เช้ารุ่งขึ้นผมให้พี่ลิลและเลลไปทำภารกิจตามจดหมายแนะนำตัวนั้นคือการไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ทุกข์ยากตามชนบทรอบ ๆ เมือง ทั้งเรื่องการศึกษา ความเป็นอยู่และทำบันทึกรายงายให้ทางวิหาร ส่วนภารกิจหลักผมกับพี่อ๊อสเป็นคนดำเนินการเอง หากมองพวกผมผิวเผินก็เหมือนพวกเจ้านายสั่งลูกน้องไปทำงานแทนแล้วตัวเองก็หนีไปเที่ยวเล่น กลับเมืองหลวงแล้วค่อยเอาหน้า ซึ่งถ้าคนอื่นคิดได้แบบนั้นมันจะดีกับพวกผมอย่างมาก
“มาสเตอร์ เครื่องดื่มอะไรขึ้นชื่อของที่นี่” อ๊อสถามชายที่เค้าเตอร์
“เมืองนี้ ขึ้นชื่อเรื่องเบียร์ จะลองหน่อยไหมละ” ชายคนนั้นสนอ
“จัดมาเลย 1 แก้วครับ ส่วนอีกแก้วขอเป็นนมสดให้ เจ้านายผม”
อ๊อสที่สั่งออร์เดอร์ไปพร้อมผายมือให้อีกฝ่ายหายสงสัยเรื่องนมสดในร้านเหล้า ไม่นานแก้ว(เหยือก) ทั้ง 2 ก็มาเสริฟเบื้องหน้าพวกเรา ผมไม่ถามความเห็นใครก็ยกนมในเหยือกซดประชดคนสั่งมาให้
“เจ้านายดื่มนมสดนั้นดีแล้วครับ ผมยังไม่อยากแบกเจ้านายกลับที่พักแต่หัววัน” พี่อ๊อสทำเสียงนอบน้อมใส่ผมจนดูน่าหมั่นไส้ ผมได้แต่ส่งเสียง ‘หึ’ ในรำคอ แล้วตั้งหน้าตั้งตาดื่มนมนั้นให้หมดเหยือก เมื่อจังหวะเหมาะพี่อ๊อสก็เริ่มงานทันที
“เบียร์นี่อร่อยสมคำที่บอกเลยครับ ไม่แพ้เหล้าของฮาเวสเลย” เมื่อมาสเตอร์ได้ยินถูกเปรียบเทียบเบียร์กับเหล้าชั้นหนึ่งของทวีปก็ยิ่งดูเหมือนจะพูดกันง่ายขึ้น
“เอาอีกแก้วไหมละ”
“เอามาเลยครับ” อ๊อสที่คอทองแดงอยู่แล้วมีหรือจะกลัว
รอยยิ้มกับสายตาเจ้าเล่ห์นั้นผมจะไม่รู้ทันได้ไง ผ่านไป 30 นาที เหยือกเบียร์วางกองรวมกันไม่ต่ำกว่า 10 เหยือก ขนาดพี่อ๊อสขอตัวไปเข้าห้องน้ำปล่อยของเก่ามาแล้วสีหน้าแววตายังเป็นปกติ มิน่าละวันนั้นผมถึงได้แพ้ดวน
“ลุงครับ” อ๊อสที่เปลี่ยนสรรพนามจากมาสเตอร์เป็นลุงเพื่อลดระยะสร้างความสนิทสนม
“ว่าไงพ่อหนุ่ม เรียกว่าข้าลุงเบ็นเถอะ” ดูเหมือนระยะห่างจะถูกลดลงแล้ว “นานแล้วที่ข้าไม่เจอคนคอแข็งเหมือนเอ็ง”
“ขอบคุณที่ชมครับ ฮะ ๆ พอดีเจ้านายผมบอกจะเลี้ยง ผมเลยขอจัดให้เต็มที่นาน ๆ จะได้มีโอกาส” พูดไปพร้อมหันมาโค้งหัวให้ผม “ลุงบอกว่านานแล้วนี้ลุงอยู่เมืองนี้มากี่ปีแล้วครับ” อ๊อสได้โอกาส
“ฮะ ๆ นานแล้วของข้าเรื่องคนคอแข็งนะมันก็หลายปีอยู่ แต่ถ้าถามข้าว่าอยู่เมืองนี้มานานหรือยัง ก็ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ข้าเกิด ฮะ ๆๆ” เมื่อพวกเรารู้ว่าลุงคนนี้มีความเป็นไปได้ที่อาจจะรู้เรื่องสองสามีภรรยา พวกเราก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
“ลุงเบ็นครับวันนี้ผมพอเท่านี้ก่อนละกัน วันหลังผมจะมาใหม่พวกผมยังอยู่เมืองนี้อีกนาน” แน่นอนว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เพราะพวกเรายังไม่อยากให้แผนเสีย อ๊อสพูดลาลุงก่อนจะส่งสายตาให้ผมและกล่าวว่า “นายท่าน รบกวนเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยครับ” ผมที่ได้ยินจึงหยิบเหรียญเงินคีตออกมาจากแหวน 1 เหรียญ ก่อนจะดีดส่งให้พี่อ๊อสนำไปจ่ายค่าเสียหาย
“ไปก่อนนะลุงเบ็น” อ๊อสโค้งคำนับอย่างให้เกียรติ
“แล้วเจอกันพ่อหนุ่ม” ชายชราบอกลา
“ผมชื่ออ๊อสครับ เจ้านายผมชื่อ ออโต้” พวกเราก็ออกจากร้านไป ยังสถานที่ต่อไป
“ออโต้” เสียงอันแผ่วเบาเรียกผม
“ครับ”
“ขอพี่...นั่งหลับพักตา 10 นาที”
“อ้าว นึกว่าไม่เมา”
“แฮะ ๆ” แล้วพวกเราก็หลบสายตาผู้คนเข้าไปยังมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะ ผมที่มาถึงก่อนจึงนั่งหลบแดดยามสาย ไม่นานชายหนุ่มร่างสูงก็กระโดดทิ้งตัวมานั่งข้าง ๆ ก่อนจะเอนกายแนบพิงใช้ผมเป็นที่พักกาย
--------------------
“อรุณสวัสดิ์ครับ” โอ๊สที่ตื่นมาพบว่าเหล่า พี่เทพทั้งสองกำลังนั่งเล่นเกมอะไรสักอย่างบนโต๊ะอาหาร
“อรุณสวัสดิ์” เสียงผสานของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน
“ทำอะไรกันอยู่ครับ”
“เล่นเกมฟุตบอลอยู่ มาเล่นด้วยกันมะ ไม่ยาก” ซันที่ชวนโอ๊สเล่น ภาพเคลื่อนไหวคล้ายรูปปั้น ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ตัวเล็ก ๆ วิ่งไปมาบนสนามหญ้าสีเขียวสดใสขนาดพอดีกับโต๊ะอาหาร
“ผมขอดูเฉย ๆ ดีกว่าครับ” โอ๊สตอบด้วยความเกรงใจ เอิร์ธที่เห็นน้องชายต่างโลกเกรงใจจึงดึงร่างนั้นให้มานั่งบนตัก ก่อนจะส่อนการเล่นเกม AR (Augmented Reality) ของทางเทพเจ้าซันที่กำลังพัฒนา
“เกมนี้เรียกว่าฟุตบอล ส่วนนี่ลูกบอล ทีมไหนเตะบอลเข้าโกลของอีกฝ่ายได้ ก็จะได้คะแนน” เอิร์ธที่สอนน้องชายเล่นเกมและให้รู้จักฟุตบอลกีฬายอดนิยมของโลกพวกเราอยู่นั้น ซันก็พูดขึ้นมา
“เรื่องกฎของคีตา ซันคงทำอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อย ระบบแอดมินก็คงแก้ปัญหาให้เอิร์ธได้ ซันฝากด้วยนะ ที่ซันเข้ามาโลกนี้เพราะจะมาปรับสมดุลโลก ทาง 2 ทวีปที่เหลือรู้สึกว่ามีบางประเทศจะก่อสงคราม”
“งานหลวงซันจัดการเลย งานดูแลเด็กเอิร์ธรับผิดชอบเอง”
“แล้วจะไปมายด์กันวันไหน” ซันถาม
“ตอนนี้เอกสารเดินทางเรียบร้อยแล้ว รอแต่แม่บุญธรรมโอ๊สมาถึง พวกเราถึงจะไป” เอิร์ธตอบ
“โอเค... อ้าว! มัวแต่คุยโดนโอ๊สทำประตูสะงั้น” แล้วทั้งสามก็มัวเล่นเกมจนลืมกินข้าวเช้า
“พี่ไปก่อนนะโอ๊ส ฝากดูแลเอิร์ธด้วย” ซันที่จะกลับไปทำงานเทพเจ้าของตนบอกลาชายหนุ่มรุ่นน้องตรงหน้า
“ขอบคุณมากเลยครับที่เอ็นดูผม” โอ๊สกล่าวอย่างนอบน้อมเพราะอีกฝ่ายในสายตาของชายหนุ่มคือมหาเทพผู้สร้างโลกแห่งนี้
“ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก” ซันกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนร่างนั้นจะสลายกลายเป็นแสงหายไป
“เห้อเอาละ อยากทำอะไรสนุก ๆ มะ” เอิร์ธหันไปถามโอ๊ส ที่ดูก็รู้ว่ากำลังรู้สึกใจหายกับการที่เทพพระเจ้าสูงสุดของเขาจากไปแล้ว ชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงพี่ชายจึงหันกลับมามองด้วยความสงสัย
“อย่าตกใจ อย่าตื่นเต้น ไม่ต้องกลัว จับมือพี่แน่น ๆ ก็พอ” เอิร์ธบอกถึงสิ่งที่น้องชายต้องทำ ไม่นานก็ปรากฏวงเวทย์ รอบเท้าของเอิร์ธมันมีรัศมีครอบคลุมร่างโอ๊สที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ มือของพี่ชายอันนุ่มนิ้มเอื้อมมาจับมือของน้องชายอย่างแน่นกระชับพร้อมกับปรากฏม่านพลังมานาทรงกลมใสคล้ายแก้วโอบล้อมทั้งสอง มุมมองทั้งคู่ก็ลดต่ำลง ใช้แล้วทั้งสองคนกำลังลอยขึ้นด้านบน ทะลุเพดานบ้านพักของโอ๊สและลอยต่อไปเรื่อยๆ จนทะลุหลังคา เมื่อทั้งสองลอยอยู่เหนือบ้านไม่นานความสูงและความเร็วก็เพิ่มขึ้น ไม่ถึง 10 นาที สองพี่น้องก็ลอยค้างอยู่บนอวกาศ
“สะ... สวยจัง ที่นี่คือสวรรค์หรือครับ” โอ๊สที่ถามเพราะความไม่รู้
“ไม่หรอก ๆ ที่นี่เรียกว่าอวกาศ เป็นพื้นที่ อยู่นอกคีตา ดูนั้นสิ” เอิร์ธชี้นิ้วไปยังดาวเคราะห์ดวงสีฟ้าสดใสที่อยู่ใต้เท้าคนทั้งสอง
“นั้น... คีตาหรือครับ สวยจัง มันเป็นทรงกลมหรอกหรือ” ชายหนุ่มทึ่งในความงามของดาวบ้านเกิด จนน้ำในตาไหลออกมา
“สวยใช่ไหมละ จริง ๆ ดาวพวกพี่ ไม่สิโลกพวกพี่ก็สวยเหมือนคีตานั้นละ แต่ตอนนี้อาจจะสวยน้อยกว่า เพราะธรรมชาติถูกทำลายไปเยอะ” เอิร์ธที่พูดเรื่องความจริงของโลกมนุษย์พวกเราให้น้องชายฟัง
“ผมจะไม่ทำร้ายคีตาเด็ดขาด”
“ฮะ ๆ นายไม่ทำลายคนอื่นก็ทำอยู่ดี แค่พวกนายจะรักษามันได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับอนาคต เทพเจ้าแบบพวกพี่ ทำได้ก็แค่สร้างให้ ส่วนเรื่องทำลายมนุษย์จะก่อมันขึ้นมาเอง”
“ไม่จริงใช่ไหม” น้ำเสียงโอ๊สเศร้าจนเห็นได้ชัด
“โทษที ๆ จริง ๆ ว่าจะมาทำให้อารมณ์ดี ไม่ได้ตั้งใจให้เศร้าแบบนี้นะ อะไรมันจะเกิดเราไม่มีทางรู้ได้ มีแต่ต้องทำปัจจุบันให้ดีกว่าวันเก่า ๆ แล้วอนาคตก็จะดีเอง จับมือพี่แน่น ๆ นะ” แล้วสองหนุ่มก็พากันบินรอบโลกชื่นชมธรรมชาติของคีตาบนอวกาศ
--------------------
“ตื่นแล้วเหรอครับ”
“อืม... พี่หลับไปนานไหม”
“ก็แค่ ชั่วโมงเดียว”
“อ่าวแล้วกัน ไม่ยอมปลุกพี่ละ แล้วพี่นอนแบบนี้ขาเราไม่ชาไปหมดแล้วหรือ” พี่อ๊อสที่รีบดีดหัวออกจากตักผม
“ก็กลัวพี่ชายหลับไม่สบายผมเลยจับมาหนุนตักเอง ถ้าแค่นี้ผมกลัวขาชา ผมคงไม่ทำหรอกครับ ^-^ ”
“เดี๋ยวนี้ทำตัวน่ารักนะเรา” พร้อมกับบิดแก้มผมมาเต็มมือ
“โอ๊ย! เจ็บนะครับ”
“ปะ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าพี่หิวข้าวแล้ว”
“ใจเย็นพี่ผมลุกไม่ได้ขาชาอยู่” เมื่ออ๊อสเห็นผมขาชา เขาก็จับขาผมไปนวดเบา ๆ ‘การพี่มีชายมันก็ดีแบบนี้เองสินะ’
ไม่นานพวกผมก็มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากสวนสาธารณะเท่าไหร่ อ๊อสที่ตอนนี้กลับมาสวมบทผู้ติดตามก็ทำหน้าที่ของตนทันที
“ขอบใจ” ผมกล่าวตามมารยาทเมื่อบอดีการ์ดดึงเก้าอี้ให้ผมนั่งยังโต๊ะร้านอาหาร ก่อนที่อีกฝ่ายจะถอยหลังไปยืนรอให้ผมอนุญาตร่วมโต๊ะ
“พี่อ๊อสเชิญนั่งครับ” ไม่นานก็มีบริกรสาวน้อยผมสีบลอนด์กล่าวทักทาย มานำเสนอรายการอาหาร อ๊อสที่รับเมนูไปสั่งอาหารทั้งหมดโดยมีสาวน้อยคนนั้นทำงานอย่างมืออาชีพ ผมรู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยคนนี้อยู่หลายส่วน เมื่อเธอรับออร์เดอร์แล้วก็วิ่งกลับเข้าครัวไป
“ชอบสาวน้อยคนเมื่อกี่หรือ” อ๊อสที่เห็นผมมองตามบริกรสาวจนหายเข้าไปหลังร้านถามขึ้นมา
“ดูเธอเป็นคนขยันดีครับ แต่ผมยังไม่รีบมีแฟนหรอก แค่รู้สึกว่าเธอเป็นคนน่าคบหาแบบมิตรสหาย พี่ก็อย่าลืมว่าผมเป็นคนต่างโลก” ตรงท่อนสุดท้ายผมพูดเบาให้ได้ยินแค่สองคน
“แล้วต่างโลกมีแฟนมีเมียโลกนี้ไม่ได้หรือไง” อ๊อสที่โน้มหัวเข้ามาใกล้กระซิบถาม
“พี่ ผมยังเด็กอยู่เลย อายุ 18 เอง” ผมกระซิบตอบ
“แต่โลกนี่ 18 มีลูกไปหลายคนแล้วน้อง” กระซิบเบากว่า
“ถ้า 18 มีเมียไปนานแล้ว คนอายุ 22 ตรงนี้ทำไมยังโสดครับ” ยิ่งพูดเสียงยิ่งเบาลง
“ก็คนมันไม่ว่างไง ทำงาน” ตอนนี้หัวสองคนแทบจะชนกัน
“ขอโทษค่ะ อาหารมาเสริฟ” บริกรสาวกล่าวเสียงดังฟังชัดจนหนุ่ม ๆ สะดุ้งตกใจ ก่อนที่เธอจะโน้มตัวลงมาใกล้พวกผมแล้วกล่าวเสียงเหมือนกระซิบมาว่า “ทานให้อร่อยนะคะ” แล้วก็เดินจากไป ผมและพี่ชายต่างอดอมยิ้มกับอารมณ์ขันของเธอไม่ได้
เมื่อท้องถูกเติมด้วยพลังงาน พวกผมก็ออกท่องเที่ยงในเมืองต่อ เพื่อสืบข่าวหาพ่อแม่พี่อ๊อสจนเวลาล่วงเลยถึงยามเย็น พวกเราเดินผ่านเขตชุมชนแห่งหนึ่งไม่นานก็ได้ยินเสียงข้าวของคล้ายตกแตกกระจาย
เพล้ง!!~
“หยุดเดียวนี้นะ” เสียงหญิงสาวอันคุ้นหูดังตามมา
“ก็บอกไปแล้วไง ถ้าไม่จ่ายพวกข้าจะทำลายข้าวของให้ได้ราคาที่พวก แก่ติดหนี้หรือไม่ก็...”
“เมื่อวานก็ตกลงกันแล้วนิ ว่าสิ้นเดือนนี้จะจ่ายให้ทั้งหมด” เสียงสาวน้อยคุ้นหูยังคงกล่าวต่อ
“หึ ก็ไอ้คนที่แกตกลงไว้ วันนี้มันถูกไล่ออกไปแล้ว ก็ถือว่าโมฆะ”
“อะไรกัน” เสียงหญิงสาวยังคงไม่เชื่อหู ถึงคำพูดอีกฝ่าย
“ถ้าแกไม่จ่ายก็ยอมไปเป็นเมียเจ้านายเราสะ ฮะ ๆๆๆ”
“ใครจะไปยอมเป็นเมียคนแบบนั้นกัน”
“หนอย ๆ ยัยนี่ กล้าว่าเจ้านายพวกข้ารึ” ชายร่างยักษ์ก้าวเท้าไปหมายจะทำร้ายหญิงสาวผมสีบลอนด์ ผมกับพี่อ๊อสที่เข้ามาเห็นพอดีจึงรีบเข้าไปช่วย
“หยุดก่อนพี่ชาย มีอะไรคุยกันดี ๆ ก่อนก็ได้” อ๊อสที่วิ่งเข้าไปแทรกได้ทัน
“เอ็งเป็นใคร มายุ่งอะไรเรื่องพวกข้า” ชายคนดังกล่าวขึ้นเสียงข่มพี่อ๊อส
“ผมรู้จักน้องคนนี้ เห็นมีเรื่องอยู่ผมก็ต้องมาช่วยสิครับ ว่าแต่พวกพี่ชายเถอะ มีปัญหาอะไรกับน้องเขาหรือครับ” พี่อ๊อสที่ทำทีใจเย็นพูดกับอีกฝ่ายแต่จงใจขยับตัวเผยให้เห็นดาบด้ามยักษ์ที่หลัง และเป็นไปตามคาดการเมื่ออีกฝ่ายรับรู้ถึงเจตนา ก็เบาลงให้
“หึ พวกข้าไม่ได้อยากทำร้ายใครนักหรอก แต่ข้าได้รับคำสั่งเจ้านายมา บ้านยัยนี่กู้เงินเจ้านายข้าไป พอถึงกำหนดกับไม่ยอมชดใช้”
“ทำไมข้าจะไม่ชดใช้ เงินครึ่งหนึ่งข้าก็คืนเจ้านายพวกแกไปแล้ว แถมได้ตกลงกับคนทวงหนี้คนก่อนไว้ว่าจะให้ที่เหลือตอนสิ้นเดือน นี่ก็อีกแค่ 3 วันเอง” หญิงสาวแก้ต่างสิ่งที่ถูกกล่าวหา
“ไม่ได้” ชายคนนั้นยังขึ้นเสียงข้ามหน้าข้ามตาพี่อ๊อสไป “ยังไงถ้าวันนี้ยังหาเงินมาใช้คืนทั้งหมดไม่ได้แกต้องไปเป็นเมียเจ้านายข้า”
“เหลวไหล” หญิงสาวขึ้นเสียงบ้าง
“พอ!!!~”
เสียงพี่อ๊อสแทรกการสนทนาของทั้งสองฝ่ายด้วยคลื่นพลังเสียงจนทั้งสองยอมหยุดโดยดุษฎี เพื่อให้ทุกอย่างไม่ขาดตอนพี่อ๊อสเลยกล่าวต่อด้วยเสียงอันอ่อนนุ่ม
“พี่ชาย น้องสาวผู้นี้ค้างเงินเจ้านายพี่เท่าไหร่?”
“ออ.. คือ 10 เหรียญเงินคีต...” เหมือนว่าชายทวงหนี้จะยังตกใจเสียงพลังอำนาจก่อนหน้าอยู่ เมื่อพี่อ๊อสได้รับคำตอบจึงหันมาทางผม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน้อบน้อม
“นายท่านขอรับรบกวนช่วยหญิงสาวคนนี้ด้วย” ผมที่ยังแอบขำละครสดที่พี่ชายผมแสดงอยู่จึงรีบนำเงินเหรียญ 12 เงินยื่นให้พี่อ๊อสไปชำระหนี้แทนสาวน้อยผมบลอนด์
“หวังว่าเจ้านายพี่ชายจะไม่ถือสาน้องสาวคนนี้อีกนะครับ” พี่อ๊อสยื่นเงิน 12 เหรียญให้แก่ชายตรงหน้า แน่นอนว่า 10 คือค่าใช้หนี้ อีก 2 คือสินบนที่จะให้ไอ้สองคนนี้ไปเป่าหูเจ้านายพวกมันให้เลิกสนใจหญิงสาว ซึ่งเป็นอันรู้กัน เมื่อความสงบกับมาอีกครั้งผมที่เดินเข้าไปหาสาวน้อยผมบลอนด์คนนั้นโดยมีพี่ชายตามประกบ
“เธอไม่เป็นอะไรแล้ว ส่วนเรื่องเงินที่ผมออกให้ก่อนเมื่อเธอพร้อมค่อยมาใช้คืนก็ได้” ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะอ่านสีหน้าอีกฝ่ายได้ เธอได้แต่ยิ้มรับยอบตัวให้กล่าวตอบมาสั้น ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“ด้วยความยินดี” ผมก็ตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“อะฮึ้ม~”
“ขอบคุณท่านด้วยค่ะท่านอัศวิน” หญิงสาวหันมายอบกายให้พี่อ๊อสอีกคน
“รู้ด้วยหรือว่าข้าเป็นอัศวิน”
“ต้องขอโทษด้วย อาจเพราะข้าทำงานได้พบปะผู้คน ถึงท่านจะใส่ชุดธรรมดาเพื่ออำพราง แต่ราศีของท่านไม่อาจปกปิดสายตาข้าได้” ผมที่ได้ยินก็อดทึ่งไม่ได้จริง ๆ ชั่งเป็นหญิงสาวที่มีสายตาแหลมคม
“เห็นทีข้าจะเสียมารยาทที่ลืมแนะนำตัว ข้าอลิเซีย ถ้าไม่รังเกียจเชิญพวกท่านเข้าไป พักดื่มน้ำชาที่ระเบียงบ้านข้าก่อน” หญิงสาวแนะนำตัวก่อนจะผายมือไปยังระเบียงที่มีโต๊ะน้ำชาอยู่
“โอ้ พวกผมไม่ถือหรอกครับ ผมออโต้ ส่วนคนนี้ อ๊อสครับ” ผมรีบแนะนำตัวกลับเพราะรู้สึกประหม่ากับมารยาทงามของหญิงสาว พี่อ๊อสที่สังเกตอยู่ก็ยังหลุดขำออกมา
เมื่อพวกเรานั่งกันครบแล้ว อลิเซียจึงคุยเรื่องการใช้หนี้ให้พวกผมในอีก 3 วันพวกผมไม่ถือเรื่องหนี้ แต่แอบเป็นห่วงเรื่องเจ้านายของสองคนนั้นมากกว่า อาจไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เรื่องนี้เธอก็เข้าใจ เลยว่าจะให้แม่เธอย้ายไปอยู่กับน้าสาวส่วนเธอจะย้ายไปพักบ้านเพื่อนสนิท พวกเราคุยกันอยู่สักพัก พอดูเวลาเห็นว่าเย็นมากแล้วเลยขอตัวกลับที่พัก เมื่อพวกเรากลับมาถึง พี่ลิลและเลลก็มารายงานภารกิจของวันนี้ที่พวกนั้นไปทำมา พอประชุมกันเสร็จ จึงไปรับประทานอาหารก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อน
“ตอนคุยงานไม่มีสมาธิเลยนะครับ มองพี่ลิลตาไม่กระพริบ”
“ทำไม หวงพี่หรือ เห็นพี่แบบนี้แต่ก็รักน้องชายคนนี้มากเลยรู้ไหม” เดินเข้ามาโน้มตัวกอดจากด้านหลัง จนผมเซล้มหน้าทิ่มไปบนที่นอน
“อ๊าก!~ หนักนะพี่” แต่ร่างสูงกับไม่ยอมปล่อยแถมกระชับมือกอดให้แน่นกว่าเดิม
“ออโต้รู้อะไรไหม”
“อะไรพี่ อย่าทำเสียงซึ้งสิ มันขนลุก”
“พอออโต้ทำตัวน่ารักแบบนี้ อ้อนพี่อย่างนี้ มันทำให้พี่นึกถึงโอ๊สน้องชายพี่ที่ตายไปแล้วมากเลยรู้ไหม...” ผมที่หน้าแนบกลับที่นอนอยู่ มองไม่เห็นสีหน้าของพี่อ๊อส แต่กลับสัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ไหลหยดลงมากระทบแก้ม มันอุ่นมาก
“พี่ขอให้ออโต้อ้อนพี่แบบนี้ตลอดไปได้ไหม”
“ผมก็เป็นของผมแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบที่พี่ชายต้องการได้ไหม แต่ถ้าวันหนึ่งพี่ได้พบน้องชายตัวจริงละ พี่ยังจะรักผมเหมือนวันนี้ไหมครับ”
อ๊อสผ่อนแรงกอดก่อนจะพลิกร่างผมให้หงายขึ้น สายตาพี่น้องสอดประสานมันอบอุ่นด้วยไมตรีที่เรามีให้กัน รอยยิ้มจริงใจของอีกฝ่ายที่ส่งมาถึงผมจนรับรู้ได้ ชั่วอึดใจรอยยิ้มนั้นกับประกบลงบนริมฝีปากอันแผวบางของผม ถึงผมจะตกตะลึงกับการกระทำนั้น แต่ร่างกายกับยอมรับสัมผัสของอีกฝ่าย มันไม่ได้เล่าร้อนเหมือนที่เคยจูบกับแฟนเก่า แต่มันกับรู้สึกถึงความรักที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า เมื่อริมฝีปากทั้งสองแยกจากกัน มันก็กลับมาเป็นรอยยิ้มที่จริงใจพร้อมกับคำพูดที่เปล่งตามออกมา
“เมื่อกี่ คือคำมั่นสัญญาของพี่ชายคนนี้ จะรักและดูแลจนกว่าจะถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน” ผมที่ยังมึนอยู่ก็ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ จนจูบครั้งที่สองลงมาประทับซ้ำพร้อมกับเสียง แตรสวรรค์อันคุ้นเคยดังก้องฟ้า~
ปู้ดดดดด ปู้ดดดดด~♪
‘ชิบหา... แล้ว’ ผมได้แต่สบถในใจ
“เมื่อกี่พี่แถมให้ครับน้องชายผู้น่ารัก”
--------------------
“เจอตัวท่านออโต้แล้วท่านซัน” มีดาสที่เพิ่งเป่าแตรสวรรค์เสร็จ
“บันทึกภาพและบุคคลรอบข้างไว้แล้วค่ะ” ทีติที่เก็บหลักฐานการทำสัญญาไว้ให้พร้อม
“ฉายขึ้นจอเลยครับ” ซันกล่าวกับบริวาร
ภาพคลิปที่ถูกบันทึกถูกฉายขึ้นมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ เผยให้เห็นภาพชายหนุ่มสองคนนอนเกยกันบนเตียงแถมประกบปากจูบกันอยู่ ซันที่กำลังนั่งดูดน้ำส้มคั้นที่ตัวเองเสกมา ถึงกับสำลักน้ำออกจมูก (-,.-)a