‘ของที่ทำขึ้นเพื่อข้า?? หรือ ตัวตนเองอนาคต จะบอกว่าตัวตนแห่งอดีตรู้ว่าข้าจะมีพลังวิญญาณสูงงั้นหรือ’ อูหลินเฟิงถาม
'ก็ไม่เชิง ในตอนที่ตัวตนแห่งอดีตได้รับคำทำนายจากท่านนาสเทีย ยังทำให้เขารู้ว่านอกจากทั้งสามตัวตนจะมีดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์และสามารถฝึกพลังได้ครบทุกสาย พรสวรรค์ของแต่ละตัวตนก็จะแตกต่างกันไป อย่างตัวตนแห่งอดีตมีพรสวรรค์ด้านพลังจิตใจที่ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด ไม่ว่าเขาจะเกิดใหม่เป็นคน สัตว์ ผู้ชาย ผู้หญิง หรือก็ให้เขาต้องไปเกิดในตระกูลที่เคยเป็นศัตรูหรือเคยสังหารเขาในชาติก่อน เขาก็สามารถรับกับตัวตนใหม่ได้ทันที...ใช้ชีวิตในแบบที่ควรจะใช้โดยไม่ยึดติดกับบุญคุณหรือความแค้นของแต่ชาติก่อน สิ่งที่เขายึดติดมีเพียงคำสั่งเสียของท่านนาสเทีย และ การหยุดยั้งการคืนชีพของนอคซ์เท่านั้น’
'ถ้าข้าที่เป็นตัวตนแห่งปัจจุบันมีพรสวรรค์ด้านวิญญาณ ตัวตนแห่งอดีตมีพรสวรรค์ด้านจิตใจ ตัวตนแห่งอนาคตก็คงมีพรสวรรค์ด้านร่างกายสินะ'อูหลินเฟิงกล่าว
‘ถูกต้อง...ถึงแม้ตัวตนทั้งสามจะมีพรสวรรค์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังสามารถใช้พลังทั้งสามสายได้เช่นเดียวกัน และ การจะแข็งแกร่งขึ้นได้จะต้องทำให้พลังทั้งสามสายเกิดความสมดุลกัน เพราะฉะนั้นหนึ่งในชาติที่ตัวตนแห่งอดีตได้บรรลุไปถึงระดับราชันเทวะจึงได้อาศัยพลังนั้น ได้สร้างลูกแก้วอาคมออกมาสองอัน มันคือสมบัติเทพระดับเทพราชัน แต่ว่าเงื่อนไขของการจะใช้ลูกแก้วอาคมนี้ได้ คือจะต้องมีดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์เท่านั้น ถึงจะใช้ได้’
‘แบบนี้นี่เอง เป็นถึงของที่ถูกสร้างโดยราชันเทวะ ไม่แปลกเลยที่มันจะมีความสามารถมากมายขนาดนี้’ อูหลินเฟิงเข้าใจทันทีว่าเหตุใดพลังของลูกแก้วอาคมถึงหน้ามีพลังมากขนาดนี้ พอเพียงเข้าเรื่องระดับพลังวิญญาณได้ระดับลมปราณและระดับพลังจิตก็จะเลื่อนขึ้นตามทันที อีกทั้งเพราะเงื่อนไขของการใช้ลูกแก้วอาคมนี้ก็คือจะต้องมีดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์เท่านั้น ทำให้มันไม่เคยถูกแย่งชิงหรือถูกใช้ไปก่อน รอจนวันที่อูหลินเฟิงปรากฏตัว
‘ถ้าเกิดว่าตัวตนแห่งอดีตคอยเตรียมพร้อมให้กับพวกข้าแบบนี้ หรือว่าในโลกแห่งมนตราและโลกแห่งพลังจิตและวิทยาการ จะมีดินแดนหรือตระกูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยตัวตนแห่งอดีตเช่นเดียวกับหอคอยวิญญาณ’ ที่ถามแบบนี้ก็เพราะว่าตัวตนแห่งอดีตไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะเกิดมาในโลกไหน มีความเป็นไปได้ที่เขาหรือตัวตนแห่งอนาคตจะเกิดในโลกในไหนก็ได้
‘ย่อมต้องมี แต่ว่าข้าไม่รู้สถานการณ์ของตระกูลที่อยู่ในโลกอื่นหรอกนะ' กระบี่เหนือสวรรค์กล่าว เพราะว่าสถานการณ์ของแต่ละมิติแตกต่างกันไป และ ระบบการปกครองของแต่ละมิติก็แตกต่างกันออกไป มีความเป็นไปได้ที่พรรคหรือตระกูลที่ตัวตนแห่งอดีตสร้างขึ้นที่มิติอื่นอาจจะล่มสลายไปแล้วก็ได้
ในระหว่างที่กระบี่เหนือสวรรค์กำลังอธิบายสิ่งที่อูหลินเฟิงต้องการจะรู้ ภายในวิญญาณได้ปรากฏสร้อยของดรีมที่เขาเคยนำออกมาจากวิญญาณของดรีม
“นั่นมันสร้อยข้อมือของดรีม??” อูหลินเฟิงมองสร้อยอย่างแปลกใจ ของสิ่งนี้ไม่น่าที่จะปรากฏขึ้นภายในจิตวิญญาณของเขา นั่นก็เพราะว่าต่อให้ร่างของดรีมโดนสังหารแต่ว่า ดวงวิญญาณของดรีมได้รับยันต์อาคมของเขา ต่อให้ร่างกายของดรีมโดนสังหารแต่ก็ยังสามารถที่จะหลงเหลือจิตวิญญาณเพื่อที่จะหาร่างใหม่ได้ นั่นคือวิธีอูหลินเฟิงคิดให้กับดรีม แกล้งตายเพื่อหาร่างใหม่ ไม่ให้รัฐบาลโลกของโลกแห่งวิทยาการตามล่าอีกต่อไป
‘หือ?? สัมผัสยันต์อาคมที่อยู่ภายในจิตวิญญาณของดรีมหายไป??’ อยู่ๆ สัมผัสที่เขาสามารถรู้สึกได้ ยันต์อาคมที่ได้ใส่ไว้ภายในดวงวิญญาณของดรีมก็หายไป แถมยังไม่ใช่การหายไปโดยที่ถูกทำลายจิตวิญญาณอีกด้วย แต่ราวกับว่าจิตวิญญาณของดรีมอยู่ๆ ก็หายไปโดยที่เขาไม่สามารถรับรู้ได้ ทั้งๆ ที่ยันต์อาคมยังไม่ถูกทำลาย
อูหลินเฟิงจ้องมองไปยังสร้อยข้อมือแห่งความฝันอย่างแปลกใจ เมื่อเอื้อมมือไปสัมผัสมันก็สามารถรับรู้ได้ว่า ในตอนนี้เจ้าของที่มันยอมรับได้เปลี่ยนไปแล้ว จิตวิญญาณภายในสร้อยข้อมือแห่งความฝัน จะยอมรับเขาเป็นเจ้านายคนใหม่
‘อะไรกันเนี่ย อยู่ๆ สร้อยข้อมือแห่งความฝันก็รับข้าเป็นเจ้านายงั้นหรือ’ แม้จะแปลกใจแต่ว่าอูหลินเฟิงก็รับสร้อยข้อมือนั้นมา เพราะไม่ว่าอย่างไรสร้อยข้อมือนั่นก็คือสมบัติเทพ ที่มีความสามารถในการบงการความฝันของผู้อื่นได้ อูหลินเฟิงที่ตอนนี้สมาธิทั้งหมดถูกดึงมาไว้ที่แหล่งกำเนิดพลังวิญญาณ ทำให้ไม่รู้สถานการณ์ข้างนอก แต่กระบี่เหนือสวรรค์ที่สามารถสัมผัสถึงเหตุการณ์ข้างนอกได้ก็รีบบอกให้อูหลินเฟิงออกไปทันที
‘ข้าว่าเจ้ารีบออกไปดีกว่า สถานการณ์ข้างนอกตอนนี้ ไม่สู้ดีนัก’
‘มีอะไรงั้นเหรอ’ อูหลินเฟิงถาม
‘เดี๋ยวออกไปเจ้าก็จะรู้เอง’
โลกภายนอก ร่างกายของอูหลินเฟิงมีกระแสพลังของการเลื่อนระดับอยู่รอบๆ กระแสพลังนั้นเกิดที่ขึ้นสามารถบรรลุถึงชนชั้นจักรพรรดิได้ แต่ว่าเมื่ออูหลินเฟิงโดยผนึกพลังวิญญาณไว้โดยกระบี่เหนือสวรรค์ทำให้ยังไม่อาจที่จะทะลวงสู่ชนชั้นจักรพรรดิได้ เป็นเพียงแค่ชนชั้นราชันขั้นสูงเท่านั้น เมื่ออูหลินเฟิงลืมตาขึ้นมาก็สามารถสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลในระดับที่ทำให้เขาหวาดกลัวไปยังจิตวิญญาณ
' แรงกดดันอะไรกัน!!' เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นว่า ใบหน้าของสหายแต่ละคนเคร่งเครียดยิ่งนัก แต่ละตนมองขึ้นไปบนฟ้า อูหลินเฟิงจึงมองขึ้นไปบนฟ้าก็พบว่ามีสัตว์อสูรหนึ่งตัวกำลังจ้องมายังที่ที่พวกเขาอยู่
“มังกรเพลิง!!” จักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง ผู้ที่ทำให้กองกำลังของแดนจันทราโลหิตรอดไปได้ กำลังมองตรงมาอย่างพวกเขา ราวกับกำลังหิวกระหาย
“ดูเหมือนว่าเจ้านั้นจะสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณบริสุทธิ์ที่เกิดจากการทะลวงระดับชั้นของพวกเรา มันคงคิดว่าพวกเราเป็นอาหารละมั้ง”จงหมิ่นกล่าว
“รู้สึกกลุ่มของพวกเราจะโชคร้ายจริงๆ” หากพูดว่ากลุ่มของแดนจันทราโลหิตมีความโชคดีมากมายทำให้สามารถรอดไปได้อย่างง่ายดาย นั่นก็ต้องหมายความว่าฝั่งของกองกำลังพันธมิตรโชคร้ายยิ่งนัก นอกจากจะไม่สามารถสังหารศัตรูได้ตามที่หวัง แต่ตอนนี้ก็ยังโดนมังกรเพลิงจ้องเล่นงาน สัตว์อสูรที่เป็นมีสายเลือดโบราณและยังเป็นถึงราชาของเขตใต้แห่งนี้ สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงเพียงตัวเดียวภายในเขตใต้ของแดนเทพรกร้างแห่งนี้
‘คุกเข่า’ เสียงของมังกรเพลิงดังขึ้นภายในจิตใจของทุกๆ คน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แรงขึ้นไปอีก จนทำให้ไป๋หลันฮวา เสวี่ยหานเอ๋อร์ เยว่ฟง ถึงกับทรุดลงไปที่พื้นและพยายามใช้มือดันเพื่อไม่ให้ตนเองล้มลงไป ลี่เจียง เฟิ่งหวงหยางชุน เซี่ยชิงเอ๋อร์ โดนอะไรกดดันมหาศาลจนทำให้คุกเข่าลงด้วยเข่าหนึ่งข้าง มีอูหลินเฟิง จงหมิ่น หลางจวิน เนี่ยหลุน ที่สามารถต้านทานได้โดยที่ไม่ล้มลงไปกับพื้น
‘โห! ถือว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งไม่น้อย ด้วยสายเลือดระดับสูงของพวกเจ้าและดวงวิญญาณที่เข้มแข็ง ร่างกายของพวกเจ้าคงจะอร่อยไม่น้อย’ มังกรเพลิงกล่าว มองไปยังกลุ่มคนตรงหน้าอย่างสนใจ ในทีแรกมันคิดจะจากไปหลังจากที่สามารถสังหารสัตว์อสูรที่โง่เขลา มาท้าทายตนเองหลังจากที่สามารถทะลวงขั้นจากจักรพรรดิอสูรกลายเป็นจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนที่มันจะจากไปมันก็สามารถสัมผัสได้ว่ามีมนุษย์หลายคนที่มีสายเลือดแข็งแกร่งกำลังทะลวงขั้น กระแสพลังที่ออกมานั้นช่างหอมหวานสำหรับมังกรเพลิงอย่างมันยิ่งนัก
‘แต่น่าเสียดาย พลังอันน้อยนิดแบบนั้นไม่อาจต้านทานพลังของข้าได้’ มังกรเพลิงค่อยๆ อ้าปากออกมา พร้อมๆ กับความร้อนอันมหาศาลที่ทุกๆ คนสามารถสัมผัสได้จากปากของมัน
“แย่ล่ะสิ!! ถ้าเกิดมันพ่นลมหายใจมังกรออกมา ต่อให้เป็นข้าก็ไม่รอดแน่ๆ” หลางจวินจ้องมองเปลวเพลิงที่อยู่ภายในปากของมังกร พยายามที่จะขยับร่างกายเพื่อหลบหนีแต่แรงกดดันปราณมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของมังกรเพลิง ขัดขวางการขยับร่างกายของพวกเขา
“อูหลินเฟิง เจ้ามีแผนอะไรไหม” จงหมิ่นรีบหันไปถามสหายของตน
“ต่อให้แผนอะไรก็ใช้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแบบนี้ไม่ได้!” อูหลินเฟิงเองก็จนปัญญา ด้วยความแข็งแกร่งอันมหาศาลของมังกรเพลิงที่อยู่ตรงหน้าต่อให้แผนการแบบไหนก็ไม่อาจจะทำให้เขารอดมาจากที่นี่ได้
‘จริงสิ!!’ อยู่ๆ เหมือนว่าอูหลินเฟิงก็คิดอะไรได้ ‘ท่านกระบี่เหนือสวรรค์...ท่านช่วยข้าได้หรือไม่’
‘ข้า… ขี้เกียจออกไปสู้กับเจ้านั่น.. แต่ไม่ต้องห่วงยังไงเจ้าก็ไม่ตายตอนนี้หรอก’ กระบี่เหนือสวรรค์ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือทัน
‘ห่ะ?? ท่านดูนั่นก่อน เปลวเพลิงที่ถูกปล่อยออกมาด้วยพลังของจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง... คิดว่าข้าที่เป็นเพียงแค่ราชันชั้นสูงจะสามารถรอดไปได้อย่างนั้นหรือ’ อูหลินเฟิงถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมกระบี่เหนือสวรรค์ถึงคิดว่าพวกเขาจะรอดไปได้จากการโจมตีระดับนี้ การโจมตีของสัตว์อสูรตัวนั้นต่อให้เขาเลื่อนระดับจนถึงจักรพรรดิก็ยังไม่อาจต้านทานได้หากถูกโจมตีตรงๆ
ทุกๆ คนจ้องมองไปที่ปากของมังกรเพลิง ที่ตอนนี้กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
“เดี๋ยว!!! ท่านคิดจะกินพวกข้าไม่ใช่หรือไง ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเผากันก็ได้” อูหลินเฟิงรีบตะโกนออกไปทันที อย่างน้อยๆก็อยากที่จะถ่วงเวลาเพื่อหาทางรอดแต่ว่า
‘ข้าไม่ชอบกินของดิบ’ มังกรเพลิงตอบเพียงสั้นๆ จากนั้น ลูกบอลเพลิงก็ถูกปล่อยออกมาจากปากของมังกรเพลิง แม้จะเป็นลูกบอลเพลิงที่มีขนาดเล็กที่ถูกปล่อยออกมาจากปากของมังกรเพลิง แต่สำหรับกองกำลังพันธมิตรทุกคนราวกับว่ามันคือดวงอาทิตย์ขนาดเล็กที่กำลังร่วงหล่นลงมาหาพวกเขา ความร้อนมหาศาลสามารถแผ่เผาร่างกายได้ว่าจะอยู่ไกล
“โถ่เว้ย!! ต้องมาตายแบบนี้เนี่ยนะ” อูหลินเฟิงกล่าวออกมาอย่างปลงตก ต่อให้ทุกคนในที่นี้จะมีจิตใจที่ยังไม่ยอมตาย พยายามที่จะโคจรลมปราณตัวของตัวเองต่อต้าน แรงกดดันลมปราณของมังกรเพลิง แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะขยับได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงจ้องมองลูกบอลเพลิงที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาอย่างไม่ยินยอม
แต่ก่อนที่ลูกบอลเพลิงจะพุ่งตรงมาสังหารพวกเขาทั้งหมด บรรยากาศโดยรอบก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากท้องฟ้าที่ไร้เมฆ กลับถูกเมฆปกคลุมอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็วจนบรรยากาศกลายเป็นความหนาวเย็นยะเยือก
ปราณหงส์เหมันต์ ผนึกเหมันต์
ลูกบอลเพลิงที่พุ่งเข้ามาอยู่ๆ ก็โดนแช่แข็งภายในชั่วพริบตา จากลูกบอลเพลิงกลายเป็นลูกบอลเหมันต์ ลูกบอลเพลิงถูกแช่แข็งโดยสมบูรณ์
“เกิดอะไรขึ้น? พลังน้ำแข็งนั้นมันอะไรกัน มีพลังที่สามารถแช่แข็งพลังของมังกรเพลิงได้ด้วยงั้นเหรอ” อูหลินเฟิง กล่าวขึ้นมาอย่างตกใจ แต่คำถามของเขาคนอื่นๆ ในกองกำลังพันธมิตรก็ไม่อาจตอบได้เช่นเดียวกัน ท่านใดนั้นเองเสียงของกระบี่เหนือสวรรค์ก็ดังขึ้นภายในจิตใจของเขา
‘ก็บอกแล้วว่าเจ้าไม่ตายหรอก ลองมองขึ้นไปบนฟ้าดู’
อูหลินเฟิงจึงมองขึ้นไปบนฟากฟ้าตามคำบอกของกระบี่เหนือสวรรค์จึงพบว่า บนฟากฟ้านั้นมีร่างของหงส์ที่มีขนสีฟ้าอันสวยงาม กำลังโบยบินอยู่ จากนั่นทุกคนก็มองตามไปยังทิศทางที่อูหลินเฟิงมอง
“หงส์เหมันต์? ราชาแห่งเขตตะวันตก ทำไมถึงไม่อยู่ที่นี่” เนี่ยหลุนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับแดนเทพรกร้างมากที่สุด เมื่อเห็นร่างของหงส์เหมันต์จึงรับรู้ได้ทันที ไม่ใช่ว่าเขารู้จักหงส์เหมันต์ แต่ว่าภายในแดนเทพรกร้างแห่งนี้มีแต่หงส์เหมันต์ที่เป็นจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง เช่นเดียวกับมังกรเพลิงเท่านั้นที่จะสามารถต้านทานพลังของมังกรเพลิงได้
จากนั้นร่างของหงส์เหมันต์ที่มีขนอันสวยงามก็ค่อยๆ แปลงร่าง จนกลายร่างเป็นหญิงสาวที่หน้าตางดงาม หญิงสาวผู้นั้นค่อยๆ ลดระดับ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้ามังกรเพลิง
“ข้าไม่อาจให้เจ้าสังหารมนุษย์พวกนี้ได้ หยุดมือซะ หยางหยาง” เสียงอันไพเราะของหงส์เหมันต์กล่าวไปยัง มังกรเพลิง
..
..
จบตอน