เทียนเข้านอนตามปกติ แต่คืนนี้เทียนเกิดฝัน เห็นเด็กชาย ห้าขวบ วิ่งเล่นอยู่กับน้องสาวคนหนึ่ง ในท้องทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สีม่วง เต็มไปหมด น้องสาววัยสามขวบ วิ่งไปเด็ดดอกไม้ไป พี่ชายก็วิ่งไล่จับผีเสื้อ เพื่อจะเอามาให้น้องสาวตัวน้อย แต่ไม่มีทางจับได้ ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มเด็กโตวัย 9-10ปี เดินเข้ามาเพื่อที่จะมากลั่นแกล้งเด็กชายกับน้องสาวตัวน้อยเหมือนที่เคยแกล้งประจำ พี่ชายเดินมาอยู่ข้างหน้าชิงเอ๋อ คือชื่อของน้องสาวตัวน้อย
“ หลงเทียน แกยังไม่มีปัญญาช่วยตัวเอง ยังจะคิดช่วยคนอื่นอีกหรือ” เด็กชายวัย 10 ขวบยืนกอดอกมองหลงเทียนอย่างสมเพช
“ ปล่อยชิงเอ๋อไป แล้วจะทำอะไรกับข้าก็ได้” เด็กน้อยหลงเทียนส่งเสียงออกไป
แต่เด็กชายในกลุ่มกับหัวเราะ จากนั้นก็มีหินก้อนเล็ก ๆ ลอยมาโดนเข้าที่หน้าผากของเด็กชายคนโตหัวหน้ากลุ่ม มีเลือดไหลออกมาจากหน้าผาก มันร้องเสียงหลง
ที่แท้คนที่ขว้างก้อนหินใส่ คือชิงเอ๋อนี่เอง
“ ห้ามรังแกพี่เทียนนะ” ชิงเอ๋อเดินออกมาด้านข้างหลงเทียนเท้าเอวพูดออกมา หลงเทียนรีบอุ้มชิงเอ๋อแล้ววิ่งหนีทันที พวกเด็กทั้งสิบคนวิ่งไล่ตามหลงเทียนจนทัน
หลงเทียนใช้ร่างกายปกป้อง ชิงเอ๋อ เอาไว้ไม่ให้ให้โดน ทั้งเท้า ทั้งมือที่เด็กโตเหล่านี้ประเคนใส่มาไม่ยั้ง จนหลงเทียนต้องกระอักโลหิตออกมา
“ พอเหอะ เดี๋ยวมันจะตายไปเสียก่อน” เด็กคนหนึ่งบอกกับทุกคน ก่อนไปก็เตะเข้าใส่หลงเทียนอีกคนละที หลงเทียนร่างกายบอบช้ำไปหมดทั้งตัว แต่หน้าไม่เป็นอะไร แต่ก็ยังไม่สามารถลุกได้ทันที จึงพลิกร่างออกมานอนหงายหลังติดพื้นแหงนมองไปบนท้องฟ้า แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
“ พี่เทียนอย่าตายนะ ชิงเอ๋อจะอยู่กับใคร พี่เทียนฟื้น ๆ ขึ้นมานะ” ชิงเอ๋อตกใจร้องให้มีน้ำตาไหลออกมา แล้วในที่สุดก็มือน้อยๆ เช่นกัน มาเช็ดน้ำตาให้กับชิงเอ๋อ
“ พี่เทียน พี่ยังไม่ตาย”
“ แค่เหนื่อยเท่านั้น ขอพักแปบค่อยกลับกัน” พอได้พักสังครู่หลงเทียนก็เริ่มมีแรงขึ้นมา แล้วสองคนก็จูงกัน กลับกระท่อมชายป่า ซึ่งเป็นที่อยู่ของสองพี่น้อง และยายอีกหนึ่งคน
“ ท่ายยายพวกเรากลับมาแล้ว” เด็กหญิงชิงเอ๋อรีบวิ่งเข้าหายายที่กำลังเก็บผ้าที่ตากเอาไว้อยู่
“ ไปไหนกันมา ปล่อยให้ยายรอตั้งนาน ไปกินข้าวกัน วันนี้ยายทำข้าวต้มปลาให้พวกเจ้าทั้งสองคนด้วยนะ” เสียงชิงเอ๋อ กับ หลงเทียนร้องดีใจ ที่ได้กินข้าวต้มปลา ที่ผ่านมาได้กินแต่ มันเผาแทบทุกวัน ทั้งสามคนนั่งกินข้าวต้มกันอย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่าบนท้องฟ้า มีใครบางคนจ้องมองอยู่
บนเรือมังกรเก้าหัวเวลานี้มีทหาร ชุดเกราะอยู่บนเรือ หลายร้อยคน มีคนแต่งตัวคล้ายราชินีนั่งอยู่มองมาที่เด็กทั้งสองคน และมีชายวัย 6 ปีนั่งอยู่ด้านข้าง เป็นเด็กที่ผอมบาง ผิวขาวซีด ใบหน้าผอมแก้มตอบ สวมมงกุฏบนหัว คงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา มีชายชราผมขาวคนหนึ่ง หยิบกระจกส่องเงา ส่องลงมาที่กระท่อมหลังนี้
ปรากฏว่า มีภาพของ คนสามคน คนหนึ่งคือหลงเทียน อีกคนคือชิงเอ๋อ ส่วน อีกคนคือท่านยายแต่ว่าหน้าตากลับเปลี่ยนเป็นหญิงสาวที่โฉมสคราญไม่ใช่ท่านยาย
“ แน่นอนเป็นนาง พวกเราส่งคนไปจัดการเลยไหม พะยะค่ะ” ชายชราเอ่ยถาม
“ พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง รอให้ท่านประมุขเฉียนฟง กับ ราชทูตทั้งสี่มาก่อนค่อยลงมือ ครั้งนี้จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว องค์รัชทายาทรอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว” ราชินีมองเด็กชายที่กำลังไอออกมาแค่ก ๆ แล้วใช้มือลูบหัวด้วยความเอ็นดู
ไม่นานก็มีชายใส่เสื้อคลุมมาอยู่บนเรือ พร้อมกับ คนข้างกายอีกสี่คน
“ ฮองเฮา” ทั้งหมดคุกเข่าต่อหน้าฮองเฮา
“ อย่าช้า รีบจัดการเถอะ” ฮองเฮาพูดแค่นี้ ทหารทั้งหมดห้าร้อยคน กับชายทั้งห้าคน ลงไปที่กระท่อมทันที เห็น คนทังสามเข้าโจมจับเด็กทั้งสองคน แล้วใช้ดาบเข้าฟันหญิงชราทันที ตูม ทั้งสามคนกลายเป็นกลุ่มโลหิตกระจายไปทั่ว
“ เงาโลหิตพิษ ทุกคนถอยออกมาเร็ว” เสียงสี่ราชทูตตระโกนออกมา ที่แท้หญิงชราพาเด็กทั้งสองคนหนีหายออกไปนานแล้ว แต่ว่าไม่มีทางหนีออกไปได้ไกล ประมุขเฉียนฟง ก็ลอยตัวด้วยความเร็วมาดักหน้าเอาไว้
“ ราชินีเงาโลหิต ท่านปล่อยเด็กทั้งสองเอาไว้ ข้าอาจจะไว้ชีวิตท่าน”
“ เฮอะ ฉากหน้าคือจอมยุทธผู้ทรงคุณธรรม ที่แท้เบื้องหลังก็เป็นทาสรับใช้นางแม่มดนั่น ไม่มีทางที่ข้าจะปล่อยให้ องค์ชายกับองค์หญิงไว้กับพวกเจ้า นึกหรือว่าข้าไม่รู้พวกเจ้าคิดจะทำอะไร”
“ จักรพรรดิกับอดีตฮองเฮาก็สิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ท่านยังภักดีต่อพวกเขาอีกหรือช่างสมเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์จริงๆ” เสียงฮองเฮาลอยมา แล้วมาปรากฏร่างเช่นกัน
“ ทิ้งองค์ชาย และ องค์หญิงไว้ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
“ ฝันไปเถอะ” ราชินีเงาโลหิตมองซ้ายมองขวาเพื่อหาทางให้เด็กทั้งสองหนีไป
หลงเทียนจับมือท่านยายแน่น แต่ไม่มีความเกรงกลัว ส่วนชิงเอ๋อนั้นเริ่มรู้สึกกลัวทำท่าจะร้องไห้ มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว
“ หลงเทียนวิ่งพาชิงเอ๋อวิ่งไปทางป่าพิษ หนีเข้าไปที่นั้น พวกมันเข้าไปไม่ได้รีบไป วิ่ง” จากนั้น ราชินีเงาโลหิตก็ใช้ฝ่ามือเงาโลหิตปล่อยออกมาคุ้มกายเด็กทั้งสองคน แล้วผลักไปอย่างรวดเร็ว ราชีนีพุ่งร่างจะไปขวาง ก็ถูกท่านยายปล่อยโลหิตพิษพุ่งเข้าขวางหน้าเอาไว้ ประมุขเฉียนฟงไม่ตามเด็ก กลับปล่อยพลังฝ่ามือเป็นเงาออกมาเป็น ชั้นๆ พุ่ง เข้าใส่ราชินีเงาโลหิต เต็มแรง ราชินียกมือออกปะทะ เปรี้ยง ! ร่างของราชินีเงาโลหิตลอยลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้ หักไปหลายสิบต้น ลงไปนั่งกองกับพื้น กระอักเลือดออกมา
“ฝ่ามือ เก้าชั้นฟ้า” ราชินีเงาโลหิตเอ่ยออกมาอย่างตกใจ
“ ฮองเฮา ท่านไปจับเด็กทั้งสองได้แล้ว ทางนี้ข้าจัดการเอง”
ราชีนีเงาโลหิตลุกขึ้นไม่ได้แล้ว จึงใช้นิ้วกรีดฝ่ามือตัวเอง แล้วปล่อยโลหิตพิษกระจายออกไปให้ทั่ว เพื่อฆ่าตัวตายพร้อมกับทุก ๆคน แต่ทำได้แค่กรีดนิ้วเท่านั้น ประมุขเฉียนฟง ปล่อยพลังฝ่ามือเข้ามาอีกหนึ่งฝ่ามือ กระแทกหน้าอกท่านยายจน ร่างกระดูกภายในแตกละเอียด ขั้วหัวใจขาดสะบั้นไม่สามารถปล่อยพลังโลหิตพิษครั้งสุดท้ายออกมาได้ ใบหน้าที่เป็นหญิงชราค่อยๆ เปลี่ยนไป กลายเป็นหญิงสาวที่สวยงามนางหนึ่ง ประมุขเฉียนฟง ถอนหายใจอย่างเสียดาย
ส่วนหลงเทียนก็วิ่งผ่านป่ากำลังจะเข้าไปในป่าพิษ ฮองเฮาก็มาถึงเสียก่อน แต่ไม่สามารถเข้าใกล้เทียนได้ เพราะมีเงาโลหิตพิษเข้าปกป้องเอาไว้ จึงได้แต่ปล่อยพลังฝ่ามือเข้าโจมตี หลงเทียน กับ ชิงเอ๋อ เพื่อหยุดไม่ให้เข้าไปด้านในป่าพิษได้
เด็กสองคนถูกพลังปราณเข้ากระแทกเข้าใส่อย่างแรง หลงเทียนใช้ร่างคอยป้องกันเอาไว้ ชิงเอ๋อยังถูกแรงกระแทกกระเด็นออกไป หลงเทียนกระอักเลือดล้มลงไปในทันที พยายามจะคลาน เข้าไปช่วยชิงเอ๋อที่นอนสลบไปแล้ว แต่ไม่ทันแล้ว ฮองเฮามาถึงก็เหยียบหลังหลงเทียนเอาไว้จนกระอักเลือดออกมาอีก ประมุขเฉียนฟงพุ่งเข้ามาจะจับชิงเอ๋อ
แต่กลับมีต้นไม้หนามพุ่งเข้าใส่นับสิบเส้น จนต้องหลบออกมา แล้วกิ่งไม้ก็ค่อยๆ รับร่างเด็กน้อยชิงเอ๋อเข้าไปในป่าพิษ ทั้งประมุขเฉียนฟง และ ฮองเฮาต่างตกใจที่เรื่องกลายเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปในป่าพิษ เพราะรู้ว่าข้างใน มีบางสิ่งที่น่ากลัวอยู่จึงได้แต่ดึงร่างของหลงเทียนหายวับไปจากที่แห่งนี้
จนทั้งหมดมาปรากฏร่างบนเรือมังกรเก้าหัว ชายชราก็มารับร่างของหลงเทียนไปจากมือ ฮองเฮา จากนั้นหลงเทียนวัย 5 ขวบก็ถูกจี้สะกัดจุดเอาไว้ แล้วมาวางบนเตียง โดยที่เตียงด้านข้างมีเด็กหนุ่มนอนอยู่เช่นกัน หลงเทียนพยายามขยับตัวหรือร้องออกมาแต่กลับไม่มีเสียงแม้แต่น้อย จนกระทั้งชายชราผมขาว ได้คว้ามีดออกมาแล้วผ่าตรงที่หน้าอก แล้วก็ควักหัวใจของหลงเทียนออกมา ใส่ให้กับเด็กผู้ชายที่นอนตรงข้างเตียง
“หัวใจเทพ” เสียงของคนที่กำลังยืนมองอยู่พูดออกมาพร้อมกัน เพราะว่าหัวใจของหลงเทียน ที่ถูกควักออกมานั้นเป็นสีทอง ส่องประกายออกมา ส่องแสงไปทั่วห้อง ส่วนหลงเทียนได้ส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บปวดสุดชีวิต ในใจหวนคิดถึงท่านพ่อกับ ท่านแม่ที่ตายไปแล้ว
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอยู่ที่ไหนช่วยข้าที ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าขอโทษ ่ข้าไม่อาจดูแล ชิงเอ๋อได้อีกแล้ว ข้าขอโทษ” ลมหายใจของหลงเทียนก็ค่อยๆ ดับลง แต่ว่าซูเทียนในโลกปัจจุบันกลับตกใจตื่นขึ้นมา
“นี่มันฝันบ้าอะไรกันวะเนี่ย ทำไมมันถึงได้โหดร้ายแบบนี้” เทียนสำรวจตัวเอง แล้วยืนมองไปรอบ ๆ กลับไม่มีอะไรผิดปกติ เวลานี้ หกโมงเช้าพอดี ตรงกับวันหยุดเทียนไม่ต้องไปเรียน ลุงเซี่ยซินมาหาเทียนแต่เช้า
“ สวัสดีลุงเซี่ยซิน สรุปว่าอย่างไร” เทียนเอ่ยทักทายไป ลุงเซี่ยก็ยืนเอกสารให้เทียนดู เทียนเห็นยอดจำนวนคนที่ อยากลาออกมีจำนวน เจ็ดร้อยคนเทียนคิดไว้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าอีก 100 คนจะยังอยู่
“ เจ็ดร้อยคนเชียวหรือ” เทียนแกล้งมองหน้าลุงเซี่ยซิน ที่ทำสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก
“ พวกเขาเห็นตัวเลขที่คุณชายน้อยให้ พวกมันถึงกับตาโต เพราะตามกฏหมายแรงงานพวกมันได้แค่เสียงสามถึงห้าแสนเท่านั้น แต่คุณชายน้องให้เป็นห้าเท่า
พวกมันเห็นเงินล้านห้า ถึงสองล้านพวกมันถึงกับตาโต ผมเองก็เลยไม่รู้จะพูดอะไร”
“ แล้วคนที่เหลือ หนึ่งร้อยคนทำไมพวกเขาไม่ลาออก พวกเขาไม่อยากได้เงินล้านหรือ”
“ ไม่หรอกครับพวกเขาที่เหลือ เป็นคนของตระกูลเซี่ยสายตรง เรื่องเงินไม่สำคัญไปกว่าความภักดี คุณชายน้อยให้เงินหรือไม่ให้ พวกเขาก็ต้องทำงานให้คุณชายน้อยอยู่แล้วครับ”
“ ดีแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมอยากได้ยิน คนที่เห็นแก่เงินผมไม่อยากรับมาทำงาน นี่คือเหตุผลที่ผมให้เงินพวกเขา ห้าเท่า เพราะผมอยากรู้ว่ามีใครยังภักดีกับตระกูลเซี่ยอยู่บ้างเท่านั้น” เทียนเริ่มพูดแบบจริงจัง
“ แต่คุณชายน้อย ต้องจ่ายเงินเกือบ สองพันล้านเชียวนะครับ”
“ เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ความกตัญญู ซื่อสัตย์ ภักดี ไม่เห็นแก่เงิน เป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด ว่าแต่ผมจะจ่ายเงินให้พวกเขายังไง แล้วทุกวันนี้ใครเป็นคน เขียนเซ็น เช็คจ่ายเงินพนักงานที่ผ่านมา” เทียนยังสงสัย
“ ที่ผ่านมา คุณชายเจ็ด กับคุณชายแปด เป็นคนเซ็นชื่อในนามบัญชีบริษัท แต่ว่าบัญชีบริษัท มีเหลือเพียง หนึ่งพันล้านเท่านั้น”
“ ไม่เป็นไร ผมจะโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท แล้วให้ลุงเจ็ด กับ ลุงแปด เขียนเช็คจ่ายให้กับพวกเขาก็แล้วกัน” เทียนขอบัญชีบริษัทมา แล้วโทรบอกกับธนาคารให้ทำการโอนเงินสองพันล้านเข้าบัญชีบริษัททันที ลุงเซี่ยซินตกใจที่เด็กวัย เพียง11 ปีทำไมตัดสินใจจ่ายเงินสองพันล้านง่ายดายเช่นนี้ เลยคิดไปว่านายหญิงคงเตรียมเงินก้อนนี้ไว้ให้อยู่แล้ว
“ ลุงเซี่ยซิน อีกสองวันพาผมไปที่ตั้งโรงงานใหม่ด้วย แล้วบอกให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตามผมไปด้วย แล้วโรงงานใหม่ ให้ใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งหมดเลยนะ ส่วนของที่โรงงานเก่าขายออกไป เพราะผมอยากให้โรงงานใหม่ ได้มีเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุด เรื่องราคาผมไม่เกี่ยง ลุงเซี่ยซินมาบอกผมก็แล้วกัน”
“ ครับคุณชายน้อย” ลุงเซี่ยคิดงานนี้นายหญิงทุ่มเงินให้คุณชายน้อยคนนี้มากจริงๆ จากนั้นลุงเซี่ยซินก็ขอตัวกลับไปดำเนินการต่อ
“ อะไรนะ อาเทียนจ่ายเงินชดเชยให้พนักงาน ห้าเท่า สองพันล้าน” เสียงของลุงใหญ่ร้องขึ้นมาอย่างตกใจ ในที่ประชุมของตระกูลหลี่วันนี้ ลุงเจ็ด กับ ลุงแปด ก็มารายงานเรื่องราวให้ที่ประชุมฟัง
“ ท่านย่าคงแอบให้เงินมันอีกแล้วอย่างแน่นอน” อี้จิงเอ่ยอย่างอิจฉาตาร้อน
“ ต่อไปท่านแม่ มีสมบัติเท่าไรก็คงยกให้มันคนเดียว พวกเราเป็นลูกแท้ ๆ ไม่เห็นให้อะไรพวกเราเลย” ลุงรองเอ่ยด้วยความน้อยใจ
“ ท่านพ่อเรื่องนี้ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้นะ ขืนปล่อยไปท่านแม่หมดตัวแน่” ลุงสี่เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ แต่นี่เป็นสมบัติส่วนตัวของท่านแม่ พวกเราไม่มีสิทธิก้าวก่ายนะ” ลุงสามเอ่ยเตือนทุกๆ คน
ปู่หลี่นั่งฟังอย่างสงบไม่พูดอะไร แต่พ่อเก้ามานั่งฟังก็ตกใจ ไม่คิดว่าท่านแม่จะไว้ใจให้เทียน ใช้เงินถึงสองพันล้านบาทมาแจกพนักงานแบบนี้
“ เรื่องนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องเงินของท่านแม่ แต่ทำไมอาเทียนถึงได้ยอมจ่ายมากถึงห้าเท่า เพื่อให้พนังงานมากกว่า” ลุงสามเอ่ยอย่างสงสัย
“ เห็นเซี่ยซินบอกว่า อาเทียนต้องการให้เหลือแค่คนที่จงรักภักดีต่อตระกูลเซี่ยเท่านั้น” ลุงแปดเอ่ยออกมา
“ ต้องการหาคนที่ภักดี โดยจ่ายชดเชย สองพันล้านบาทเนี่ยนะ” ลุงสี่เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ อาเก้า อาเทียน มันคิดจะทำอะไรกันแน่” ท่านปู่เริ่มเปิดปากออกมาครั้งแรก
“ เรื่องนี้ อาเทียนไม่ได้บอกผมเลยครับ” พ่อเก้าไม่ทราบจริงๆ
“ ไม่เพียงแค่นั้น อาเทียนสั่งเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด คาดว่าเครื่องจักรกับงบสร้างโรงงานใหม่ ทางฝ่ายผู้รับเหมาส่งราคามาแล้ว ทั้งหมด สามพันล้านบาท” ลุงเจ็ดรายงานให้ทุกคนฟัง
“ ผมคิว่า ทางตระกูลไม่ควรเข้าไปยุ่งกับบริษัทน้ำอัดลมอีกต่อไป ผมเสนอให้นำเงินที่ยังอยู่กับลูกค้าที่ยังไม่ได้จ่ายเงินมาอีก สามพันล้านบาทกลับคืนสู่ตระกูลหลี่
แล้วโอนหุ้นที่เหลือให้อาเทียนแต่เพียงผู้เดียว พวกเราจะไม่รับผิดชอบการก่อสร้างของบริษัทน้ำอัดลมอีกต่อไป” ลุงใหญ่ออกข้อเสนอนี้ออกมา
“ ผมว่าพวกเราได้เงินจากค่าบริหาร และกำไรมาทุกๆ ปี ตั้งแต่บริหารบริษัทน้ำอัดลมมา พวกเราก็ไม่ได้ลงทุนสักนิด เงินสามพันล้านบาทผมว่าควรจะคืนให้อาเทียนนะครับ” ลุงสามเอ่ยอย่างเป็นกลาง แต่ทุกคนไม่เห็นด้วยจะให้ทำการโหวตออกเสียง จนมีเกิดการโต้เถียงกันขึ้นมา ลุงสาม ลุงห้า ลุงเจ็ด ลุงแปด เข้าข้างอาเทียน ไม่เข้าข้างลุงใหญ่
“ พอแล้ว เรื่องนี้พวกแกถอนตัวออกมาอย่างเดียว ส่วนเงินสามพันล้านบาทให้อาเทียนไป ไม่ต้องไปเอาของเขา” ปู่หลี่ตัดสินใจออกมาเป็นอันเด็ดขาดสร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆ คน
พ่อเก้าออกจากที่ประชุมก็รีบกลับไปหาเทียนที่กำลังนั่งสมาธิ อยู่
“ อาเทียน ลูกไปขอเงินท่านย่ามาเท่าไรกันแน่” พ่อเก้าเอ่ยอย่างร้อนใจ
“ ผมยังไม่เคย ขอเงินท่านย่าเลยสักบาท”
“ แล้วเงินสองพันล้านที่จ่ายให้พนักงาน ลูกเอามาจากไหน”
“ ท่านหมอซู ให้มาน่ะ...”