ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 131 โอสถขั้นเทวะระดับลิขิตฟ้า

            เฟิ่งหยูพลันมีท่าท่างที่ดูมีความสุขเป็นอย่างยิ่งเขาคิดว่าคงหลอมกลั่นโอสถที่ยากมากกว่านี้เสียอีกแต่กลับเป็นโอสถที่เขาสามารถหลอมกลั่นได้นี่มันเหมือนกับฟ้าเป็นใจให้เขาได้รับตำแหน่งนักหลอมโอสถระดับตำนานเลยทีเดียว

            เฟิ่งหยูติดตามผู้อาวุโสคนนั้นไปไม่นานนักก็ถึงห้องที่ใช้ทดสอบรอบแรกในห้องนั้นมีผู้อาวุโสรออยู่แล้วห้าคน ผู้อาวุโสแต่ละคนที่นั่งรออยู่ดูท่าทางตื่นเต้นเป็นพิเศษ โดยผู้อาวุโสทั้งหกคนนับรวมผู้อาวุโสที่นำทางเฟิ่งหยูเข้ามาด้วย ทุกคนขึ้นตรงกับสมาคมโอสถเก้าโลก

            พวกเขาทุกคนต่างมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเก้าโลก โดยผู้อาวุโสทั้งหกนั้นประกอบไปด้วยผู้อาวุโสเหลียงจิวเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของที่นี่ ผู้อาวุโสเหอสุ่ย ผู้อาวุโสเจียวหยู ผู้อาวุโสหวงเล่อผู้อาวุโสหลิงตาน และผู้อาวุโสอู่หลงผู้ที่นำทางเฟิ่งหยูเข้ามาพวกเขาทั้งหมดเป็นนักหลอมโอสถระดับทองทั้งหกคน

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มคนนี้น่าสนใจไม่เบาเลยพวกเราเหล่าผู้อาวุโสอยู่ที่สมาคมโอสถเก้าโลกมานานเพิ่งจะเคยเห็นคนหนุ่มเช่นเจ้ามาทดสอบเอาหละมีแบบทดสอบอยู่บนโต๊ะด้านหน้าให้เจ้าตอบคำถามเกี่ยวกับสมุนไพรทั้งหมดให้เสร็จภายในเวลาสี่ชั่วโมงเมื่อเสร็จแล้วเจ้าก็ไปรออยู่ด้านนอกก่อน พวกเราจะทำการตรวจสอบหากเจ้าตอบคำถามได้ถูกต้องมากเท่าไหร่โอกาสสอบผ่านก็มีมากเท่านั้น”

            “ถ้าเจ้าพร้อมแล้วก็เริ่มการทดสอบได้”

            สิ้นเสียงของผู้อาวุโสเฟิ่งหยูหยิบพู่กันขึ้นมาพร้อมกับอ่านคำถามและตอบในทันที เขาตอบได้อย่างรวดเร็วทุกข้อทุกคำถามเสมือนคำถามง่าย ๆ สำหรับเฟิ่งหยูจนเวลาผ่านไปสองชั่วโมงเฟิ่งหยูจึงวางพู่กันลงพร้อมกับเดินออกไปด้านนอก

            “ข้าทำเสร็จแล้วเชิญท่านผู้อาวุโสตรวจสอบ”

            เฟิ่งหยูเดินออกมาด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบจากเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเขาเดินไปหาเจ้าเมืองเอริคและสองพ่อลูกที่อยู่ในห้องรับรองรอเขาทดสอบ

            “เจ้าทดสอบรอบแรกเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ?” เจ้าเมืองเอริคเป็นฝ่ายถามเฟิ่งหยูก่อน

            “ข้าทำเสร็จเรียบร้อยและ ตอนนี้ต้องรอให้ท่านผู้อาวุโสตรวจสอบคำตอบของข้าก่อนถึงจะทำการทดสอบรอบต่อไปได้”

            ทางด้านเหล่าผู้อาวุโสทั้งหกที่ขะมักเขม้นตรวจสอบคำตอบของเฟิ่งหยูทุกคนต่างตกตะลึงกับคำตอบที่เฟิ่งหยูตอบทั้งหมด เพราะทุกข้อที่เฟิ่งหยูตอบมานั้นเขาสามารถตอบถูกทั้งหมด โดยไม่ผิดแม้แต่ข้อเดียว

            “เราอาจจะเจออัจฉริยะเข้าแล้ว พวกเรารีบรายงานไปยังสภากลางของสมาคมโดยด่วนเลยท่านหลิงตาน ท่านไปรายงานก่อนได้เลยข้าว่าเจ้าหนุ่มนั่นต้องสอบผ่านอย่างแน่นอน”

            “ข้าว่ารอให้ทดสอบรอบสองเสร็จก่อนแล้วค่อยรายงานดีกว่าหากว่าเจ้าหนุ่มนั่นหลอมโอสถผิดพลาดขึ้นมาพวกเราจะได้ไม่ขายหน้า”ผู้อาวุโสเหอสุ่ยพลันเอ่ยขึ้นมาแทรก

            “แต่ข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องสอบผ่านอย่างแน่นอนอยู่ที่ว่าเขาจะทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับไหนเท่านั้น ข้าคิดว่าถ้าทดสอบระดับทองแดง หรือระดับเงินเจ้าหนุ่มนั่นน่าจะผ่านได้สบาย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”ผู้อาวุโสเหลียงจิวเอ่ยขึ้นมา

            “เช่นนั้นข้าจะรีบไปรายงานสภากลางของสมาคมโอสถเก้าโลกพวกท่านแจ้งให้เขามาทดสอบรอบสองได้เลย”ผู้อาวุโสเจียวหยูขันอาสา

            “ตกลง เอาตามนั้นก็แล้วกัน ข้าจะเป็นคนไปบอกให้เขาเข้ามาทดสอบรอบที่สองเอง”

            เพียงไม่นานผู้อาวุโสเจียวหยูก็เดินออกมาพร้อมกับร้องเรียกเฟิ่งหยู

            “เฟิ่งหยูเจ้าสอบผ่านนักหลอมโอสถรอบแรกแล้วเจ้าสามารถเข้าไปทดสอบรอบที่สองได้แล้ว ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดกำลังรอเจ้าเพื่อทำการทดสอบรอบที่สอง”

            ทุกสายตามองมายังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินตามผู้อาวุโสเจียวหยูไป

            “เจ้าหนุ่มนั่นสอบผ่านรอบแรกแล้ว อย่างนั้นหรือเขาจะสามารถผ่านการทดสอบรอบที่สองได้หรือไม่นะ?”

            หลาย ๆ คนรีบเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ด้านหน้าทันที

            เฟิ่งหยูที่เดินตามผู้อาวุโสเข้ามาในห้องทดสอบรอบที่สองเขามองไปด้านหน้ามี เตาหลอมโอสถวางอยู่ด้านหน้า เพียงอย่างเดียว

            “เจ้าจะทำการทดสอบหลอมโอสถ เจ้าเตรียมสมุนไพรมาหรือยัง”ผู้อาวุโสหวงเล่อเอ่ยถามขึ้นมา

            “ข้าเตรียมมาเรียบร้อยแล้วขอรับ”

            “เจ้ามีเวลาในการหลอมโอสถสองวัน เจ้าจะหลอมโอสถอะไรก็ได้หากพวกเราตรวจสอบแล้วหากโอสถของเจ้าผ่านการทดสอบเจ้าเองก็จะได้สัญลักษณ์นักหลอมโอสถกลับไปได้เลยหากโอสถของเจ้าไม่ผ่านการทดสอบเจ้าสามารถกลับมาทดสอบใหม่ได้อีกครั้งภายในระยะเวลาสามเดือน”

            “เจ้าจะทำการทดสอบนักหลอมโอสถระดับใด?”เสียงผู้อาวุโสเหลียงจิว เอ่ยขึ้นมา

            “ข้าน้อยขอทำการทดสอบนักหลอมโอสถระดับตำนานขอรับ”

            “อะไรนะ เจ้าจะทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับตำนานอย่างนั้นหรือ? เจ้ามั่นใจเช่นนั้นหรือ ?”

            “ข้ามั่นใจขอรับ”เฟิ่งหยูตอบด้วยความมั่นใจ

            “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมหากเจ้าต้องการทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับตำนานเจ้าต้องหลอมกลั่นโอสถที่สามารถทำให้แขนขางอกออกมาได้เจ้ายังจะฝืนทดสอบอีกอย่างนั้นหรือ?  เจ้าไปพกความมั่นใจแบบนั้นมากจากไหนกัน”ผู้อาวุโสอู่หลงกล่าวขึ้นมา  

            “ข้าจะเริ่มแล้วนะ พวกท่านคอยชมให้ดี”

            เฟิ่งหยูไม่อยากจะอธิบายมากเขาหยิบสมุนไพรออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับปลดปล่อยเพลิงฟ้าสวรรค์ออกมาหลอมกลั่นสมุนไพรเหล่านั้นจนกลายเป็นของเหลวต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งหลายจากนั้นเริ่มทำการบีบอัดโดยใช้พลังปราณของเขาเองเขาค่อย ๆ บีบอัดเม็ดโอสถพลันเริ่มส่องแสงสีเหลืองสว่างออกมา เพียงเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเฟิ่งหยูสามารถหลอมกลั่นโอสถหวนคืนได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วเม็ดยาที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาเป็นเม็ดยาสีเหลืองส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

            “เชิญผู้อาวุโสตรวจสอบโอสถของข้า”

            ทุกคนยังอยู่ในอาการตกตะลึงกับการหลอมกลั่นโอสถของเฟิ่งหยูมันเป็นการหลอมกลั่นที่ไม่ได้ใช้เตาหลอมโอสถพวกเขาพึ่งจะเคยเห็นการหลอมกลั่นแบบโบราณแบบนี้ แถมยังหลอมกลั่นได้อย่างรวดเร็ว

            เฟิ่งหยูผลักเม็ดยาทั้งห้าไปยังผู้อาวุโสที่คุมสอบ

            “เชิญท่านผู้อาวุโสทุกท่านตรวจสอบข้าจะออกไปรอผลข้างนอก”เฟิ่งหยูยกมือคารวะพร้อมกับเดินออกจากห้องทดสอบไป

            เหลียงจิวรู้สึกตัวเป็นคนแรกเขารีบหยิบเม็ดยาที่ลอยอยู่ตรงหน้าพร้อมกับนำเม็ดยามาตรวจสอบอย่างละเอียดเขาถึงกับอุทานออกมา

            “เม็ดยาเทวะ ระดับลิขิตฟ้า!!”

            เพียงแค่คำคำนี้หลุดออกจากปากของเหลียงจิวเท่านั้นเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายรีบหยิบเม็ดยาที่อยู่ตรงหน้าพวกเขามาตรวจสอบทันที ทุกคนนิ่งและอึ้งอยู่กับที่เป็นเวลานานจนกระทั่ง

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ข้าไปรายงานสภากลางของสมาคมโอสถเก้าโลกมาแล้วพวกเขาแจ้งว่าหากเจ้าหนุ่มนั่นสามารถทดสอบผ่านเป็นนักหลอมโอสถระดับทองแดงได้พวกเราทั้งหมดจะได้เลื่อนขั้นคนละหนึ่งขั้น หากทดสอบผ่านเป็นนักหลอมโอสถระดับเงินได้พวกเราจะได้เลื่อนขั้นคนละสามขั้น”

            “แล้วเจ้าหนุ่มนั่นไปไหนแล้วหละเขายังไม่มาทดสอบรอบที่สองอีกอย่างนั้นหรือ?”

            “แล้วพวกท่านเป็นอะไรกันไป ทำไมถึงนิ่งกันไปหมดเช่นนี้”

            ทั้งห้าคนตกอยู่ในภวังค์แห่งการเรียนรู้ในทันทีเมื่อพวกเขาตรวจสอบเม็ดยาขั้นเทวะที่เฟิ่งหยูหลอมกลั่นหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นพวกเขาจึงเริ่มได้สติกลับคืนมาพวกเขามีความรู้เรื่องของโอสถเพิ่มมากขึ้นจากการสังเกตเม็ดยาที่เฟิ่งหยูหลอมกลั่นออกมาในครั้งนี้

                หลังจากที่พวกเขาทั้งห้าได้สติกลับคืนมา

            “เหอสุ่ย อู่หลง หวงเล่อ หลิงตาน เหลียงจิว พวกท่านเป็นอะไรกันนิ่งเงียบมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ”

            เสียงของเจียงหยู ที่เข้ามาเมื่อเห็นพวกเขากำลังอยู่ในภวังค์แห่งการเรียนรู้จึงไม่กล้ารบกวน

            ผู้อาวุโสเหลียงจิว ยื่นเม็ดโอสถให้เจียงหยูตรวจสอบ เจียงหยูตรวจสอบโอสถเม็ดนั้นทันที  หลังจากนั้นไม่นานเจียงหยูก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งการเรียนรู้เช่นเดียวกับทั้งห้าคน

            “พวกเราปล่อยให้เจียงหยู อยู่ตรงนี้ไปก่อนอย่าได้รบกวน  เหอสุ่ย อู่หลงพวกท่านรีบไปรายงานสภากลางโดยเร็วว่าเราค้นพบอัจฉริยะเข้าให้แล้ว แถมโอสถที่เขาหลอมกลั่นออกมายังอยู่ในขั้นเทวะระดับลิขิตฟ้าอีกด้วยหวงเล่อท่านไปเตรียมสัญลักษณ์นักหลอมโอสถระดับตำนานให้เขาด้วย”

            “สัญลักษณ์ระดับตำนานในสมาคมของเราไม่ได้เก็บเอาไว้พวกเราต้องรอสภากลางส่งมา พวกเราคงต้องให้ชุดคลุมนักหลอมโอสถแก่เขาก่อนแล้วค่อยให้เขามารับตราสัญลักษณ์ในวันหลัง”

            ทางด้านขอเฟิ่งหยู หลังจากที่หลอมกลั่นโอสถเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาเดินออกมาหาเจ้าเมืองเอริคที่ห้องรับรองทันที

            “ทำไมเจ้าถึงออกมาเร็วเช่นนี้ เข้าไปไม่ถึงสามสิบนาทีเจ้าก็ออกมาแล้ว  หรือว่าเจ้าหลอมโอสถไม่สำเร็จ”

            “เจ้าเลือกทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับใดกันถึงได้ออกมาเร็วเช่นนี้”

            “ข้าน้อยเลือกทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับตำนาน ขอรับ”

            “อะไรนะ ระดับตำนาน !!  เช่นนั้นหรือ?”

            เจ้าเมืองเอริคถึงกับกุมขมับทันทีเขารู้ดีว่าที่เฟิ่งหยูเลือกทดสอบเป็นนักหลอมโอสถระดับตำนานนั้นยากเย็นเพียงใดเขาคิดว่าที่เฟิ่งหยูรีบออกมาเพราะว่าเขาไม่สามารถหลอมกลั่นโอสถระดับสูงเช่นนั้นได้อย่างแน่นอนเจ้าเมืองเอริคจึงคิดปลอบใจเฟิ่งหยู

            “พวกเราไปเดินเลือกซื้อของภายในสมาคมกันก่อนดีกว่า เผื่อว่าเจ้าอยากจะได้อะไรเพิ่มเติม”

            “ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็อยากจะเดินเที่ยวที่นี่สักรอบหนึ่ง”

            เจ้าเมืองจึงเดินนำพวกเขาทั้งสามคนไปยังชั้นที่สองที่วางจำหน่ายสินค้าไม่ว่าจะเป็นโอสถ หรืออาวุธ ชุดเกราะต่าง ๆ เฟิ่งหยูมองดูของเหล่านั้นด้วยความสนใจแต่ว่าระดับของมันยังต่ำกว่าอาวุธที่สำนักเทพดาราของพวกเขาสร้างขึ้นมาเสียอีก

            “ท่านเจ้าเมือง หากเราต้องการไปที่โลกอื่นพวกเราจะเดินทางไปได้ยังไงหรือขอรับ”

            “จะมีเรือโดยสารขนาดใหญ่ เดินทางจากโลกแต่ละโลกโดยค่าโดยสารนั้นจะแพงเป็นอย่างมาก ผู้คนที่เดินทางส่วนมากมักจะเป็นพ่อค้า หรือไม่ก็เป็นพวกนักหลอมโอสถเสียเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะนักหลอมโอสถหากพวกเขาโดยสารเรือเหล่านั้นมักจะได้ลดราคาเป็นพิเศษอีกด้วย”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน