“ฮูหยินเป็นอะไรหรือชิงหลานเจ้ารู้หรือไม่?”
ชิงจูถามชิงหลานทันทีเมื่อเห็นหน้าหวังลี่เหยาบูดบึ้งไม่พอใจอะไรบางอย่าง ตั้งแต่เช้าทั้งๆ ที่ปกติฮูหยินของนางไม่เคยที่จะทำสีหน้าไม่พอใจให้พวกนางได้เห็นเลย
“ข้าก็อยู่กับเจ้าตรงนี้ตลอด ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
ชิงหลานส่ายหน้าหรือว่าทะเลาะกับท่านประมุขเมื่อวานอยู่ฮูหยินก็วิ่งออกมาจากห้องท่านประมุขปิดประตู ห้องนอนไม่ยอมให้พวกนางเข้าไปปรนนิบัติ จนกระทั่งเช้า ฮูหยินก็ยังอารมณ์ไม่ดีขึ้นอีก ไม่รู้ว่าเมื่อวานท่านประมุขทำอะไรให้ฮูหยินไม่พอใจ แต่เห็นว่าท่านประมุขพยายามง้องอนนางตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย
“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านประมุขเชิญให้ไปรับอาหารเช้าเจ้าค่ะ”
“ข้ายังไม่หิว! แล้วเจ้าทั้งสองคนน่ะ เลิกเรียกข้าว่าฮูหยินได้แล้วนะ ข้ายังไม่ได้แต่งให้ท่านประมุขของเจ้านะ”
หวังลี่เหยาบอกพวกนางไป นางยังไม่อยากเจอหน้าเขา คนชอบฉวยโอกาสคนนั้นเมื่อวานหลังจากที่นางกัดเขาไปเต็มแรง นางจึงก็ถือโอกาสวิ่งออกมาจากห้องของเขา นึกโกรธโมโหเขาอยู่ค่อนคืน คนอะไรอยู่ใกล้ทีไร จูบเอาจูบเอา นางพึ่งอายุเท่าไหร่เอง เขาจะมาทำแบบนี้กับเด็กไม่ได้ นางยังไม่โต โตแล้วค่อยว่ากัน แค่ก! ไม่ใช่โตแล้วก็ต้องดูอีกที ถ้าปล่อยให้เขาจูบบ่อยๆ เกิดนางเคลิ้มขึ้นมา แล้วถูกกินลงท้องเขาไป นางก็กลายเป็นฮูหยินของเขาจริงๆ นางยังไม่อยากแต่งงานนะ
“เออ…แต่ว่า”
ชิงจูกับชิงหลานได้แต่มองหน้ากันไปมาไม่รู้ว่าจะกลับไปแจ้งท่านประมุขอย่างไรดี
“พวกเจ้าออกไปก่อน”
เว่ยหานฟงที่กำลังจะมาหาในห้องของนางได้ยินน้ำเสียงที่ดังมาจากข้างใน ก็รู้ถึงอารมณ์ของคนที่อยู่ในห้องได้เป็นอย่างดี ว่านางกำลังอารมณ์ไม่ดี เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย ในใจเกิดความกังวลครั้งแรกในชีวิต เขากลัวว่านางจะโกรธจนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกเขาจะทำอย่างไรดี
“เหยาเอ๋อร์พี่มีเรื่องจะคุยกับเจ้า”
เขาเคาะประตูเพื่อให้นางออกมาคุยกัน หลังจากที่นางกัดริมฝีปากเขาเมื่อคืน แล้ววิ่งออกไปทำให้เขาได้สติขึ้น เขารับปากนางว่าจะไม่เกินเลยกับนางอย่างที่เคยตกลงกันไว้ นางเคยบอกไว้ว่าคนที่เป็นแฟนกันในแบบของนางทำได้แค่จับมือโอบกอดได้บางครั้ง แต่จะต้องให้อีกฝ่ายยินยอมก่อนถึงจะทำได้แต่เขากลับผิดสัญญาที่ให้ไว้กับนาง เพียงเพราะเขาดีใจมากเกินไปที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บที่ต้องทนทรมานมาหลายปี
“ท่านมีอะไรก็ว่ามาเจ้าคะ ข้าจะคุยตรงนี้แหละ”
หวังลี่เหยาออกมาคุยกับเขาที่หน้าห้องของนาง นางยังไม่พอใจเขาอยู่ ตั้งใจเอาไว้ว่าต่อไปนี้จะระวังตัวให้มากกว่านี้จะไม่เข้าห้องผู้ชายคนไหนอีกเด็ดขาด ยิ่งคิดยิ่งมองคนตรงหน้าอย่างขุ่นเคือง
“เหยาเอ๋อร์ พี่ขอโทษเจ้า จะให้พี่ทำอย่างไรเจ้าถึงจะยกโทษให้พี่ เจ้าบอกพี่ได้หรือไม่”
น้ำเสียงแผ่วเบาเจือไปด้วยเสียงออดอ้อนเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นนางเปิดประตู
“ข้ายังไม่อยากคุยกับท่านตอนนี้ ท่านกลับไปเถอะ”
เว่ยหานฟงไม่ยอมแพ้ เขาคิดว่าต้องคุยกันให้เข้าใจ ในชีวิตนี้เขามีแค่นางเขารู้สึกทนไม่ได้กับท่าทีหมางเมินของนางตอนนี้
“พี่อยากให้เจ้ามีอะไรบอกกับพี่ได้ทุกเรื่อง พี่พร้อมจะรับฟัง เจ้าบอกว่าเราเป็นคนรักกันใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ถ้าเราไม่พอใจอะไรเราควรต้องพูดคุยกันไม่ใช่หรือ”
สีหน้าปวดใจของเขาทำให้ใจนางอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
“ได้! งั้นท่านฟังนะเจ้าคะ ข้าไม่พอใจที่ท่าน เออ... ไม่ให้เกียรติข้า ข้าเป็นแค่คนรักหากแต่ข้ายังไม่ใช่ภรรยาของท่าน ข้าไม่รู้ว่าเมื่อก่อนท่านเคยทำแบบนี้กับใครมาบ้าง แต่สำหรับข้าไม่ได้หากวันนึงเราทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกันคนที่เสียหายก็คือข้าที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่ท่าน ข้าอยากจะแน่ใจในตัวท่านมากกว่านี้ก่อนว่าท่านจะมีข้าเพียงแค่คนเดียว หากท่านทำใด้หลังจากแต่งงานท่านถึงจะทำแบบนั้นได้”
นางตัดสินใจเคลียร์ปัญหาคาใจสักที คนสองคนที่คิดจะคบกันควรที่จะบอกหรือพูดคุยถึงความชอบหรือไม่ชอบของกันและกันเพื่อปรับตัวทั้งสองฝ่ายหากไม่พูดคุยหาทางออกร่วมกัน สุดท้ายปัญหาที่มีมันก็ไม่ได้แก้ นางกับเขาควรที่จะได้คุยกันจึงยอมเอ่ยปากพูดกับเขาในตอนนี้
เว่ยหานฟงทำท่ากำลังจะพูดบางอย่างก็หยุดเมื่อเห็นมือน้อยยกขึ้นมาส่งสัญญาณว่าห้ามพูด
“ฟังข้าก่อนเจ้าค่ะ ข้าอายุยังน้อยยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ท่านจะทำรุ่มร่ามเหมือนเมื่อวานไม่ได้ เมื่อวานข้าช่วยท่าน รักษาท่านแต่ท่านกับทำแบบนั้นกับข้าจะให้ข้าพอใจท่านได้อย่างไร”
“พี่เข้าใจแล้วเหยาเออร์ เป็นพี่เองที่ไม่หักห้ามใจ พี่สาบานว่าหากว่าเรายังไม่แต่งงาน อะไรที่เจ้าห้ามพี่จะไม่ทำ อะไรที่เจ้าไม่พอใจขอเพียงเจ้าพูดมาพี่พร้อมจะฟังเจ้าดีหรือไม่”
เสียงทุ้มกล่าวขึ้นสีหน้ารู้สึกผิดปรากฏชัด
“เหยาเออร์ พี่อยากให้เจ้าฟังพี่อีกสักอย่าง ทั้งชีวิตพี่ พี่ไม่เคยทำเยี่ยงนั้นกับผู้ใดนอกจากทำกับเจ้า”
ชายหนุ่มทอดถอนใจหลับตานึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ฝังใจ เค้าไม่เคยลืมเรื่องราวในอดีตของตัวเองตรงกันข้ามมันกลับฝังลึกอยู่ในใจของเขา
“ตั้งแต่เด็กพี่ไม่เคยได้ความรักจากเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของพี่ พี่จดจำเรื่องราวในวัยเด็กได้ทุกอย่างตั้งแต่เล็กเสด็จพ่อไม่เคยอุ้มชูพี่เลย เพียงเพราะพี่ไม่ใช่ลูกของคนที่เขาโปรดปราน กับเสด็จแม่ของพี่เอง เมื่อพี่ไม่ได้ความรักจากเสด็จพ่อมีหรือท่านจะใส่ใจ จนขนาดวางแผนใส่ร้ายคนที่เสด็จพ่อรักว่านางเป็นคนฆ่าพี่ทั้งๆ ที่นางผลักพี่ตกเขาเองกับมือหลังจากนั้นพี่พบอาจารย์ทั้งสามคน ก็ได้ทราบเรื่องราวของท่านอาจารย์ก็เลวร้ายยิ่งกว่าที่พี่เจอ ทำให้พี่รู้สึกกลัวที่จะรัก กลัวที่จะเชื่อใจใครสักคนนั้นคือสาเหตุที่คนอื่นมองว่าพี่โหดร้ายเย็นชา จนกระทั่งพี่มาพบเจ้า”
สายตาที่มองมาที่ใบหน้าเรียวเล็กตรงหน้าช่างอบอุ่นอ่อนโยนโดยที่เจ้าตัวไม่อาจมองเห็น
“พี่บอกไม่ได้ว่าทำไม เพราะอะไรถึงรักเจ้าถึงเพียงนี้ พี่รักเจ้าที่ความเป็นตัวของเจ้าเองมิได้มีอะไรปรุงแต่ง ชอบที่เจ้าพูดทุกอย่างที่เจ้ารู้สึก ชอบในความเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาแม้ตกในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันทำให้พี่รู้สึกอยากเข้าไปใกล้ชิด อยากเฝ้ามอง อยากดูแล รู้ตัวอีกทีพี่ก็หวงแหนเจ้าอยากยึดครองเจ้า อยากทำให้เจ้าเป็นคนของพี่จริงๆ พี่ขอโทษที่พี่เอาแต่ใจตัวเองโดยที่พี่ไม่ได้สนใจในความรู้สึกของเจ้าเลยพี่ทำทุกอย่างกับเจ้าตามรู้สึกของตัวเอง พี่ยึดติดในตัวเจ้า เพราะในชีวิตพี่ไม่เคยได้รักแล้วก็ไม่เคยรักผู้ใด พี่ทำผิดกับเจ้า เจ้าอภัยให้พี่ได้หรือไม่เหยาเอ๋อร์”
หวังลี่เหยาได้ฟังที่เขาพูดความในใจให้ฟังก็พยายามที่จะเข้าใจหากมองในมุมคนนอก ชีวิตเด็กคนนึงที่โหยหาความรักหากแต่ไม่ได้มา ต้องผิดหวังกับคนที่เชื่อใจอย่างผู้ให้กำเนิด จึงสร้างเกราะป้องกันตัวเองโดยการทำเป็นไม่แคร์ไม่สนโลกแต่ความจริงกลับต้องการให้มีคนที่รัก พอมีรักก็ยึดติดหวงแหนควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไม่อยู่
“เอาหล่ะ! ข้าให้อภัยท่านแต่หากท่านอย่าทำผิดสัญญาอีกได้หรือไม่ข้าจะไม่อยากจะทะเลาะกับท่านอีกเลยอ่อ! อีกอย่างห้ามคนของท่านเรียกข้าว่าฮูหยินอีกจนกว่าข้าจะแต่งงานกับท่านได้หรือไม่เจ้าคะพี่หานฟง”
“ได้พี่ตกลง”
เขาตกลงทันทีตอนนี้ยังไม่เรียกแต่อีกไม่นานต้องได้เรียกแน่ถึงวันปักปิ่นของนางเมื่อไหร่เขาจะขอแต่งงานกับนางทันที