วรารัตน์เปิดประตูห้องนอนออกมาในตอนดึก ราวๆ สามทุ่มได้ เธอเห็นกิตติภพนั่งอยู่ที่โซฟา สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าทุกๆ ครั้ง เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ เห็นบนโต๊ะมีขวดเหล้าชั้นดีราคาแพงตั้งอยู่ ส่วนในมือใหญ่ก็กุมแก้วน้ำทรงสวย มีน้ำสีอำพันอยู่พร่องก้นแก้ว ซึ่งเธอเห็นเขาเป็อย่างนี้ครั้งนี้ครั้งที่สองแล้ว แต่ครั้งนี้เขาดูเงียบขรึมมาก
เฮื่อออ!!!!......
วรารัตน์สูดลมหายใจเข้าปลอดลึกๆ เรียกความกล้าที่มีอยู่ภายในตัว แล้วเดินไปนั่งบนโซฟาเดียวกันกับกิตติภพ ชายหนุ่มเหลือบสายตามองใบหน้าสวยหวานนิ่ง ก่อนจะยกแก้วที่ถืออยู่ในมือใหญ่ขึ้นกระดกทีเดียวหมดแล้ว
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าคะ?? มีเื่อะไรไม่สบายใจ คุณสามารถพูดระบายกับฉันได้นะคะ ฉันรับฟังได้ และรับรองว่าฉันไม่ให้คนอื่นฟังอย่างแน่นอนค่ะ”
สายตากลมโตคู่สวยไหวระริก เมื่อสบกับดวงตาคมกริบ แต่กระนั้นก็พยายามใจกล้า ไม่หลบสายตาไปมองที่อื่น เปล่งเสียงพูดถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย ซึ่งภายในใจก็เป็ห่วงเขาจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด และก็เป็ห่วงเด็กชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่ห้องนอนด้วย
เพราะหากเกิดชายหนุ่มตัวโตคนนี้ไม่สบาย หรือเป็อะไรขึ้นมา แล้วเด็กชายตัวน้อยจะอยู่ยังไง เธอไม่ได้คิดจะแช่งเขา แต่เพียงแค่มองไปยังอนาคตข้างหน้า เด็กชายตัวน้อยยังเล็กมากนัก และก็ไม่รู้ว่าจะมีญาติที่ไหนอีกหรือเปล่านอกจากกิตติภพ ั้แ่เธอมาเป็พี่เลี้ยง เธอไม่เห็นเขาจะกล่าวถึงญาติ หรือจะมีญาติมาเยี่ยมเลยสักคน
“ฮึ!! ระบายได้อย่างงั้นเหรอ!!...... คุณคงอยากให้ผมระบายกับคุณมาสินะ”
“ใช่ค่ะ ฉันเห็นคุณไม่สบายใจ เหมือนเก็บความทุกข์เอาไว้อยู่คนเดียว หากคุณระบายออกมาบ้าง คุณจะได้รู้สึกดีขึ้นยังไงล่ะคะ”
กิตติภพหรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน พูดด้วยคำพูดกำกวม แต่หญิงสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเกินเลยแต่อย่างใด เธอคิดเพียงแค่ว่าอยากรับฟังสิ่งที่เก็บงำอยู่ภายในใจ ที่ทำให้เขาเป็ทุกข์อยู่ในขณะนี้เท่านั้น
“ได้ งั้นผมจะระบายกับคุณ!!!!......”
กิตติภพวางแก้วที่ถืออยู่ในมือใหญ่ลงไว้ที่โต๊ะ โดยที่สายตาคมกริบยังคงมองจับจ้องสบกับดวงตากลมโตคู่สวย ซึ่งดวงตาคมกริบสื่อความหมายบางอย่างออกมา ให้หญิงสาวตัวเล็กได้เห็น ทำให้ใบหน้าสวยหวานร้อนผะผ่าว เกิดจุดสีแดงผุดขึ้นที่แก้มนวลเนียนใส และค่อยกระจายตัวแดงไปทั่วแก้ม
วรารัตน์ใจสั่นหวิวแปลกๆ และสั่นมากขึ้นเมื่อมือใหญ่ดึงร่างบางเข้าไปปะทะกับอกแกร่ง ร่างบางก็เกยขึ้นไปบนตักแกร่ง ไม่ใช่แค่สั่นเพียงอย่างเดียว หัวใจดวงน้อยๆ ยังเต้นแรงรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากอก ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกตากว้าง มือเรียวเล็กยกขึ้นมาผลักดันอกแกร่งเอาไว้
“มะ ไม่ใช่ อะ อื้อออ!!!!......”
วรารัตน์ร้องประท้วง แต่ก็พูดได้เพียงไม่กี่คำ ก็ต้องกลืนคำพูดกลับไปในลำคอ และส่งเสียงร้องอึกอัก อู้อี้ อยู่ในลำคอ เมื่อปากอันร้อนรุ่มปิดปากบางจิ้มลิ้ม
ขณะเดียวกันนั้นหญิงสาวตัวเล็ก ก็รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ผสมกับกลิ่นเหล้าจางๆ รับรู้ได้ถึงไออุ่น และกลิ่นโคโลนจากกายแกร่ง ซึ่งนั้นทำให้วรารัตน์รู้สึกรัญจวน วาบหวิว สยิว ซาบซ่าน
กิตติภพรุกหนัก ไม่ปล่อยให้วรารัตน์ได้คิดและห้ามอะไรเลย พลันสมงสมองก็ขาวโพลน ร่างบางอ่อนยวบระทดระทวยอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เมื่อลิ้นสากร้อนลื่นแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็ก ไปควานหาความหวานครั้งแล้วครั้งเล่า
ก่อนที่สติและความยับยั้งชั่งใจของวรารัตน์จะไม่มีเหลือ มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่ภายใน ถามตัวเองว่าควรจะห้ามเขา หรือจะให้เขาพาเธอเดินทางต่อไปจนถึงที่สุดดี เพราะไหนๆ เธอก็ชอบเขาไปแล้ว ควรจะลองเสี่ยงปล่อยตัวปล่อยใจดูสักตั้งไหม
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕