แต่แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้นทางอำเภอก็ส่งคนมาพบหลี่เกินเซิงโดยตรงแจ้งว่าเซียวหยวนหมิงไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตลูกสาวของบุคคลสำคัญไว้ได้แต่ยังจับฆาตกรได้อีกด้วย ตอนนี้ทางอำเภอต้องการยกย่องเชิดชูเขาและยังต้องการฟื้นฟูสถานะทางชนชั้นของครอบครัวเขาด้วย จากนี้ไปครอบครัวของเขาจะไม่ใช่ชนชั้นเจ้าของที่ดินอีกต่อไปแล้ว
หลี่เกินเซิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อยราวกับไม่คิดว่าเซียวหยวนหมิงจะโชคดีถึงเพียงนี้ออกไปทำธุระแค่ครั้งเดียวกลับสร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ได้!
หลี่เกินเซิงไม่กล้าขัดคำสั่งของคนที่ทางอำเภอส่งมาจึงรีบไปรวบรวมชาวบ้านทั้งหมู่บ้านให้มารวมตัวกันที่ลานตากข้าวโดยห้ามขาดแม้แต่คนเดียว
เซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นจึงตามทุกคนไปด้วย เมื่อมาถึงพวกเขาก็เห็นเสี่ยวเฉิงยืนอยู่ด้านหน้าสุดซูเจียวเจียวจึงรู้ว่าหัวหน้ากองผลิตหลี่เกินเซิงเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่ออะไร
ยุวชนที่บ้านพักยุวชนก็มากันครบแล้ว
“ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกันนะ เรียกพวกเรามาแต่เช้าตรู่แบบนี้” โจวเม่ยบ่นพลางโบกมือปัดอากาศออกไป ยังรู้สึกร้อนอบอ้าวเหลือเกิน
วันนี้เป็นวันชาติจีนพอดีพวกเขาได้หยุดพักพร้อมกันเป็นวันแรก กำลังจะเตรียมตัวไปเดินเล่นที่ตัวอำเภอใครจะรู้เล่าว่าจู่ๆ ก็ถูกเรียกมารวมตัวกันภายใต้แสงแดดที่แผดจ้าเช่นนี้ร้อนจนแทบจะละลาย
หลินเฟิงส่ายหน้า“ไม่รู้สิ อาจมีเรื่องสำคัญก็ได้ ใครทำผิดอีกแล้วหรือเปล่า”
จ้าวอวี้เฟินและเว่ยหงปิงก็ยังคงงงงวยและสงสัยเป็นอย่างมาก
ฮั่วเจี้ยนจงยังคงเย็นชาเช่นเคยไม่แยแสสิ่งใด ทำตัวราวกับไม่เกี่ยวกับตัวเองตลอดเวลา
หลี่เกินเซิงกระแอมเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า“เมื่อวานนี้มีนักโทษคนหนึ่งหนีออกมาจากตัวอำเภอและถูกสหายเซียวหยวนหมิงและยุวชนซูจากกองผลิตของเราพบเข้าโชคดีที่สหายเซียวหยวนหมิงผู้กล้าหาญจับนักโทษผู้นั้นได้ทันเวลาและช่วยชีวิตสหายหญิงคนหนึ่งไว้ได้ ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือมาร!ดังนั้นทางอำเภอจึงตัดสินใจยกย่องเชิดชูสหายเซียวหยวนหมิงและสถานะทางชนชั้นของสหายเซียวหยวนหมิงก็จะได้รับการปรับปรุงจากนี้ไปเขาจะมีสถานะเดียวกับพวกเราทุกคน”
ว้าว!
เมื่อคำพูดของเขาจบลงก็ราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในทะเลสาบที่สงบนิ่ง คลื่นน้ำก็ถาโถมขึ้นมาทันที
เซียวหยวนหมิงจับฆาตกรได้จริงหรือนี่?
นี่ก็คือการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เลยไม่ใช่หรือ?
โชคดีอะไรอย่างนี้!จากนี้ไปสถานะทางชนชั้นของครอบครัวเขาก็จะดีขึ้นแล้ว!
โจวเม่ยบ่นพึมพำ“เขาจะโชคอะไรขนาดนี้ละเนี่ย?”
จ้าวอวี้เฟินทนฟังคำพูดของโจวเม่ยไม่ได้จึงเอ่ยสวนไปว่า “ถ้าเก่งจริงก็ลองโชคดีแบบนี้ดูบ้างสิเกรงว่าจะยังไม่ทันได้ทำอะไร เธอก็คงจะล้มลงไปก่อนแล้วสหายเซียวหยวนหมิงผู้นั้นสร้างชื่อเสียงด้วยความสามารถของตนเองหรือเธอเห็นว่าเขาได้ดีแล้วริษยาขึ้นมาอีกแล้วหรือ?”
โจวเม่ยถูกสวนกลับจนแทบจะตายด้วยความโกรธ“ยุวชนจ้าว เธอจะอะไรกับฉันนักหนา? แล้วจะยังพูดปกป้องเซียวหยวนหมิงอยู่เรื่อยหรือว่าเธอแอบชอบเขาเข้าแล้ว?”
เมื่อถูกโจวเม่ยใส่ร้ายเช่นนั้นจ้าวอวี้เฟินก็โมโหจนตาแดงก่ำ “อย่าคิดว่าใครๆก็จะมีความคิดสกปรกเหมือนเธอนะ!”
อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าโจวเม่ยกำลังทำอะไรอยู่ในช่วงนี้ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นโจวเม่ยกับหลี่เกินเซิงอยู่ใกล้กันมาก กระซิบกระซาบกันสองคนแอบพบกัน ท่าทางยังดูลับๆ ล่อๆ คงจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
เพียงแต่เธอขี้เกียจจะพูดถึงมันเท่านั้น
ไม่น่าแปลกใจที่โจวเม่ยสามารถเป็นเสมียนบันทึกคะแนนได้
สีหน้าของโจวเม่ยเปลี่ยนไปทันใดนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยสงสัยว่าจ้าวอวี้เฟินอาจจะเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว
กองผลิตฉางซิงเล็กเท่านี้เองคราวก่อนก็เกือบถูกซูเจียวเจียวเห็นเข้าแล้ว หากจ้าวอวี้เฟินมาเห็นเข้าอีกคนที่นี่คงเป็นที่ที่เธออยู่ไม่ได้อีกต่อไป!
และยังอาจถูกลงโทษอีกด้วย...
โจวเม่ยไม่กล้าพูดอีกต่อไปเธอพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ความละอายใจฉายชัด จึงหันหน้าไปทางอื่นราวกับกำลังทำเป็นใจเย็น
หลี่เกินเซิงที่อยู่ด้านบนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ต่อไปขอเชิญสหายเซียวหยวนหมิงขึ้นมารับรางวัลด้วย”
เซียวหยวนหมิงได้รับความช่วยเหลือจากซูเจียวเจียวให้ขึ้นไปบนเวทีเขาได้รับเหรียญรางวัลหนึ่งเหรียญ ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่หนึ่งช่อและเงินรางวัลอีกหนึ่งร้อยหยวน
เหรียญรางวัลและดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ไม่มีใครอิจฉา
แต่เงินหนึ่งร้อยหยวนนั้นทุกคนต่างอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง!
ไม่คิดเลยว่าการสร้างผลงานจับนักโทษได้จะได้รับเงินรางวัลถึงหนึ่งร้อยหยวน!
เซียวหยวนหมิงนี่โชคดีเหลือเกิน!
หนึ่งร้อยหยวนเชียวนะ!
พวกเขาทำงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีนอกจากข้าว ข้าวโพด มันเทศ เผือก และน้ำมันที่แบ่งให้แล้วเงินสดที่ได้ก็มีเพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้น...
จะไม่ให้อิจฉาได้อย่างไร?
เป็นครั้งแรกที่เซียวหยวนหมิงแสดงรอยยิ้มแห่งความสุขต่อหน้าผู้คนมากมายเขาก็ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะโชคดีถึงเพียงนี้ไม่เพียงแต่สถานะทางชนชั้นของครอบครัวจะดีขึ้นจนกลายเป็นคนระดับเดียวกับทุกคนแล้วยังได้รับเหรียญรางวัล ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ และเงินรางวัลอีกหนึ่งร้อยหยวน!
ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ประดับอยู่ที่หน้าอกของเขาทำให้รอยยิ้มของเขาดูสดใสเป็นอย่างยิ่งแต่ดวงตาคู่หนึ่งของเขากลับจ้องมองไปที่ซูเจียวเจียวอย่างไม่กะพริบ
ราวกับว่าตั้งแต่เขาแต่งงานกับเจียวเจียวทุกสิ่งอย่างก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ...
เขาถอดเหรียญรางวัลจากหน้าอกไปติดที่หน้าอกของซูเจียวเจียวแล้วยังถอดดอกไม้สีแดงช่อใหญ่จากหน้าอกมาติดให้ซูเจียวเจียวและยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนให้เธอ “เจียวเจียวถ้าไม่มีคุณ ก็ไม่มีผมในวันนี้! คุณเปลี่ยนแปลงผม ทำให้ผมมีความมั่นใจ!ดังนั้นเหรียญรางวัล ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ และเงินรางวัลก็เป็นของคุณ ผมเอง...ก็เป็นของคุณเช่นกัน!”
ฟังคำสารภาพรักของเซียวหยวนหมิงที่แม้จะอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายก็ไม่หวั่นซูเจียวเจียวก็รู้สึกหัวใจเต้นระรัว เมื่อมองไปที่เขา ดวงตาของเธอก็อ่อนโยนลงแล้วเผยรอยยิ้มสดใสกลับไป
ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างก็มีทั้งคนที่ส่งเสียงให้กำลังใจคนที่รู้สึกอิจฉา คนที่ชื่นชม และคนที่มีความริษยา
โดยเฉพาะโจวเม่ยที่รู้สึกอิจฉาริษยาสุดขีดทำไมซูเจียวเจียวถึงได้มีชีวิตที่ดีนักนะ!
เดิมทีคิดว่าซูเจียวเจียวแต่งงานกับชาวนาที่มีสถานะทางชนชั้นไม่ดีชีวิตนี้คงจะจบสิ้นแล้ว! ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงจะสร้างผลงานได้!แถมยังได้เงินรางวัลอีก!
ที่สำคัญคือรูปร่างหน้าตาของเซียวหยวนหมิงจริงๆ แล้วก็ถือว่าดีที่สุดในกองผลิตใบหน้าของเขาไม่แพ้ยุวชนฮั่วเจี้ยนจงที่มาจากจิงเฉิงเลย!
ตอนนี้เซียวหยวนหมิงยังรักซูเจียวเจียวมากทำให้เธอรู้สึกอิจฉาและร้อนรุ่มใจ ส่วนเธอเองเพื่อความอยู่รอด เพื่อลดภาระเธอต้องแสร้งทำเป็นดีกับหลี่เกินเซิง
ทุกครั้งที่คิดถึงใบหน้าดำคล้ำและน่าเกลียดของหลี่เกินเซิงและกลิ่นเหงื่อท่วมตัว เธอแทบจะอาเจียน
เธอไม่ยอมหรอก!
ในเมื่อเป็นยุวชนลงชนบทเหมือนกันทำไมซูเจียวเจียวถึงมีชีวิตที่สดใสสวยงามในขณะที่เธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากถึงเพียงนี้!
เสี่ยวเฉิงเมื่อทำธุระเสร็จแล้วก็กำชับให้เซียวหยวนหมิงพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็ขับรถกลับไปการที่เขาขับรถกลับไปก็ทำให้ทุกคนอิจฉากันอีกครั้ง
ในสมัยนั้นไม่มีบ้านไหนมีรถเลย แม้แต่จักรยานก็ยังไม่มี จะพูดถึงรถสี่ล้อได้อย่างไรเล่า
ในกองผลิตมีรถแทรกเตอร์หนึ่งคันแต่เป็นของกองผลิต ใช้สำหรับขนส่งธัญพืชและปุ๋ยเคมี เป็นของส่วนรวม
และมีเพียงคนขับรถแทรกเตอร์เท่านั้นที่สามารถขับได้จะขับพร่ำเพรื่อก็ไม่ได้ต้องเมื่อมีงานที่กองผลิตมอบหมายให้ไปที่ตัวอำเภอเท่านั้นถึงจะขับได้
ดังนั้นในสมัยนั้นผู้ที่สามารถขับรถสี่ล้อได้ ล้วนเป็นผู้มีฐานะและตำแหน่งทั้งสิ้น
ครอบครัวของเซียวหยวนหมิงโชคดีแล้ว!