ที่บ้านของหลินเว่ยจงเวลานี้หลินหนิงชินชักชวนเหล่าสหายของนางมาเป็พิเศษเสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าสหายวัยเยาว์ ของหลินหนิงชินดังขึ้นเป็ระยะ นางจงใจหลอมโอสถต่อหน้าสหายเหล่านี้ เพื่อ “กระจายข่าว” ให้ทั่วทั้งหมู่บ้าน
“โอ.. โอ..นี่มันวิเศษมาก ข้าไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย”
“หอม..หอมเกินไปแล้วข้ากินได้หรือไม่ พี่อาหนิง” เป็เสียงของหงเป่าซานที่พูดไปพลางน้ำลายยืดไปพลาง
“เ้ามันบ้าไปแล้ว นั่นของมีราคาเลยนะ จะให้เ้ากินเล่นได้เช่นไร”หงซานซานเขกหัวน้องชายพร้อมบ่นอุบอิบ
หลินหนิงชินหลอมโอสถไม่กี่ครั้งก็เพียงพอให้ชาวบ้านคุยปากต่อไปเรื่อย ๆ ไม่แน่กว่าข่าวลือจะจบผลคงเป็ว่านางฝึกฝนหลอมโอสถมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็นาง “ี้เี”นี่นะไม่ยินดีจะเหน็ดเหนื่อยโดยไม่เป็ข่าวเด็ดขาด!!
"ลำพังสมุนไพรในมิติก็มีมากมายเพียงพอให้หลอมโอสถเหล่านี้ได้อย่างสบายเลย" เด็กหญิงกล่าวกับตนเองอย่างร่าเริง
นางไม่ได้กังวลว่าจะมีคนสงสัยเื่สมุนไพรเท่าไรพื้นที่เพาะปลูกที่มีพลังปราณอยู่แล้ว เมื่อได้รับน้ำทิพย์ที่นำไปรดพืชพรรณจนฟื้นฟูตนเองมีพลังปราณสะสมเพิ่มขึ้นทีละเล็กละน้อยแล้วยังขยายเขตพื้นที่แผ่พลังปราณออกไปอีกด้วย
ชาวบ้าน แบ่งพันธุ์ข้าวปราณและสมุนไพรปราณมาปลูกในบริเวณบ้านเป็บางส่วน เช่นนี้ผลผลิตที่ส่งให้ตระกูลหลินก็ยังคงส่งได้ตามปกติไม่ได้ถือว่าเอาเปรียบสกุลหลินเลย ดังนั้นการเปิดเตาหลอมโอสถของหลินหนิงชินจึงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผลผลิตตระกูลหลิน
..........
"อีกสองวันพวกหม่าจือก็จะมารับสินค้าแล้ว ครั้งนี้พวกเราก็เตรียมตัวกลับเข้าตระกูลหลินกันเถิด" หลินจงเว่ยเอ่ยกับทุกคนในครอบครัวในเช้าวันหนึ่ง
ฟางลี่ชินพยักหน้าเบาๆ ตามคำสามี "ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอกท่านพี่ ข้าวของที่อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้มีมาก ข้าเองก็คิดว่าจะยกทั้งหมดให้บ้านหลี่ไปพวกเราจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วกันวุ่นวายนัก"
ครอบครัวหลินจงเว่ยตั้งใจจะกลับเข้าเมืองเป่ยถังในอีกสองวันนี้เพื่อเข้าร่วมทำงานให้กับตระกูลหลินส่วนบุตรชายและบุตรสาว พวกเขาได้แต่ตื่นเต้นพวกเขาเกิดที่นี่ยังไม่เคยเดินทางไปที่ไหนมาก่อนเลย
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกในหมู่บ้านอีก10กว่าคน ที่ยกระดับเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้ว และคิดจะติดตามขบวนแลกเปลี่ยนสินค้านี้กลับเข้าเมืองไปด้วย
..........
เช่นเคยเหมือนทุกครั้งข้าวปราณและสมุนไพรปราณถูกบรรจุและลำเลียงมาไว้กลางลานหมู่บ้านั้แ่เช้ามืดชาวบ้านออกมารอการมาถึงของขบวนแลกเปลี่ยนสินค้าสกุลหลินแต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ จากทางหน้าหมู่บ้านสักนิดนี่เป็ครั้งแรกที่ขบวนแลกเปลี่ยนสินค้าของหม่าจือมาผิดเวลา
“ผิดปกติ นี่มันผิดปกติแล้ว” ผู้เฒ่าเจียงเดินวนไปมาหลายรอบสีหน้าวิตกกังวลไม่น้อย
“ข้าว่าส่งคนออกไปรับพวกเขาทางด้านนอกเถิดท่านผู้เฒ่า”หลินจงเว่ยเสนอ
“พวกเขามีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงร่วมอยู่ในขบวนพวกเราสูงสุดก็เพียงขั้นกลางหากเกิดเหตุร้ายด้านนอกนั่นจริงพวกเราก็ต้านไม่ได้นะขอรับ”ชายหนุ่มผู้หนึ่งออกความเห็น
“แต่ก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ พวกหม่าจือ หม่าหวัง หม่าซือ หม่าลู่ หม่าฟ่านล้วนแล้วแต่ปฏิบัติกับเราอย่างดี เดินทางแต่ละครั้งก็ล้วนอันตรายพวกเขายังเต็มใจที่จะเสียสละ พวกเราไม่อาจปล่อยเื่นี้ไปอย่างไร้น้ำใจได้กระมัง ข้าขออาสาสมัคร20 คนแล้วกันหากผู้ใดเต็มใจก็รวมกลุ่มไปลาดตระเวนดูเสียหน่อย หากสถานการณ์ไม่ดีก็ให้รีบกลับมาตั้งหลักที่หมู่บ้าน แต่หากมีเหตุการณ์ที่ช่วยเหลือได้ให้ตัดสินใจช่วยเหลือทันที”ผู้เฒ่าเจียงตัดสินใจเด็ดขาด
“ซ่งสวินไปกับพ่อ ซ่งอวี้อยู่เป็เพื่อนแม่กับน้องที่นี่ ลี่ชินเ้าไม่ต้องกังวลไปข้ารู้ว่าควรทำอะไร ครอบครัวข้าอยู่ที่นี่ข้าไม่ทำเื่โง่ๆแน่นอน”หลินจงเว่ยหันมาสั่งความกับภรรยาและบุตร เขาเต็มใจจะออกไปดูกลุ่มของหม่าจือ
“ท่านพี่ ระวังตัวด้วยนะเ้าคะ” ฟางลี่ชินกำชับคำกับผู้เป็สามี
ราว ๆ 2 ชั่วยามถัดมา ท่ามกลางหัวใจที่เต้นไม่เป็ส่ำของคนในหมู่บ้านในที่สุดพวกเขาก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากปรากฎขึ้นมาในระยะสายตา
“ฟู่..” ฟางลี่ชินถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อเห็นบุรุษสองคนในครอบครัวปลอดภัย พลันแข้งขาอ่อนปวกเปียกจนหลินซ่งอวี้ต้องรีบมาพยุงร่างของมารดาเอาไว้
ชาวบ้านที่เหลือรีบเร่งเดินเท้าเข้าไปหากลุ่มคนที่กำลังเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านทันที เสียงร้องระงมโอดโอย ดังบ้าง เบาบ้าง ทำให้รู้สถานการณ์คร่าวๆแล้วว่าต้องมีคนาเ็
หลินหนิงชิน กวาดสายตามองหาบิดาและพี่ชายตนเองก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีก็วางใจจึงย้ายสายตาดูกลุ่มคนตรงหน้าสมาชิกในหมู่บ้านปลอดภัยทุกคน คนที่าเ็ส่วนใหญ่เป็คนที่มาพร้อมขบวนสินค้า
“อาหนิง ช่วยได้หรือไม่”หลินจงเว่ยรุดหน้ามาถามบุตรสาวสุดที่รักก่อนด้วยความกังวล
“ท่านพ่ออย่าได้กังวลข้าจะทำให้ดีที่สุดเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อไปบอกผู้เฒ่าเจียง ให้ชาวบ้านช่วยกันคัดแยกคนเจ็บคนที่อาการสาหัสกับคนที่าเ็เพียงเล็กน้อย แยกเป็กลุ่มๆ ไว้ ข้าจะได้รักษาคนที่มีความเสี่ยงก่อน”
มีคนาเ็รวมทั้งสิ้น 46 คน สาหัส 1 คน คือหม่าซือ เขามีาแหลายแห่งบนร่างกายและเสียเืไปจำนวนมาก มีอีกราว 20 คนที่มีาแใหญ่เล็กแต่ได้รับการรักษาไปบ้างแล้ว ที่เหลือล้วนเป็อาการาเ็เล็กน้อย
หม่าจือพกเม็ดยาห้ามเืและรักษาาแมาจำนวนหนึ่ง ป้อนให้หม่าซือไปแล้ว แต่ทำเพียงแค่รักษาชีวิตไว้ได้ ยังไม่รู้จะยื้อไว้ได้อีกนานแค่ไหน อาการของหม่าซือหนักหนาเกินไป พวกพี่น้องหม่าทั้ง 4 ที่เหลือต่างก็หน้าขาวซีด มือกำแน่นระงับความเศร้าโศกไว้เต็มที่
เด็กหญิงไม่พูดพร่ำทำเพลงส่งโอสถ 2เม็ด เข้าปากหม่าซือทันที พร้อมให้บิดาป้อน “น้ำทิพย์”จากกระบอกไม้ไผ่ที่หลินจงเว่ยพกติดตัวเตรียมไว้ให้หม่าซือท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของพี่น้องหม่าทั้ง 4 คนที่ยืนอยู่รอบๆ
“อย่ากังวล นางเป็ผู้หลอมโอสถ”ผู้เฒ่าเจียงเอื้อมมือรั้งพี่น้องหม่าทั้ง 4 ให้ถอยออกไปพร้อมกล่าวอธิบาย
เมื่อเห็นสีหน้ามั่นใจของผู้เฒ่าเจียงและคนอื่น ๆรอบข้าง พวกเขาก็ท่าทีอ่อนลง ค่อยๆ นั่งลงคอยดูอาการของพี่น้องลำดับ 3 สกุลหม่าของเขา
หลินหนิงชินไม่ได้หยุดรอ นางเดินออกไปหาผู้ป่วยคนต่อไปในทันที โดยมีหลินซ่งสวินกับหลินซ่งอวี้เป็ลูกมือคอยบอกความ้าของน้องสาวให้ชาวบ้านได้ช่วยกัน
“ต้มน้ำ เตรียมน้ำอุ่น ผ้าสะอาดไว้เช็ดาแผ้าพันแผล”
“ขี้ผึ้งนี่ให้กับกลุ่มนั้นสำหรับแผลฟกช้ำ”
“นี่โอสถห้ามเื ห้ามเืไว้ก่อนเ้าค่ะ”
เสียงสั่งความจากหลินหนิงชินดังออกมาเป็ระยะ เดิมทีทุกคนไม่สามารถระงับอาการตื่นใได้เลย เสียงหวีดร้อง คร่ำครวญดังอยู่ตลอด แต่พอได้เห็นบ้านสกุลหลินสีหน้านิ่งรักษาผู้าเ็ได้อย่างเป็ระบบระเบียบ เสียงก็ค่อยๆเงียบลง สติของแต่ละคนเริ่มกลับมา ช่วยกันคนละไม้ละมือ ในที่สุดสถานการณ์ก็คงที่
หม่าซือเืหยุดไหลแล้ว สีหน้าเริ่มมีเืฝาด ลมหายใจกลับมามั่นคง พี่น้องของเขากำลังช่วยกันพันแผลให้ หม่าจือผู้เป็พี่ใหญ่ลุกเดินมาทางหลินหนิงชิน
“แม่นางน้อยได้โปรดรับคำขอบคุณจากข้าด้วยเถิด”หม่าจือคุกเข่าลงเบื้องหน้าเด็กน้อยวัย 6 ปี
“ท่านลุงหม่ารีบลุกขึ้นก่อนเ้าค่ะ”
นางเป็คนสมัยใหม่นะนี่เป็ครั้งแรกที่มีคนมาคุกเข่าลงต่อหน้าถึงแม้จะเข้าใจความหมายแต่ก็ยังรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง
“แม่นางน้อยได้โปรดรับการคารวะจากพวกเราด้วย” พี่น้องหม่าอีก 3 คนยกเว้นหม่าซือที่สลบอยู่ต่างคุกเข่าลงข้างๆหม่าจือ
บุรุษตัวโตๆสี่คนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเด็กหญิงวัย 6 ขวบเป็ภาพที่ดูแปลกประหลาดไม่น้อย หลินหนิงชินแอบขนลุกนิดๆ
“ข้ารับคำขอบคุณเอาไว้แล้วเ้าค่ะท่านลุง พวกท่านรีบลุกขึ้นได้แล้ว”เด็กหญิงตัวน้อยโค้งตัวตอบกลับพี่น้องหม่าทั้งสี่อย่างนอบน้อม
“ตอนนี้ผู้าเ็ทั้งหมด ได้รับการรักษาและพ้นขีดอันตรายหมดแล้ว ตอนกลางคืนอาจจะมีคนเป็ไข้อยู่บ้าง ในกลุ่มพวกท่านมีโอสถประเภทลดไข้ติดตัวมาหรือไม่เ้าคะ”
“มีๆ ก่อนหน้านี้พวก โอสถห้ามเื โอสถรักษาอาการาเ็ พวกเราก็ป้อนพวกเขาไปบ้างแล้วแต่ไม่เพียงพอคราวนี้มีคนเจ็บจำนวนมากจริงๆ หากไม่มีแม่นางน้อยช่วยไว้ต้องมีคนเสียชีวิตเป็แน่” หม่าจือรับคำอย่างนอบน้อมเป็อย่างยิ่ง นี่คือผู้หลอมโอสถเชียวนะ!!!
แม้เด็กหญิงเบื้องหน้าจะเป็ผู้หลอมโอสถ“ระดับปฐีขั้นต้น” แต่ดูอายุของนางเสียก่อน ทั่วทั้งแคว้นจะพบได้เพียงเด็กหญิงตรงหน้าเขานี่เพียงผู้เดียวเท่านั้นกระมัง
ไม่สิ อาจทั่วทั้งทวีปฉวนนี่เลยก็ได้ แต่เขายังไม่เคยออกนอกแคว้นนี่นาผู้ใดจะไปรู้