หลังจากชายชราจีเฟิงได้ออกมาเห็นร่างไร้ิญญาของทีมสำรวจด้านนอก ที่ไม่มีาแใดๆบนร่างกายเลย เขาไม่รอช้ารีบส่งคนไปเชิญชายชราตงหยางมาจากศาลายา์ทันที
จากสภาพร่างกายของทีมสำรวจ มันพอทำให้เขาคิดได้ว่าเป็ฝีมือของใคร แต่เพื่อความมั่นใจเขายัง้าได้รับคำยืนยันจากชายชราตงหยาง
เพียงไม่นานชายชราตงหยางได้เดินทางมาถึงหอการค้าแสงจันทร์ พวกเขาทั้งสองทักทายกันครู่หนึ่งก่อนจะกลับเข้ามาประเด็นหลัก
ดวงตาที่สามของชายชราตงหยางได้ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งกลางหน้าผาก และสิ่งแรกที่เขาได้เห็นคือร่างิญญาของทีมสำรวจที่เป็สีดำเหมือนถูกเผาไหม้!!
แถมร่างิญญาของพวกเขายังถูกมัดด้วยโซ่ขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้ได้ทำให้ชายชราตงหยางขมวดคิ้วด้วยความใ
เพราะตามปกติแล้วโซ่คำสาปจะหายไปเมื่อเป้าหมายเสียชีวิตแล้ว แต่ถ้าโซ่คำสาปนี้ยังอยู่หมายความว่าิญญาของพวกเขาเหล่านี้ถูกผนึกไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้!!!
"ขะ-ข้าไม่เคยเห็นคำสาปอย่างนี้มาก่อนเลย มันสามารถขัดขวางกฏสังสารวัฏได้อย่างไรกัน!! แม้แต่เซียนก็ไม่มีความสามารถขัดขวางกฏของการเวียนว่ายตายเกิดได้"
"ถ้าิญญาพวกเขาไม่ถูกปลดปล่อยจากโซ่คำสาปนี้ พวกเขาจะหายไปตลอดกาล ไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้อีกแล้ว!!!"
"นี่…เ้าไปทำอะไรให้พวกลัทธิมืดโกรธเคืองมากขนาดนี้? มันถึงกลับใช้คำสาปน่ากลัวเช่นนี้ออกมาจัดการพวกเ้า ต่อให้เป็ฟีนิกซ์ะถ้าถูกคำสาปเช่นนี้เข้าไป พวกเขาก็ไม่มีทางฟื้นเกิดใหม่ได้เป็ครั้งที่สองเหมือนกัน"ชายชราตงหยางหายใจแรงด้วยความใ
"ข้าเพียงส่งทีมสำรวจไปตามหาคนที่ใช้คำสาปใส่หลานชายของข้าเท่านั้น ข้ายังไม่มีความขัดแย้งอะไรกับพวกลัทธิมืดเลย"จีเฟิงตอบอย่างสับสน
"เฮ้อ..บางทีพวกมันอาจไม่พอใจเื่นี้ ทางที่ดีเ้าควรเปลี่ยนมาตามหาพวกนักบวชดีกว่า ไม่อย่างนั้นพวกลัทธิมืดคงกัดไม่ปล่อย"ตงหยางถอนหายใจเบาๆ
เหล่าผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในยุทธภพต่างพยายามถอยห่างจากพวกคนบ้าลัทธิมืด เพราะพวกมันไม่สนใจเลยว่าพวกเขาจะมาจากนิกายใหญ่ขนาดไหน
ตราบใดที่พวกเขาทำให้มันไม่พอใจ พวกมันพร้อมจะใช้คำสาปทันที แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอายุขัยของตัวเองที่สั้นลงก็ตาม!!!
เมื่อได้ยินคำพูดของตงหยาง สายตาของจีเฟิงพลันเปลี่ยนเป็เ็า ในฐานะผู้จัดการของหอการค้าแสงจันทร์ที่ยิ่งใหญ่แล้ว ถ้ามันหวาดกลัวต่อพวกลัทธิมืดที่อ่อนแอกว่า มันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีก?
ขณะที่ชายชราจีเฟิงกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นั้น ได้มีร่างของชายกลางคนวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าแตกตื่น"ทะ-ท่านจีเฟิงเกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ ข้าพึ่งได้รับรายงานจากสายข่าวมาว่ามีการตายปริศนาเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เมืองการค้าของอาณาจักรัฟ้ามีการตายมากที่สุดขอรับ ตอนนี้มีคนตายไม่ต่ำกว่า7-8หมื่นคน!!"
"หื้อ!..การตายปริศนาเรอะ?"ชายชราจีเฟิงหันมองตงหยางด้วยความสงสัย
กลุ่มทีมสำรวจของเขาที่ตายก็กลับมาจากอาณาจักรัฟ้าเหมือนกัน ในหัวของเขาได้สงสัยในตัวของพวกลัทธิมืดเป็สิ่งแรกทันที
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีหลักฐานยืนยันก็ตามว่าเป็ฝีมือของพวกลัทธิมืด ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างจากเหตุการณ์ตายปริศนาก่อนหน้านี้เลย
พวกเขาไม่มีหลักฐานเหมือนกันว่าเกิดจากพวกนิกายหมื่นพิษหรือไม่? แต่เหล่าผู้คนส่วนใหญ่กลับเชื่อข่าวลือที่ออกมาเพราะชื่อเสียงไม่ดีในอดีตของนิกายหมื่นพิษ
มันจึงเป็โอกาสทองสำหรับชายชราจีเฟิงที่จะใช้สิ่งนี้ทำให้พวกลัทธิมืดได้เห็นอำนาจของหอการค้าแสงจันทร์!!
"หึ..ใช้คำสั่งฉุกเฉินประกาศเื่นี้ให้ทั่วทวีปตะวันตกทราบว่าเป็ฝีมือของพวกลัทธิมืด"จีเฟิงกล่าวเ็า
"รับทราบขอรับ"ชายกลางคนพยักหน้าก่อนจะหายตัวออกไป
ตามปกติแล้วการส่งข่าวของหอการค้าแสงจันทร์ พวกเขาจะส่งคนมากมายขี่สัตว์อสูรบินไปกระจายข่าวตามเขตต่างๆ
แต่สำหรับคำสั่งฉุกเฉินแล้ว พวกเขาจะเปลี่ยนจากการใช้คนส่งข่าว ไปเป็การส่งผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลแทน
ซึ่งคนที่สามารถรับข่าวฉุกเฉินของพวกเขาได้จะต้องติดตั้งค่ายกลของพวกเขาเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเหล่าผู้ปกครองเขตต่างๆจะติดตั้งไว้แล้ว
สิ่งนี้สามารถเห็นได้ว่าหอการค้าแสงจันทร์มีอิทธิพลมากเพียงใด!!
"เกิดอะไรขึ้นกับทวีปตะวันตกกันแน่? ทำไมเกิดเหตุการณ์สังหารบ่อยขนาดนี้"ชายชราตงหยางบ่นพึมพำเบาๆโดยไม่สนใจสิ่งที่จีเฟิง้าทำ
"ถ้าเป็ฝีมือของพวกลัทธิมืดจริงๆ พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่…"
…
เมืองทุ่งหญ้าเขียวถือว่าเป็เมืองการค้าสำคัญของอาณาจักรัฟ้า ตามปกติแล้วจะเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนคึกคักมากมาย ไม่ว่าจะเป็คนท้องถิ่นของเขตัฟ้าเอง หรือว่าจะเป็นักเดินทางจากเขตอื่นที่เดินทางเข้ามาไม่ขาดสาย
แต่ตอนนี้ภายในเมืองกลับเงียบสงบแตกต่างจากวันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความเงียบนี้ไม่ได้มาจากการขาดแคลนผู้คนแต่อย่างใด
ภายในเมืองยังมีร่างของเหล่าผู้คนมากมายปรากฏขึ้นมาให้เห็น แต่ทว่าร่างของคนเ่าั้กลับไม่มีกลิ่นอายของพลังชีวิตเหลืออยู่แล้ว!!
จากเมืองการค้าสำคัญที่สามารถรองรับผู้คนได้มากถึง1แสนคน แต่ตอนนี้มันได้เปลี่ยนเป็สุสานที่เต็มไปด้วยร่างของเหล่าผู้คนมากมายนอนกราดเกลื่อนอยู่บนพื้น โดยที่ร่างกายของพวกเขาไม่มีาแใดๆเลย!!!
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ทำให้เหล่าผู้อาศัยในเขตัฟ้าต่างหวาดกลัว พวกเขาหลบซ่อนไม่กล้าออกมาจากที่พัก
แถมความเชื่อมั่นของเหล่าผู้คนต่ออาณาจักรัฟ้าได้ลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บางคนได้เลือกตัดสินใจย้ายไปยังเขตปกครองอื่นทันที
แม้แต่พวกสำนักเล็กๆยังได้ตัดสินใจย้ายไปยังเขตปกครองอื่นเหมือนกัน
สิ่งนี้ได้ทำให้อาณาจักรัฟ้าสั่นคลอนอย่างไม่เคยเป็มา นอกจากพวกเขาจะขาดตัวเลือกของผู้เชี่ยวชาญหน้าใหม่จากสำนักเล็กเหล่านี้แล้ว
รายได้ของพวกเขาจากการเก็บภาษีผู้พักอาศัยก็ขาดหายไปเหมือนกัน!!
ในตอนนี้ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ของอาณาจักรัฟ้า ได้มีร่างของคนทั้ง10กำลังนั่งขมวดคิ้วด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
โดยที่สายตาของพวกเขาต่างจับจ้องไปยังร่างของสาวงามในชุดเรียบง่ายกลางหัวโต๊ะ เธอคนนี้เป็เ้าหญิงของอาณาจักรัฟ้า มีนามว่าเยว์หนิง
"ข้าพึ่งได้รับข่าวด่วนมาจากหอการค้าแสงจันทร์ พวกเขาบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็ฝีมือของพวกลัทธิมืด และพวกมันอาจยังอยู่ในดินแดนของเรา!"
หญิงสาวกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะกล่าวต่อด้วยเสียงหนักแน่น"ไม่มีใครรู้ว่าพวกลัทธิมืดกำลังวางแผนอะไรอยู่ และข้าก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะปลอดภัย ถ้าใคร้าออกไปตอนนี้ ข้าจะไม่ขัดขวางใดๆ แต่จำเอาไว้ว่าข้าจะไม่ต้อนรับพวกเ้าอีกแล้ว"
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ใบหน้าของคนทั้ง10ต่างเกิดการเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็ฝีมือของพวกลัทธิมืด
ถ้าเป็กองกำลังอื่น บางทีพวกเขายังสามารถต่อรองขอเจรจาได้ แต่สำหรับพวกคนบ้าอย่างลัทธิมืดแล้ว พวกมันไม่สนใจสิ่งใดเลย!!!
ในฐาะตัวแทนจาก10สำนักใหญ่ของเขตัฟ้าแล้ว พวกเขามีทรัพยากรและผลประโยชน์มากมายในดินแดนแห่งนี้ ถ้าต้องย้ายไปยังเขตอื่น พวกเขาไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถแย่งชิงทรัพยากรจากสำนักในท้องถิ่นได้หรือไม่?
แต่ถ้าพวกเขาตัดสินใจอยู่ที่นี่ พวกเขาไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตนเองจะสามารถเอาตัวรอดจากพวกลัทธิมืดได้หรือไม่?
ตัวแทนของ10สำนักใหญ่ต่างมองหน้ากันอย่างลังเล ซึ่งท่าทางลังเลของพวกเขาได้ทำให้หญิงสาวถอนหายใจผิดหวัง
ขณะนั้นเองได้มีร่างของอัศวินชุดเกราะเปิดประตูเข้ามาเสียงดัง"เ้าหญิงเกิดเื่ขึ้นแล้ว กองทัพของอาณาจักรฟีนิกซ์ได้มายืนเฝ้าอยู่ชายแดนทิศใต้ขอรับ!"
"หือ..เ้าพวกบ้านั้น!!"เยว์หนิงยืนค้ำโต๊ะด้วยใบหน้าซีดเผือก“นี่…อาณาจักรของเรามาถึงจุดสิ้นสุดแล้วจริงๆเหรอ? ท่านพ่อ ท่านแม่..ข้าขอโทษ”
ในฐานะผู้สืบทอดคนสุดท้ายของราชวงศ์ัฟ้าแล้ว ความกดดันที่เธอแบกรับอยู่นั้น มันไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวระดับจักรพรรดิตัวคนเดียวจะสามารถจัดการมันได้ง่ายๆ
ยิ่งใน่หลังมานี้อาณาจักรัฟ้าของเธอต้องเผชิญเหตุการณ์ครั้งใหญ่ติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็การสังหารหมู่ของนิกายหมื่นพิษ และตอนนี้ต้องมาเผชิญกับพวกลัทธิมืดอีก ทั้งสองอิทธิพลนี้เป็สิ่งที่อาณาจักรัฟ้าของเธอไม่สามารถเทียบได้เลย
มิหนำซ้ำตอนนี้อาณาจักรฟีนิกซ์ยังมายืนเตรียมกองทัพแถวชายแดนอีก เธอรู้ดีว่าพวกมันได้รับข่าวด่วนมาจากหอการค้าแสงจันทร์เหมือนกัน
พวกมันจึงได้เตรียมกองทัพเพื่อมารอโอกาสที่พวกลัทธิมืดจัดการกองกำลังของเธอ แล้วพวกมันจะฉวยโอกาสเข้ามาขยายยึดพื้นที่รอบๆชายแดน!!
ด้วยแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาหลายทางใน่เวลานี้ มันจึงทำให้เธอที่ปกติจะมีท่าทางเข้มแข็งเหมือนนางพญา แต่ตอนนี้ท่าทางของเธอกลับอ่อนแอไม่แตกต่างจากหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งเลย
แต่ทว่าเื่ทั้งหมดก็ไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เหล่าตัวแทนจาก10สำนักใหญ่ได้ยืนขึ้นมาอย่างพร้อมเพียง ใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนดูผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม
"เ้าหญิงเยว์หนิง…ข้าต้องขอโทษท่านด้วยสำนักของข้าคงไม่สามารถช่วยเหลือท่านได้อีกต่อไปแล้ว"
"สำนักของข้าเหมือนกัน เราไม่สามารถเอาคนทั้งหมดต้องมาเสี่ยงกับาที่ไม่มีทางชนะครั้งนี้ได้"
"ใช่แล้วเ้าหญิง..ทำไมท่านไม่ย้ายไปยังเขตอื่นพร้อมกับพวกเราละ ถ้าเราร่วมมือกันเราจะมีสิทธิเรียกร้องผลประโยชน์บางอย่างได้"
"สถานการณ์ของอาณาจักรัฟ้าตอนนี้ ต่อให้พวกเราร่วมมือกัน พวกเราก็ไม่สามารถต่อต้านศัตรูจากทุกทางได้อยู่ดี ถ้าเป็อย่างนั้นเราจะเอาผู้เชี่ยวชาญมากมายไปตายฟรีๆทำไม"
"ถูกต้องแล้ว..อาณาจักรัฟ้าจบลงแล้วั้แ่พวกลัทธิมืดได้มาเยือน"
เหล่าตัวแทนทั้ง10ของสำนักใหญ่กล่าวขึ้นมาที่ละคนด้วยท่าทางชอบธรรม ซึ่งคำพูดของพวกเขาได้ทำให้หญิงสาวโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
สำนักทั้ง10เหล่านี้เป็สำนักที่ในอดีตพ่อของเธอเลือกให้มาเป็เสาหลักของอาณาจักร โดยการรับใช้ราชวงศ์ัฟ้า
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้รับทรัพยากรบ่มเพาะและสิทธิพิเศษมากมายในอาณาจักรัฟ้า จนทำให้พวกเขากลายมาเป็สำนักใหญ่มาถึงตอนนี้
โดยเฉพาะสำนักใหญ่อันดับ1-2 พวกเขาสามารถบ่มเพาะผู้เชี่ยวชาญระดับเทวะขึ้นมาได้อย่างละหนึ่งคน มันเป็กำลังสำคัญของอาณาจักรัฟ้า
"ฮ่า..โชคดีจริงๆที่ท่านพ่อของข้าได้เสียชีวิตไปแล้ว ไม่อย่างนั้นท่านคงโทษตัวเองแน่นอนที่รับอสรพิษอย่างพวกเ้ามาเลี้ยงเอาไว้"
เยว์หนิงหัวเราะพร้อมกับกวาดสายตามองตัวแทนทั้ง10คน"ถ้าอย่างนั้นพวกเ้าเชิญออกไปจากอาณาจักรของข้าได้แล้ว"
ใบหน้าของเหล่าตัวแทนเปลี่ยนเป็แดงก่ำก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่แยแส"หึ..เ้าหญิง ขอให้ท่านผ่าน่เวลานี้ไปได้ละกัน ไม่อย่างนั้นพ่อของท่านคงผิดหวังที่อาณาจักรัฟ้ามาสิ้นสุดในยุคนี้"
เมื่อร่างของเหล่าตัวแทนทั้ง10เดินออกไปจากห้องประชุม ร่างของหญิงสาวได้นั่งทรุดลงบนพื้นด้วยความสิ้นหวังทันที"มันจบแล้วจริงๆใช่ไหม?"
ทันใดนั้นเองด้านข้างของเธอได้ปรากฏร่างของชายชราออกมา ชายชราคนนี้เป็ผู้บ่มเพาะระดับเทวะที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรัฟ้า โดยรับหน้าที่เป็ผู้พิทักษ์ปกป้องเ้าหญิง เพราะเหตุนี้คนจาก10สำนักใหญ่ถึงไม่กล้ามีปัญหากับหญิงสาว แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจเธอก็ตาม
"เฮ้อ..เยว์น้อยอย่าได้เสียใจไปเลย บางทีเราอาจยังมีทางรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้"
"หือ!..ท่านลุงเจียง ท่านหมายความว่ายังไง?"เยว์หนิงยืนขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ชายชราหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเคราพ"ในอดีตผู้ปกครองรุ่นแรกได้ช่วยเหลือชายหมดสติคนหนึ่งเอาไว้ ท่านผู้ปกครองได้เชิญนักปรุงยาหลายคนมาช่วยรักษาชายหมดสติเอาไว้ พอชายคนนั้นได้สติกลับคืนมา เขาก็จากไปทันที โดยทิ้งกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้ให้ท่านรุ่นแรก"
"มันเขียนไว้ว่าเขาได้ทิ้งเศษิญญาส่วนหนึ่งของตัวเองเอาไว้ในรูปปั้นของหมู่บ้านห่างไกลทางทิศใต้ของอาณาจักร ตราบใดที่ราชวงศ์มีปัญหายากลำบาก สามารถมาขอให้เขาช่วยเหลือได้หนึ่งครั้ง"
"ั้แ่นั้นเป็ต้นมาเื่นี้ได้ถูกเก็บเอาไว้เป็ความลับตลอด ตอนนี้มันคงถึงเวลาที่เราจะใช้โอกาสครั้งเดียวนั้นแล้ว"
เยว์หนิงมองชายชราด้วยใบหน้าสงสัย"เศษิญญาของเขาจะแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอท่านลุง?"
"ใช่..เ้าคิดว่าเศษิญญาเซียนแข็งแกร่งหรือไม่"ชายชราหัวเราะเบาๆ
"ห้ะ!!..ิญญาเซียน!!"เยว์หนิงอ้าปากค้างด้วยความใ
…
ในหมู่บ้านกลางหุบเขา
"วันนี้อากาศเย็นสบายจังเลยแฮะ"หลงเทียนนอนบนเก้าอี้กลางสำนักด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ซึ่งด้านข้างของเขาได้มีร่างของสาวงามใบหน้าเ็าในชุดเมดกระโปรงยาวสีดำกำลังป้อนมะม่วงให้กับเขาทีละชิ้น เธอคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากอดีตนักฆ่าของหอคอยเงาสังหาร เฉินเหมย!!
"นายน้อย..อร่อยไหม"เฉินเหมยกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
แต่ทันใดนั้นเองสายตาของเธอได้เหลือบมองออกไปจากสำนักในที่ห่างไกลประมาณ5กิโลเมตร มันได้ปรากฏร่างของกองทัพในชุดเกราะกำลังยืนเรียงรายหน้ากระดาน
“หือ..เ้าพวกนี้คงไม่เข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของนายน้อยหรอกนะ ไม่อย่างนั้น…”