Chapter 7
“ทัชหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ทำไมกูต้องมาอยู่ในจุดที่ต้องวิ่งหนีผู้หญิงด้วยวะเนี่ย!
ในเมื่อคุยกันไม่รู้เื่ก็ต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน แล้ววิ่งหนีแม่งเลย
“ขอโทษครับ!” ผมรีบขอโทษทันทีที่รู้สึกว่าชนกับใครบางคน
“รีบอะไรขนาดนั้นอะทัช”
“อ้าวไอ้แมน โทษๆ ” ผมว่าพลางหันกลับไปมองด้านหลังถ้าวิ่งตามทันผมก็ยอมแล้วนะ ดูมีความพยายามเกินไปแล้ว
“แล้วหนีอะไรมา”
“เื่ของกูน่า”
“ไหนๆ ก็เจอกันแล้วเราขอคุยด้วยหน่อยสิ” ไม่ว่าเปล่าไอ้แมนก็คว้าแขนของผมให้เดินตามมันไปทันที
เดินมาสักพักมันก็หยุดแล้วมองผมด้วยสายตาจริงจัง ปกติผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับมันอยู่แล้วจึงค่อนข้างแปลกใจที่มันบอกว่ามีเื่จะคุยกับผม
“มีเื่อะไร”
“ทัชจำพี่ไผ่ได้ไหม”
“แฟนมึงอะนะ”
“ไม่ใช่แฟน” แต่กิ๊กกันอยู่ว่างั้น
“แล้ว?”
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะ” ทำไมต้องคิดว่าผมจะอยากไปยุ่งกับพี่ไผ่อะไรนั่นด้วยวะ
“กูก็ไม่ได้จะยุ่งอยู่แล้ว อะไรของมึง”
“เราแค่อยากเตือนทัช”
“มีอะไรต้องเตือน ยังไงกูก็ไม่ไปยุ่งอยู่แล้ว” เพราะผมไม่ได้สนใจผู้ชายด้วยกันสักหน่อย
“ก็ดี…”
“ส่วนมึงถ้ารู้ว่าเขาไม่ดี ก็อย่าไปยุ่งดิ” ที่มาเตือนผมไม่รู้ว่าหวงหรืออะไรแต่ผมคิดว่ามันไม่ได้หวงพี่ไผ่หรอก ดูก็รู้ว่ามันไม่ได้จริงจัง
“อือ”
“ที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม”
“ใช่”
พอไม่มีอะไรแล้วผมก็ทำท่าจะเดินไปอีกทางแต่ไอ้แมนก็เรียกไว้ซะก่อน
ลีลาอีกละ
“เดี๋ยว”
“อะไร”
“เราไปกินข้าวกันไหม…”
“กูไม่อยากมีปัญหากับไอ้ตัง” ผมคิดว่ามันก็น่าจะเข้าใจแหละเลยไม่เซ้าชี้ผมอีก
ผมกับมันไม่ได้เกลียดกันแต่ก็ไม่ได้เป็เพื่อนที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันหรือชวนไปกินข้าวได้ ก็แค่เพื่อนร่วมวิลัยแค่นั้นแหละ
ไม่รู้ว่าวันนี้เป็วันซวยของผมหรืออะไรปัญหามีั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้
ขนาดในห้องน้ำยังจะตามมาอีกหรอวะ
ผมมองรุ่นพี่สามคนที่กำลังมองผมไม่ต่างกันแต่เป็สายตาที่เอาเื่อยู่พอสมควร ไปเหยียบตาปลาใครไว้รึเปล่าวะเนี่ย
“พวกพี่มีธุระอะไรกับผมรึเปล่า” ผมถามออกไปอย่างสุภาพ เท่าที่จำได้ผมไม่ได้ไปมีเื่กับพวกนี้มาก่อนเลยนะ
“มีคนบอกว่ามึงคุยกับเมียกู” ถ้าเป็เมียมึงจะมาคุยกับกูได้ไงล่ะวะ อีกอย่างั้แ่เลิกคุยกับคนที่ตามผมเมื่อเช้าผมก็ไม่ได้คุยกับใครเลยนะ
หรือว่า...
“กูเห็นพวกมึงคุยกันเมื่อเช้า” ชิบหาย มีผัวแล้วยังตามกูอีกหรอเนี่ย
“คนคุยกันก็เป็เื่ธรรมดาปะพี่”
“หรอ คุยกับเมียกูกูไม่นับว่าธรรมดาว่ะ” คนที่คาดว่าน่าจะเป็แฟนของมายด์ คนที่ผมเคยคุยด้วยนั่นแหละคว้าคอเสื้อผมก่อนจะกำมันแน่น
กูเสียเวลารีดไปตั้งกี่นาทีแล้วมึงมาทำมันยับเนี่ยนะ
“แต่ผมนับว่าธรรมดาว่ะ” ผมแกะมือที่กำคอเสื้อผมออก ใจหนึ่งก็อยากผลักออกแต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นคงได้ต่อยกันในนี้แน่ๆ เพราะดูหน้าแต่ละคนพร้อมรุมผมมาก
การมีเื่ชกต่อยเป็เื่ปกติสำหรับพวกผมไม่ใช่มีเื่กันบ่อยนะแต่เพราะเลี่ยงไม่ได้เหมือนสถานการณ์ที่ผมกำลังเจอตอนนี้ เพราะงั้นต้องเอาตัวรอดให้ได้และอย่าให้ถึงหูอาจารย์เด็ดขาดไม่งั้นตายแน่ๆ
“หน้าตากวนตีนชิบหายเลยไอ้ห่านี่” ไอ้รุ่นพี่ตัวสูงอีกคนพูดขึ้น
ในขณะที่ผมกำลังคิดว่าผมจะออกจากห้องน้ำยังไงไม่ให้โดนต่อย หมัดหลุ่นๆ ก็พุ่งเข้ามาที่หน้าผมอย่างไม่ทันได้ทั้งตัว
แม่งพาพวกมาไม่พอยังเล่นทีเผลออีกไอ้เหี้ย
“เห็นหน้ามึงแล้วหมั่นไส้ว่ะ”
“พวกเหี้ย! แม่งรุมหรอวะ” คนหนึ่งล็อคแขนทั้งสองข้างของผมเอาไว้ก่อนที่อีกคนจะใช้กำปั้นต่อยท้องผมอย่างจัง
อย่าให้กูรอดไปได้นะมึง!
ตุบ!
ผมยกเท้าถีบไอ้คนที่กำลังจะมาต่อยผมซ้ำก่อนจะเอาหัวกระแทกกับหัวคนที่ล็อคแขนผมอยู่ แล้วรีบพุ่งไปที่หน้าประตูทันที
สัสเถอะ แม่งล็อคประตูด้วยหรอเนี่ย
“จะไปไหน”
ตุบ!
แรงถีบจากด้านหลังทำให้หน้าผมแทบแนบกับประตูก่อนที่คนข้างหลังจะคว้าคอเสื้อผมเอาไว้
“ช่วยด้วยครับ! ช่วยด้วย!” ในเมื่อรอดด้วยตัวเองไม่ได้ก็ต้องหาคนช่วยล่ะวะ
“แหกปากทำเหี้ยไรวะ!” ผมอาศัยจังหวะที่มันหัวเสียถีบมันคืนแล้วรีบเปิดประตูออกไปทันที ไม่รู้จะบอกว่าโชคดีหรือไม่ดีที่ตอนนี้เป็เวลาเรียนแล้วไม่มีใครเห็นสภาพเหมือนฟัดกับหมาของผมตอนนี้
เข้าห้องเรียนไม่ได้แล้วสิ ส่วนไอ้พวกข้างหลังก็ต้องหนีอีก
วันหนีแห่งชาติรึไงวะ!
ผมหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาเดอะแก๊งรายงานสภาพความเป็อยู่เล็กน้อยทั้งในใจคิดว่าจะไปห้องพยาบาลแต่เสียงจากข้างหลังทำให้ผมต้องวิ่งอีกรอบ
“แสบนักนะมึง”
แม่งกัดไม่ปล่อยเลยว่ะ แค้นอะไรกูนักหนาวะเนี่ย
จากที่คิดว่าจะไปห้องพยาบาลผมก็เปลี่ยนทิศทางเป็หน้าประตูวิลัยแทน รถก็ขี่ไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจที่ติดตัวอยู่ก็มีแต่มือถือ
ถ้าจะถึงขนาดตามออกนอกวิลัยละก็ ผมก็หาทางหนีได้เหมือนกันล่ะวะ
“แฮกๆๆ ” ผมหยุดวิ่งก่อนจะมองข้างหลังก็ไม่เห็นใครวิ่งตามมาแล้วจึงนั่งลงทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าวิ่งมาถึงไหน
รู้สึกตัวอีกทีก็เจ็บไปทั้งตัวโดยเฉพาะตรงใบหน้า หน้ากูไอ้พวกเหี้ย!
ถ้าพี่แทนเห็นตายแน่ๆ ยิ่งต้องเข้าร้านอยู่ด้วย
ผมเคยมีเื่ซกต่อยนะแต่จะหลีกเลี่ยงตรงใบหน้าเพราะมันสังเกตง่าย แต่ตอนนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ทันแล้วน่ะสิ
“เป็อะไร”
ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงก่อนจะนึกแปลกใจเมื่อเห็นคนตรงหน้า
ไอ้คุณธัญนี่หว่า มาทำไรแถวนี้วะ
พอมองรอบๆ ผมก็อ่อทันทีเพราะตรงข้ามที่ผมนั่งอยู่คือมหาลัย วิ่งจนถึงมหาลัยเลยหรอวะความเร็วใช้ได้เหมือนกันนี่หว่า
“โอ้ย! ทำเหี้ยไรเนี่ย” ผมร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆ มืออีกคนก็จิ้มลงบนแผลที่มุมปากของผม
“ไปทำไรมา”
หน้าเยินแบบนี้ไปสวนสนุกมามั้ง
“โดนต่อยสิคุณถามได้” ผมชักสีหน้าใส่อีกคน
“ลุกขึ้น จะพาไปทำแผล” และผมก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ
แล้วผมต้องทำตามหรอวะ
เมื่อเห็นผมนั่งนิ่งอีกคนก็หันมามองเป็เชิงว่าจะไปหรือไม่ไป
“เร็ว”
อยากบอกว่าไม่ไปแต่มันก็เจ็บแถมยังหิวอีกด้วย อย่างน้อยถือว่าเป็คนคุ้นหน้าคุ้นตากันล่ะวะถึงจะหมั่นไส้ไปบ้างก็เถอะ
คุณธัญถือถุงยาออกมาจากเซเว่นก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม
“อะ เอาไปทำแผล”
“นี่ไม่ได้จะทำแผลให้ผมหรอ” ใจดีไม่สุดเลยว่ะ
“ก่อเื่เองก็ทำเองสิ”
“ไม่ได้เริ่มก่อนสักหน่อย” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ
อีกฝ่ายวางถุงยาไว้ข้างๆ ที่ผมนั่งก่อนจะทำท่าเหมือนจะเดินออกไป
แต่ปากผมกลับไวกว่าความคิด
“เดี๋ยวคุณ”
“อะไร”
“ผมทำแผลไม่ได้ ช่วยหน่อยดิ” ไม่ได้อยากให้อยู่ต่อหรืออะไรนะแต่เวลาเห็นหน้าไม่พอใจของอีกฝ่ายแล้วมันสนุกดี
“นะคุณไหนๆ ก็ช่วยผมแล้วช่วยทำแผลให้หน่อยสิ เนี่ยโคตรเจ็บเลยนะคุณ” ผมทำท่ากุมปากตัวเองและมันก็ได้ผลครับเพราะสีหน้าแบบที่ผมเห็นแล้วนึกสนุกก็ปรากฏออกมา
คุณธัญทำหน้าไม่พอใจแต่ก็ยังเดินกลับมานั่งลงข้างๆ ผม
ถึงจะไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมาทำแผลให้ก็เถอะ ก็ถือว่ายังมีน้ำใจอยู่นะ
“หันหน้ามา”
เนื่องจากตอนนี้กำลังทำแผลผมจึงมีโอกาสสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายใกล้ๆ แบบวีไอพีสุดๆ
หน้าตาดีตามสไตล์คุณชายที่อยู่ดีกินดี เวลาอยู่เฉยๆ ก็จะดูหยิ่งๆ แต่มันขัดตรงที่บางครั้งก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเ็าแล้วก็หยิ่งอย่างที่คิด เท่าที่รู้สึกคนตรงหน้าผมคงจะร้ายไม่เบาเลยล่ะ
หน้าตาแบบนี้ใครเห็นก็เหลียวหลัง อยู่เฉยๆ ก็คงมีคนเข้าหาแล้วล่ะ
“คุณ”
“ไหนว่าเจ็บพูดบ่อยจริงๆ ” ก็ไม่ได้อยากจะพูดบ่อยๆ หรอกเว้ย
โครกกกกกกกกกก
ขณะที่ผมกำลังจะขอความช่วยเหลืออีกเื่แต่ดูเหมือนว่าท้องไส้จะรู้หน้าที่ซะเหลือเกิน
“คือ...ขอยืมตังค์ไปกินข้าวหน่อยได้ไหม” คุณธัญไม่ได้ตอบอะไรแต่เก็บยาใส่ถุงก่อนจะลุกขึ้น
แค่ยืมตังค์เองนะไม่ใช่ว่าจะไม่คืนสักหน่อย
“อยากกินอะไร” ขณะที่ผมกำลังตัดพ้ออยู่ในใจอีกฝ่ายก็พูดขึ้น
“อะไรก็ได้คุณ ตอนนี้หิวมาก” ผมยิ้มให้อีกฝ่าย
“ฉันไม่ค่อยได้กินข้าวแถวนี้ นายนำไปแล้วกัน”
“เห้ย จริงปะเนี่ยแล้วปกติกินที่ไหน”
“ห้าง” ก็ธรรมดาแหละเนาะดูจากทรงแล้วคงไม่กินข้าวแถวนี้แน่นอน
จริงๆ อยากพาไปกินร้านโปรดนะแต่สภาพผมตอนนี้ห้าวมากไม่ได้ ปากแตกขนาดนี้กินอะไรไม่ค่อยอร่อยแน่ๆ
เศร้าเลยว่ะ
‘มึงอยู่ไหน’
“กำลังจะเข้าวิลัย เอากระเป๋าออกมาให้ด้วย” ผมวางสายจากไอ้โก้ก่อนจะหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ขอบคุณนะคุณ”
“ถือว่าหายกันก็แล้วกัน” หายกันอะไรวะ
แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมเคยไปส่งเขาตอนนั้น
“ไปแล้วนะคุณ”
“ทีหลังก็อย่ามีเื่อีกล่ะ” ผมไม่รู้จะแปลกใจหรือขำดีที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น
ที่พูดแบบนั้นมันเหมือนกับเป็ห่วงผมเลยไม่ใช่รึไงครับ
..............................................
ผมกำลังยืนอยู่หน้าผับที่ครั้งหนึ่งเลยทำวีรกรรมเอาไว้ แต่นั่นก็เป็เื่ในอดีตที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่ทั้งผมทั้งไอ้คุณธัญ
“มึงไหวแน่นะ งานร้านพี่มึงก็ไม่ใช่เบาๆ ” ไอ้โก้ที่ยืนข้างๆ ผมถามขึ้น
“มึงไหวปะล่ะ”
“กูได้หมดอยู่แล้ว”
พอผมบอกว่าจะมาสมัครงานไอ้โก้มันก็ตามมาด้วย มาแบบแพ็คคู่ตลอดครับถ้าเขารับทั้งสองก็ดีไปแต่ถ้าไม่รับก็หางานใหม่ไม่ก็กลับไปตั้งใจทำงานร้านพี่แทนเหมือนเดิม
“เข้าไปกัน”
ไอ้โก้พยักหน้าก่อนจะเดินตามเข้ามาในร้าน
“มาสมัครงานครับ”
“ที่นัดไว้ใช่ไหม”
“ครับ”
“ตามมา”
ผมกับไอ้โก้เดินตามพี่พนักงานขึ้นไปชั้นบนที่คาดว่าน่าจะเป็ห้องทำงานของเ้าของร้านระหว่างทางก็มองบรรยากาศภายในร้านก่อนจะสะดุดตากับแผ่นหลังที่คุ้นเคย
เชี้ยแล้ว พี่แทนมาได้ไงวะเนี่ย
ผมรีบหันหน้ากลับมาทันทีดีนะที่พี่แทนหันหลัง ผมคงไม่ได้หลอนไปเองนะแต่ไม่น่าจะพลาดหรอกเพราะหนีพี่แทนบ่อย
“เป็อะไร”
“พี่แทน”
“พี่แทนมาร้านนี้หรอ”
“เออดิ” ไอ้โก้เหมือนจะขำกับท่าทางของจนผมจะโบกหัวมันสักทีแต่พี่พนักงานก็หันมาซะก่อน
“ห้องนี้แหละ”
“ขอบคุณครับพี่” พี่พนักงานพยักหน้าให้พวกผมแล้วเดินกลับไปทำงานต่อ
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
พอได้ยินเสียงจากด้านในผมก็เปิดประตูเข้าไปทันที
คนที่นั่งอยู่มองพวกผมอย่างเป็มิตรคงจะเป็เ้าของร้านแต่ดูอายุไม่มากอย่างที่คิดไว้แฮะ
จะว่าไปคนตรงหน้าก็ดูคุ้นๆ นะ
“สวัสดีครับ” ผมกับไอ้โก้ไหว้คนตรงหน้า
คนที่นั่งเก้าอี้อยู่เปิดดูเอกสารที่พวกผมเตรียมมาอย่างใจเย็น ผมมองหน้าเขาอีกครั้งก่อนจะนึกได้ว่าผมเคยเจอที่ไหน
เพื่อนคุณธัญนี่หว่า
“เรียนเทคนิคหรอ”
“ครับ”
“คงจะไม่มีเื่ในร้านฉันนะ” คนตรงหน้าถามติดตลก
“ไม่มีแน่นอนครับ” ผมตอบพลางส่งยิ้มให้
“ทำงานให้ได้วันไหนบ้าง”
“เสาร์อาทิตย์ครับ” ไอ้โก้ตอบ จริงๆ ผมอยากทำมากกว่าสองวันแต่ติดงานร้านพี่แทน
“งั้นเริ่มงานเสาร์นี้เลยได้รึเปล่า”
“ได้ครับ”
“ดีเลย ว่าแต่นายสองคนชื่ออะไรนะ”
“ผมทัชครับ”
“โก้ครับ”
“ฉันชื่อภูมิเรียกพี่ภูมิก็ได้” รอยยิ้มใจดีส่งมาให้พวกผมถึงมันจะดูสนิทไปหน่อยแต่ก็ดีนะจะได้ไม่เกรงด้วย
“ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้าพวกนายจัง” จะไม่คุ้นได้ไงล่ะก่อเื่ไว้ขนาดนั้น
ตึง!
“ไอ้ภูมิ ทำไมมึงไม่บอกว่าพวกไอ้แทนมาที่นี่วะ”
ยังไม่ทันที่พวกผมจะได้ตอบอะไรเสียงประตูพร้อมกับเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้น ถ้าผมฟังไม่ผิดมันมีชื่อพี่ผมอยู่ในประโยคนั้นด้วย
แต่อาจจะเป็คนชื่อซ้ำล่ะมั้ง
“มึงนี่ไม่ชอบเคาะประตู กูติดธุระอยู่เนี่ย”
พอได้ยินแบบนั้นคุณธัญก็หันมามองพวกผม ทั้งยังทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผมก่อนจะมองไปทางอื่น
ผมเพิ่งสังเกตว่าต่อหน้าคนอื่นเขามักจะเมินผม แต่ผมไม่ได้ใส่ใจหรอกอยากเมินหรือสนใจก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรสักหน่อย
“มึงรับสมัครพนักงาน?”
“ใช่ ทีหลังก็เคาะประตูด้วย”
นอกจากจะไม่ได้สนใจที่พี่ภูมิพูดแล้วยังยักไหล่ใส่อีก
คุณธัญหันมามองพวกผมก่อนจะยกยิ้มเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง
“พวกนายออกไปก่อนไป ทำงานวันแรกก็อย่ามาสายล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ไอ้โก้สะกิดผมให้เดินตาม ผมจึงละสายตาจากคุณธัญแล้วเดินตามไอ้โก้ออกมา
“ถ้าพี่แทนรู้นะ มึงเตรียมตัวโดนด่าเลย” พอออกจากห้องพี่ภูมิแล้วไอ้โก้ก็พูดขึ้น
“ก็อย่าให้รู้สิวะ” ผมยกคิ้วพลางกอดคอไอ้โก้
ก่อนอื่นต้องหลบให้ดีเพราะตอนนี้พี่แทนอยู่ในร้าน ถ้าเจอคงไม่ได้ทำงานแน่ๆ
แต่ผมยังติดกับประโยคที่คุณธัญพูดอยู่เลย จะใช่แทนเดียวกันไหมวะถ้าใช่ก็ต้องรู้จักกันสินะแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ท่าทางของคนที่เป็มิตรกันซะด้วยสิ...
***สนใจแต่ไม่แสดงออกรึเปล่าคุณธัญ