“ ศิษย์พี่ทั้งหก เข้ามาพร้อมกันเลยดีกว่า” เทียนบอกออกไป ทุกคนได้ยินก็ส่งเสียงฮือฮา ที่ศิษย์ใหม่ท้าศิษย์พี่ทั้งหกพร้อมกัน
“ อาเทียน เจ้าสู้ศิษย์พี่ทั้งหกไม่ได้หรอก พวกเขาขั้นเซียนฟ้า ระดับ สูง แล้ว เจ้าแค่เซียนฟ้าระดับต้น แค่พวกเขาใช้พลังกดดัน เจ้าก็สู้ไม่ได้แล้ว” ศิษย์พี่เฉินคุนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ไม่ต้องห่วงพวกเราประลองกระบี่ไม่ใช้พลังเซียนกดดันเจ้าหรอก” ครูฝึกกล่าวออกมาทันที กลัวว่าเทียนจะไม่สู้
“ ไม่เป็นไร พวกศิษย์พี่ใช้พลังได้เต็มที่เลย” เทียนก็ไม่ใส่ใจ นำกระบี่ซ้อมออกมาเตรียมสู้ทันที ครูฝึกคนแรกเห็นเช่นนั้นก็ควงกระบี่หมุนใส่เทียนเป็นคนแรก เทียนตวัดกระบี่ด้วยความรวดเร็ว กรีดหลังมือครูฝึกคนแรกกระบี่หลุดจากมือทันที
ที่เหลือเห็นเช่นนั้น เลยโจมตีพร้อมกัน เทียนใช้สำนึกกระบี่เข้ามาช่วย กระบี่กลายเป็นเงาขึ้นมาอีก 5 เล่มต่อสู้กับทั้ง ห้าคนไม่เกินสิบกระบวนท่า ครูฝึกที่เหลือก็ถูกสำนึกกระบี่สะกิดที่หลังมือ กระบี่ร่วงหล่นไปพร้อมกันทั้งห้าคน
“ มีใครจะลองอีกไหม” เทียนมองหน้าทุกคน ที่ยืนอึ้งพูดไม่ออกรวมทั้งศิษย์พี่เฉินคุนด้วยเช่นกัน
“ นี่วิชากระบี่ของเจ้าอารามสู้ของเจ้าไม่ได้จริงๆ หรือ” ศิษย์พี่เฉินคุนเอ่ยถามทันที
“ ไม่ใช่ แต่วิชาที่ข้าใช้ออกมันไม่ใช่ขบวนท่า และพลังปราณเหมือนที่พวกท่านฝึกข้าใช้จิตวิญญาณสร้างสำนึกกระบี่ออกมาด้วย แล้วก็นำมารวมกันเพื่อสร้างวิถีกระบี่ของข้าเอง” ศิษย์พี่เฉินคุน และทุกคนต่างก็งงกันเข้าไปใหญ่ เทียนไม่รู้จะอธิบายได้อย่างไร เพราะเขาก็เรียนรู้มาจากตัวอักษรกระบี่ที่สำนัก อักษรสวรรค์
เทียนเลยใช้กระบี่เขียนเป็นตัวอักษรกระบี่ ไว้ที่ ผนังศิลา ลานฝึกกระบี่ ให้ทุกคนได้มองเห็นกัน แล้วให้ทุกคนศึกษาเอาเอง ทุกคนจ้องตัวอักษรกระบี่ตาไม่กระพริบแต่ละคนเริ่มเคลื่อนไหว ตามแนวคิดของตนเอง เทียนไม่ใส่ใจอีก ปล่อยให้พวกเขาฝึกกันตามสบาย
เทียนเอ่ยชวนศิษย์พี่เฉินคุน ที่มองอักษรกระบี่ ที่เทียนเขียนไว้บนผนังหิน
“ ไปกันเถอะศิษย์พี่ ไม่ต้องห่วงมันยังอยู่ให้เห็นตลอดไป พาข้าไปที่อื่นกันเถอะ”
ศิษย์พี่เฉินคุนจึงได้สติกลับมา พาเทียนไปอีกลานฝึกตน เป็นลานฝึกพลังฝ่ามือ
มีศิษย์พี่สอนอยู่หลายลาน เทียนมองแล้วช่างอ่อนชั้นกับหมัดพลังดาวนพเก้าเลยไม่พูดอะไร บอกให้พาไปที่อื่น ขืนพูดไปคนอื่นอาจไม่พอใจ มาขอต่อสู้อีก
ศิษย์พี่พาเทียนมาที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง ตรงกลางมีแท่นศิลาไร้อักษร ตั้งอยู่ตรงกลางลานอันใหญ่ มีนักพรตน้อยนั่งสมาธิล้อมรอบ แท่นศิลาไร้อักษรเกือบสองร้อยคน เทียนไม่สามารถเข้าใกล้ได้เพราะว่ามาช้า จึงลองนั่งสมาธิ เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณศิลาไร้อักษร ตามที่ศิษย์พี่เฉินคุนบอกไว้ หากโชคดี ศิลาไร้อักษรจะทำให้เพิ่มระดับพลังได้โดยไม่ต้องฝึกกระบี่ หรือ ฝ่ามือเลย
พอเทียนได้ลองนั่งสมาธิ ก็มีตัวหนังสือออกมาจากแผ่นศิลาลอยเข้ามาในร่างกายของเทียนไม่หยุด ทุกคนเห็นแบบนี้ก็เกิดเสียงฮือฮา ไม่รู้ว่าเทียนทำได้อย่างไร สามารถติดต่อกับหินศิลาไร้อักษรนี้ได้
ในความจริงนั้น แผ่นศิลาไร้อักษรเป็นที่เก็บพลังเซียนของ ท่านหลี่ตงปิน เทียนจุน
ซึ่งท่านมีจุดปิดเปิดที่หมุนเวียนอยู่ในศิลาอันนี้ แล้วแต่ว่าใครจะโชคดีจะพบเจอ
แต่ว่าเทียนแค่มองด้วยเนตรสวรรค์แวบแรกก็เจอแล้ว พลังเซียนที่จะได้รับถ้าเป็นระดับฟ้าขั้นต้นอาจได้เพิ่มถึงสิบระดับ ถ้าอยู่ในระดับฟ้าขั้นกลาง ก็จะเพิ่มแค่ 5 ระดับ หากอยู่ในระดับฟ้าขึ้นสูงอาจจะเพิ่มได้เพียงแค่ 2 ระดับ หากว่า อยู่ในระดับสวรรค์ เพิ่มแค่ระดับหนึ่งระดับ และคนหนึ่งคนสามารถใช้พลังเซียนจากศิลาเพิ่มระดับได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนเทียนเพิ่งจะมีพลังเซียนขั้นต้นแค่ ระดับ61
จึงสามารถรับพลังเซียนได้ถึง 10 ระดับ เทียนนั่งรับพลังที่ส่งเข้ามาอยู่สามวัน
ก็เป็นอันเรียบร้อย ทำให้เทียนมีพลังเซียนระดับที่ 71 ขั้นเซียนฟ้าระดับกลางแล้ว
ศิษย์พี่เฉินคุนเข้ามาแสดงความยินดีกับเทียนที่โชดดีได้รับพลังจากศิลาไร้อักษร
“ ศิษย์น้องเจ้านี่โชคดีจริง ข้ามาอยู่ในอารามหลายสิบปี ไม่เคยได้รับพลังจากศิลาไร้อักษรเลย เมื่อเจ้าเพิ่มพลังได้ระดับนี้แล้ว หากเจ้าเข้าไปที่บ่อเซียนมรกตเวลานี้คงไม่ทำให้เจ้าเพิ่มพลังเซียนได้อีก คงต้องรออีก 1 เดือนค่อยเข้าไป”
“ ข้าอยากรู้ว่า เจดีย์ที่พักระดับสูงนี่ต้องใช้คะแนนความดีเท่าไร” เทียนสนใจ
“ เจดีย์ที่พักมีสามระดับ ชั้น 2-30 นั้นเป็นที่พักฟรี ส่วน สูงกว่านั้นเดือนละ 2หมื่นคะแนน ส่วนชั้นที่ 80-88 นั้นเดือนละแสนคะแนน”
“ โอ้โห แล้วคะแนนความดีนี่ได้มาจากไหนกัน”
“ ก็ปกติก็ทำงานในอาราม เป็นคนสวน คนครัว ทำงานทั่วไปจะได้เดือนละ สามพัน
แต่ถ้าออกไปทำภารกิจ ก็จะได้แต่ละภารกิจไม่เท่ากัน แล้วยังมีอีกคือที่หอจิตกระบี่ ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่ละครั้งก็จะได้คะแนนตามตารางที่กำหนดเอาไว้ แล้วแต่พลังเซียนของคู่ต่อสู้ หากเจ้าเลือกระดับเดียวกัน เจ้าต้องใช้คะแนนความดีขั้นต่ำ 1 หมื่นเข้าสู้ ถ้าเจ้าชนะก็ได้ 1 หมื่นกลับมา แต่ถ้าเจ้าเลือก ระดับสูงกว่าเจ้าจะได้ สองหมื่น ถึง หนึ่งแสนแล้วแต่คู่ต่อสู้อยู่ขั้นใด แต่เจ้าต้องเข้าใจไว้ก่อน ในศาลากระบี่ไม่ใช้เพียงกระบวนท่ากระบี่อย่างเดียว
พวกเขาสามารถใช้พลังได้ทุกอย่าง เพื่อเอาชนะ เจ้าจะลองไปทดสอบดูก็ได้
แต่ว่าเจ้าต้องมีคะแนนภารกิจอย่างน้อย 1 หมื่นแต่เจ้าเพิ่งเข้ามา คงมีคะแนนยังไม่พอ เอาไว้มีแล้วข้าจะพาไป”
“ พาข้าไปเลย ข้ามีคะแนนภารกิจ อยู่สองหมื่นสองพัน”
“ นี่เจ้าไปเอามาจากไหน เจ้าเพิ่งเข้ามาในอารามแค่วันเดียวเอง” ศิษย์พี่เฉินคุนสงสัยยิ่ง
“ พอดี เพื่อนที่พักด้วยกันให้มาน่ะ”
“ เพื่อนเจ้านี่ใจดีจัง ถ้าเช่นนั้น เราไปที่หอกระบี่กัน”
หอกระบี่ เทียนกับศิษย์พี่เฉินคุน มายืนอยู่หน้าอาคารเก๋งจีน ขนาดใหญ่สูง 9 ชั้นมองเข้าไปข้างในมีศิษย์เดินเข้าออกกันมากมาย บางคนก็หัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใส บางคนก็หน้าม่อยคอตก ศิษย์พี่พาเทียนเดินเข้าไปด้านใน มีศิลาหินอยู่ด้านหน้า มีตารางอันดับ 1-100 พร้อมรายชื่อมีราคาของคะแนนความดีที่ต้องใช้ในการต่อสู้ และ รางวัลผู้ชนะในการต่อสู้ เทียนเห็นศิษย์ในสำนัก เข้ามาเป็นจำนวนมาก พวกเขาเข้าร่วมการต่อสู้ก็หวังที่จะให้พัฒนาตนเองให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แต่เทียนมองตารางการใช้คะแนนกับรางวัลที่ใช้ต่อสู้มีดังนี้
อันดับที่ 71-100 ต้องใช้คะแนนความดี 1 หมื่น ต่อครั้ง
อันดับที่ 31-70 ต้องใช้คะแนนความดี 2 หมื่นต่อครั้ง
อันดับที่ 11-30 ต้องใช้คะแนนความดี 5 หมื่นต่อครั้ง
อันดับที่ 1-10 ต้องใช้คะแนนความดี 1แสนต่อครั้ง
“ ศิษย์พี่ ทำไมข้าเห็นมีคนเพียงคนเดียวสามารถอยู่ได้ถึง สี่ระดับเลย”
“ นั่นเป็นเพราะว่าคนที่จะสามารถทิ้งจิตวิญญาณกระบี่ไว้ในหอกระบี่ได้นั้นต้องใช้พลังเซียนสี่ระดับ คือ
อันดับที่ 71-100 ใช้ขั้นเซียนจักรพรรดิ
อันดับที่ 31- 70 ใช้ขั้นเซียนฟ้า
อันดับที่ 11-30 ใช้ชั้นเซียนสวรรค์ระดับต้น ถึงขั้นเซียนสวรรค์ระดับกลาง
อันดับที่ 1-10 ใช้ขั้นเซียนสวรรค์ระดับสูง
ดังนั้นพวกเหล่าศิษย์พี่ที่มีพลังระดับเซียนสวรรค์ ที่ติดอันดับ1ใน10 จึงสามารถทิ้งจิตวิญญาณกระบี่ไว้คอยต่อสู้ไว้หอกระบี่แห่งนี้ ได้ทั้งสี่ระดับ ดังนั้นไม่แปลกใจที่ศิษย์ทั้งหลายจึงสามารถอยู่ห้องพักในเจดีย์ระดับเดือนละ 1 แสนได้อย่างสบายเพราะรายได้ทั้งหมดที่ต่อสู้แต่ละครั้ง ทางสำนักหักเพียง 10% เท่านั้น”
“ อืมรายได้ดีนี่ แค่ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณเอาไว้ ก็นั่งๆนอนนับคะแนนได้แล้ว” เทียนเข้าใจระบบแบบนี้แล้ว
“ ศิษย์พี่ ข้าขอท้าสู้อันดับที่ 100 กับอันดับที่ 99” เทียนให้หยกศิษย์พี่เฉินคุนไปจัดการให้ ส่วนเทียนรอเข้าคิวอยู่ที่ หน้าห้องประลองยุทธ
พอได้หยกกลับมาเทียนก็นำหยกไปสัมผัสที่ห้องประลอง อันดับที่ 100 พลังในร่างของเทียนถูกลดระดับมาอยู่พลังเซียนระดับจักรพรรดิทันที
จากนั้นเทียนก็มายืนอยู่บนหลังคาวังหลวงแห่งหนึ่งยามค่ำคืน มีชายชุดขาวถือกระบี่รออยู่ เทียนมองไปรอบๆ
เห็นมีคนมาเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้นับร้อย ๆ คน เทียนคิดในใจว่า คนที่สร้างภาพมายานี้จินตนาการได้ล้ำลึกจริง ๆ
“ ข้าเสี่ยวจ้าน มืออันดับ 100”
“ ข้าหลี่เทียน มือไร้อันดับ” พอแนะนำตัวกันเสร็จ เสี่ยวจ้านก็ชี้กระบี่เข้าหาเทียนเป็นกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้ามา เทียนหายตัววับไปด้วยเช่นกัน ฉัวะ ! สายตาคนทั่วไปไม่สามารถจับภาพได้ แต่ถ้ามองเป็นภาพช้าๆ จะเห็นว่าเทียนเคลื่อนไหวฉับพลัน
ก่อนที่ลำแสงจะพุ่งเข้ามา ลำคอเสี่ยวจ้านก็ถูกเทียนเชือดอย่างรวดเร็วไปแล้ว
หัวของเสี่ยวจ้านกลิ้งลงจากหลังคาวังหลวง เลือดพุ่งกระฉูดออกจากคอเสี่ยวจ้าน
ร่างของเทียนก็หายไปจากห้องประลองอันดับที่ 100 รายชื่อของหลี่เทียนขึ้นมาแทนที่เสี่ยวจ้าน เทียนเข้ามาต่อที่ห้องประลองอันดับที่ 99 ทันที
สำหรับสถานที่ต่อสู้ครั้งนี้อยู่บนทะเลทรายที่แดดร้อนระอุ มีคนถือาวุธยืนมองกลุ่มใหญ่ คู่ต่อสู้ถือกระบี่ใส่หมวกขนสัตว์ใส่เสื้อเกราะหนังสัตว์ยืนมองมาแล้วเอ่ยแนะนำตัวว่า
“ ข้าหยวนป้า มือวางอันดับ 99”
“ ข้าหลี่เทียน มือวางอันดับ 100”
เหมือนเดิมแนะนำตัวเสร็จก็เข้าปะทะกันด้วยกระบี่ หยวนป้ายังไม่ทันใช้กระบี่ท่าแรกเลย ก็ถูกสำนึกกระบี่ของเทียนพุ่งกระบี่ใส่ร่างพรุนดับอนาถ เทียนชนะไม่ทันใช้กระบี่ออกมาสักขบวน เทียนประลองไปทั้งหมด 29 คนสามารถเอาชนะได้อย่างรวดเร็วคราวนี้เป็นคนที่เป็นอันดับที่ 1 แต่ใช้พลังขั้นจักรพรรดิทิ้งไว้ลำดับที่71 คราวนี้สถานที่ต่อสู้อยู่ในสนามประลองแบบสนามต่อสู้โบราณมีคนดูเป็นชั้นๆ
หลายหมื่นคน
“ ข้าคือ เหวินซู่ มือวางอันดับที่ 71”
“ ข้าคือ หลี่เทียนมือวางอันดับที่ 72”
เหวินซู่กระจายร่างออกเป็นร้อย ใช้เงากระบี่โจมตีเทียนเป็นจุดเดียว เทียนพุ่งตรงเข้าไปหาร่างจริงของเหวินซู่ ที่ตกใจไม่คิดว่าเทียนจะโจมตีโดยไม่สนใจ เงากระบี่ได้โจมตีเลย จึงได้แต่เองกระบี่ออกมาต้าน แต่ว่ากระบี่ของเทียนแทงเข้าทะลุคอไปเรีบบร้อยแล้ว ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนละชั้น เงาร่างที่แยกออกมากำลังจะแทงร่างเทียนก็หายไปในทันที เทียนกลายเป็นกระบี่อันดับ1 ในระดับเซียนจักรพรรดิ จึงได้ทิ้งจิตวิญญาณกระบี่ไว้ต่อสู้กับคนอื่นต่อไป
วันนี้เทียนเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ 30 คน ได้คะแนนความดีวันเดียวสามแสน พรุ่งนี้ค่อยมาสู้ใหม่ ระดับเซียนฟ้า ศิษย์พี่เฉินคุน ตื่นเต้นยินดีกับเทียนที่สามารถเอาชนะทุกคนได้
“ อาเทียน เจ้านี่สุดยอดไปเลย แต่พรุ่งนี้เจอของจริงเจ้าต้องระวังตัวด้วย สู้ได้เท่าไรก็เท่านั้นนะ”
เทียนให้ศิษย์พี่ช่วยจัดการห้องพักระดับเดือนละสองหมื่นให้ เทียนจ่ายไป 6 หมื่นเพื่อขออยู่ เพียง 3 เดือน จากนั้นเทียนคิดว่าจะไปอยู่ห้องเดือนละแสนให้ได้
พอเข้ามาอยู่ในเจดีย์ชั้น 50 เป็นห้องส่วนตัวโดยทั้งชั้นมีทั้งหมด 4 ห้องเท่านั้นแยกกันเป็นสัดเป็นส่วน ห้องที่อยู่กว้างขวางมีห้องส่วนตัวถึงสองห้องนอน
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ คืนนั้นเทียนพา ไท่ซีออกมาจากเจดีย์มาในห้องใหม่ แล้วให้นอนกับเทียนในห้องใหม่นี้เลย โดยมีเจ้าขาวน้อยก็ออกมานอนข้างเตียงด้วย ตื่นเช้าไท่ซีก็ยังคงนอนบนหน้าอกเทียนเหมือนเคย เทียนต้องค่อยๆปลุกให้ลุกมากินอาหารเช้า กินเสร็จก็ส่งกลับไปเรียนวิชากลับปู่หลี่ในเจดีย์ ทำให้เทียนกว่าจะลงมาก็สายพอดี เทียนเห็นศิษย์พี่เฉินคุณเดินหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“ เกิดเรื่องใหญ่แล้วอาเทียน ตัวอักษรกระบี่ที่เจ้าสลักเอาไว้ในศิลา ลานฝึกกระบี่ เวลานี้มีผู้คนไปมุงดูกันแน่นไปหมด พวกเขาบอกว่าเมื่อวาน พวกเขาจ้องไปที่ตัวอักษรกระบี่อยู่ครึ่งวัน พลังเซียนเพิ่มไปทีเดียวสองระดับ แต่ที่สำคัญทำให้เข้าใจสำนึกกระบี่มากยิ่งขึ้น สามารถเคลื่อนไหว ออกกระบี่ได้เร็วกว่าแต่ก่อนมาก
พอตกเย็นวานมีคนรู้ว่าเจ้าได้อันดับ 1 ของระดับเซียนจักรพรรดิกระบี่ พวกเขาไปเข้าคิวของทดสอบกับเจ้าหลายร้อยคน แต่ไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าได้เลยสักคน และวันนี้ก็มีคนไปรอคิวต่อสู้อีกหลายร้อยคนแต่เช้า
แม้แต่มือวางอันดับที่1-10ยังมาดูอักษรกระบี่ของเจ้าเลย ข้าว่าหยกคะแนนความดีของเจ้าคงมีเงินไม่น้อยแน่ๆเลย”
เทียนหยิบหยกประจำตัวขึ้นมาดูคะแนนความดีพอเห็นแล้วก็ตกใจ มีคะแนนความดีขึ้นมาถึง สองล้านกว่าคะแนน
“ พวกเราไปหอกระบี่กันเถอะ ข้าอยากต่อสู้กับมือกระบี่ขั้นเซียนฟ้าแล้ว...”