ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่736 นิกายสูงสุด

      ภาพป้ายรายชื่ออี้เฉินที่มี600แต้ม ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ลอยเด่นส่องสว่างพร่างพราว ท่ามกลางรายชื่อนับร้อย ของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน งานประลองหอคัมภีร์เกียรติยศ พวกเขาบัดนี้ ไม่อาจมองข้าม อี้เฉินที่ขึ้นมายืนเทียบชั้น กับเหล่าอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ ภายในดินแดนจักรพรรดิ ที่มีอยู่ไม่กี่หยิบมือได้อีกต่อไป 
 


     พร้อมด้วยเสียงคุณชายวังจิน ที่เดือดดาลเป็นโทสะ คำรามออกมาก้อง ราวกับคนบ้าเสียสติ แม้แต่สายตายังจ้องเขม็งมองอี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก ด้วยสายตาอาฆาตแค้น

 


      อี้เฉินนั้นเหมือนตัวหายนะ ของคุณชายวังจิน อย่างแท้จริง ตั้งแต่พบเจออี้เฉิน ตัวเขาก็เหมือนมีแต่เรื่องร้ายๆ ความโดดเด่นถูกอี้เฉินบดบังจนมิด ไม่คิดว่าแม้แต่ ท่านพี่เทียนซง จะพ่ายแพ้ให้กับอี้เฉิน จนถึงขั้นตายตกเช่นนี้ แม้แต่ศพก็ไม่มีให้ฝัง

 


     ผู้ติดตามคนตระกูลวัง พวกเขาต้องรีบมาหยุด คุณชายวังจินไว้อย่างไว ครั้นรับรู้ถึงอายสังหาร ของคุณชายวังจิน ปลดปล่อยออกมาไม่ขาด “คุณชายโปรดสงบสติอารมณ์ บัดนี้พวกเราอยู่ภายในงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ รองานประลองจบ แล้วค่อยสางความแค้นก็ยังไม่สาย”

 


“ใช่ๆ คุณชาย จักรพรรดิจ้าววังมังกร ท่านพ่อของท่าน จะต้องไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่”

 


      หมู่ชนเองก็สัมผัสได้ถึงโทสะของผู้ยิ่งใหญ่ เมฆสีดำครึ้ม ก่อตัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะมีพายุความวุ่นวาย ครั้งใหญ่ปะทุขึ้นมา   ก่อนน้ำเสียงจักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือ จะแค่นเสียงขึ้นมา ท่ามกลางทะเลความรู้ส่วนกลาง ของเหล่าจักรพรรดิที่พูดคุยกัน “จักรพรรดิจ้าววังมังกร เก็บโทสะของเจ้าลงไปเสีย แม้ไอ้เด็กโอหังนั้น จะฆ่าสังหารลูกชายท่าน แต่อย่าลืม เขาถูกศาสตราวุธต้องสาป ควบคุม หากไอ้หนูนั้นไม่ฆ่าสังหาร ลูกของเจ้าจะเป็นภัยคุกคาม ของจอมยุทธ์คนอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย”

 


      จักรพรรดิคนอื่นๆ พวกเขาเองก็พยักหน้า ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิอัสนีเพลิง จักรพรรดิมนุษย์ จักรพรรดิมังกรฟ้า ทำให้สีหน้าของจักรพรรดิจ้าววังมังกร บัดนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม “ลูกข้าทั้งคนพวกเจ้าจะให้ข้า ปล่อยผ่านการตายตก ของบุตรชายข้าไปหรือ? ..ข้าเองมั่นใจลูกชายของข้า ยังมีสติบางส่วน หลงเหลืออยู่ แต่ไอ้เด็กเวรนั้นตั้งใจ ฆ่าสังหารบุตรชายข้า อย่างไม่ปรานี อย่างไรมันก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์”

 


อี้ฟางหรง นางแค่นเสียงขึ้นมาทันที ครั้นเห็นจิตมุ่งร้าย ของจักรพรรดิ จ้าววังมังกร ส่งตรงไปหาอี้เฉิน “หากเจ้าทำได้ก็ลองดู”

 


      “เจ้าพึ่งจะเป็นจักรพรรดิได้ไม่นาน เจ้าอย่าทำตัวโอหังนัก แม่หนู” สิ้นเสียงของ จักรพรรดิจ้าววังมังกร สายตาอาฆาต ฉายแสงวาบเชือดเฉือน กับอี้ฟางหรง จนเกิดประกายไฟขึ้นมาทันที

 


      จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยางที่นิ่งเงียบอยู่นาน เขาเอ่ยพูดขึ้นมาขัดจังหวะ เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ที่ไม่พอใจในทันใด “หากทำเช่นนั้นแล้ว การต่อสู้ของชนรุ่นหลัง จะไม่กลายเป็นที่ขบขันหรือ จักรพรรดิจ้าววังมังกร”

 


      “เอาละ เอาละ หยุดได้แล้ว” จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง ครั้นเขากล่าวพูดขึ้นมา มันก็ทำให้เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ คนอื่นๆ ต่างก็มีท่าทางยำเกรง ชายหนุ่มเผ่าเทพ มาร ผู้นี้ขึ้นมาไม่น้อย แม้แต่อี้ฟางหรง นางที่เห็นสายตาลึกล้ำ ของชายหนุ่มนามว่า ฟู่เฉิง มันยังทำให้นาง ต้องรีบเก็บสายตาที่ชำเลืองมอง กลับไปอย่างไว

 


      ภาพที่หมู่ชนเห็นท้องฟ้า ค่อยๆ คลี่คลายความวุ่นวายลงไปช้าๆ พวกเขาต่างก็ถอนลม หายใจออกมายาว “เกรงว่าการประลองต่อจากนี้ไป จะเป็นการประลองของ เหล่าอัจฉริยะที่แท้จริงแล้วกระมัง ว่าใครจะเป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด อันดับหนึ่ง ของจอมยุทธ์ รุ่นใหม่อย่างแท้จริง”

 


       หมู่ชนที่มองภาพอี้เฉิน ย่างก้าวเดินลงจากลานประลอง ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ผู้ชมบางคน ถึงกับแค่นเสียง เย้ยหยันออกมา “สงสัยว่าอายุขัย ของไอ้เวรอี้เฉินนั้น คงเหลืออยู่ไม่มากแล้วกระมัง ฮ่าๆ”

 


      เยว่ชิงเซียน นางเอื้อมฝ่ามือคว้าหมับ จับมือ เซียงอวี่ เอาไว้แน่นทันที ครั้นรับรู้เซียงอวี่ เขาคิดจะทำอะไร อี้เฉิน ที่บาดเจ็บหนัก นางมั่นใจว่าหาก เซียงอวี่ท้าประลอง อี้เฉินจะต้องรับคำท้า ของเซียงอวี่ อย่างไม่มีข้อแม้ “ศิษย์พี่เองก็เห็นไม่ใช่หรือ? ว่าอี้เฉินบาดเจ็บหนัก ได้โปรดศิษย์พี่ ถือว่าข้าขอแล้วกัน”

 


     เซียงอวี่ ที่กัดกรามเอ่ยเสียงชิ!!ออกมาน้อยๆ ก่อนเขาจะผ่อนลมหายใจลง “ข้าถือว่าเห็นแก่เจ้าแล้วกัน เยว่ชิงเซียน แต่ถึงข้าไม่ลงมือ เขาเองก็น่าจะถูกคนอื่นๆ ท้าประลองอยู่ดี หากเป็นไปได้ เจ้าก็ภาวนาให้เขา หนีเข้าไปศึกษาภายในหอคัมภีร์เถอะ”

 


      เยว่ชิงเซียน ครั้นนางปรายตาไปมอง อี้เฉินที่นั่งขัดสมาธิ กำลังถูกหญิงสาวรักษาบาดแผล แถมเหมือนว่าสตรีนางนั้น จะก่นด่าอี้เฉินอยู่ด้วย มันจึงทำให้นางอดไม่ได้ ที่จะเม้มริมฝีปากแดงน้อย ของนางเอาไว้จนแน่น ด้วยความไม่พอใจ ในตัวของอี้เฉินเท่าใดนัก

 


       แม้แต่เซียงอวี่ เขาที่สืบฝีเท้า กลับเข้าไปบริเวณกลุ่มคน เขายังแค่นเสียงในลำคอ ออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ “นี่หรือคนที่เจ้ารักหมดหัวใจ เยว่ชิงเซียน เหมือนว่าไอ้เวรอี้เฉินนี่มันจะไม่ใส่ใจ ความรู้สึกของเจ้าเลยนะ”

 


      ...อี้เฉินที่หลับตาพริ้ม ไม่ได้สนใจ การต่อสู้อยู่นานหลายชั่วยาม บาดแผลของเขาเอง ก็เริ่มสมานเข้าหากันช้าๆ จากการที่เมี่ยนจือ ส่งปราณพลังมารักษา แม้อี้เฉินจะรับรู้ถึงสายตา ของเหล่าอัจฉริยะ จับจ้องมาที่ตัวเขาอยู่เป็นพักๆ ก็ตาม ทว่ายามนี้พวกเขาเองก็ไม่อยากต่อสู้กับคนที่อยู่ในสภาพปางตาย อย่างอี้เฉินให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

 


      อี้เฉินจึงบอกกล่าวเมี่ยนจือ ออกมาให้นางสบายใจ ลงไปได้ระดับหนึ่ง “เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล รีบรักษาข้าเถอะ เมี่ยนจือ ข้าคงจะไม่ถูกท้าประลองในรอบนี้หรอก แต่เกรงว่าในรอบถัดไป จะเป็นศึกหนักสำหรับข้า”

 

ก่อนเสียงอี้เฉิน จะถอนลมหายใจออกมายาว กล่าวพูดมันออกมาอีกครา “เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม ไว้ด้วยล่ะเมี่ยนจือ”

 


      หญิงสาวทำหน้างอ อย่างไม่พอใจ “เจ้าคิดจะทำอะไรอีกละ อี้เฉิน แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พอหรืออย่างไร อีกอย่างอย่าลืม ข้ากับเจ้าเราไม่มีอะไรต้องติดค้างกันแล้วนะ เจ้าจะมาสั่งข้า เหมือนยามอดีต เช่นนั้นไม่ได้”

 


      อี้เฉินส่ายหัว ครั้นได้ยินเสียงยอกย้อนของเมี่ยนจือ ก่อนเขาจะเลิกสนใจตัวนางหันปรายตาไปมองบริเวณ สนามประลองที่ วจนะ กล่าวขานเรียกนาม ที่คุ้นหูของอี้เฉิน “หืม! ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง เขากำลังจะต่อสู้กับคุณชายวังจิน ที่บาดเจ็บเช่นนั้นหรือ”

 


      ...ไม่นานการประลอง เกิดเสียงปะทะดังออกมากึกก้อง สะเทือนไปทั่วชั้นฟ้า ภาพที่หมู่ชนเห็น ราชันหนุ่มอีกผู้หนึ่ง ผงาดขึ้นมา ท่ามกลางเหล่าอัจฉริยะนับไม่ถ้วน ภายในดินแดนจักรพรรดิ แม้ว่าจะรับรู้ว่า คุณชายวังจิน บาดเจ็บจากการต่อสู้กับอี้เฉินก่อนหน้านี้มาก็ตาม

 


      แต่ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง ก็ถือว่าโดดเด่น แสงนั้นไม่อาจบดบัง ความเจิดจรัสของเขาได้ ..คุณชายวังจิน เขาถึงกับกัดกรามตนเอง จนเกิดเสียงฟันแตกหักดังออกมาลั่น รับรู้ถึงความไม่ยินยอมของเขา ‘ไม่คิดว่าเขาบัดนี้ จะกลายเป็นบันได ให้คนยุคสมัยเดียวกับอี้เฉิน ได้ปีนป่ายขึ้นไปในที่สูง ซึ่งข้อนี้เขาไม่อาจยอมรับมันได้’

 


      แม้แต่เซียงอวี่ ครั้นเห็นศิษย์น้องในยามอดีตของเขา บัดนี้เติบโตขึ้นมายืนเทียบชั้นตัวเขาได้ เขายังรู้สึกประหลาดใจ ก่อนเสียงหมู่ชน จะพูดซุบซิบดังขึ้นมาไม่ขาด เมื่อรับรู้ว่า ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง เขาไปอยู่ภายในนิกายเก่าแก่ ที่หายสาบสูญไปนาน อย่างนิกายสูงสุด

 


      “สำนักนี้ไม่มีชื่อในยุทธภพมานาน เกรงว่าพวกเขาคงจะใช้ช่วงเวลานี้ สร้างชื่อขึ้นมาใหม่ซินะ” หมู่ชนที่พอจะเคยได้ยินชื่อเสียง ของนิกายสูงสุด จากผู้เฒ่าชราภายในตระกูล ต่างก็พูดคุยออกมา อย่างออกรสออกชาติ

 


      “ข้าเคยได้ยินว่าสำนักนี้ เคยมีสิ่งสืบทอด หอคอยร้อยชั้นด้วย ยามก่อนพวกเขามักจะแจกบัตรเชิญ ไปยังเหล่าตระกูลราชัน ให้มาเข้าร่วมสิ่งสืบทอด สร้างเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ขึ้นมาในยามอดีต ทว่าสิ่งสืบทอดนั้น ไม่ได้เปิดมานานแล้ว”

 


       เหล่าจักรพรรดิ พวกเขายังสนอกสนใจ ครั้นปรายตาไปมอง ทิศทางของคนนิกายสูงสุด เหล่าผู้อาวุโสชราเก่าแก่คร่ำครึ พวกเขาเองก็รับรู้ถึงสายตา ของผู้ยิ่งใหญ่เช่นกัน ต่างก็รีบประสานฝ่ามือออกมาอย่างไว

 


       ทว่านิกายสูงสุด ลึกลับมาก แม้แต่เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขายังไม่กล้า สร้างเรื่องกับนิกายนี้ ว่ากันว่าสำนักนี้กักขัง จักรพรรดิผู้หนึ่งเอาไว้ ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ เกรงว่านิกายนี้ จะต้องมีผู้ยิ่งใหญ่ อยู่เบื้องหลัง อย่างแน่นอนในยามอดีตอันรุ่งโรจน์

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน