำถามที่ดี” กัสพยักหน้ายิ้มให้แต่ไม่ได้อธิบายอะไร
“เอาเป็นว่าตามนี้แน่นอนว่าถ้าพวกคุณต้องการอาวุธหรืออะไรเพื่อให้ปกป้องตัวเองได้ ผมก็ยินดีจะขายให้ตอนนี้ผมขอตัวก่อน” กัสกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไป แต่ก็ยังหันกลับมา
“ถ้าพวกคุณยังไม่เดินทางกลับก็พักแล้วกินอาหารเย็นที่นี่สักคืนก่อนก็ได้อีกไม่นานฟ้าก็มืดแล้วด้านนอกมันอันตราย”
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่านลอร์ดไนท์แต่ว่าพวกเราคงต้องเดินทางกลับค่ายไปรายงานเรื่องการพูดคุยกับลอร์ดของพวกเราก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ทหารไปส่งคุณที่สุดเขตของค่าย”
“ขอบคุณท่านลอร์ด”
กัสเดินออกไปประตูห้องก็ปิดลงในทันที
“หยิ่งเกินไป”
“ไม่เห็นหัวพวกเราเลย”
“อย่าว่าแต่พวกเราเขาเหมือนไม่เห็นพันธมิตรผู้แก้แค้นและพันธมิตรราชาอยู่ในสายตาเลย”
ทั้งสามคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทันที
“ออกไปจากที่นี่รีบกลับค่ายกันเถอะ”
“ลอร์ดไนท์ไม่ไว้ใจพวกเราด้วยซ้ำ ที่ส่งทหารมาคอยคุ้มกันพวกเราออกจากเขตเพราะต้องการจะจับตาดูพวกเราซะมากกว่า”
“ก็จริง”
...
กัสเดินไปตามทางเดินอาคารรับรองคืออาคารด้านขวามือเขาสั่งการเพิ่มไปให้ส่งทหารไปตามดูพวกเขาจนกว่าจะออกจากนอกเขตไม่ใช่ว่ากัสไม่ไว้ใจ แต่กัสไม่ต้องการให้ใครมาคอยจับตามอง
“ไปแจ้งอาเรียทีให้เตรียมแร่โลหะบริสุทธิ์ไว้อย่างน้อย1000 หน่วย”
“ครับนายท่าน” ทหารคุ้มกันคนหนึ่งแยกตัวออกไปและมุ่งหน้าไปที่อาคารหลักอาเรียทำงานเอกสารและจัดสรรทรัพยากรอยู่ที่นั่น
“เรื่องเบนจามินไปถึงไหนแล้วลิชรายงานกลับมาบ้างไหม” กัสหันไปถามฮันน่า
“มีรายงานเข้ามาแล้ว”ฮันน่าหันไปรับกระดาษที่เขียนรายงานมาจากทหารองครักษ์ที่ติดตามมาด้วยก่อนจะส่งให้กับกัส
“อืม บอกเขาจับตาดูไว้ฉันจะออกไปด้านนอกก่อนสักพัก กลับมาน่าจะช่วงหลังเที่ยงคืนพอดี”กัสกล่าวก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปยังห้องทำงาน เพื่อใช้เครื่องส่งออกจากหอคอยวันโลกาวินาศ
...
ที่อพาร์ทเม้นกัสลืมตาขึ้นมาก็นอนอยู่ในเครื่องส่งในห้องที่ปิดสนิท
เขาเข้าไปในหอคอยนานพอสมควรแล้วตอนนี้จึงต้องกลับออกมาบ้างยังมีพวกยาและของอีกหลายอย่างที่กัสต้องไปแลกเปลี่ยนออกมา
“มีเวลาไม่เยอะ”กัสไม่ได้ไปที่หอคอยเพื่อแลกของออกมาเพราะไม่จำเป็นเขาสามารถเอาออกมาโดยผ่านจี้หินดำได้ สะดวกและปลอดภัย
ตอนนี้ไม่ต้องการเงินมากเหมือนกับตอนแรกแล้วเงินที่มีอยู่เพียงพอค่าใช้จ่ายพื้นฐานของครอบครัวแล้ว ส่วนเรื่องยาวิวัฒนาการเขามีเครื่องสกัดด้วยตัวเองแล้ว
วัตถุดิบอื่น ๆ สั่งออนไลน์เอาก็ได้แม้ว่ามันจะเป็นวัตถุดิบสกัดยาวิวัฒนาการ แต่ว่าก็ไม่ได้หายากอย่างที่คิดเพราะของบางอย่างสามารถหาได้จากชั้นหอคอยถัดไป มันจึงมีเยอะ
ในการผลิตยาวิวัฒนาการสิ่งที่เป็นต้นทุนราคาสูงจริงๆ มีเพียงผนึกต้นกำเนิดกับเครื่องสกัดยาที่เป็นเทคโนโลยีควบคุมเท่านั้น แต่ที่ผู้คนมองมันเป็นสิ่งล้ำค่าเป็นเพราะการตั้งราคาสูงเกินจริงของเหล่านายทุนและรัฐบาลกลาง
“คงต้องไปทำใบขับขี่บ้าง”กัสเดินลงมาจากอาพาร์ทเม้นและมองไปที่ถนนที่มีรถผ่านไปมาเป็นครั้งคราวอาพาร์ทเม้นที่อยู่ไม่ใช่ทำเลทองเดินออกไปอีกสองช่วงตึกถึงจะเจอถนนใหญ่และรถสาธารณะ ส่วนรถที่ผ่านไปมาก็เป็นรถของคนในพื้นที่
ตอนนั้นคนดูแลหอพักก็ผ่านมาเจอกับกัสพอดี
“อ่าว วันนี้แวะมาดูหอพักเหรอไม่เจอซะนานเลย” คนดูแลหอพักสอบถามด้วยความสงสัย เพราะกัสเช่าไว้แล้วก็แทบไม่มาที่นี่เลย
ซึ่งที่จริงแล้วกัสเข้าไปในหอคอยและวางเครื่องส่งไว้เท่านั้นเลยเข้าใจผิดคิดว่ากัสไม่ได้มาพักนาน
“ใช่ครับพอดีแวะมาทำความสะอาดห้องบ้างนะครับ” กัสเนียนตามน้ำไปและขอตัวออกมาก่อน
...
เขาขึ้นรถโดยสารสาธารณะกลับไปที่บ้านทุกคนเห็นว่ากัสกลับมาก็พากันดีใจ เนื่องจากคราวนี้เขาหายไปนานแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมหายไปนานขนาดนี้”พ่อรีบดึงกัสเข้ามาถามทันที
“ก็มีเรื่องนิดหน่อย แต่ไม่อันตรายมากเดี๋ยวพอผมเข้ากองทัพก็ไม่ค่อยได้เจอกันนานกว่านี้ ที่บ้านก็จะชินไปเองน่ะแหละ”กัสตอบอย่างขอไปที เพราะไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วง
“ใครบอกแกว่าไม่เป็นห่วง”แม่รีบพูดแทรกขึ้นมาและมีสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
“นี่แม่ผมซื้อของฝากมาเต็มเลยไปกินกันดีกว่า นี่พ่อมีของดีด้วย เป็นยาเสริมความแข็งแกร่ง กินแล้วปึ๋งปั๋งแน่นอน”
“ของดีนะเนี่ย เจ้าลูกชาย...”พ่อกำลังชม แต่รู้สึกได้ถึงสายตาดุจากแม่ก็รีบเปลี่ยนคำพูด“แกหาว่าฉันไม่มีน้ำยาแล้วหรือยังไง ใครจะไปใช้ของแบบนี้กัน พวกแกนะเป็นเด็กใช้มันซะจะได้แข็งแรงเหมือนพ่อ”
แม่เหล่ตามองบนก่อนจะถือของฝากหายเข้าไปในครัว
พ่อเห็นแม่ไปแล้วก็รีบกระซิบถามในทันที
“ไหนเอามาดูหน่อย ยานั่นแพงมากเลยนะตอนพ่อเข้าหอคอยก็เคยคิดว่าราคามันเวอร์มาก แต่ได้ยินเขาลือกันว่ามันของดีกว่าพวกสมุนไพรของโลกเราซะอีก”
“นี่ เรียกว่ายาเสริมความแข็งแกร่งกินแล้วค่าความแข็งแกร่งพ่อจะก้าวกระโดดถึงขั้นเริ่มต้นเลย โรคอะไรก็หายจนหมดผมเตรียมมาให้คนละหลอด ส่วนของน้องชายผมแบ่งไว้แล้ว และก็ให้พี่สาวกับพี่เขยด้วย”กัสหยิบออกมา แต่ส่งให้พ่อแค่หลอดเดียวเท่านั้น
“พ่อไว้ค่อยดื่มก่อนนอนผมอยากได้น้องสาวฝาแฝดนะ”
“แน่ะ...ไอ้เด็กบ้านี่”พ่อตบเข้าที่หัวของกัส แต่กัสรีบก้มหลบหนีเข้าไปในครัวในครัวทันที
ครัวมีแม่อยู่พ่อไม่ได้ตามไป แถมของในมือก็ยังอยู่กลัวโดนยึดจึงรีบวิ่งหนีเอาไปซุกในทันที
“ตาแก่เอายานั้นไปซุกไว้ไหนหลอดหนึ่งตั้งแพง กินไปก็เปลืองเปล่า ๆ เอาไปให้กัสดีกว่า”เสียงในครัวดังขึ้นมาแม่ออกมาพร้อมกับขวดยาในมือหนึ่งหลอด
แต่ว่าพอไม่เห็นพ่อก็เดินหาไม่หยุด
กัสยืนพิงที่ประตูครัวและก็ส่ายหัวเบาๆ พ่อก็ยังเหมือนเดิม ส่วนแม่ก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
“กัสกลับมาแล้วเหรอ”
“ยายยังไม่นอนอีกเหรอมาพอดีเลยผมมีวิตามินมาให้” กัสยิ้มและรีบเข้าไปประคองยายเข้าไปนั่งและพูดคุยกันสักพักก่อนเตรียมตัวออกไปอีกครั้ง
“จะไปอีกแล้วเหรอไม่คิดจะอยู่พักสักคืนเหรอ”
“ไม่แล้วแม่ ผมมีงานต้องทำต่อ”กัสกล่าวก่อนจะบอกลาและออกจากร้านไป
แม่อยากจะเรียกแต่พ่อก็เข้ามาและห้ามไว้
“ลูกโตแล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเราอย่าทำให้เขาเป็นห่วงเลย”
“แต่ฉันก็เป็นห่วงอยู่ดี”
“ไปเถอะ ผมมีอะไรจะบอก”
“เอ๊ะ คุณจะทำอะไร อยู่ ๆมาอุ้มแบบนี้ นี่อายฟ้าอายดินบ้างเถอะ อ้า!”
...
ระหว่างทางกัสโทรไปหาพี่สาวและบอกเรื่องยาเสริมความแข็งแกร่ง
“พี่ผมฝากของไว้ที่บ้านนะถ้าว่างก็มาเอาไปนะ ใช่แล้วก็ผมฝากของขวัญไปให้หลานด้วย”
“แล้วอย่าลืมกินละพี่กับพี่เขยจะได้แข็งแรง ตอนผมไปค่ายทหารฝากดูพ่อด้วย ได้ครับไว้เจอกัน”
กัสวางสายแล้วก็ต้องถอนหายใจพอมาคิดดูแล้วอายุเขากับพี่สาวห่างกันแค่ 2 ปีเท่านั้นแต่พี่สาวพอจบมัธยมก็แต่งงานและย้ายไปอยู่บ้านสามีทันที
พี่เขยเป็นคนขยันและเลี้ยงดูพี่สาวได้ตอนครอบครัวเขาลำบากก็ยื่นมือเข้าช่วยอย่างไม่รังเกียจแต่พ่อกับแม่ก็เกรงใจรับเงินที่ช่วยมาบ้างไม่เอาบ้าง พอมีเงินก็รีบเอาไปคืน
บอกเก็บไว้ให้สร้างตัวกัน
แม้จะยากจน แต่ครอบครัวกลับรักและห่วงใยกันกัสรู้สึกโชคดีมาก ต่อให้มีเงินพันล้านมาแลกเขาก็ไม่ยอมแลก และยิ่งต้องปกป้องไว้ให้ได้
“ฉันต้องมีไหล่ที่กว้างมากพอ”กัสแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น...