เทพสงครามมังกรเทวะ

    แข็งแกร่งกว่าที่คาดคิด

    ในเวลานี้เหล่าประชากรในเมืองพลันตื่นตระหนกกันยกใหญ่กองทัพที่แสนเกรงไกร แถมพลังยังมากกว่าพวกเขาเป็นล้นพ้นพากันเข้ามาไม่ขาดสาย แต่พวกเขาจะเชื่อในจักรพรรดิของตนเองมากเพียงใดแต่ก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นใจกับพลานุภาพสยบนี้

     

    ท่ามกลางสายตาของคนประชากรจำนวนมากและหมู่มวลศัตรู หญิงสาวทั้งสามคนยังคงยืนอยู่กลางอากาศอย่างนิ่งเฉย เบื้องหน้าของพวกนางในเวลานี้คือชายหนุ่มผมสีดำด้านหลังมีเหล่าชายวัยกลางคนอีกนับสิบคนที่ยืนอยู่ด้วยท่าทีสูงส่งและเย่อหยิ่ง นี่นอนพวกเขาคือบรรพชนของตระกูลต่างๆในทวีประดับสูงส่วนคนที่อยู่ด้านหน้าสุดนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากจักรพรรดิแห่งการทำลายหลินหมิงนั่นเอง

     

    "สาวน้อยถอยออกไปเสียดีกว่า พรสวรรค์อย่างพวกเจ้านั้นหายากนัก หากตายตกอยู่ที่นี่ก็ช่างน่าเสียดาย"หญิงสาววัยกลางคนมีนามว่าหวังเจียกล่าวขึ้นนางคือหนึ่งในสองบรรพชนของตระกูลหวัง ด้านข้างของนางนั้นคือสามีของนางหวังหลิวเฟิงซึ่งเป็บบรรพชนของตระกูลหวังเช่นเดียวกัน

     

    "ขอบคุณที่กล่าวตักเตือน แต่ทว่าคำพูดนั้นข้าขอคืนให้พวกท่านจะดีกว่า หากก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว เกรงว่าจะไร้ซึ่งหนทางกลับ"

     

    "เย่อหยิ่งเกินไป ราชันเทวะขั้นกลางหนึ่งคน ขั้นต้นหนึ่งคน กับเทวะอีกหนึ่งคน ลำพังแค่พวกเจ้าไม่ได้มากมายอะไรเลย"บรรพชนของตระกูลโจว โจวเฉียนกล่าวขึ้นมาพร้อมกับเอื่อมมือไปด้านหน้าพลังปราณเริ่มก่อตัวเป็นมือขนาดใหญ่หมายจะคว้าจับหญิงสาวเอาไว้ ด้วยความงามและพรสวรรค์ของพวกนางนั้นหากได้มาครองคงจะดีไม่น้อยสำหรับมัน ด้วยกามตัณหาราคะนั้นทำให้มันหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังจะตายในไม่ช้า

     

    "ฟิ้ว!"

     

    "ฉับ!"

     

    กระบี่ของจ้าวหลานถูกดึงออกมาจากฝักและทำการตัดผ่านฝ่ามือลมปราณนั้นไปอย่างง่ายดาย อีกทั้งใดในฝ่ามือของบรรพชนโจวเฉียนในเวลานี้นิ้วทั้งหมดก็ได้ขาดลงเฉกเช่นฝ่ามือลมปราณมือครู่นี้ ทำให้ทุกคนต่างพากันนิ่งอึ้งไปตามๆกัน

     

    โจวเฉียนเมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดก็หันสายตามาที่ฝ่ามือของตัวเองด้วยพลัน ดวงตาที่นิ่งสงบๆค่อยๆเบิกกว้างและตกตะลึงอย่างถึงที่สุด แต่ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแต่อย่างใด กลับกันโจวเฉียนหันกลับมามองที่จ้าวหลานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตในทันที นิ้วทั้งห้าของเขานี้กลับถูกตัดโดยระดับเทวะเพียงแค่คนเดียว

     

    "โจวเฉียน!!"โจวเหลียนอุทานออกมาอย่างตกตะลึง เขาคือบรรพชนของตระกูลโจวเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นพี่ชายของโจวเฉียนด้วย การที่ให้น้องชายของตนนิ้วขาดจนหมดสิ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตาจะไม่ให้เขาตกตะลึงได้อย่างไร

     

    "ข้าไม่เป็นไร แต่หญิงสาวนางนั้นเป็นของข้าอย่าได้เข้ามาแทรก!"มันตะโกนดังลั่นนี่ไม่ได้บอกเพียงแค่โจวเหลียนเท่านั้น ยังบอกไปถึงคนอื่นๆด้วย

     

    "เป็นของเจ้า?? ให้เข้ามาพร้อมกันทั้งพี่ทั้งน้องข้าก็หากลัวไป คมกระบี่ของข้าพร้อมจะสบั้นคอพวกเจ้าอยู่แล้ว"จ้าวหลานกล่าวอย่างเย็นชา จนทำให้ทุกคน ณ ที่นี้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมายกใหญ่หญิงสาวนางนี้กล้าขนาดไหนกันที่กล้าท้าพี่น้องตระกูลโจวผู้โหดร้าย เพียงแค่ตัวเองตัดนิ้วโจวเฉียนได้ก็คิดว่าตัวเองชนะแล้วหรือ ในความคิดของพวกเขาหญิงสาวนางนี้ลำพองตนจนเกินไป อีกไม่นานนางคนได้จบชีวิตลงในน้ำมือของสองพี่น้องเป็นแน่แท้ เมื่อคิดมาถึงจุดนี้เหล่าผุ้คนทั้งหลาดอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความเสียดาย เสียดายในที่นี่หมายถึงพรสวรรค์ของนางที่จะต้องตายพร้อมกับนางในวันนี้

     

    "ลำพองตน!!"โจวเฉียนเค้นเสียงเย็น พร้อมกับตัวเขาที่หายไปอยู่ด้านหลังของจ้าวหลาน ส่วนโจวเหลียนนั้นเองก็ไม่อาจทนได้เช่นกันจึงได้ทะยานร่างไปพร้อมกับดาบใหญ่ที่อยู่ในมือหมายจะฆ่าฟันจ้าวหลาน หญิงสาวผู้ดูถูกเขาให้สิ้นซาก

     

    "พี่หญิงที่เหลือฝากพวกท่านด้วย"จ้าวหลานยกยิ้ม กระบี่คลิสตัลน้ำแข้งตั้งรับโจวเฉียนที่อยู่ด้านหลัง ส่วนอีกมือหนึ่งปรากฏกระบี่คลิสตัลสีน้ำเงินครามตั้งรับดาบใหญ่ของโจวเหลียนและสะท้อนกลับไป กระบี่นี้ไม่ใช่ของใครที่ไหนนอกจากกระบี่วารีสวรรค์ของเฟยหรง

     

    จ้าวหลานเมื่อสะท้อนการโจมตีที่รุนแรงของอีกฝ่ายได้แล้วนั้นนางพลันสบั้นปราณกระบี่ที่แฝงไปด้วยวิถีแห่งลมหิมะของนางในทันที คลื่นกระบี่สีขาวพวกพุ่งไปหาสองพี่น้องตระกูลโจวจนพวกมันตั้งถอยหลังออกไปถึงสิบเก้าด้วยกัน

     

    "หึ! ของเด็กเล่น"ปราณกระบี่ของนางถูกทำลายไปโดยพลัน จ้าวหลานยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นตัวนางใช้ปราณกระบี่ที่พึงถูกทำลายอำพลางสายตาและมาอยู่ตรงหน้าสองพี่น้องตระกูลโจวในทันที

     

    "ลมหิมะพัดผ่าน"จ้าวหลานฟาดกระบี่ออกไปในระยะเผาขน เหล่าบรรพชนของตระกูลโจวทั้งสองรีบกางม่านพลังปราณทันควันแต่ยังไม่เสร็จสิ้นดีคมกระบี่ของจ้าวหลานก็พุ่งเข้าหาพวกมันอย่างรวดเร็วจนต้องกระเด็นไปไกลเลยทีเดียว จ้าวหลานไม่คิดจะยั้งมือแต่อย่างใดนางทะยานร่างตามไปจนทำให้บนพื้นที่นี้ได้แต่นิ่งอึ้งในฝีมือกระบี่ของหญิงสาว

     

    "เอาละ จะสู้หรือจะกลับไปเลือกเอา"เมื่อจ้าวหลานพุ่งไปจัดการศัตรูของนางแล้ว เซียนปิงเอ๋อได้กล่าวขึ้นพร้อมกับพลังปราณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศค่อยๆหนาวเย็นลงไปเรื่อยๆจนทุกสิ่งเบื้องล่างกลายเป็นน้ำแข็ง เหล่าบรรพชนเมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาก็หันหน้าไปมองซึ่งกันและกันก่อนที่พวกเขาจะมาล้อมหญิงสาวทั้งสองเอาไว้

     

    การต่อสู้ครั้งนี้หากถอยหนีไปชื่อเสียงที่สร้างมาหลายแสนปีของตระกูลจะต้องพังทลายอีกทั้งบรรพชนทั้งหลายยังไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้ให้กับหญิงสาวเพียงแค่สองคน เนื่องจากด้วยพลังปราณและจำนวนคนพวกเขาเหนือกว่าอย่างชัดเจน

     

    "เช่นนั้นก็ถือว่าข้าเตื่อนแล้วนะ"

     

    "หมัดล้างดารา"

     

    สองสามีภรรยาตระกูลหวังผสานพลังกันพร้อมปลดปล่อยหมัดลมปราณสีดำขนาดใหญ่ออกมา อำนาจของมันนั้นมากกว่าฝ่ามือของโจมเฉียนหลายขุมนัก อีกทั้งยังยังรวดเร็วเป็นอย่างมากประดุจดาวตกอย่างไรอย่างนั้น

     

    "มังกรหยิน"น้ำเสียงอันไพเราะของเซียนปิงเอ่อดังขึ้นโดยพลันมังกรหยินขนาดไม่ใหญ่มากพุ่งเข้าไปที่หมัดนั้นและสลายหายไป

     

    "ไร้ประโยชน์ทักษะนี้เป็นทักษะระดับนิพพาน เจ้าไม่มีทางหยุดมันได้"น้ำเสียงประดุจผุ้ชนะดังขึ้นมาจากฝั่งของสองสามีภรรยา เเต่เพียงชั่วครู่แววตาของพวกเขาก็สั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้ หมัดล้างดาราที่พวกเขาภูมิใจบัดนี้มันได้หยุดอยุ่ตรงหน้าของหญิงงามอย่างเซียนปิงเอ๋อและค่อยๆกล่าวเป็นน้ำแข็งสลายหายไป

     

    ในขณะนั้นเสี่ยวเซียนที่อยุ่ข้างๆเองก็ไม่รอช้านางผายมือไปด้านหน้ามังกรผนึกจันทรากพุ่งเข้าไปหมายจะรัดอีกฝ่ายในทันที ในเวลาเพียงชั่วครู่นี้สองสามีภรรยาพลันตื่นตระหนกกันยกใหญ่จนพวกเขารีบใช้หมัดล้างดาราอีกทั้งแต่ทว่าด้วยการควบคุมที่เฉียบขาดของเสียวเซียนมังกรผนึกจันทราทั้งสองของนางเลี้ยวหลบไปด้วนข้างอย่างเฉียดฉิว

     

    และพุ่งไปหาเป้าหมายของมันในทันที ส่วนเหล่าสองสามีภรรยาที่เห็นว่าทักษะของตัวเองไม่ได้ผลก็พากันตื่นตระหนกกันยกใหญ่ พวกเขาช่วยกันเพื่อโจมตีมังกรผนึกจันทราทั้งสองตนอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไร้วี่แววที่จะโดนเลยแม้แต่น้อย

     

    พวกเขาได้แต่ถอยหนีไปเรื่อยๆใบหน้าเต็มไปด้วยความซีดเซียนอย่างเห็นได้ชัด ลางสังหรณ์พวกเขาบอกว่าหากโดนมันเข้าไปความเสียหายที่ได้รับไม่อาจที่จะประเมิณข้าได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือต้องถอยหนีและโจมตีมันไปเรื่่อยๆนั่นเอง

     

    "ท่านเฟยอู่หยาง ท่านเฟยอู่เทียน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประมาทเกินไป พวกเราควรลงมือได้แล้ว"จักรพรรดิทำลายล้างหลินหมิงกล่าว ชายวัยกลางคนทั้งสองพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ในชั่วระยะเวลานั้นพาทั้งสามก็มาปรากฏตัวพร้อมกับเบื้องหน้าของหญิงสาวทั้งสองและฟาดฝ่ามือใส่เข้าไปอย่างจัง

     

    แต่ทว่าเวียนปิงเอ๋อเองก็ไหวตัวทันและดึงเสี่ยวเซียนพร้อมกับหลบหลีกในทันที สามคนนี้ผิดกับอีกสี่คนอย่างเห็นได้ชัด เซียนปิงเอ๋อสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่ง อีกทั้งยังดุเหมือนจะมากกว่าราชันเทวะของตระกูลจื่อด้วยซ้ำ

     

    "ศรวิหคหยิน"เซียนปิงเอ๋อเมื่อทิ้งระยะได้แล้วสร้างคันศรในทันทีพร้อมยิงออกไปพร้อมกันสามดอกในคราเดียว ทั้งมันยังพุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้วยความเร็วสูงเอามากๆ

     

    "ของเด็กเล่น"เฟยหวูเทียนกล่าวขึ้นและรากนิ้วไปด้านหน้ามิติด้านหน้าของเขาพลันฉีกขาดและดูดศรวิหคหยินเข้าไปอย่าง่ายดาย

     

    "อำนาจมิติ!!"เซียนปิงเอ๋อกล่าวอย่างตื่นตระหนกในทันใด ไม่เพียงแต่นางเท่านั้นที่ตื่นตระหนก แม้กระทั้งเฟยหรงที่นั่งมองอยู่ยังต้องลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความสามารถมิตินั้นเป็นอะไรที่หายากเอามากๆแต่ทว่ากลับมาอยู่เบื้องหน้าของเขาเช่นนี้ โชควาสนาที่ชายวัยกลางคนๆนี้พบเจอมันคืออะไรกัน

     

    "รับของ้ขาไปบ้างหอกเพลิงทมิฬ"เฟยอู่หยางกล่าว ลมปราณของเขาถูกสร้างกลายเป็นหอกเปลวเพลิงสีดำขนาดใหญ่ อีกทั้งด้านในยังประสานไปด้วยธาตุไฟ ธาตุความมืด และธาตุมิติ หากโดนเข้าไปนอกจากจะโดนเผาใหม่และความสามารถในการเคลื่อนไหวช้าลงแล้ว มันยังดูดกลืนพลังปราณอีกด้วย

     

    "ไม่ได้การ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องออกไปเองเสียแล้ว"เฟยหรงกล่าวขึ้น เปลวเพลิงสีดำนี้แม้แต่ลมปราณมังกรหยินยังค่อยถูกหลอมละลาย อีกทั้งด้วยคุณสมบัติสามธาตุอำนาจดูดกลืนของมันเหนือกว่าน้ำแข็งหยินของเซียนปิงเอ๋ออย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนทางด้านเสี่ยวเซียนเองก็ยังคงควบคุมมังกรผนึกจันทราอยู่ ไม่มีทางเบนสมาธิกลับมาได้ทันดังนั้นเฟยหรงจึงต้องลงมือเอง และให้ปิงเหยาและเฟิงเสวียไปสมทบกับพวกจ้าวหยาง ส่วนจ้าวหลานนั้นเฟยหรงและเสวียเหม่ยเป็นคนคอยดูแล

     

    "ใครจะคิดว่าบรรพชนตระกูลเฟยจะแข็งแกร่งขนาดนี้ละ ข้าอยากรู้จริงๆว่าคนไหนเป็นทวดของข้า"เฟยหรงหายตัวไปจากตรงนั้นในทันที ในเวลานี้เซียนปิงเอ๋อกำลังต้านทานหอกเพลิงทมิฬอย่างยากลำบาก แน่นอนว่านางไม่ได้ประมาทแต่อย่างใดแต่เป็นเพราะอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งต่างหาก

     

    "จบสิ้นกันเสียทีสาวน้อย ดาบมารทำลายล้าง!"เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของเซียนปิงเอ๋อ พร้อมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เมื่อหญิงสาวหันกลับไปดาบสีแดงดำขนาดใหญ่ตรงมาที่คอของนางอย่างรวดเร็ว

     

    ในเวลานี้เซียนปิงเอ๋อสัมผัสได้ชัดเจนถึงความตากที่เข้ามาใกล้แม้จะไม่ยินยอมมากเพียงใดแต่ทว่ากลับหลบไม่ทันแล้วในเวลานี้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่นางทำได้คือการหลับตาและภาวนาในใจ ภาพของสามีของนางลอยขึ้นมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้

     

    'นี่ข้ากำลังจะตายงั้นหรือ อ้า! ก่อนตายข้าอยากแกล้งสามีอีกจัง'ในใจนางคิดเช่นนั้น เสียงคมดาบฟาดมาที่นางดังสนั่นราวกับฟ้าดินจะสะเทือน

     

    "เปรี้ยง!!"

     

    กระบี่ลมปราณสีฟ้าครามป้องกันเซียนปิงเอ๋อเอาไว้ในทางกลับกันหอกเพลิงทมิฬที่นางกำลังต้านทานอยู่กลับถูกกระแสเคลื่อนลมซัดออกไปจนกระเด็นไปพร้อมกับเจ้าของๆมัน

     

    "ปั้ง!!"

     

    "ฟิ้ว!!"

     

    "ตูม!"

     

    จักรพรรดิทำลายล้างหลินหมิงจู่ๆก็กระเด็นไปชนกับภูเขาด้านหลังอย่างจัง ด้านหลังของเซียนปิงเอ๋อปรากฏร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ทำท่าเหมือนเตะอะไรบางอย่างกระเด็นออกไป ก่อนที่เขาจะกลับมายืนด้วยท่าที่สง่างามและองอาจตามเดิม ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟยหรงนั่นเอง

     

    "เจ้ารังแกภรรยาข้าหรือ?"เฟยหรงกล่าวขึ้นอย่างเมินเฉย ดวงตาของเขาเย็นชาอย่างถึงขีดสุด การปรากฏตัวในครั้งนี้มาได้ทันท่วงทีเสียจริงๆหากใช้ไปกว่านี้แม้แต่เพียงครึ่งก้าวเกรงว่าเวียนปิงเอ๋อคงได้ตายตกไปเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน